ถนนการค้า
ชาหน่าสยายปีกออกพร้อมกับมองไปทางหยู่ฉินหลาน
“ถ้างั้นวันนี้พวกเราขอตัวก่อน ผมจะกลับไปบอกเล่าทุกอย่างตามความจริงให้กับเจ้าเมืองของเราทราบ และหวังว่าจะได้สร้างพันธมิตรทางการค้าที่ดีต่อกัน”
“เข้าใจแล้ว”
หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ฟึ้บ!
ชาหน่าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยปีกทั้งสามคู่ของเขาอย่างนุ่มนวล
“ลาก่อน!”
ชาหลัวโบกมือบอกลาด้วยสีหน้ามีความสุข เธอเริ่มชอบสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาแล้ว
“ลาก่อน”
หยู่ฉินหลานยิ้มให้อย่างมีเสน่ห์
แล้วหญิงสาวผมสีส้มกระพือปีกบินขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่เคียงคู่กับพี่ชายของเธอ
เค่อม่าและหน่วยของเขาได้ไปยังนอกป้อมซานไห่ พร้อมกับสัมภาระหลายอย่าง บรรทุกขึ้นนกและบินออกไป
หยู่ฉินหลานละสายตาจากท้องฟ้า และมองไปที่หอสมบัติ
เธอมองอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะดึงเสื้อคลุมขึ้นมากันฝุ่น แล้วเดินจากไป
หลังจากนั้นไม่นานที่ประตูของหอสามดวงดาว
หวาเอ่อกังกับตาซื่อก็ได้เดินออกมาพอดีและได้เห็นฉากเหตุการณ์นี้
“หัวหน้า ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ เมื่อครู่นั้นเป็นคนจากตระกูลปักษาไม่ใช่งั้นหรอ”
ตาซื่อขมวดคิ้ว
เขาจำปีกพวกนั้นได้ มันเป็นลักษณะเด่นของคนตระกูลนี้
“ถ้าดูจากจำนวนปีกแล้ว น่าจะอยู่ในระดับเทพบุตรและธิดา”
สีหน้าของหวาเอ่อกังดูเคร่งเครียด
เขาคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่าเป็นไปได้ไหมที่ตระกูลปักษาจะเจรจาค้าขายกับเมืองเต่าทมิฬไปเรียบร้อยแล้ว
“พวกเขาอาจจะมาที่นี่เพื่อซื้อแมลงเต่าทองด้วยก็ได้”
ตาซื่อพูดด้วยน้ำเสียงกังวล
“ก็น่าจะเป็นไปได้”
หวาเอ่อกังพูดอย่างใจเย็น
“แล้วเราจะเอายังไงต่อดี”
ตาซื่อกำหมัดแน่นและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“พ่อค้าคนอื่นๆ ในกลุ่มก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงกับเราเหมือนกัน เพราะงั้นเรายังขาดผลึกสัตว์อสูรอยู่อีกมาก”
แผนการของพวกเขาคือต้องการซื้อแมลงเต่าทองสองร้อยตัว เพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุด
“พวกนั้นมันมองไม่ออก ว่ากำไรที่จะได้หลังจากนี้จะมากมายมหาศาลขนาดไหน
หวาเอ่อกังได้แต่กัดริมฝีปากอย่างเจ็บใจและมีสายตาที่ดูถูก
เมื่อคืน ทั้งคู่ได้นัดประชุมคณะพ่อค้าของเขา เพื่อบอกเรื่องแผนการซื้อแมลงเต่าทอง แต่ทุกคนกลับบอกว่ามันเสี่ยงเกินไปที่จะเอาผลึกสัตว์อสูรที่มีทั้งหมดไปซื้อแมลงเต่าทองอย่างเดียว
“มันต้องมีสักทางสิ”
ตาซื่อเดินวนไปมาด้วยความเครียด
“แลกอสูรไป่หลิวกับแมลงเต่าทอง”
อยู่ๆ หวาเอ่อกังก็พูดขึ้น
“ว่าไงนะ!?”
ตาซื่อถึงกับแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไป
และพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“เราจะเอาอสูรไป่หลิวไปแลกเปลี่ยนได้ไง? เรายังต้องใช้มันสร้างผลึกไป่หลงเพื่อเอาไปแลกเปลี่ยนค้าขายอีก”
“มันกำลังจะตาย แกก็น่าจะเห็นอยู่”
หวาเอ่อกังพูดด้วยน้ำเสียงหนักใจ
หลังจากผ่านมาหลายวันอาการของอสูรไป่หลิวนั้นไม่ดีขึ้นเลย และไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นกลับทรุดหนักแทน
“นั่นมัน….”
ตาซื่อเปิดปากพูดและเงียบไป
“ไปที่หอสมบัติกันเถอะ ก่อนที่อสูรไป่หลิวจะตาย”
หวาเอ่อกังพูดขึ้น และมองไปยังห่อหนังสัตว์ที่อยู่ด้านหลังของเขา
“ปั๊ดโถ่เว้ย!!! เหลือแค่ทางนี้จริงๆ งั้นหรอ!”
ตาซื่อร้องออกมาด้วยความเจ็บใจ และไม่อยากจะยอมรับเรื่องนี้
ทั้งสองได้แต่มุ่งหน้าไปทางหอสมบัติเท่านั้น
ห้านาทีต่อมาทั้งสองก็ก้าวเข้าไปในประตูของหอสมบัติอีกครั้ง
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
คนขายคนเดิมทักทายอีกครั้ง และจดจำทั้งสองได้ในทันที
“แมลงเต่าทองยังเหลืออยู่อีกไหม”
ตาซื่อถามอย่างรวดเร็ว
“ยังมีอยู่ค่ะ”
คนขายพยักหน้าตอบ
หวาเอ่อกังถอดห่อหนังสัตว์ออกมา และยื่นออกไปตรงหน้าคนขาย
“ฉันต้องการจะเอาสัตว์อสูรมาแลกเปลี่ยนได้ไหม”
“เป็นสัตว์อสูรประเภทใดค่ะ”
คนขายถามด้วยความประหลาดใจ นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเอาสัตว์อสูรมาแลกเปลี่ยน
“อสูรไป่หลิว”
หวาเอ่อกังแกะถุงหนังสัตว์ออกมา
และหยิบกรงไม้สี่เหลี่ยมออกมาอย่างระมัดระวัง
ที่ข้างในนั้นมีสัตว์อสูรขนาดเท่าหัวคนถูกขังอยู่ ตัวมันคับกับกรงมากจนน่าสงสาร
นี่คือสัตว์อสูรที่มีสีขาวคล้ายกับกระรอก เว้นแต่มีสองหางและขนาดลำตัวที่ใหญ่
แววตาของมันกลมตัวเหมือนกับลูกแก้ว ที่มีสีสันสดใส
ในเวลานั้นอสูรไป่หิวนั้นดูเหม่อลอย และดูทรมานราวกับจะตายไม่ตายแหล่
“สัตว์อสูรตัวนี้ ดูเหมือนกำลังใกล้จะตายแล้ว”
คนขายพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เปล่ามันแค่อิ่มมากไป และกำลังย่อยอาหารอยู่”
หวาเอ่อกังพูดออกมา
“อิ่มเกินไป?”
คนขายพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
เธอใช้มือสัมผัสไปที่กรงไม้และถามต่อ
“ปกติอสูรไป่หลิวกินอะไรค่ะ”
“แร่กับเนื้อ”
หว่าเอ่อกังตอบพร้อมกับมือที่จับกรงไว้แน่น
คนขายรู้ตัวก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อย และพูดออกมา
“ฉันไม่สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งนี้ได้ ลูกค้าสะดวกรอพบท่านเจ้าเมืองของเราไหม”
เธอจำได้หยู่ฉินหลานได้บอกว่าหากมีคนเอาสัตว์อสูรมาแลกเปลี่ยน ให้มารายงานที่ตำหนักเจ้าเมืองก่อน เพื่อให้เจ้าเมืองตัดสินใจ
“ได้เราจะขอพบเจ้าเมือง”
หวาเอ่อกังตอบอย่างไม่ลังเล
“ค่ะ”
คนขายพยักหน้าและพูดต่อ
“ถ้าลูกค้ายืนยัน ทางหอสมบัติจะส่งคนไปติดต่อที่ตำหนักเจ้าเมืองเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
หวาเอ่อกังและตาซื่อมองหน้ากัน
“หัวหน้าเราจะพอแค่นี้ก่อนไหม…”
ตาซื่อตามด้วยน้ำเสียงที่หวั่นใจ
“ไม่ เราไม่มีเวลาอีกแล้ว”
หวาเอ่อกังส่ายหัว และตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
อสูรไป่หลิวนี้ของจริง และเขาเชื่อว่าหากใครที่ตาถึงจะต้องสนใจมัน
หวาเอ่อกังพูดด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลง
“ได้โปรดแจ้งเรื่องนี้ไปด้วย”
“ถ้างั้นโปรดนั่งรอสักครู่”
คนขายกล่าวอย่างสุภาพ
จากนั้นคนขายก็ได้ส่งให้คนออกไปจากหอสมบัติและรีบไปรายงานเรื่องนี้ที่ตำหนักเจ้าเมืองทันที
สิบนาทีต่อมา
คนจากหอสมบัติก็มาถึงทางขึ้นเนินสูงและถูกหน่วยพิทักษ์หยุดเอาไว้ก่อน
“มีอะไรรีบร้อนขนาดนั้น”
อามันยกมือห้ามเอาไว้ไม่ให้ไปต่อ
“แฮ่กๆ ท่านทั้งสอง….ช่วยไป…ช่วยไปรายงานกับท่านเจ้าเมืองทีว่า ที่หอสมบัติตอนนี้มีคนเอาสัตว์อสูรมาเสนอแลกเปลี่ยน พวกเขาเรียกมันว่าอสูรไป่หลิว”
คนจากหอสมบัติพูดด้วยน้ำเสียงที่หอบเหนื่อย และหายใจไม่ทัน
“เข้าใจแล้ว”
อามันพยักหน้า หลังจากที่ได้ฟังทั้งหมดแล้วก็รีบหันหลังขึ้นไปบนเนินสูงทันที
ไม่กี่นาทีต่อมา
อามันก็กลับมาจากเนินสูง และพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ให้พวกเขามาที่ตำหนักเจ้าเมือง”
“จะรีบกลับไปแจ้งเดี๋ยวนี้”
คนจากหอสมบัติพยักหน้าและวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว
ภายในหอสมบัติ
ตาซื่อและหว่าเอ่อกังมองไปยังแมลงเต่าทองตาไม่กระพริบ
ทั้งสองรอมาสิบกว่านาทีแล้ว ตั้งแต่คนของหอสมบัติออกไป
“ท่านเจ้าเมืองให้ทั้งสองเข้าพบได้”
ตอนนั้นเองที่คนจากหอสมบัติวิ่งกลับเข้ามาและตะโกนออกมา
“ไปกันเถอะ”
หวาเอ่อกังถือกรงไม้ขึ้น และเดินออกไป
มีคนจากหอสมบัติอีกคนเข้ามานำทางไปให้ และอีกคนได้กลับไปพักก่อน
ระหว่างทางที่เดินไปนั้นเขาเองรู้สึกไม่สบายใจเลยแม้แต่น้อย และหวังว่าเจ้าเมืองเต่าทมิฬจะไม่เห็นสิ่งปกติจากตัวอสูรไป่หลิว
“นายกลับไปได้แแล้ว ที่เหลือฉันจะเป็นคนจัดการเอง”
มีเสียงที่เย็นชาดังขึ้นมาจากด้านหลังของหวาเอ่อกังและตาซื่อ
แล้วร่างของลี่เยว่ในชุดเกราะภูติผีก็ปรากฏตัวขึ้น
“ครับท่าน”
คนงานคำนับให้ก่อนที่จะแยกตัวออกไป
“ตามฉันมา ฉันจะพาไปพบท่านเจ้าเมืองเอง”
ลี่เยว่พูดอย่างไม่แยแส
แววตาสีขาวเงินของเธอภายในหมวกเกราะนั้นทำให้ทั้งหวาเอ่อกังและตาซื่อตกใจเล็กน้อย
“ขะ เข้าใจแล้ว”
หวาเอ่อกังตอบ
เขาไม่สามารถสัมผัสได้ว่าลี่เยว่มีพลังในขั้นไหน เพราะเกราะภูติผีได้ปิดกั้นกลิ่นไอพลังของเธอเอาไว้
“หัวหน้า นี้มันอาวุธวิญญาณระดับสูง”
ตาซื่อพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“ฉันรู้แล้ว”
แววตาของหวาเอ่อกังลุกเป็นไฟ เขาเองก็อยากจะได้อาวุธวิญญาณระดับสูงเหมือนกัน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved