ในห้องทำงานของมู่เหลียง
มู่เหลียงกำลังนั่งครุ่นคิดอยู่กับระบบการศึกษาของเมืองเต่าทมิฬ และคิดหาหนทางที่จะทำให้มันสมบูรณ์ที่สุด
คิดไปก็บ่นกับตัวเองไป
“งานนี้มันหนักหัวจริงๆ”
มู่เหลียงเอื้อมมือไปสัมผัสกับถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ และก็รู้ว่าน้ำชานั้นหมดุถ้วยแล้ว อีกทั้งใบชาสำหรับทำน้ำชาก็หมดแล้วด้วย
มินโฮเองกำลังพามิอาเดินไปรอบๆ เมืองเต่าทมิฬ ซึ่งทำให้ไม่มีใครมาดูแลมู่เหลียงในช่วงเวลานี้
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา”
มู่เหลียงวางถ้วยชาลงและพูดขึ้น
เอี๊ยด
เว่ยหยูหลันเปิดประตูและเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ
เธอมองไปยังโต๊ะทำงานของมู่เหลียงและพูดขึ้น
“นายท่านมู่เหลียง ท่านเยี่ยลี่ยี่มารายงานผลประกอบการ”
“ให้เธอเข้ามา”
มู่เหลียงตอบอย่างสบายๆ
“เจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันเดินถอยออกไป ไม่นานเยี่ยลี่ยี่ก็เดินเข้ามา และคำนับให้
“ท่านมู่เหลียง”
มู่เหลียงวางปากกาลงและถามอย่างสุขุม
“ที่ร้านหนังสือเป็นเช่นไรบ้าง”
“เมื่อวานนี้หนังสือโกลาหลทั้งสามสิบเล่มถูกขายออกไปหมดแล้ว”
เยี่ยลี่ยี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูมีความสุข
เธอถือถุงผ้าใบใหญ่มาด้วย และนำไปวางบนโต๊ะทำงานของมู่เหลียง
“นี้คือผลึกสัตว์อสูรที่ได้จากการขายหนังสือ เป็นผลึกสัตว์อสูรชั้นต้นระดับสูงสามพันก้อน”
“ขอบใจมากสำหรับความขยันของเธอ”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย
ผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดนี้ตีเป็นแต้มวิวัฒนาการได้ถึงสามล้านแต้ม
“ท่านมู่เหลียง ในวันนี้จะมีหนังสือมาจัดวางใหม่ที่ร้านอีกสามสิบเล่ม”
เยี่ยลี่ยี่รายงานต่อ
“หลังจากนี้ลดจำนวนการตีพิมพ์หนังสือลง ไม่จำเป็นต้องพิมพ์หนังสือโกลาหลจำนวนมากอีก”
มู่เหลียงส่ายหัวและพูดต่อ
“ไม่นานกำลังซื้อจะลดลง และขายไม่ดีอีกเลย”
“เอ๋…แต่ทำไมล่ะ”
เยี่ยลียี่ถามด้วยแววตาที่สงสัย
หลังสือสามสิบเล่มเมื่อวานยังขายหมดในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน
“หนังสือเป็นสินค้าหรูหรา และใช่ว่าทุกคนจะซื้อได้”
มู่เหลียงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะและพูดด้วยน้ำเสียงที่เสียดาย
“ในไม่ช้าจะมีพวกลอกเลียนแบบขายเต็มไปหมด ซึ่งไม่มีทางหลีกเลี่ยง”
แม้ว่ามู่เหลียงจะไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่เขาก็รู้ว่ามีพวกลูกค้าที่คิดจะใช้กำลังของตระกูลหรือครอบครัวตัวเองคัดลอกผลงานของเขา และนำออกขาย
ด้วยการซื้อครั้งเดียว พวกเขาก็สามารถสร้างสำเนาได้และขายได้ในราคาที่ถูกลง
“เข้าใจแล้ว”
เยี่ยลียี่พยักหน้าและเข้าใจสิ่งที่มู่เหลียงพูด
เพราะเมื่อวานคนที่เข้ามาซื้อหนังสือนั้นไม่ใช่คนธรรมดาสักคน เธอเองก็เห็นกับตา
“แล้วมีอะไรเพิ่มเติมอีกไหม”
มู่เหลียงถามต่อ
“หมดแล้วค่ะ”
เยี่ยลียี่ส่ายหัวและพูดเบาๆ
“ถ้างั้นขอตัวกลับไปทำงานต่อแล้ว”
“ตามสบายเลย”
มู่เหลียงพูดอย่างเป็นกันเอง และหยิบปากกาขึ้นมาขีดเขียนต่อ
เยี่ยลี่ยี่เหลือบมองมู่เหลียงก่อนที่จะเดินถอยออกไปจากห้องอย่างเงียบๆ
เว่ยหยูหลันเดินกลับเข้ามา พร้อมกับกาน้ำชาที่ชงมาใหม่ และรินใส่ถ้วยชาให้มู่เหลียง
หลังจากเติมน้ำชาแล้ว เธอก็ถอยเดินออกไป และปิดประตูห้องอย่างเบามือ
“เธอมีไหวพริบดีจริงๆ”
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนที่ความรู้สึกเย็นซาบซ่านจะแผ่ไปถึงหัวของมู่เหลียง ทำให้จิตใจปลอดโปร่งขึ้น
และมู่เหลียงก็ยื่นมือไปหยิบถุงผลึกสัตว์อสูรมา และเปลี่ยนทั้งหมดให้กลายเป็นแต้มวิวัฒนาการ
“แต้มขนาดนี้สามารถเปลี่ยนสัตว์อสูรเลี้ยงเป็นระดับ 7 ได้สามตัวแล้ว..”
มู่เหลียงรู้สึกลังเลไม่น้อย เพราะเขากำลังคิดว่าจะเก็บแต้มเอาไว้ให้ครบสิบล้านแล้วเพิ่มระดับให้กับเต่าทมิฬน้อยก่อนดีหรือไม่
หากว่าพื้นที่บนหลังของเต่าทมิฬน้อยขยายใหญ่ขึ้นก็จะยิ่งสามารถรองรับคนได้มากขึ้นด้วย
แล้วทันใดนั้นอยู่ๆ มู่เหลียงก็ยิ้มออกมาที่มุมปาก
และพูดลอยๆ ออกมา
“กลับมาจนได้สินะ”
……
ที่ด้านล่างประตูเทียนเหมิน
ผู้คนจำนวนมากจากเมืองเซิงหยางกำลังรวมตัวกันเข้าแถว และส่วนใหญ่ก็กำลังเจรจาลังเลที่จะซื้อบัตรผ่านขึ้นเมืองดีหรือไม่
แต่ก็มีคนที่ไม่คิดจะขึ้นและรอซื้อของต่อจากคนที่ขึ้นไปบนถนนการค้า ทำให้หน้าประตูเทียนเหมินนั้นครึกครื้นอย่างมาก
“สหาย วันนี้มีมันเผามาขายอีกไหม ฉันขอซื้อในราคาดั้งเดิมนะ”
มีคนเดินเข้ามาทักชายหัวล้านที่พึ่งออกมาจากป้อมประตูเทียนเหมิน แต่ชายหัวล้านนั้นกลับพูดอย่างไม่ใยดี
“ไปเลยไป ฉันยืนรอเข้าแถวต้องนานกว่าจะได้ซื้อ หากอยากได้ก็ต้องจ่ายเพิ่มไม่มีขายราคาเดิมหรอก”
ชายที่เข้าไปขอซื้อมันเผาถึงกับร้องออกมา
“เพิ่มราคางั้นหรอ? แบบนี้ฉันคงต้องขึ้นไปซื้อด้วยตัวเองแล้วสิ”
ชายคนนั้นเม้มปากด้วยความรู้สึกเสียดายก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
และทุกคนก็ได้แต่ตกตะลึงกับภาพที่เห็น ใบหน้าของพวกเขาแสดงออกถึงความหวาดกลัวสุดๆ
“แย่แล้ว!! มีฝูงสัตว์อสูรมาทางนี้ รีบหนีเร็ว!!”
“นั้นมันฝูงหมาป่าจันทรา!! มันกำลังมาทางนี้!”
“หนีเร็วเข้า!! ในฝูงมีราชาหมาป่ามาด้วย!”
ที่นอกป้อมเทียนเหมินตอนนี้ทุกคนต่างหนีกันจ้าละหวั่น และรีบกลับเข้าไปในเมืองเซิงหยาง
มีสองสามคนที่พยายามจะหนีเข้าไปในป้อมเทียนเหมินโดยยอมที่จะจ่ายค่าบัตรผ่านขึ้นมาทันที เพื่อหนีขึ้นไปบนเมืองเต่าทมิฬ
บรู๊ว!!!
ไม่ไกลจากเต่าทมิฬ หมาป่าจันทราตัวใหญ่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับฝูงของมัน การเคลื่อนตัวของฝูงหมาป่าจันทรานั้นเหมือนกับคลื่นที่กำลังถาโถมเข้าฝั่ง มันเป็นภาพที่ดูแล้วน่าเกรงขามอย่างมาก
ราชาหมาป่าวิ่งไปด้านหน้า ด้วยขนาดตัวที่สูงใหญ่ถึง 3 เมตร และลำตัวยาว 5 เมตรขนตามร่างนั้นขาวดุจหิมะ และพริ้วไหวไปตามแรงลม มันมีรัศมีของราชาอย่างมาก
หมาป่าตัวอื่นๆ ก็ต่างหวาดกลัวต่อราชาหมาป่าตัวนี้ และส่งเสียงร้องเห่าหอนที่ดูเคารพยำเกรงต่อราชาหมาป่า
บรู๊วว!
นัยน์ตาของราชาหมาป่านั้นแสดงถึงความคิดบางอย่างก่อนที่มันจะเริ่มชะลอตัวช้าลงเมื่อเข้าใกล้กับเต่าทมิฬ
“ดูเหมือนว่าพวกมันจะหยุดแล้ว”
ในเมืองเซิงหยางนั้น หลี่เอ๋อกู่เฝ้ามองทุกอย่างอยู่บนกำแพงเมืองด้วยความระมัดระวัง
หากว่าหมาป่าจันทราฝูงนี้โจมตีเมืองเซิงหยางจริงๆ เขาก็พร้อมที่จะเข้าสกัดทั้งฝูง
แต่หากว่าหมาป่าฝูงนี้โจมตีเมืองเซิงหยางเขาจะแค่เฝ้าดูเฉยๆ
“ดูนั้นพวกหมาป่านิ่งไปแล้ว ทำไมพวกมันถึงเป็นแบบนั้น?”
เหล่าชาวบ้านที่หนีตายเข้าเมืองก็ต่างชะเง้อหน้าขึ้นมามองดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้และหวาดกลัว
แต่สิ่งที่เห็นคือฝูงหมาป่าหยุดลงที่หน้าป้อมเทียนเหมิน และมองดูสัตว์อสูรยักษ์ใหญ่ราวกับกำลังรออะไรบางสิ่ง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“หรือมันกลัวสัตว์อสูรโบราณ?”
….
ฟิ้วว!!
มู่เหลียงร่อนลงมาจากท้องฟ้าปรากฏตัวต่อหน้าราชาหมาป่าจันทรา ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
เขามองไปยังหมาป่าจันทราที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ ตอนนี้มันได้เป็นราชาของฝูงแล้ว
มู่เหลียงหัวเราะอย่างชอบใจและพูดขึ้น
“เก่งมากที่รู้วิธีกลับมา”
บรู๊ว!
ราชาหมาป่าหอนรับ
มู่เหลียงลูบไปที่หัวของราชาหมาป่าอย่างเอ็นดู ราชาหมาป่าเองก็ทำเสียงออดอ้อนออกมา ด้วยความรู้สึกดี
“ฮ่าๆๆ เด็กดี”
มู่เหลียงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และใช้มือเล่นหัวของราชาหมาป่าอย่างมันมือ
“นั้นใครกัน ทำไมเขาถึงดูคุ้นเคยกับราชาหมาป่าแบบนั้น”
“หรือว่าราชาหมาป่าจันทราจะเป็นสัตว์เลี้ยงของเขา?”
ฝูงชนเริ่มมุงดูมากขึ้นด้วยความประหลาดใจและเริ่มพูดกันไปต่างๆ นาๆ
มู่เหลียงเกาไปที่คางของราชาหมาป่า และเขาต้องพยายามห้ามใจไม่ให้เกาหรือลูบตัวมัน ไม่งั้นเขาคงไม่ได้ไปไหนแน่
“แกจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสินะ”
มู่เหลียงถามพร้อมกับตบไปบนตัวของราชาหมาป่า
โฮ่ง!
ราชาหมาป่าเห่าออกมาพร้อมกับพยักหน้า
“ดี…ดี ทั้งหมดนี้เป็นฝูงของแกเลยรึป่าว”
มู่เหลียงถามพร้อมกับมองไปที่ด้านหลังของราชาหมาป่า
โฮ่ง!
ราชาหมาป่าจันทราเห่าตอบกลับมาก่อนที่จะหอนขึ้น
แล้วตอนนั้นเองหมาป่าจันทราทั้งหมดก็เริ่มหอนตาม และหมอบลงกับพื้นราวกับกำลังคำนับให้กับมู่เหลียง
บรู๊ว!!!
ราชาหมาป่าจันทราเห่าหอนอีกสองสามครั้ง เป็นการสื่อสารกับฝูงของมัน และบอกให้เชื่อฟังคำพูดของมู่เหลียงไม่ต่างจากที่เชื่อในตัวมัน
“ดีมาก”
มู่เหลียงรู้สึกพึงพอใจ
ตอนนี้เขาได้กองกำลังไว้ปกป้องเมืองแล้ว
มู่เหลียงมองไปยังฝูงหมาป่าจันทราที่ด้านหลังของราชาหมาป่า มีหมาป่าจันทราธรรมดาสามสิบตัว และหมาป่าจันทราตัวน้อยอีกแปดตัว
“ลำบากแย่เลยแบบนี้”
หลังจากตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว มู่เหลียงก็รู้สึกได้เลยว่าเขามีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว
เขาครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะสื่อสารผ่านกระแสจิตกับราชาหมาป่า
“ฉันจะแบ่งพื้นที่ให้พวกแกอยู่อาศัย พวกแกมีอิสระที่จะออกล่า แต่ฝูงของแกยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในเมืองชั้นใน มันอาจจะสร้างความลำบากให้กับผู้อื่น”
โฮ่ง!
ราชาหมาป่าจันทราเห่าตอบสองครั้ง
“เต่าทมิฬน้อย เอาหางลงมาหน่อย”
มู่เหลียงสื่อสารไปหาเต่าทมิฬ
และเต่าทมิฬน้อยเองก็รับรู้ได้ในทันที ก่อนที่หางอันใหญ่โตของมันจะลดระดับลงมาถึงพื้นดิน
“ขึ้นไปอยู่บนหางของเต่าทมิฬน้อยก่อน”
มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปบอกราชาหมาป่า
บรู๊ว!
ราชาหมาป่าจันทราหอนก่อนที่จะนำฝูงของมันขึ้นไปบนหางเต่าทมิฬ
มู่เหลียงเองโดดขึ้นไปขี่บนหลังของราชาหมาป่าจันทรา และซึมซับประสบการณ์ขี่หมาป่าครั้งแรก
ภายใต้การนำของมู่เหลียงราชาหมาป่าจันทราก็ได้รับพื้นที่อยู่อาศัยที่รอบนอกของเมือง เพื่อไม่ให้ชาวเมืองแตกตื่นกับฝูงหมาป่า
มู่เหลียงเองสร้างป้อมปราการไว้ที่ส่วนหางของเต่าทมิฬเหมือนกันแต่ยังไม่ได้ส่งใครมาประจำการ ทำให้มันกลายเป็นที่อยู่อาศัยของหมาป่าจันทรา
พวกมันสามารถลงไปจากหางของเต่าทมิฬได้ตามทางที่สร้างขึ้นทำให้พวกมันออกไปล่าอาหารเองได้
มู่เหลียงลูบหัวของราชาหมาป่าและพูดกับมัน
“พวกแกอาจจะต้องอยู่อย่างลำบากไปพักหนึ่ง แต่เมื่อไรที่เต่าทมิฬน้อยโตขึ้น ที่อยู่ของพวกแกจะใหญ่ขึ้นด้วย”
บรู๊ว!
ราชาหมาป่าเห่าหอน และเชื่อฟังมู่เหลียงอย่างมาก
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved