ตุบๆๆ
เสียงฝีเท้าดังขึ้น
“นายท่าน เจ้าเมืองคนอื่นตอนนี้กำลังรวบรวมผลึกสัตว์อสูรจำนวนมากอยู่”
หว่านเอ่อตู้ได้รับฟังรายงานจากสายสืบของเขาที่ส่งออกไปเมื่อครู่
เขาเงยหน้าขึ้นและมองไปยังหญิงสาวลึกลับที่อยู่ตรงหน้า
“พวกเขาซื้อขายต้นอ่อนไปกี่ต้น”
หว่านเอ่อตู้ถามพร้อมกับขมวดคิ้วอย่างตึงเครียด
เขาไม่คิดว่าเจ้าเมืองคนอื่นจะยอมแลกเปลี่ยนซื้อขายเหมือนกัน โดยที่ไม่บอกเขาก่อน
“น้อยสุดคือ 100 ต้น มากสุด 200 ต้น”
หยู่ฉินหลายตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนือกว่า
“แล้วเธอมีกี่ต้น”
หว่านเอ่อตู้ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และตัดสินใจที่จะซื้อต้นอ่อนจากหยู่ฉินหลาน
เขาต้องการเอาต้นอ่อนมาปลูกและเอาไปแลกเปลี่ยนกับเมืองเซิงหยาง ทีนี้เขาก็จะได้รับผลึกสัตว์อสูรกลับมาจำนวนมาก
หว่านเอ่อตู้เองไม่คิดว่าเจ้าเมืองคนอื่นจะมีแผนการเดียวกับเขา
“ต้นอ่อนสามร้อยต้น”
หยู่ฉินหลานฉีกยิ้มเล็กน้อย
ตอนนี้เธอเข้าใจแผนของมู่เหลียงหมดแล้ว
เจ้าเมืองคนนี้ชอบที่จะหาประโยชน์เข้าตัว และชอบอยู่เหนือคนอื่น
แต่เวลาปกติพวกเขาจะแกล้งทำเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่ออยู่ต่อหน้าขุมอำนาจอื่น และแผนของหัวขโมยคือเข้าไปสร้างความวุ่นวายและแตกแยกระหว่างเจ้าเมืองแต่ละคนด้วยการเสนอขายของเพียงเล็กน้อย
“เอาทั้งหมด และชาประกายแสงด้วย”
หว่านเอ่อตู้พูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ
“ไม่มีปัญหา”
หยู่ฉินหลานนำถุงสัมภาระที่เธอแบกมาด้วยวางลง และหยิบกล่องใบใหญ่ออกมา
ภายในกล่องนั้นเต็มไปด้วยต้นอ่อนที่ถูกจัดเรียนอย่างเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะส่งให้หว่านเอ่อตู้ตรวจสอบ
สีหน้าของหว่านเอ่อตู้ดูผ่อนคลายลง และพูดขึ้น
“ต้นอ่อนพวกนี้อยู่ในสภาพดีทั้งหมด”
“และนี่คือชาประกายแสง อยากลองตอนนี้ก็ทำได้เลย แล้วจะรู้ว่าคุ้มค่าที่ซื้อไป”
หยู่ฉินหลานหยิบกล่องไม้ใบเล็กออกมาอีกใบ พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ราคาชานี้มากกว่าที่เธอเคยซื้อถึงสองสามเท่า
“งั้นขอลองดูเลยแล้วกัน”
หว่านเอ่อตู้รับกล่องไม้มา พร้อมกับเปิดฝาออกและสูดดมกลิ่นก่อนที่จะหยิบใบชาขึ้นมาหนึ่งใบแล้วกินเข้าไป
เขาเคยลองกินชาที่มาจากเมืองใหญ่หลายแห่ง แต่ไม่มีชาไหนดีเท่าชากล่องนี้เลย
แน่นอนว่าราคาของชาประกายแสงนั้นก็สูงกว่าชาชนิดอื่นด้วยเป็นสิบเท่า
“เป็นไงคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปหรือไม่?”
หยู่ฉินหลานยิงคำถามเข้าไปอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มอย่างมีเลศนัย
“แน่นอน”
หว่านเอ่อตู้ยอมรับ
เขากวักมือเรียกคนใช้ของเขา และออกคำสั่งทันที
“ไปเอาผลึกสัตว์อสูรมา”
“ขอรับ”
ไม่นานนักคนรับใช้ก็กลับมาพร้อมกับถุงที่ใส่ผลึกสัตว์อสูรมาเต็มพิกัด
“งั้นหมดธุระแล้ว ฉันไปล่ะ”
หยู่ฉินหลานหลังจากตรวจสอบจำนวนผลึกเรียบร้อยแล้วก็รีบจากไปทันที
แต่เธอไม่ใช่คนที่ถือถุงผลึกสัตว์อสูร เซียวหงได้ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของหยู่ฉินหลาน ก่อนที่เธอจะมัดถุงผลึกไว้กับตัวของเซียวหง และขึ้นขี่มันจากไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเองที่ลี่ลี่เอามือไปสะกิดลี่เยว่
เธอโน้มตัวไปใกล้ๆ และพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา
“เธอกำลังจะกลับแล้ว ถึงเวลาเล่นละครแล้ว”
“ใช่ ถึงเวลา”
ลี่เยว่พูดอย่างเย็นชา
เธอเดินเข้าไปอย่างไร้เสียง และไปดักทางหว่านเอ่อตู้
“ใครกัน!?!”
หว่านเอ่อตู้สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอที่แปลกประหลาด และมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
เขารู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้ๆ แต่มองไม่เห็นตัว
ลี่เยว่จึงพูดขึ้นอย่างเย็นชา
“ไอ้คนทรยศ!! เอาของที่ขโมยมาขายแบบนี้เองสินะ!”
“ใคร ปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
หว่านเอ่อตู้ถือกล่องไม้ด้วยความรู้สึกร้อนรน และถือกล่องไม้อย่างแน่นหนาพร้อมกับถอยไปหลายก้าว
สีหน้าของเขาดูจริงจังขึ้นมาทันที
และสงสัยว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีก
คนทรยศอะไร หรือว่าเจ้าเมืองเต่าทมิฬเป็นคนวางแผนทั้งหมด
ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้หว่านเอ่อตู้ก็ยังไม่เชื่อคำพูดของสตรีลึกลับคนนั้น แต่เมื่อมีของมา เขาถึงยอมซื้อขายด้วย
ทำให้เขาคิดได้ทันที่ว่า เป็นไปได้ไหมเจ้าเมืองเต่าทมิฬจะต้องการเอาทั้งต้นอ่อนพวกนี้และผลึกสัตว์อสูรไปทั้งหมด?
ลี่เยว่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหว่านเอ่อตู้ ด้วยแววตาสีน้ำเงินของเธอ และมองไปยังกล่องไม้ในมือของหว่านเอ่อตู้
“แกเป็นใคร!”
หว่านเอ่อตู้มองดูคนในชุดเกราะด้วยแววตาดุร้าย
“ฉันเป็นหน่วยลับของเจ้าเมือง ได้รับภารกิจตรวจสอบสิ่งของที่หายไปจากเมืองอยู่บ่อยครั้ง”
ลี่เยว่ตอบอย่างไม่แยแส
“แกนะหรอ?”
หว่านเอ่อตู้ไม่อยากจะเชื่อ หน่วยลับตัวเล็กๆ แบบนี้จะไปทำอะไรได้ เขาแค่ต่อยหมัดเดียวก็ตายแล้วมั้ง
แต่ไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงเท็จแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมรับเด็ดขาด
“แน่นอน ว่ายังมีอีกคน อยากจะลองดีไหมล่ะ”
ลี่ลี่ปรากฏตัวขึ้นมาทันที และยืนอยู่ข้างลี่เยว่
เด็กสาวทั้งสองล่องหนเมื่อใดก็ได้ และไม่ได้กลัวผู้มีพลังขั้น 6 เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะหากต้องการจะหนีก็ไม่มีใครตามตัวพวกเธอได้
“....”
หว่านเอ่อตู้ระงับสีหน้าลงทันที และไม่กล้าขยับตัวมาก กลัวว่าจะมีใครซ่อนอยู่อีก
และอาจมีมากกว่าสองคน
ในที่สุดเขาก็ไม่กล้าเสี่ยงทำอะไร หากมีเจ้าเมืองคนอื่นอยู่ด้วย เขาจะตกเป็นเป้าทันที
“ถ้าจะไปจับหัวขโมยก็จับไป ของพวกนี้ฉันซื้อมาแล้ว”
หว่านเอ่อตู้พูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“และคงไม่มีวันที่จะมอบมันให้ใครทั้งสิ้น เว้นแต่จะเอาผลึกสัตว์อสูรมาแลก”
เขาถอยหลังอีกก้าวสองก้าว และมองหาใครสักคน ไปตามความช่วยเหลือมา
“ไปเถอะ คนทรยศนั้นยังหนีไปได้ไม่ไกล”
ลี่เยว่ชำเลืองมองหว่านเอ่อตู้ ก่อนที่เธอจะล่องหนหายไปอีกครั้ง
และมีเสียงที่เย็นชาของเธอพูดทิ้งท้ายเอาไว้
“แต่ก็จงสวดมนต์ไว้เถอะ หากการซื้อขายครั้งนี้ทำให้เจ้าเมืองของเราขุ่นเคืองขึ้นมาละก็……สิ่งที่น่ากลัวที่สุดจะเกิดขึ้นกับเมืองนี้”
ลี่ลี่เองก็มองไปยังหว่านเอ่อตู้ด้วยแววตาสมเพช ก่อนที่จะหายตัวไปด้วยเช่นเดียวกัน
ตอนนี้ภารกิจสำเร็จไปแล้วครึ่งทาง
“ขุ่นเคือง….สิ่งที่น่ากลัวจะเกิดขึ้น….”
หว่านเอ่อตู้หรี่ตาลงด้วยความสงสัย
เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปรากฏตัวออกมาเพื่อพูดแค่นี้
เป็นไปได้ไหมว่า นี้อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เจ้าเมืองเต่าทมิฬใช้เป็นข้ออ้างบุกค้นเมืองสิบขั้น เพื่อหาคนทรยศ
หรือแค่ข้ออ้างเพื่อจะบุกโจมตีเมืองเฉยๆ?
ยิ่งหว่านเอ่อตู้คิดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงความอันตรายที่มากขึ้น
เขาต้องการเรียกประชุมเจ้าเมืองด่วนทันที และหารือเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้
และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
……
หลังจากลี่เยว่และลี่ลี่ออกมาแล้ว ก็เห็นหยู่ฉินหลานยืนรออยู่ไม่ไกล
มันทำให้ทั้งสองรู้สึกโล่งใจที่เห็นว่าหยู่ฉินหลานเป็นห่วงพวกเธอและกลัวว่าทั้งสองจะตกอยู่ในอันตรายเลยเฝ้ายืนรออยู่ไม่ห่าง
“ภารกิจของเราสำเร็จแล้ว”
ลี่เยว่ปลดการล่องหนออก พร้อมกับพูดอย่างแผ่วเบา
“หว่านเอ่อตู้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยแล้ว งั้นเราต้องกลับเลยไหม”
“งั้นกลับกันเถอะ”
หยู่ฉินหลานกล่าวพร้อมกับเดินแบกสัมภาระไป
“ไม่ใช่ว่าเราสองคนต้องสร้างความวุ่นวายไล่จับกันงั้นหรอ? มู่เหลียงไม่ได้บอกอะไรเพิ่มอีกเลยรึ”
ลี่เยว่ถามด้วยความสงสัยเหมือนกัน ไหนถึงจะกลับไปง่ายๆ แบบนี้
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก่อนออกมามู่เหลียงบอกว่าเมื่อขายของเสร็จแล้วให้กลับได้เลย การให้เธอติดตามมานั้นแค่คุ้มกันหลังให้ฉันเฉยๆ”
หยู่ฉินหลานเองก็ถูกเปลี่ยนแผนก่อนที่จะออกมาเหมือนกัน และก็ทำตามที่มู่เหลียงสั่งใหม่ ทำให้ต่างคนต่างได้รับคำสั่งใหม่จากมู่เหลียงทั้งหมด เลยไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนี้ต้องทำอะไร
เพราะแผนมันเปลี่ยนไปแล้ว
(พรุ่งนี้หยุด 1 วันนะครับ)
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved