ตอนที่ 205

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาและมีแสงปรากฏขึ้นที่ละน้อย

เต่าทมิฬลืมตาขึ้นพร้อมกับยกร่างอันใหญ่โตของมันด้วยเท้าทั้งสี่ข้างอย่างมั่นคงก่อนที่จะออกก้าวเดิน

การตื่นของเต่าทมิฬถือเป็นวันใหม่ของเมืองเต่าทมิฬด้วย

ที่เขตอยู่อาศัยชั้นใน ณ บ้านพักของเฉิงเหมา

อวี๋จือจัดวางอาหารเช้าบนโต๊ะไม้ ก่อนที่จะหันไปตะโกน

“พี่เฉิง ไปปลุกลูกเซียวที่ ไม่งั้นจะไปสายแล้วนะ”

“รู้แล้วๆ”

เฉิงเหมากำลังแขวนผ้าเช็ดหน้าหลังจากที่ล้างหน้าเสร็จแล้ว

เขาจัดทรงผมอย่างง่ายๆ ในแบบที่เขารู้สึกดูดีและมั่นใจ

เฉิงเหมาเดินเข้าไปในห้องของเฉิงเซียว และเห็นว่าลูกสาวของเขานอนอ้าแขนอ้าขา ดูไม่เหมือนเด็กผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย

เฉิงเหมาส่ายหัวอย่างหนักใจ

“ท่านอนแบบนี้….เหมือนแม่ไม่มีผิด”

เฉิงเหมานั่งลงข้างเตียงของลูกสาวและพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ลูกเซียว ตื่นได้แล้วลูก”

“อือออ”

ตั้งแต่เฉิงเซียวมีห้องนอนเป็นของตัวเองเด็กน้อยก็นอนหลับเต็มอิ่มมากขึ้น

“ตื่นได้แล้ว เร็วเข้า”

เฉิงเหมาเริ่มใช้น้ำเสียงที่ดุขึ้น

“ท่านเจ้าเมืองจะมาสอนชั้นเรียนแรก ลูกห้ามสายเด็ดขาด”

เฉิงเซียวบิดตัวไปมาและพูดอย่างงัวเงีย

“ขออีกแป๊บหนึ่งล่ะกันพ่อ”

“เฉิงเซียว!! ถ้าลูกไม่ยอมลุก ก็ไม่ต้องกินข้าวเช้า!”

อวี๋จือมายืนอยู่หน้าห้องและตะวาดเสียงดัง

“ไม่เอาๆ ลุกแล้วๆ”

เฉิงเซียวดีดตัวขึ้นมา ในสภาพที่ไม่ง่วงนอนอีกต่อไป

“....”

เฉิงเหมาถึงกับมุมปากกระตุก

นี้ลูกสาวของเขาเห็นแก่กินมากขนาดนี้เลยงั้นหรอ

ยี่สิบนาทีต่อมา

เฉิงเหมาจูงมือลูกสาวและจะเดินออกจากห้อง

“ลูกเซียว เมื่อไปถึงโรงเรียนแล้วทำตัวดีๆ เข้าใจไหม”

อวี๋จือเข้ามาตรวจดูลูกสาวและพูดย้ำเตือนอีกครั้ง

“เข้าใจแล้วนะ แม่!”

เฉิงเซียวตะโกนกลับไป

ตอนนี้จิตใจของเธอได้ลอยไปถึงโรงเรียนแล้วด้วยซ้ำ

“ไปแล้วนะ”

เฉิงเหมากอดอวี๋จือ ก่อนที่จะเดินจากไป

โรงเรียนตั้งอยู่ถัดไป 1 ซอยจากสถานบันกวดวิชา

“ดูเหมือนว่าเราจะมาทันนะ”

เฉิงเหมาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าในห้องเรียนมีเด็กมานั่งกันแล้ว

“นักเรียนที่มาใหม่มารายงานตรงนี้ค่ะ”

ที่ด้านหน้ามีโต๊ะอยู่ และที่นั่งอยู่หลังโต๊ะคือเยี่ยลี่ยี่

“พ่อ! นั้นคุณหนู”

เฉิงเซียวยิ้มออกมาทันทีเมื่อเห็น และดึงแขนเฉิงเหมา

“คุณหนูเองก็อยู่ที่นี่ด้วยหรอครับ”

เฉิงเหมาฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับพาลูกสาวเดินเข้าไปหาเยี่ยลี่ยี่

“บอกแล้วไง ให้เลิกเรียกว่าคุณหนู”

เยี่ยลี่ยี่เองก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน เมื่อข้ารับใช้เก่าของเธอยังเรียกเธออยู่เหมือนเดิม

เฉิงเหมายกมือขึ้นมาเกาหลังหัวเบาๆ และหัวเราะ

“มันเคยปากไปแล้ว จะให้เปลี่ยนเลยก็ลำบากนะ คุณหนู”

“โถ่….ท่านลุงก็…”

เยี่ยลี่ยี่ถึงกับอ่อนใจ แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกดีใจเล็กน้อย

เธอแค่หวังว่ามู่เหลียงจะไม่ว่าอะไรเธอหากได้ยินเช่นนี้

เยี่ยลี่ยี่มองไปยังเฉิงเซียวก่อนที่จะเข้าไปทักเด็กน้อย และลงทะเบียนให้

หลังจากนั้นไม่นาน

เมื่อเยี่ยลี่ยี่วางปากกาลง เธอก็เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างจริงจัง

“น้องเซียว ที่นั่งของหนูคือเลขที่ 30 และจะเป็นเลขประจำตัวนักเรียนของหนูต่อไปด้วย บนโต๊ะมีเลขเขียนอยู่ เวลามาถึงโรงเรียนก็มานั่งได้เลย เข้าใจไหม”

“ค่ะ”

เฉิงเซียวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

และเด็กน้อยก็อดไม่ได้ที่จะถาม

“แล้วคุณหนูเป็นอาจารย์สอนหนูด้วยรึป่าว”

“ใช่ แต่ยังมีอาจารย์ท่านอื่นอีก ฉันสอนแค่การอ่านเท่านั้น”

เยี่ยลี่ยี่พูดอย่างอ่อนโยน

ร้านหนังสือยังคงเปิดตามปกติโดยมีคนมาช่วยขายหน้าร้านอีกหนึ่งคน ส่วนโรงพิมพ์นั้นก็ไม่จำเป็นต้องเฝ้าตลอดเวลา

ทำให้เยี่ยลี่ยี่มีเวลาว่าง มู่เหลียงเลยมอบหมายให้เธอมาเป็นครูสอนที่โรงเรียนด้วย

“ยังมีอาจารย์คนอื่นอีกหรอค่ะ”

เฉิงเซียวถามด้วยความอยากรู้

เยี่ยลี่ยี่มองไปที่เฉิงเหมา

“พ่อของหนูก็จะมาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนเหมือนกัน และจะสอนเรื่องกฏหมายและระเบียบ”

“ใช่แล้วลูก”

เฉิงเหมาพยักหน้า

มู่เหลียงได้แนะนำกับเฉิงเหมาไว้ว่า หลังจากที่เด็กๆ รู้วิธีการอ่านเขียนแล้ว เขาจะได้รับผิดชอบสอนเรื่องกฏหมายต่อ

อันที่จริงเฉิงเหมากับเยี่ยลี่ยี่เป็นอาจารย์ชั่วคราวเท่านั้น หลังจากที่เมืองเต่าทมิฬเติบโตมากกว่านี้ พวกเขาคงไม่มีเวลามาสอนอีก

“ว้าว”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเฉิงเซียว

พ่อของเธอเป็นอาจารย์ด้วยงั้นหรอ

“เพราะงั้นเวลาเรียนเธอต้องตั้งใจมากกว่าคนอื่นเข้าใจไหม”

เยี่ยลี่ยี่พูดพร้อมกับรอยยิ้ม

ถ้าพ่อของเด็กสาวเป็นอาจารย์ แต่ผลการเรียนของเด็กสาวแย่กว่าคนอื่น มันคงไม่สมเหตุสมผล

“หนูจะพยายาม”

เฉิงเซียวพูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่น

“งั้นไปนั่งได้แล้ว เดี๋ยวท่านเจ้าเมืองจะมาแล้ว”

เยี่ยลี่ยี่พูดขึ้นเบาๆ

“ค่ะ”

เฉิงเซียวโบกมือให้พ่อของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องเรียนไป แล้วนั่งลงที่โต๊ะของเธอ

เธอใช้เวลาไม่นานก็เริ่มที่จะคุยกับเด็กคนอื่นได้ และเริ่มหัวเราะออกมา ทำให้เฉิงเหมาสบายใจขึ้น

ที่จริงแล้วเฉิงเหมาเองก็กลัวเหมือนกันว่าลูกสาวจะเข้ากับเด็กคนอื่นไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องกังวลอีกแล้ว

“คุณหนู ผมจะไปแล้ว ฝากดูแลลูกสาวของผมด้วย”

เฉิงเหมาพูดด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม

“ไปเถอะ”

เยี่ยลีย่ี่ตอบโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา และเขียนทะเบียนนักเรียนต่อ

เฉิงเหมากำลังจะเดินออกไปแต่ก็หยุดชะงักลง

“ท่านเจ้าเมืองมาแล้ว”

มีเสียงของใครไม่รู้ตะโกนดังขึ้น และได้ดึงดูดความสนใจจากทุกคน

ที่ประตูเข้าโรงเรียนมู่เหลียงปรากฏตัวขึ้นในชุดฮั่นฟูขนาดใหญ่ ที่ด้านข้างของเขามีหยู่ฉินหลานกับมินโฮตามมาด้วย

“ท่านเจ้าเมืองหล่อเหลายิ่งนัก ฉันคิดว่าฉันรักเขา”

“ตื่นได้แล้วย่ะ ฝันกลางวันอยู่รึไง”

“ฉันก็แค่คิดเล่นๆ เท่านั้น”

“ไม่ได้!! ห้ามคิดแบบนี้อีกนะ แบบนั้นไม่ต่างจากการดูถูกท่านเจ้าเมือง”

ชาวบ้านออกมามุงดูพร้อมกับกระซิบกระซากกัน

ผู้หญิงเกือบทั้งหมดหน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขินอายและคิดฝันไปต่างๆ นาๆ

มินโฮและหยู่ฉินหลานมองหน้ากัน และเข้าใจความคิดของกันและกันได้ทันที ว่าต้องระวังหญิงสาวพวกนี้

ดูเหมือนว่ามู่เหลียงจะดึงดูดสายตาอันอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวมากเกินไป

เฉิงเหมาเข้าไปยืนตรงและคำนับทันที

“เคารพท่านเจ้าเมือง!”

มู่เหลียงเพียงพยักหน้าเล็กน้อย และเดินตรงไปยังห้องเรียน

เยี่ยลี่ยี่เองก็เดินตามเข้าไปในห้องเรียนเพื่อสังเกตการสอนของมู่เหลียง

เฉิงเหมานิ่งไปพักหนึ่งก่อนที่จะเดินกลับไปที่หน้าห้องเรียนด้วยความสงสัยว่าเจ้าเมืองจะสอนเช่นไร

มินโฮและหยู่ฉินหลานยืนอยู่ที่ประตูภายในห้อง

มู่เหลียงเดินไปหยุดตรงแท่นบรรยายหน้าห้องเรียน พร้อมกับมองดูเด็กๆ ด้วยสายตาที่นิ่งสงบ

เด็กวัยกำลังเรียนทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ที่นี่ และมีมากถึง 34 คน

ไม่มีใครบอกหรือสอน แต่เด็กน้อยทุกคน ต่างนั่งตัวตรง และบางคนก็มีอาการสั่นเบาๆ ราวกับกำลังหวาดกลัวอยู่ บางคนก็แสดงออกว่าตื่นเต้น

ผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้ได้รับคำแนะนำก่อนที่จะส่งลูกหลานมาโรงเรียนแล้ว

และผู้ปกครองทุกคนก็ต่างกำชับลูกหลานของตนไม่ให้ดื้อและเชื่อฟังท่านเจ้าเมือง

อย่างเช่น ต้องเคารพและเชื่อฟังเจ้าเมือง สิ่งที่เจ้าเมืองพูดถูกเสมอ

ถ้าหากไม่ตั้งใจเรียนหรือไม่ฟังสิ่งที่เจ้าเมืองพูด จะถูกอสูรผู้พิทักษ์จับกิน

มู่เหลียงเมื่อเห็นบรรยากาศในห้องก็ถึงกับขมวดคิ้ว ทำไมทุกคนดูตั้งใจผิดปกติ ไม่ใช่สิ่งที่เด็กวัยนี้จะเป็นได้

หรือว่าเขาทำให้เด็กน้อยเหล่านี้กลัว?

“อะแฮ่ม อรุณสวัสดิ์ทุกคน”

มู่เหลียงกระแอมสองครั้ง ก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่ดูใจดี

“เคารพท่านเจ้าเมือง….”

เด็กๆ ตอบอย่างตะกุกตะกัก อย่างกลัวๆ กล้าๆ

“อย่าจับหนูกินเลย หนูสัญญาจะตั้งใจเรียน”

มีเด็กคนหนึ่งทนไม่ไหวและพูดออกมาพร้อมกับร้องไห้

“....”

มู่เหลียงถึงกับมุมปากกระตุก เขาไม่ใช่ปีศาจกินคนสักหน่อย

ตอนนี้มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี ไม่รู้เลยว่าพ่อแม่ของเด็กพวกนี้ข่มขู่อะไรมา

มู่เหลียงยกมือขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นไปอีก

“ใจเย็นๆ เด็กน้อย ฉันไม่จับหนูกินหรอก”

“ฮือ..ฮือ”

เด็กน้อยรีบเอามือขึ้นมาปิดปากไม่ให้เสียงดังออกไป

แม่ของเขาบอกว่า ต้องทำตามที่ท่านเจ้าเมืองบอก ไม่งั้นจะถูกโยนเป็นอาหารให้กับสัตว์อสูร

มู่เหลียงถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาเกือบที่จะไม่ได้เริ่มสอนแล้ว

เขาวางมือลงบนแท่นบรรยาย และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทุกคนอยากรู้ไหมว่า โลกสมัยก่อนเป็นเช่นไร”

“หนูอยาก”

เฉิงเซียวเป็นคนแรกที่ยกมือขึ้นตอบ

ก่อนที่เด็กคนอื่นๆ จะพูดตามอย่างแผ่วเบา

“ถ้างั้นในชั้นเรียนแรกฉันจะเล่าให้ทุกคนฟังเองว่าโลกเมื่อก่อนเป็นเช่นไร”

มู่เหลียงเดินออกมาจากแท่นบรรยายและเดินไประหว่างโต๊ะของนักเรียน

ชั้นเรียนแรกที่เขาจะสอนไม่ใช่เรื่องการอ่านหนังสือหรือเขียน แต่เขาต้องการเปิดโลกแห่งจินตนาการให้เด็กๆ

แววตาของมินโฮเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินสิ่งนี้ หูกระต่ายของเธอตั้งตรงและฟังอย่างตั้งใจ

เธอเองก็อยากรู้ว่าโลกก่อนหน้านี้เป็นเช่นไร

“ท้องฟ้านั้นเคยมีสีฟ้าสดใสมาก่อน ไม่ใช่สีเทาเหมือนตอนนี้ มีเมฆสีขาวลอยเต็มไปหมด”

มู่เหลียงหวนนึกถึงโลกที่เขาจากมา และคิดถึงท้องฟ้าสีครามกับก้อนเมฆสีขาวอีกครั้ง

“ท้องฟ้าเป็นสีฟ้างั้นหรอ?”

ปากเล็กๆ ของมินโฮเปิดออก พร้อมกับคิดภาพตามที่มู่เหลียงพูด

“ตอนนั้นมีทั้งแม่น้ำ ทะเลสาบ ทะเล มีภูเขาที่เขียวชะอุ่ม ทุกอย่างล้วนเป็นสีเขียว”

มู่เหลียงเริ่มพรรณาถึงโลกเดิมของเขา

เด็กๆ เองก็เริ่มค่ล่อยตามและคิดภาพสิ่งที่มู่เหลียงพูด

“ทะเลเองก็เป็นสีฟ้า และมันก็กว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตา แทบไม่มีที่สิ้นสุด”

มู่เหลียงกล่าวต่อ

“อยากเห็นทะเลจัง”

มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับจมดิ่งไปในความคิด

“กลางคืนก็ไม่ได้มืดมิดเช่นนี้ บนท้องฟ้าจะมีแสงของดวงดาวมากมาย หากโชคดีจะได้เห็นดาวตก”

มู่เหลียงเริ่มพูดอย่างตื่นเต้นขึ้น ขณะที่เขาพูดก็อดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในห้วงของความทรงจำ

“ที่พูดมาคือความจริงงั้นหรอ”

หยู่ฉินหลานถามกับตัวเองเบาๆ และประหลาดใจเหมือนกัน

แต่ถ้าสิ่งที่มู่เหลียงพูดเป็นความจริง แล้วอะไรกันที่ทำให้โลกเป็นแบบนี้?