ตอนที่ 79

ในบรรดากลุ่มคนจากเผ่าพันพฤกษาที่เดินทางมามีผู้นำของกลุ่มเป็นชายวัยกลางคน และมีเด็กหนุ่มติดตามอยู่ไม่ห่าง

“พี่ใหญ่ต้าผู ท่านคิดว่านายท่านกำลังคิดอะไรอยู่”

เด็กหนุ่มถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ท่านต้องการจะแต่งงานกับนายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จริงงั้นหรอ?”

“อะไรอีกละลี่ติง? แกคิดว่าหยู่จูไม่เหมาะสมกับนายท่านตรงไหน?”

ต้าผูหันหน้ากลับไปถามทันที

“ไม่ใช่อย่างงั้น…แค่….ฉันได้ยินมาว่าหยู่จูคนนี้ค่อนข้างจะดุร้าย และเหี้ยมโหด”

ก่อนที่ลี่ติงจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“ฉันเคยได้ยินมาจากพวกทีมนักล่าด้วยนะ ว่าหยู่จูแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ เคยทุบตีคนที่มาขอแต่งงานจนถึงกับพิการกลับไป”

“งั้นก็แปลว่า…นายคิดว่านายท่านของเราจะเอาหยู่จูคนนี้ไม่อยู่สินะ”

ต้าผูหรี่ตาลงและมองไปยังลี่ติง

“ไม่เลย! ถึงหยู่จูจะดุร้ายก็จริง แต่แค่พี่ใหญ่ต้าผูนางก็ไม่อาจจะทำอะไรได้แล้ว”

ลี่ติงส่ายหัวและตอบออกมาทันควัน พร้อมกับรอยยิ้ม

“ฉันก็แค่คิดว่านายหญิงในอนาคตของเผ่า ควรจะงดงามและดูสูงส่งกว่านี้ หากมีนายหญิงที่ดุร้าย อนาคตคงไม่ดีกับพวกเราอย่างแน่นอน”

“ลี่ติงไม่ว่าจะพูดอะไรก็จงคิดทบทวนเสียให้ดีก่อน หากนายท่านรู้เข้า…..คงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง”

ต้าผูเตือนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และมองไปยังลี่ติง

ก่อนที่เขาจะลดน้ำเสียงลงและพูดกระซิบอย่างแผ่วเบา

“นายท่านสนใจสายเลือดของผู้หญิงคนนั้น และต้องการจะสร้างผู้สืบทอดรุ่นต่อไป ส่วนการจะได้ขึ้นมาเป็นนายหญิงหรือไม่นั้น ก็อีกเรื่องหนึ่ง”

หากว่าเผ่าพันพฤกษาใหญ่โตขึ้น น้ำคือปัจจัยสำคัญ เพราะงั้นผู้ตื่นพลังแห่งวารีจะเป็นหัวใจหลัก ต่อให้แหล่งน้ำตามธรรมชาติหมดไป พวกเขาก็ยังคงอยู่ได้อย่างไม่ต้องวิตก

แน่นอนว่าต้าผูนั้นไม่ได้บอกทุกอย่างกับลี่ติง เพื่อไม่ให้แผนลับนี้รั่วไหลออกไป

“แต่นายท่านจะแต่งงานกับหยู่จูอย่างถูกต้องตามประเพณีไม่ใช่งั้นหรอ?”

ลี่ติงถามต่อด้วยความสงสัย เพราะมันต่างกับที่เขาได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง

“ฉันก็ไม่แน่ใจนักหรอก”

ต้าผูได้แต่ส่ายหัวทำเป็นไม่รู้ต่อไป

เขาไม่สามารถพูดไปมากกว่านี้ได้ เรื่องที่จะนำตัวของหยู่จูไปเป็นแค่แม่พันธ์ในการให้กำเนิดผู้ตื่นพลังแห่งวารี

หากว่าเรื่องนี้หลุดออกไปผู้คนในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์คงจะไม่ยินยอมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้หยู่จูเป็นถึงผู้ตื่นขั้น 6 ที่แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยๆ เธอก็สามารถติดอยู่ในห้าอันดับแรกของผู้แข็งแกร่งภายในเผ่า

และหากว่ามีใครมาแตะต้องหรือว่าร้ายหยู่จูมากเกินไป นายท่านของเผ่าพันพฤกษาคงลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้หยู่จูนั้นพอใจ

“งั้นหรอ…”

ลี่ติงนั้นพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะครุ่นคิดอะไรอยู่คนเดียว

ลี่ติงนั้นหัวไว และรู้ความคิดของพี่ใหญ่ของเขาดี และมองออกว่านายท่านของเขาไม่ได้ต้องการของหยู่จูมาเป็นนายหญิงของเผ่า แต่อาจจะมีเหตุผลอื่นแอบซ่อนอยู่

“เอ๋…ทำไมคนจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ถึงมุงอยู่ที่หน้าทางเข้าแบบนี้?”

ต้าผูพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นฝูงชนมากมายที่ทางเข้าค่าย

ที่จริงเขาวางแผนที่จะลักลอบเข้าไปในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ก่อน และช่วยผู้อาวุโสใหญ่วางแผนในการกำราบหยู่จู แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะถูกจัดการได้เรียบร้อยก่อนพวกเขามาถึงเสียอีก

“พี่ใหญ่ต้าผู…ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสของกลุ่มนี้จะมีเล่ห์เหลี่ยมไม่เบา เขาสามารถยึดครองกลุ่มได้ก่อนที่เราจะมาถึงเสียอีก”

ลี่ติงยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย และคิดว่างานนี้ง่ายกว่าที่เขาคิด และแทบจะไม่ต้องออกแรงอะไรเลย

“ระวังตัวเอาไว้จะดีกว่า หยู่จูเป็นถึงผู้ตื่นขั้น 6 ประมาทไม่ได้”

ต้าผูนั้นไม่กล้าประมาทกับสถานการณ์เช่นนี้

หากว่าภารกิจนี้ล้มเหลว มีหวังเขาได้เสียตำแหน่งหัวหน้าทีมนักล่าไปแน่

“ครับ!”

ลี่ติงขานรับด้วยสีหน้าสบายๆ

ต้าผูและลี่ติงได้นำกำลังคนหลายสิบคนเข้าไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

“ยินดีต้อนรับ!! ยินดีต้อนรับ!! ทุกท่านจากเผ่าพันพฤกษา”

ผู้อาวุโสใหญ่ออกหน้ากล่าวทักทายทันที

“ท่านคือ”

ต้าผูถามขึ้นพร้อมกับมองสำรวจชายชราผู้นี้อย่างละเอียด และเห็นว่าที่ชุดและมุมปากของเขาเปื้อนเลือด

“ข้าคือผู้อาวุโสใหญ่ของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

ผู้อาวุโสใหญ่หายจากอาการเวียนหัวทันที ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย และพูดอย่างฝืนๆ

“เวลานี้ทุกคนในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าพันพฤกษา”

“งั้นก็ดี….แล้วหยู่จูอยู่ไหน?”

สีหน้าของต้าผูนั้นเต็มไปด้วยความยินดี ตอนนี้ภารกิจของเขาสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

เขาเพียงพาสองแม่ลูกกลับไปยังเผ่า เขาก็จะได้ตำแหน่งหัวหน้าทีมนักล่าที่ฝันถึงแล้ว

“อยู่ทางนั้น นางผู้นั้นคือหยู่จู”

ผู้อาวุโสผายมือไปทางด้านข้าง ชี้ไปทางสตรีที่งดงามนางหนึ่งที่ยืนอยู่กลางฝูงชน

“ไปกันเถอะ”

ต้าผูนั้นผลัดตัวออกจากผู้อาวุโสใหญ่ทันที และเดินมุ่งหน้าไปหาหยู่จู

เพราะนั้นคือภารกิจหลักของเขา ทำให้คนอื่นๆ ไม่มีค่าให้เขาชายตามอง

“.....”

สีหน้าของผู้อาวุโสเปลี่ยนไปทันที และดูบิดเบี้ยวกับการกระทำข้ามหัวของต้าผูคนนี้

เพราะสิ่งที่เขาได้พูดคุยกับผู้นำของเผ่า การรวมกลุ่มกับเผ่าเข้าด้วยกัน เป็นประเด็นหลัก และเรื่องของหยู่จูนั้นเป็นเรื่องรองลงมา

แต่เหตุใดฑูตที่เขาส่งมากลับสนใจแต่หยู่จูแบบนี้ และไม่เห็นหัวของเขาเลย

“ท่านคือนายหัวแห่งทะเลสาบพระจันทร์?”

ต้าผูเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาและถามขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ และมองไปยังสตรีที่สีหน้าซีดเซียวแต่ก็ยังคงมีเสน่ห์

“นายเป็นใคร”

หยู่จูหรี่ตาลงและมองด้วยสายตาที่หวาดระแวง

เพราะเธอรู้สึกถึงบรรยากาศที่อันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างของผู้ชายวัยกลางคนคนนี้

“ฉันคือต้าผูจากเผ่าพันพฤกษา มาเพื่อนรับนายหัวของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์”

ต้าผูพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ และไม่แยแสอย่างมาก

และเขาก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจากร่างของหยู่จู นั้นคือเธอได้รับบาดเจ็บ

เพราะแบบนั้นทำให้ต้าผูนั้นมองผู้อาวุโสใหญ่เปลี่ยนไป จริงๆ แล้วผู้อาวุโสสามารถกำราบหยู่จูได้ด้วยตัวเอง ไม่แปลกที่พวกเขาจะออกหน้ามาต้อนรับถึงหน้าประตูค่ายแบบนี้

หยู่จูแห่งกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ได้พ่ายแพ้ลงแบบนี้ ก็ไม่เหมาะสมที่จะเป็นายหัวของกลุ่มอีกต่อไป

“ยินดีต้อนรับ เด็กส่งของที่จะมาพาแหล่งผลิตน้ำกลับไปยังเผ่า”

หยู่จูพูด้วยน้ำเสียงที่ดูถูก

“ท่านหยู่จูคงเข้าใจอะไรผิดแล้ว”

นัยน์ตาของต้าผูนั้นหดเล็กลงทันที่ ก่อนที่จะเหลือบมองไปยังผู้อาวุโสใหญ่ด้วยแววตาที่เย็นชา

ไม่เพียงพบว่าหยู่จูจะบาดเจ็บ แต่ดูเหมือนว่าหยู่จูไม่ได้มีท่าทียอมจำนน แปลว่าเธอไม่ได้ถูกเล่นงาน แต่เธอบาดเจ็บเลยไม่อาจจะขัดขืน

“เข้าใจผิด? ไม่ใช่ว่าเผ่าของพวกแกต้องการพลังของสายเลือดของฉันงั้นหรอ?”

“....”

ต้าผูนั้นเข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้หยู่จูนั้นรู้แผนการทุกอย่างของเผ่าหมดแล้ว

เขานั้นอยากที่จะเข้าไปซัดผู้อาวุโสใหญ่ใจจะขาด ที่บังอาจทำแผนการของเผ่าเขารั่วไหล

“ท่านหยู่จู งั้นโปรดมากับพวกเราแต่โดยดี นายท่านของเราให้ความสำคัญกับท่านมาก”

ต้าผูพยายามพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ และเก็บซ่อนอารมณ์เอาไว้

ถึงแม้ว่าหยู่จูจะรู้แผนการของเผ่าแล้วก็ตาม ยังไงเขาก็ต้องพาหยู่จูกลับไปให้ได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

“ถ้าต้องการจะพาฉันกลับไปละก็ มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแกแล้ว”

หยู่จูนั้นขบฟันแน่น ก่อนที่กลิ่นไอ และสัมผัสของเธอจะเฉียบแหลมขึ้น

“ท่านหยู่จู!! ตอนนี้ท่านบาดเจ็บ…..เพราะงั้นท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า”

รูม่านตาของต้าผูนั้นลดลง และตาดำของเขาก็กลายเป็นขีดเส้นเหมือกับสัตว์ป่า และผิวหนังของเขาก็กลายเป็นขนพร้อมกับจุดลายพรางสีดำน้ำตาล

ต้าผูคนนี้เป็นผู้กลายพันธ์สายพันธ์เสือชีตาห์ หากเขาใช้ความเร็วสูงสุดของเขา ไม่มีทางที่หยู่จูจะรับมือได้

“ถ้าไม่ลอง…แล้วจะรู้ได้ไงว่าสู้ไม่ได้”

หยู่จูนั้นไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อยู่แล้ว

เธอนั้นเริ่มผิดหวังกับมู่เหลียงที่ไม่มาตามที่นัด

“ท่านแม่”

หยู่เฟ่ยหยานนั้นจุดไฟขึ้นบนตัวของเธอ และพร้อมที่จะช่วยต่อสู้ทันที

“ดูนั่น!! มีภูเขากำลังเคลื่อนที่ใกล้เข้ามา!”

แล้วตอนนี้เองเสียงแตกตื่นก็ดังขึ้นมาจากใจกลางฝูงชน

“ภูเขากำลังเคลื่อนไหว นี้แกกำลังฝันละเมออยู่รึไง”

ได้มีคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเยาะ

“ไม่มันมีจริงๆ หันไปดูเองสิ!!”

คนที่ตะโกนได้ร้องขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว

ก่อนที่ฝูงชนจะเริ่มหันไปมอง และเกิดความแตกตื่นขึ้น แล้วตอนที่ฝูงชนกำลังแตกตื่นอยู่นั้น มันได้ไปดึงดูดความสนใจจากต้าผู และหยู่จูไปด้วย ก่อนที่ทั้งคู่จะลดมือลง

“พวกเขากำลังโวยวายอะไรกัน”

ต้าผูพูดด้วยใบหน้าที่เกรี้ยวกราด

เขากำลังจะได้ตัวหยู่จูกลับไปอยู่แล้ว และหากว่าหยู่จูไม่ให้ความร่วมมือเขาก็พร้อมที่จะพาเธอกลับไปด้วยกำลัง

“พะ พะ พี่ ห-ใหญ่!!”

ลี่ติงพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก และหันกลับไปมองที่ด้านหลัง

เขาเห็นภูเขาสูงกว่าร้อยเมตรกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

เมื่อต้าผูหันกลับไปดู มันได้ทำให้แววตาของเขานั้นเบิกกว้าง และตกใจสุดขีด

“สัตว์อสูร!! ทำไมมีสัตว์อสูรที่ดุร้ายเช่นนี้อยู่แถวนี้ได้!”

“พี่ใหญ่ หนีก่อน!”

ลี่ติงดึงแขนของต้าผู ด้วยอาการกระวนกระวาย เขาอยากจะหนีออกไปจากที่นี่ใจจะขาดอยู่แล้ว และเขาต้องการผู้นำที่จะปกป้องเขาด้วย

แอ๊!!!

เสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากภูเขาลูกนี้ ก่อนที่มันจะเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้น

“ไม่ทันแล้ว ความเร็วของสิ่งนี้เร็วเกินไป”

สีหน้าของต้าผูนั้นซีดเซียวลง

เขาไม่ได้ห่วงตัวเอง

เพราะถึงสัตว์อสูรตัวนี้จะใหญ่โตก็ตาม แต่เขาก็ว่องไวพอที่จะหลบจากฝ่าเท้าของมันได้

แต่สำหรับกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์แล้วนี้คือจุดจบ

ต้าผูยิ้มออกมาอย่างขมขื่น และหันกลับไปมองยังผู้คนของกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์

และหางตาของเขาก็เห็นว่าหยู่จูและหยู่เฟ่ยหยานนั้นก็ยังไม่ได้หนีไปไหน

“ท่านหยู่จู ฉันคิดว่าท่านควรจะรีบหนีไปนะ”

ต้าผูพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

เขาไม่สามารถพาทั้งสองคนหนีออกไปจากการถูกเหยียบจากสัตว์อสูรยักษ์นี้ได้

“หนี?”

สีหน้าของหยู่จูนั้นซีดเซียวลงทันที มันยากเกินไป แค่เดินเธอยังลำบากเลยด้วยซ้ำ แล้วจะให้หนีไปไหนได้

หยู่เฟ่ยหยานเองยืนอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ท่านแม่! มาเร็วขี่หลังหนู เดี๋ยวหนูจะแบกแม่ไปเอง”

“ทิ้งแม่ไว้ที่นี่ แล้วหนีไปซะ!”

หยู่จูนั้นตะเบ็งเสียงพร้อมกับชี้ไปด้านหน้า

“วิ่งไปให้เร็วที่สุด อย่าได้หันกลับมาอีก”

แต่หยู่เฟ่ยหยานนั้นไม่ได้จากไปไหน และยืนอยู่ที่เดิม

“หนูจะไม่ทิ้งแม่!”

เธอพูดพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า และเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนที่จะพูดอย่างดื้นรั้น

“ถ้าแม่ไม่ไปหนูก็จะไม่ไป!”

“ถ้างั้นมันก็สายเกินไปแล้ว ที่จะหนีออกไปจากที่นี่”

ต้าผูนั้นถอนหายใจ ร่างกายของเขาสั่นเทาทันทีเมื่อมองไปยังสัตว์อสูรยักษ์ที่ห่างออกไปไม่ถึงร้อยเมตร