ตอนที่ 217

ฟิ้ว ฟิ้ว

เสียงของกระแสลมที่พัดทั้งฝุ่นและทรายเข้ามาในห้องทำงานของมู่เหลียง

ซิ๊ๆ

มีแสงสีม่วงเล็กๆ สว่างวาบขึ้นมา

“น่าจะชาร์จได้นะ”

มู่เหลียงถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ และปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านนิ้วเข้าไปในช่องชาร์จแบต

โทรศัพท์เองก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ติดตัวมู่เหลียงมาด้วยตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้แบตมันได้หมดไปนานแล้ว

มู่เหลียงเก็บข้อมูลดีๆ มีประโยชน์หลายอย่างไว้ในมือถือ ทั้งบทความ คลิปวิดีโอที่เปิดดูเมื่อไหร่ก็ได้

ก็อกๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะเปิดออก

มินโฮเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องอาหาร แต่ใบหน้าที่เคยน่ารักน่าเอ็นดูของเธอเวลานี้กลับบูดบึ้งตลอดเวลา

“เป็นอะไรมินโฮ หน้าตาตึงมาเชียว มีใครแกล้งมารึไง”

มู่เหลียงถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ไม่มีใครแกล้งฉันทั้งนั้นแหละ”

มินโฮส่ายหัวและวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ

เธอเอาผ้าออกมาและเช็ดฝุ่นที่เกาะอยู่บนกล่องข้าว และรอบๆ โต๊ะ

“แล้วทำไมวันนี้ดูอารมณ์เสียขนาดนี้ล่ะ”

มู่เหลียงสังเกตเด็กสาวและอดสงสัยไม่ได้

เขากระพริบตาสองสามครั้งก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นมาได้

เป็นไปได้ไหมว่ามินโฮถึงวัยที่จะมีประจำเดือนแล้ว

นั้นเพราะมินโฮอายุ 14 ปีแล้วเป็นเรื่องปกติในวัยนี้

เมื่อก่อนมินโฮไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ทำให้เติบโตได้ช้าแต่ตอนนี้การกินอยู่เธอดีขึ้นแล้ว ไม่แปลกที่ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลง

มู่เหลียงรู้สึกว่าเขาจะต้องบอกเรื่องนี้ให้มินโฮรู้ เพราะมันคือเรื่องเพศศึกษาพื้นฐาน

ที่โลกนี้ไม่มีคนสอนเรื่องต่างๆ ดังนั้นมู่เหลียงคิดจะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องเพศศึกษาและชีววิทยาของร่างกายมนุษย์ให้มินโฮ เพื่อไม่ให้มินโฮนั้นแตกตื่นกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

มินโฮเช็ดกล่องข้าวจนสะอาด ก่อนที่จะสะบัดหัวให้ฝุ่นและทรายออกไปจากผมของเธอ

“.....”

มินโฮเหมือนจะรู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองของมู่เหลียงและเริ่มตอบโต้ทันที

เธอมองกลับมาและถามขึ้น

“มู่เหลียงเป็นอะไร มองฉันแบบนี้ทำไม?”

“ทรายบนตัวฉันเยอะขนาดนั้นเลยหรอ?”

มินโฮพูดขึ้นก่อนที่จะตบไปตามเสื้อผ้าตัวเอง

“ไม่หรอก”

มู่เหลียงโบกมือ

เขาจ้องมองมินโฮอย่างจริงจังและพูดอย่างอ่อนโยน

“มินโฮ ที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องปกติของผู้หญิงที่มันจะเกิดขึ้น มันจะไม่สบายตัว เพราะมินโฮเองก็ถึงวัยแล้ว”

“ห้ะ?”

มินโฮมองมู่เหลียงด้วยสายตาที่สงสัย เธอไม่เข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูดเลยสักนิด

เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมินโฮ มู่เหลียงก็คิดว่าเธอไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด

แต่มู่เหลียงก็ยังสวมบทเป็นอาจารย์หมอผู้เชี่ยวชาญและพูดต่อ

“ไม่ต้องคิดมาก เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะมีประจำเดือน หากไม่เชื่อฉัน ก็ไปถามหยู่ฉินหลาน หรือพี่สาวเธอก็ได้”

“มู่เหลียงนี้นายจะพูดเรื่องอะไร?”

มินโฮอยู่ๆ ก็น่าแดงเมื่อพอจะเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงจะสื่อ

“ของฉันพึ่งจะมาเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วฉันจะมีอีกรอบได้ไง”

มินโฮไม่ใช่ไม่รู้อะไรเลย เธอรู้จักประจำเดือน และดูเหมือนว่ามู่เหลียงจะเข้าใจอะไรผิดเสียแล้ว

“อ่าว…”

ตอนนี้มู่เหลียงถึงกับชะงักไป และกระพริบตาอย่างใสซื่อ

“เธอรู้แล้วงั้นหรอ”

“ใช่…ฉันรู้”

มินโฮหน้าแดงตอบก่อนที่จะก้มหน้าลง

ที่จริงเธอก็พึ่งจะรู้ได้ไม่นาน และเมื่อประจำเดือนมาครั้งแรกเธอตกใจมาก และคิดว่าตัวเองป่วย

แต่หยู่ฉินหลานเหมือนจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของมินโฮเลยเข้ามาบอกเธอว่าเป็นเรื่องปกติ

เมื่อมินโฮรู้ว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องปกติทำให้เธอสบายใจมากขึ้น และไม่คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป

“อะแฮ่ม….แล้วทำไมมินโฮถึงทำหน้าตาบึ้งตึงแบบนี้ล่ะ”

มู่เหลียงกระแอ่มเล็กน้อยและเปลี่ยนหัวเรื่องคุย

“นั้นก็เพราะฝุ่นกับทรายพวกนี้ต่างหาก ลมแรงมากมันพัดฝุ่นกับทรายเข้ามาเต็มตำหนักไปหมด”

มินโฮพูดด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจสุดๆ

ตั้งแต่เข้าป่าหว่านกู่มา กระแสลมที่รุนแรงได้พัดฝุ่นทรายเข้ามาเต็มไปหมด เพียงวันเดียวก็ทำให้ทุกอย่างภายในตำหนักเจ้าเมืองเต็มไปด้วยฝุ่นแล้ว

นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มินโฮถึงดูหงุดหงิด เพราะทำความสะอาดไปไม่กี่ชั่วโมงก็จะกลับมาเลอะอีกครั้ง กลายเป็นงานบ้านที่ไม่จบไม่สิ้น

“อ๋อ…เพราะฝุ่นนี้เอง”

มู่เหลียงถึงกับอ้าปากค้างอย่างเขินอายเล็กน้อย

เขาหันไปมองหน้าต่างห้องทำงานของเขา และเห็นว่าตอนนี้ฝุ่นและทรายได้เต็มกระดาษที่เอามาทำเป็นม่านหน้าต่างหมดแล้ว

ตั้งแต่กระดาษถูกสร้างขึ้นมันก็ถูกใช้งานหลายอย่างนอกจากใช้จดบันทึกอย่างเดียว

“อดทนอีกสักสามวัน เราก็คงพ้นจากเขตป่าหว่านกู่แล้ว”

มู่เหลียงเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยมินโฮเรื่องนี้ยังไง

เพราะเขาคงไปจัดการเรื่องสภาพอากาศของป่าหว่านกู่ไม่ได้

“เข้าใจแล้ว”

มินโฮเองก้มหน้าและไม่กล้าสบตามู่เหลียง

เธอเปิดกล่องอาหาร และเอาชุดน้ำชาออกมาวางไว้บนโต๊ะ

บรรยากาศในห้องทำงานตอนนี้เงียบอย่างผิดปกติ เงียบจนมีเพียงแค่เสียงลมเท่านั้นที่พัดผ่านหน้าต่างเข้ามา

ก็อกๆ

ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น มันได้ทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ลง

“เข้ามา”

มู่เหลียงพูดเสียงดัง

แอ๊ด

หยู่เฟ่ยหยานเดินเข้ามา และเห็นว่ามินโฮดูกระวนกระวายแปลกๆ

เธอยกของที่อยู่ในมือให้มู่เหลียงดู

“มู่เหลียง กลุ่มพ่อค้าที่มาถึงต้องการเอาผลึกนี้มาแลกกับของในถนนการค้า”

“เอ้านี้มันแก้วไม่ใช่หรอ”

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นและรับก้อนผนึกแก้วมา

เขาพลิกดูผลึกแก้วทุกมุมและพูดขึ้นเบาๆ

“จากที่ดูแล้วมันก็ไม่ต่างจากแก้วซักเท่าไร”

“แก้ว? หมายถึงของที่มู่เหลียงเคยบอกให้ทำก่อนหน้านี้รึป่าว?”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอได้รับมอบหมายให้เอาหินมาบดจนเป็นทราย และเอาไปอบด้วยความร้อนสูง จนทรายหลอมละลายกลายเป็นผลึกโปร่งแสง

“ใช่ พวกเขาได้บอกไหมว่าเอาสิ่งนี้มาจากไหน”

มู่เหลียงถามต่อด้วยความสงสัย

การจะสร้างแก้วได้อย่างน้อยก็ต้องมีเครื่องมือหรือวิทยาการที่สร้างเตาความร้อนสูงเพื่อหลอมทรายได้

“ไม่รู้ พนักงานขายบอกว่าเขาเอามาแลกกับหมี่สองถ้วย”

หยู่เฟ่ยหยานพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ไม่พอใจเท่าไร

“กลับไปบอกพวกเขาว่า หากต้องการซื้อขายก็ใช้ได้แค่ผลึกสัตว์อสูรเท่านั้น”

มู่เหลียงส่ายหัวพร้อมกับส่งผลึกแก้วคืน

และพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“สิ่งนี้ไร้ค่า ประกาศบอกทุกคนที่ทำงานในถนนการค้าว่ามีเพียงผลึกสัตว์อสูรที่ใช้แลกเปลี่ยนเป็นหลักเท่านั้น”

ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้อาหารถือว่าเป็นของล้ำค่า มีเพียงผู้ที่ไม่ขาดแคลนอาหารเท่านั้นที่อยากจะได้แก้วพวกนี้

แม้ว่านี้จะเป็นผลึกแก้วจริง แต่มู่เหลียงก็ไม่ได้ชอบเท่าไร ไม่ใช่ว่ามันไม่สวย แต่เขาไม่สามารถหาทางใช้งานมันได้จริงๆ

“เข้าใจแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานพยักหน้ารับ

ก็อกๆ

มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง

“ท่านมู่เหลียง มีเรื่องมารายงานค่ะ”

เสียงของหยางปิงดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษหนึ่งแผ่น

“ว่าไงมีข่าวอะไรจากลี่เยว่บ้าง”

มู่เหลียงรับกระดาษมาและอ่านทันที

“ค่ะ”

หยางปิงพยักหน้า

เมื่อกลุ่มคณะพ่อค้าเร่มาถึง ลี่เยว่ได้รับภารกิจให้จับตาดูกลุ่มพ่อค้าเร่นี้

ในกระดาษได้เขียนข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่กลุ่มพ่อค้านี้พูดคุยกัน

หลังจากอ่านจบแล้วมู่เหลียงก็พูดขึ้นอย่างสนใจ

“พวกเขาสนใจแมลงเต่าทองของเราสินะ แปลว่าเราพอจะเพิ่มมูลค่าให้มันได้อยู่”

หิ่งห้อยน้อยเองก็ออกลูกออกหลานออกมาตลอด และด้วยจำนวนมากมันก็พอที่จะแบ่งขายสร้างมูลค่าได้

อย่างไรก็ตามเต่าทองน้อยพวกนี้มีอายุขัยเพียงปีสองปีเท่านั้น และพวกมันต้องกินใบชาเป็นอาหารอีกด้วย

เป็นไปได้ไหมว่าจะขายเต่าทองน้อยพร้อมกับใบชาไปด้วย

จะกลายเป็นการซื้อขายแบบระยะยาว จนเกิดเป็นธุรกิจผูกขาดได้