เวลาบ่ายแก่ๆ ในเขตที่อยู่อาศัยทางเหนือของเมืองเซิงหยาง
ซิไป่ฉีร่อนลงมาจากฟ้าพร้อมกับเก็บปีกของเธอ โดยที่มองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แล้วนัยน์ตาสีแดงของเธอก็เริ่มจางลง จนกลายเป็นสีทองเช่นเดิม
“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
เสียงกระซิบของมิอาดังมาจากด้านหลังของซิไป่ฉี
เสียงนี้ทำซิไป่ฉีผ่อนคลายลงและโล่งอก เธอเดินไปตามเสียงและเห็นมิอายืนพิงกำแพงอยู่
หลังจากที่ทั้งสองแยกกัน นี้คือจุดนัดพบที่นัดกันเอาไว้ในยามฉุกเฉิน
“ฉันไม่เป็นไร แต่เธอเองเป็นไงบ้าง”
ซิไป่ฉีเดินเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว และยื่นมือไปประคองมิอาด้วยสายตาที่เป็นห่วง
“ไม่เป็นไร แค่เหนื่อยเล็กน้อย”
มิอาไอสองสามครั้งและพูดอย่างอ่อนแรง
ซิไป่ฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอก และลูบหัวของมิอาเบาๆ
“แค่นี้ก็ดีแล้วขอแค่เธอยังไม่ตาย”
“นี้อย่ามาลูบหัวฉันนะ!”
มิอาถึงกับปากกระตุก
เธอกำลังถูกเอาคืนจากสภาพร่างกายที่อ่อนแองั้นหรอ?
“ชิร์”
ซิไป่ฉีเบ้ปากก่อนที่จะหยิบถุงผ้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอ มันเป็นถุงที่ใส่เนื้อตากแห้งเอาไว้
“กินอะไรสักหน่อยจะได้หายไวๆ”
ซิไป่ฉีหยิบเนื้อตากแห้งชิ้นเล็กๆ ป้อนให้กับมิอา
มิอาอ้าปากรับเนื้อตากแห้งมาและค่อยๆ เคี้ยว
“เธอไปเอาเนื้อมาจากไหน”
มิอาจำได้ว่าทั้งสองคนใช้ผลึกสัตว์อสูรไปหมดแล้วที่เมืองเต่าทมิฬ และตอนที่หนีออกมาทั้งคู่ก็แทบไม่ได้ออกไปซื้ออาหารอะไรเพิ่มเลยด้วยซ้ำ
“อ่อ…ฉันไปขอคนมา”
สายตาของซิไป่ฉีก็เลิ่กลั่กอย่างบอกไม่ถูก
ก่อนที่เธอจะเอาเนื้อตากแห้งขึ้นมาแล้วเคี้ยวอย่างไม่สนใจสายตาของมิอา
“.....”
มิอาก็กินต่อและไม่สนใจที่ซิไป่ฉีพูด
สำหรับเธอแล้วการขอของซิไป่ฉีนั้นก็เท่ากับขโมยมาอยู่ดี
ซิไป่ฉีนึกอะไรขึ้นได้จึงถามขึ้น
“เราคงอยู่เมืองเซิงหยางไม่ได้แล้ว คงต้องรีบออกไปให้เร็วที่สุด”
“....”
มิอาเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น
“ก่อนที่จะไปฉันอยากจะเจอคนขายข่าวก่อน บางทีเขาอาจจะมีข่าวสารของน้องสาวฉันก็ได้”
เพราะมันก็ผ่านมาต้องหลายวันแล้ว เธอก็หวังว่าจะมีข่าวคราวของน้องสาวเธอบ้าง
ซิไป่ฉีถึงกับหางคิ้วยกขึ้นและบ่นออกมา
“ฉันว่ามันไม่น่าจะมีข่าวเกี่ยวกับน้องสาวเธอแล้วล่ะ แต่ถ้าเธออยากจะลองดูก็ได้ หลังจากนั้นเราจะได้ออกเดินทางกันต่อ”
“ก็ได้งั้นคืนนี้ฉันจะไปตรวจสอบ”
มิอาพยักหน้าและเคี้ยวเนื้อตากแห้งโดยที่น้ำหนักของการเคี้ยวเพิ่มขึ้น
ตกเย็น
มิอาพอจะฟื้นกำลังกลับมาได้แล้วบางส่วน เธอกับซิไป่ฉีจึงมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของคนขายข่าวทันที
เวลาผ่านไปประมาณสองกองไฟ
ทั้งสองก็มายืนอยู่หน้าบ้านแห่งหนึ่งก่อนที่จะเคาะประตูเป็นสัญญาณเสียง สามครั้งยาว หนึ่งครั้งสั้น
“มาแล้ว”
มีเสียงของผู้ชายดังขึ้นมาจากหลังประตู
ก่อนที่ประตูจะเปิดออก และเผยให้เห็นคนขายข่าว
“เธอเองหรอ เข้ามาก่อน”
คนขายข่าวพูดขึ้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ ก่อนที่จะหันหน้าไปทางอื่นและหลีกทางให้ทั้งสองเข้ามา
“เข้าเรื่องเลย มีข่าวเกี่ยวกับน้องสาวของฉันไหม”
มิอายิงคำถามทันทีด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ พร้อมกับแววตาที่คาดหวัง
คนขายข่าวรู้รูปร่างและหน้าตาน้องสาวของมิอาอย่างละเอียด
เขาหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มและตอบ
“มี”
“จริงใช่ไหม!”
มิอาตกใจมาก แววตาของเธอเบิกกว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และถามต่อด้วยความกระตืนรือร้น
“บอกมา ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน”
“เฮ้ๆๆ ช้าก่อนๆ เธอควรจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือก่อนไหม”
คนขายข่าวพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ และถูมือไปมาต่อหน้าทั้งสอง
ซิไป่ฉีและมิอาต่างมองหน้ากันด้วยความอับอาย
ผลึกสัตว์อสูรในตัวตอนนี้ไม่มีแล้ว และไม่สามารถไปเอาเพิ่มได้
“อะไร เธอไม่อยากรู้แล้วงั้นหรอ?”
คนขายข่าวพูดขึ้นด้วยความสงสัย
“ฉันจะจ่ายให้ภายหลังแต่ขอติดไว้ก่อนได้ไหม”
มิอาถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“นี้เธอว่าไงนะ?”
คนขายข่าวถึงกับแสดงสีหน้าดูถูกทันที และคิดว่ากำลังมองดูคนโง่อยู่
ซิไป่ฉีเองหักนิ้วมือของเธอจนเกิดเสียง ก่อนที่จะขู่คนขายข่าว
“งั้นคงต้องใช้กำลังน่าจะได้ผลดีกว่า”
“เห็นด้วย”
มิอาพยักหน้า
“เดี๋ยวๆ พวกเธอ…จะทำอะไรฉัน!”
คนขายข่าวแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไป และถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
ใบหน้าที่เคยดูดีใจเมื่อครู่ของมิอากลายเป็นเย็นชา ก่อนที่เธอจะคว้าคอเสื้อของคนขายข่าวเอาไว้ และประชากมาสบตาโดยตรง
เธอถามด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก
“บอกมาว่าน้องสาวของฉันอยู่ที่ไหน ไม่บอกฉันจะหักคอแกเดี๋ยวนี้แหละ”
“แค้กๆ ปล่อยๆ ปล่อยฉัน”
คนขายข่าวพูดออกมาอย่างติดขัดและแสดงถึงอาการหายใจไม่ออก
ซิไป่ฉีอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กสองคู่ของเธอ
และพูดข่มขู่อีกว่า
“พูดมาหากไม่อยากถูกดูดเลือดจนตาย”
“ตกลง ตกลง ฉันบอกแล้วอย่าฆ่าฉันเลย”
คนขายข่าวรีบร้องขอชีวิตทันที และยอมทำตามที่ทั้งสองต้องการ
“ถ้าแกคิดโกหกแม้แต่นิดเดียว แกตายแน่”
มิอาขู่ซ้ำด้วยน้ำเสียงที่ดุร้าย
“เอ่อ…”
คนขายข่าวกระอักกระอ่วน ก่อนที่จะพูดขึ้น
“น้องสาวของเธออยู่ในเมืองเต่าทมิฬ”
“!!!!”
“แกไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน”
มิอาถึงกับกระชากคอเสื้อคนขายข่าวอีกครั้ง และถามขึ้น
“ฉันเห็นมากับตา”
คนขายข่าวหลับตาปี๋
“ดูเหมือนว่าแกคงอยากโดนฉันดูดเลือดซินะ”
ซิไป่ฉีแยกเขี้ยวออกมาข่มขู่อีกครั้ง
“เรื่องจริง!! มันคือความจริงทั้งหมด ฉันมีหลักฐานด้วย”
คนขายข่าวพูดทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด
“หลักฐานอะไร”
มิอาปล่อยมือจากคอเสื้อคนขายข่าวออก
“รู้แล้วๆ”
คนขายข่าวเมื่อถูกปล่อยก็สูดหายใจเข้าลึกๆ และมองไปยังมิอาหวังว่าเธอจะปล่อยเขาไป
“อย่าคิดเล่นตุกติก
“ซิไป่ฉีเตือน”
คนขายข่าวเดินไปยังห้องด้านหลัง และหยิบกระดาษออกมาแผ่นหนึ่งและส่งให้มิอาด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์
“เอ้าดูสิ ว่าคนในรูปนี้คือเธอรึป่าว”
คนขายข่าวชี้ไปยังรูปภาพในแผ่นกระดาษ
“นี้มัน…”
มิอากับซิไป่ฉีถึงกับตกใจ
เพราะภาพวาดที่อยู่บนกระดาษนั้นดูคล้ายกับมิอาอย่างมาก และมีความแตกต่างเพียงเล็กน้อย
หากว่าไม่ได้รู้จักกันเป็นอย่างดีไม่มีทางที่จะระบุรูปร่างหน้าตาได้ละเอียดแบบนี้
แต่มินโฮเป็นคนวาดสิ่งนี้จริงๆ งั้นหรอ
ตามที่เธอรู้ฝีมือการวาดรูปของมินโฮนั้นไม่ได้ดีขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
มิอาสงบสติอารมณ์ลง และถามต่อ
“ไปเอาภาพนี้มาจากไหน”
“ได้มันมาจากผู้คนที่อยู่ในเมืองเต่าทมิฬ รู้ไหมฉันเสียผลึกสัตว์อสูรไปเยอะขนาดไหน”
คนขายข่าวพูดขึ้นก่อนที่จะเงียบไป
เพราะเขาเห็นใบหน้าที่ดูบึ้งตึงของสองสาวที่ดูชัดเจนมากขึ้น เลยไม่กล้าที่จะบ่นอีกต่อไป เพราะกลัวถูกฆ่าตาย
“มีข้อมูลอะไรอีก”
มิอาถาม
“ไม่มีแล้ว นี้คือทั้งหมดที่ฉันรู้”
คนขายข่าวส่ายหัวและพูดอย่างคาดเดา
“แต่คนในภาพนี้เหมือนเธอมากๆ และน่าจะถูกวาดขึ้นจากคนที่รู้จักเธอดี ดังนั้นฉันจึงคาดเดาว่าน้องสาวของเธออยู่ที่นั่น”
มิอาและซิไป่ฉีมองหน้ากัน
“ไปกันเถอะ”
มิอาพูดอย่างเย็นชา
เธอหันกลับไปโดยที่ในมือถือภาพวาดไปด้วย
“นี้เธอ….ไม่ได้เชื่อจริงๆ ใช่ไหม”
ซิไป่ฉีรีบพุ่งตัวเข้ามาหาและกระซิบ
เธอคิดว่านี้อาจจะเป็นแผนการจับกุมตัวของเมืองเต่าทมิฬ เพื่อล่อจับพวกเธอ
“น้องสาวของฉันน่าจะอยู่ในเมืองเต่าทมิฬ
มิอาหยุดและมองไปทางซิไป่ฉี
ภาพนี้เป็นภาพสมัยที่เธอยังเด็กอยู่ เพราะงั้นมีเพียงน้องสาวของเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเธอมีหน้าตาเช่นไร ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าน้องสาวของเธออยู่ที่เมืองเต่าทมิฬ
“เธอเชื่อจริงๆ งั้นหรอ”
ซิไป่ฉีถึงกับคิ้วขมวด
เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเล็กและดูเด็กน้อยของเธอ
“ฉันว่ามันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ มันอาจจะมีอะไรไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่”
“แล้วอะไรล่ะ”
มิอาเถียงทันที
“ก็จับกุมเธอไงล่ะ!”
ซิไป่ฉีพูดขึ้นอย่างไม่ลังเล
“แล้วจะต้องการตัวฉันไปทำไม”
มิอาถามต่อ
“ฉันจะไปรู้งั้นหรอ?”
ซิไป่ฉีเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ก่อนที่จะเงียบกันไปทั้งคู่ และซิไป่ฉีก็พูดต่อ
“พวกเขาอาจจะรู้ว่าเธอเป็นสมาชิกของดินแดนเขียวขจีก็ได้”
“.....”
แววตาของมิอาสั่นไหวเล็กน้อย
เธอหายใจเข้าลึกๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“ไม่ว่ายังไง ฉันก็ต้องกลับขึ้นไปบนนั้นเพื่อพิสูทจ์เรื่องนี้ เพราะน้องสาวฉันอาจจะอยู่บนนั้นจริงๆ”
“นี้เธอเสียสติไปแล้วรึไง แล้วเธอมีแผนสำหรับเรื่องนี้งั้นหรอ?”
ซิไป่ฉีตวาดใส่มิอาด้วยความกังวล
แต่มิอาเองก็ตอบกลับมาอย่างดื้อดึง
“ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น และฉันรอไม่ได้แล้ว”
“ถ้าน้องสาวของฉันอยู่บนนั้นจริงๆ ฉันก็ต้องไปพาเธอออกมา”
เธอเป็นห่วงน้องสาวเธอจนลืมเหตุผลทุกอย่าง และคิดว่ายิ่งรอนานเท่าไร มินโฮเองก็จะยิ่งตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น
“นี้เธอสิ้นหวังถึงขนาดนี้เลยงั้นหรอ”
ซิไป่ฉีแสดงสีหน้าที่สงสาร
“ครั้งนี้ฉันจะไปเมืองเต่าทมิฬด้วยตัวเอง”
มิอาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“เธอต้องการจะทิ้งฉันไว้ แล้วไปเมืองเต่าทมิฬคนเดียวงั้นหรอ?”
สีหน้าของซิไป่ฉีนั้นผิดหวังมาก และไม่คิดว่ามิอาจะตัดสินใจแบบนี้
“ไม่ แต่ฉันต้องการให้เธอทำสิ่งหนึ่งให้แทน”
มิอาพูดต่อ
ซิไป่ฉีแก้มพองขึ้นพร้อมกับพูดอย่างไม่พอใจ
“จะให้ทำอะไรอีกล่ะ!”
“ถ้าเกิดฉันล้มเหลวหรือเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น”
มิอาพูดอย่างใจเย็น
“ฉันต้องการให้เธอไปขอความช่วยเหลือจากดินแดนเขียวขจีให้ฉัน”
เธอไม่ได้กลัวสิ่งใด แต่กลัวว่าน้องสาวของเธอจะอยู่ในเมืองเต่าทมิฬจริงๆ
มันจะเหมือนว่าเธอเดินเข้าไปในกับดัก แล้วดินแดนเขียวขจีจะเป็นความหวังสุดท้ายของเธอที่จะช่วยมินโฮออกมาได้
“มีสถานที่พาไปยังดินแดนเขียวขจีอยู่ในเมืองปักษา เธอจะไปดินแดนเขียวขจีได้จากที่นั้น”
มิอาเอาม้วนหนังสัตว์ออกมาจากแขนกระเป๋าเสื้อ และยัดใส่มือซิไป่ฉี
“แล้ว….ทำไมเราไม่ไปเมืองปักษาด้วยกันล่ะ…..กว่าที่ความช่วยเหลือจะมาถึงปานั้นคงสายไปแล้วว”
ซิไป่ฉีกำม้วนหนังสัตว์เอาไว้แน่น และพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นและถามต่อ
“ทำไม…ทำไมไม่รออีกสักสองสามวันล่ะ”
“มันนานเกินไป”
มิอาส่ายหัว
เธอใจเย็นรอไม่ได้อีกแล้ว มีความคิดมากมายเต็มหัวเธอไปหมดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่น้องสาวเธอเจออยู่
“พอกันที! ฉันไม่สนใจเธออีกแล้ว!!”
ซิไป่ฉีกัดฟันแน่นพร้อมกับร่างที่สั่นเทาไปทั้งตัว
“ได้โปรด”
มิอาอ้อนวอน และคำนับให้อย่างจริงจัง
“นี้เธอทำอะไร?”
ซิไป่ฉีสะดุ้ง และกระโดดถอยไปก้าวหนึ่ง
“ต่อจากนี้เราคงต้องแยกกันแล้ว ดูแลตัวเองด้วยอย่าโดนพวกเมืองหมื่นอสูรจับตัวได้ละ”
มิอากล่าวเตือนอย่างเป็นห่วง ก่อนที่จะหันหลังและเดินจากไป
“เอ๊ะ? เดี๋ยว!! ฉันยังไม่ได้รับปากเธอเลยนะ”
ซิไป่ฉีตะโกน
แต่ไม่ทัน เพราะมิอาได้ออกวิ่งหายไปในความมืดแล้ว
“แล้วแบบนี้ฉันจะทำยังไงดี”
ซิไป่ฉีเม้มปาก พร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved