ภายในเมืองเซิงหยาง
หนี่จี๋ชานำหน่วยของเธอติดตามเฟ่ยฉี๋ด้วยสีหน้าหดหู่
เธอได้กลิ่นมันเผาตลอดเวลา ทำให้รู้สึดหงุดหงิดมาก ถ้าเธอรู้แบบนี้คงกินมันตั้งแต่อยู่เมืองเต่าทมิฬแล้ว
ตุบๆ
เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมชายในชุดคลุมดำกระโดดลงมาด้านข้างพร้อมกับทำความเคารพต่อเฟ่ยฉี๋
“นายท่านเฟ่ยฉี๋ มีคนแหกคุกใต้ดินออกไปขอรับ”
ชายในชุดคลุมดำกล่าวด้วยเสียงที่จริงจัง
“นักโทษที่หนีไปคือใคร…”
เฟ่ยฉี๋ขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินและถามต่อ
“หยางปิง”
ชายในชุดคลุมดำรายงาน
“ชื่อนี้ฟังดูคุ้นๆ”
เฟ่ยฉี๋นั้นขมวดคิ้วคิด
“....”
ตอนนั้นเองที่รูม่านตาของหนี่จี๋ชาหดเล็กลง และเม้มริมฝีปากแน่น
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าใครเป็นคนทำ ถ้าไม่ใช่พวกเพื่อนของหยางปิงก็ไม่มีใครทำเรื่องแบบนี้อีกแล้ว
แต่สิ่งที่หนี่จี๋ชาคาดไม่ถึงคือกลุ่มเพื่อนของหยางปิงนั้น แข็งแกร่งพอที่จะฝ่าด่านแหกคุกเข้ามาช่วยหยางปิงออกไปเลยยังงั้นหรอ
แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยหยางปิงออกไปได้
หนี่จี๋ชารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก และไม่รู้สึกผิดกับตัวเองที่ต้องใช้ชีวิตของเพื่อนมาเป็นเครื่องสังเวยในแผนของเธอ
“ท่านเฟ่ยฉี๋ หยางปิงเป็นผู้ทรยศที่หลบหนีไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน”
หนี่จี๋ชาก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับรายงานทันที
“หน่วยของฉันจับได้เมื่อสองสามวันก่อน แต่ต้องการให้นายท่านมาตัดสิน แต่ไม่คิดว่าเธอจะหลบหนีออกไปได้”
“อ่อ…จำได้แล้ว”
เฟ่ยฉี๋พยักหน้า
ก่อนที่จะหันไปมองหนี่จี๋ชาและคนอื่นๆ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
“แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะให้พวกมันมีชีวิตอยู่แล้ว เธอก็น่าจะรู้…”
“....”
หนี่จี๋ชานั้นก้มหน้าลง และไม่กล้าสบตากับเฟ่ยฉี๋
เธอรู้สึกว่าเฟ่ยฉี๋นั้นรู้ความจริงอะไรบางอย่างจากการจ้องมองเธอ และทำให้หนี่จี๋ชารู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
“ไปตามล่ามัน ส่งคนของแกออกไป”
เฟ่ยฉี๋นั้นโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
เขาไม่คิดว่าหน่วยดัดแปลงของเขาจะไม่สามารถตามล่าผู้ติดเชื้อเพียงคนเดียวได้
ตอนนี้เฟ่ยฉี๋คงต้องส่งหน่วยศพมายาออกไปจัดการและเก็บกวาดทุกอย่าง
“รับทราบ”
ชายในชุดคลุมดำขานรับและเดินจากไป
“พวกแกก็ไปด้วย”
เฟ่ยฉี๋กล่าวออกมาเบาๆ
ในมือของเขายังมีมันเผาอยู่ และตัดสินใจว่าจะกลับไปที่บ้านก่อนแล้วจะส่งพวกศพมายาออกไปจัดการผู้ทรยศไม่ให้ข้อมูลของเมืองรั่วไหล
โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ที่นอกกำแพงเมืองมีกองกำลังของผู้มีพลังขั้น 8 อยู่
“รับทราบ”
หนี่จี๋ชาตอบอย่างเคารพ
และมองดูเฟ่ยฉี๋พุ่งทะยานหายไป ในขณะที่หมัดของเธอนั้นกำจนแน่น
หนี่จี๋ชาไม่กล้าปล่อยจิตสังหารออกมา หรือแสดงความไม่พอใจเมื่ออยู่ต่อหน้าเฟ่ยฉี๋
หากว่าเขาสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงของเธอ มันอาจจะไปกระตุ้นความสงสัยให้กับเขาได้ และอาจจะถึงขั้นที่เธอถูกเฟ่ยฉี๋ลอบวางยาพิษ
“หัวหน้า…แล้วเราจะเอายังไงต่อ”
ลูกน้องของหนี่จี๋ชาถามขึ้นด้วยความกังวลใจ
“โถ่เว้ย! มันเผาของพวกเรา”
ลูกน้องอีกคนสบถอย่างไม่พอใจ
“ไม่ต้องคิดมาก เราคงมีโอกาสอีก”
หนี่จี๋ชาตอบพร้อมกับเม้มริมฝีปาก และให้กำลังใจทุกคน
ลูกน้องในหน่วยของเธอนั้น ล้วนรู้ความจริงทุกอย่าง และอยากจะล้างแค้นเช่นเดียวกัน
“ใช้ฉันเถอะ อีกประมาณ 35 วัน ฉันก็คงเปลี่ยนเป็นผีมายาแล้ว”
ลูกน้องอีกคนพูดด้วยเสียงที่ต่ำลง
ลูกน้องของหนี่จี๋ชาคนนี้จะแกล้งเป็นผู้ทรยศ ภายในเวลา 15 วัน และจะยอมถูกจับในอีก 5 วัน
หลังจากนั้นเธอมีเวลาอีก 10 วัน พอที่จะลงมือตามแผน และจบชีวิตลงด้วยการกลายเป็นผีมายา
“....”
หนี่จี๋ชาขบฟันแน่น พร้อมกับพยักหน้าด้วยแววตาเศร้าสร้อย
สำหรับหนี่จี๋ชาเหลือเวลาอีกหนึ่งปี ก่อนที่จะกลายเป็นผีมายา ในช่วงเวลาหนึ่งปีนั้นเธอจะต้องฆ่าเฟ่ยฉี๋ให้ได้
“อย่าเศร้าไปเลยหัวหน้า ฉันไม่อยากเป็นปีศาจแบบนั้นเหมือนกัน”
ลูกน้องคนเดิมพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
ก่อนที่ลูกน้องคนนี้จะลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วพูดขึ้น
“งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปเมืองเต่าทมิฬกันเถอะ และไปซื้อมันเผากัน”
“ดี งั้นพรุ่งนี้เราจะไปเมืองเต่าทมิฬ และไปซื้อมันเผากัน”
หนี่จี๋ชาพูดอย่างจริงจัง
เธอต้องการที่จะเติมเต็มความปรารถนาสุดท้ายให้กับลูกน้องของเธอ ต่อให้ทำอะไรก็ตามหากมันไม่มากเกินไปเธอก็จะทำให้
“ใช่แล้ว หัวหน้าเจ๋งที่สุด!”
ลูกน้องคนเดิมวิ่งเข้าไปกอดหนี่จี๋ชา
“....”
หนี่จี๋ชานั้นรู้สึกสั่นไหวที่หน้าอก และรู้ว่าแท้จริงแล้วลูกน้องของเธอกำลังร้องไห้อยู่
มีใครเล่าไม่กลัวความตาย? คนที่ไม่กลัวตายไม่มีอยู่จริงหรอก
แต่เพราะจนหนทางพวกเขาถึงต้องยอม
“ไปกันเถอะ กลับไปพักผ่อนก่อน”
หนี่จี๋ชาสบตากับลูกน้องของเธอที่เหลือ
และหันกลับไปยังลานกว้างเล็กๆ ที่เป็นพื้นที่อยู่อาศัยในเมืองชั้นใน มันคือที่พักของทุกคน
ตั้งแต่ถูกพาตัวมายังเมืองเซิงหยาง ทั้งหมดก็อยู่ด้วยกันมาตลอด ทั้งฝึกฝนและทำภารกิจด้วยกันหลายต่อหลายครั้ง ทุกคนรู้สึกไม่ต่างจากพี่น้อง
เฟ่ยฉี๋นั้นกลับมายังบ้านของตัวเองพร้อมกับมันเผาในมือ แต่เมื่อมาถึงเฟ่ยฉี๋ก็ถึงกับคิ้วขมวด เพราะประตูบ้านถูกเปิดออกอย่างผิดปกติ
เขาจำได้ว่าก่อนออกไปไม่ได้สั่งให้ใครเข้ามาทำความสะอาด
แล้วทำไมประตูถึงเปิดแบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้นคนส่วนใหญ่ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาในอาณาเขตบ้านของเขา และไม่ต้องพูดถึงตัวบ้านหลักของเขาเลยด้วยซ้ำ
“....”
เฟ่ยฉี๋รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบเดินเข้าไปในบ้านทันที และเห็นว่าในบ้านของเขาถูกรื้อค้นกระจัดกระจายไปหมด
เฟ่ยฉี๋โมโหและโกรธอย่างสุดขีด จนอยากจะทำลายทุกอย่าง
“ใครกัน!!!”
เฟ่ยฉี๋ร้องตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด
มีคนกล้าเข้ามาขโมยของในบ้านของเขา และเอาเอกสารวิจัยสำคัญของเขาไปบางส่วนด้วย
และยังเอาแมลงตัวเล็กๆ ที่เขากำลังจะทดลองปลูกถ่ายพิษให้กับพวกมันอีกด้วย
แผนงานทั้งหมดของเขานั้นพังลงทันที
“มันอาจจะเป็นสายลับจากเมืองใหญ่ หรือว่าเรื่องของศพมายาถูกเปิดเผย?”
เฟ่ยฉี๋คิดไปต่างๆ นาๆ
“ไม่! ยังไงก็ต้องรีบตามหาหัวขโมยก่อน!”
เขากุลีกุจอไปยังลานกว้างหน้าบ้าน เพื่อจะหาศพมายาสักตัวที่มีพลังในการติดตามหัวขโมยได้
…..
หนี่จี๋ชาพาหน่วยของเธอกลับมายังเมืองชั้นใน และได้ยินเสียงร้องที่เกรี้ยวกราดของเฟ่ยฉี๋ดังขึ้น
“นั้นมันอะไร”
เสีนงคำรามนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นอย่างมาก
“มันเกิดอะไรขึ้นกับปีศาจตัวนั้น”
หนึ่งในลูกน้องของหนี่จี๋ชาถามขึ้น
“ให้เดานะ มันคงทำมันเผาตกพื้น”
ลูกน้องอีกพูดขึ้น พร้อมกับสาปแช่งอย่างขุ่นเคือง
“ฮะๆ”
ทั้งหมดอยู่ๆ ก็หัวเราะคิกคักกัน
“เป็นไปได้นะ”
“อยากไปดูไหม?”
หนี่จี๋ชาขมวดคิ้วและคิดหนักว่าจะไปหรือไม่ไปดี
ก่อนที่เธอจะส่ายหัวและพูดขึ้น
“ช่างมันเถอะ อย่าไปที่นั้นเลย ไม่งั้นอาจจะโดนเฟ่ยฉี๋ฆ่าเพื่อระบายความโกรธได้”
“จริงด้วย ไอ้สารเลวนี้ อยู่ๆ มันอยากทำอะไรก็ทำ”
ลูกน้องของเธอพยักหน้าเห็นด้วย
“หรือว่ามีคนขโมยของของเขาไป?”
“ไม่มีทาง จะมีใครกล้าเข้าไปขโมยของในบ้านของเฟ่ยฉี๋”
“พอหยุดพูดได้แล้ว”
หนี่จี๋ชาดุลูกน้องของเธอ ให้หยุดพูดเพราะมันอาจจะหาเรื่องใส่ตัวได้
เธอพาทุกคนไปยังลานแห่งหนึ่ง ที่มีกระท่อมอยู่หลายหลัง ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มแยกย้ายกลับไปพักตามห้องของตัวเอง
เอี๊ยด
เสียงประตูเปิดออกหนี่จี๋ชาเดินเข้าห้องมาและรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
บนที่นอนของเธอนั้นมันยุบตัวผิดรูปเหมือนมีคนกำลังนั่งอยู่
เธอค่อยๆ ปิดประตูอย่างใจเย็น และเกร็งหน้าขาของเธอพร้อมที่จะเตะกวาดออกไป
“ฉันเอง”
แล้วตอนนั้นร่างของหยางปิงก็ปรากฏขึ้นบนเตียงของหนี่จี๋ชา
เพราะเธอพึ่งจะรู้เกี่ยวกับภารกิจเล็กน้อย ทำให้เธอขอแยกตัวออกมาจากลี่ลี่กับลี่เยว่
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่!”
หนี่จี๋ชาพูดด้วยสีหน้าตกใจ
“ฉันมาที่นี่เพื่อมาคุยกับเธอโดยเฉพาะ”
นัยน์ตาสีม่วงของหยางปิงนั้นจ้องมองหนี่จี๋ชาอย่างจริงจัง
“ต้องการอะไรอีก”
หนี่จี๋ชาเหลือบมองไปยังหน้าต่าง
ก่อนที่จะลดระดับเสียงลง
“เวลานี้เมืองเซิงหยางอันตรายกว่าที่คิด รีบพาพวกเพื่อนของเธอหนีไปจะดีกว่า”
หยางปิงลุกขึ้นพร้อมกับพูดอย่างขึงขัง
“เพราะงั้นฉันถึงจะมาชวนเธอไปด้วย”
“หยางปิงเธอพูดเรื่องไร้สาระอะไรอีก! ฉันจะไปได้ยังไง ฉันยังไม่ได้ล้างแค้นเลยด้วยซ้ำ”
หนี่จี๋ชาปฏิเสธทันที
“ฉันพบวิธียืดระยะเวลากัดกินของโรคผีมายาได้แล้ว”
หยางปิงพูดอย่างจริงจัง
“ไม่มีทาง ฉันไม่เชื่อเธอหรอก”
หนี่จี๋ชาส่ายหัว และรู้สึกว่าหยางปิงนั้นกำลังหลอกให้เธอหนีออกไปจากเมืองเซิงหยางด้วย
“งั้นเธอเคยได้ยินเรื่องดอกปีกนางฟ้าไหม”
หยางปิงเปลี่ยนไปยิงคำถามแทน
หนี่จี๋ชาเมื่อได้ยินก็ถึงกับถามกลับด้วยท่าทางประหลาดใจ
“อย่าบอกนะ….ว่าเธอรู้ที่อยู่ของมัน”
“ใช่”
หยางปิงตอบพร้อมกับพยักหน้า
แม้ว่ายังไม่ได้เห็นกับตา แต่เพื่อนของเธอไม่ใช่คนโกหก
“ฉันอยากจะเห็นของจริงก่อน”
หนี่จี๋ชาพูดพร้อมกับขบฟันแน่น
ไม่มีทางที่เธอจะละทิ้งความพยายามที่ทำมาโดยตลอด เพียงคำพูดประโยคเดียว
ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ลูกน้องและเพื่อนของเธอทุกคนจะรอด
“งั้นฉันจะพาเธอไปดู”
หยางปิงพูดขึ้นก่อนที่จะเดินไปตรงหน้าต่าง
“ฉันจะไปรออยู่ที่นอกเมือง”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved