(ตอนเดียวนะครับวันนี้)
ตกกลางคืน อากาศก็เริ่มเย็นขึ้น
ลี่เยว่กับลี่ลี่เป็นคนนำ
โดยมีมินโฮ เว่ยหยูหลัน และหยู่เฟ่ยหยานเดินตามมา
เด็กสาวทั้งห้าสวมเครื่องแบบของหน่วยรบพิเศษ และมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองเวยฉาย
คืนนี้พวกเธอได้รับภารกิจฝึกซ้อมแบบหน่วยรบพิเศษ และได้ทดสอบแนวป้องกันของเมืองไปด้วย เพราะเป็นการดีที่จะได้รู้ว่าทหารยามตื่นตัวแค่ไหน
ลี่เยว่สะกิดลี่ลี่ ก่อนที่ลี่ลี่จะชี้ไปทางสามสาว
“พวกเราจะนำไปก่อนแล้วเปิดทางให้ แล้วทั้งสามค่อยตามมา”
มู่เหลียงเองก็ได้สอนกลยุทธ์เล็กๆ น้อยๆ ให้กับทั้งห้าคนแล้ว อย่างเช่นตำแหน่งท่ายืน ทิศทางหมุนตัว และการออกท่าต่างๆ
มินโฮก็แสดงท่าทางตกลงแบบทหารที่มู่เหลียงสอนให้
ทุกวันนี้มินโฮเริ่มที่จะคุ้นเคยกับทุกคนมากขึ้น จนไม่เขินอายอีกแล้ว
ลี่เยว่กับลี่ลี่มองหน้ากัน ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนกำแพงอย่างรวดเร็ว
ด้วยความเร็วของผู้มีพลังขั้น 4 การปีนกำแพงเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
เด็กสาวทั้งสองยืนอยู่เหนือกำแพง พร้อมกับฟังเสียงพูดคุยของยามเฝ้าเวร
“เวรรอบดึกเป็นอะไรที่ทรมานที่สุดแล้ว เพราะมันหนาวแทบเดินไม่ออก”
“ใช่ บางทีเพราะเมืองเต่าทมิฬตั้งอยู่ในที่สูงเกินไป ก่อนหน้านี้ที่กลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ยังไม่หนาวขนาดนี้เวลากลางคืน”
“เมืองเต่าทมิฬอยู่สูง คงไม่มีใครกล้าปีนขึ้นมาหรอก พวกเราหนีกลับบ้านกันเถอะ”
“ไม่ได้ ไม่ได้ เราต้องเดินลาดตระเวนให้จบก่อนถึงจะกลับได้ ไม่งั้นท่านแม่ทัพจะหักแต้มสะสมของพวกเรา”
“....”
ลี่เยว่กับลี่ลี่ที่ฟังอยู่ ก็มองหน้ากันพร้อมกับพยักหน้า
ทั้งสองเดินเข้าไปหาอย่างนุ่มนวลราวกับแมว
ก่อนที่จะหยิบผ้าเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋า พร้อมกับขวดดินเผาเล็กๆ ที่มีจุกก๊อกปิดอยู่ หลังจากนั้นก็เปิดจุกก๊อก และเทของเหลวที่อยู่ข้างในขวดลงในผ้า
ลี่เยว่กลั้นหายใจ เพราะนี้คือยามึนเมาที่โหย่วเฟ่ยทำขึ้น ทั้งสองย่องอย่างช้าๆ ไปทางทหารยามพร้อมกัน
เมื่อทั้งคู่เห็นโอกาสเหมาะก็พยักหน้าให้สัญญาณ ก่อนที่จะเตะตัดขาทหารยามทั้งสองจนหงายหลังและกดด้วยผ้าที่เต็มไปด้วยยามึนเมา
ทหารยามทั้งสองถูกผ้าปิดปากและจมูกเอาไว้ ทำให้ส่งเสียงไม่ได้ เมื่อทั้งสองสูดดมยาเข้าไปก็เริ่มหมดสติไปทันที
“น่าจะสลบไปจนเช้า”
ลี่เยว่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เธอหนิบขวดเล็กๆ ที่ใส่หมึกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และเอาพู่กันอันเล็กออกมา จุ่มหมึกและเขียนลงไปบนหน้าทหารยามทั้งสอง
“เสร็จแล้ว”
ลี่ลี่เองก็ทำเช่นเดียวกัน
ทั้งสองเอาเชือกออกมาจากกระเป๋าสะพายและโยนลงไปจากกำแพงเมือง เพื่อรับตัวทั้งสามคนขึ้นมา
“ตอนนี้ เป้าหมายของพวกเราคือแม่ทัพที่ 1 แห่งประตูซานไห่”
ลี่เยว่ชี้ไปยังหอคอยเฝ้าระวังที่อยู่อีกฝั่งของประตูเวยฉาย และพูดขึ้น
“เราสองคนจะใช้ยามึนเมานี้ทำให้เขาหมดสติ และพวกเธอทั้งสามคนช่วยกันจัดการที่เหลือ”
เธอไม่กล้าที่จะมอบหมายให้ทั้งสามลงมือใช้ยามึนเมากันคนอื่น เพราะหากพลาดทั้งหมดจะถูกจับได้
“ไม่มีปัญหา ปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกเราเอง”
หยู่เฟ่ยหยานพูดอย่างจริงจัง
“อือ”
มินโฮขานรับเบาๆ
เว่ยหยูหลันเองก็พยักหน้าเล็กน้อย อย่างเข้าใจ
“งั้นลงมือได้”
ลี่เยว่เป็นคนนำ และย่องออกไปอย่างเงียบเชียบ
โดยมีลี่ลี่เดินตามหลังไปติดๆ โดยทิ้งทั้งสามให้เดินตามหลังมา
ระหว่างทาง สามสาวที่อ่อนต่อโลกแห่งการต่อสู้นั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และรู้สึกประหม่าไปหมด
พวกเธอเรียนรู้และดูสิ่งที่ลี่เยว่กับลี่ลี่ทำ เพราะทั้งสองเป็นผู้มีประสบการณ์
แต่ก่อนพวกเธอมักจะได้เรียนรู้จากมู่เหลียง แต่ตอนนี้พวกเธอต้องลงมือจริงๆ แล้ว ซึ่งมันแตกต่างจากตอนฝึกกับมู่เหลียงมาก
กำแพงเมืองเวยฉายนั้นเชื่อมไปถึงประตูซานไห่ทำให้หญิงสาวทั้งห้าไปถึงได้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
พวกเธอพบว่าทหารยามนั้นขี้เกียจมาก และมักจะรวมตัวกันที่กองไฟเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่น และแอบหลับ
ไม่มีใครทำหน้าที่ตรงหอคอยประตูเมืองจริงๆ เลย หากไม่มีเสียงเตือนดังที่ชัดเจนคงไม่มีใครตื่นตัว และยังไม่มีเสียงเตือนภัยแน่นอน
ลี่เยว่กับลี่ลี่ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ก่อนที่จะเล่นงานทหารเฝ้ายามไปทีละคน จนเหลือแค่เว่ยกังเพียงคนเดียว
“ที่เหลือจัดการด้วย”
ลี่เยว่สั่งให้สามสาวจัดการขนย้ายร่างทหารออกไป
“ที่นี้เราไปเล่นงานแม่ทัพกันเถอะ”
ลี่ลี่พูดขึ้นพร้อมกับมองเข้าไปในหอคอยเฝ้าระวัง
“เร็วๆ ลงมือกันเถอะ”
หยู่เฟ่ยหยานหยิบขวดหมึกกับพู่กันออกมา และเริ่มวาดลงบนหน้าทหารยามที่สลบอยู่
“อือ”
มินโฮนั้นมีแววตาเป็นประกาย และคิดว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ฝึกวาดรูป
“....”
เว่ยหยูหลันนั้นกุมมือแน่นด้วยความเป็นห่วงพ่อของเธอ
และหวังว่าพ่อของเธอจะระวังตัวมากกว่านี้ และไม่ตกเป็นเหยื่อของทุกคน
เธอจมอยู่กับความคิดนี้ได้ไม่นาน
เว่ยหยูหลันก็เห้นว่าลี่เยว่กำลังลากชายวัยกลางคนออกมาจากหอคอย และมาหยุดที่ตรงกองไฟ
นั้นคือพ่อของเธอเว่ยกังนั้นเอง
“....”
-เว่ยหยูหลันหันหน้าหนีไม่อยากจะเห็นในส่งที่เกิดขึ้น
เธอรู้ได้เลยว่าพ่อของเธอคงถูกเล่นงานและสลบไปในไม่กี่วินาที
“น้องหลัน หน้าที่นี้ฉันยกให้เธอ”
ลี่เยว่เดินมาเรียกเว่ยหยูหลันที่กำลังขวัญเสีย
“ฉัน…!?”
เว่ยหยูหลันจ้องมองพู่กันกับขวดน้ำหมึกในมือของลี่เยว่ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า และมองไปยังพ่อของเธออย่างลังเล
“ใช่ รีบวาดเข้า เราจะต้องไปที่ป้อมอีกสองแห่ง”
ลี่เยว่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แยแส
เธอไม่คิดว่าเว่ยกังจะไม่ระวังตัวขนาดนี้ และเขาถูกจัดการได้อย่าง่ายๆ โดยไม่มีการขัดขืนเลย
…….
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ”
เว่ยหยูหลันเม้มปากพร้อมกับจำใจ ก้มลงไปเขียนหน้าพ่อของเธอ
เธอมองไปยังเคราบนใบหน้าและรู้สึกว่ามันเกะกะเกินไปจนวาดไม่ได้
“ถ้าตัดเคราออก คงวาดได้ง่ายขึ้น”
เว่ยหยูหลันบ่นและทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่เธอจะดึงมีดสั้นออกมา และโกนหนวดเคราพ่อของเธอ
“.....”
ทั้งสี่สาวมองดูด้วยสายตาที่ตกตะลึง เมื่อเห็นการกระทำของสาวใช้ตัวน้อย
ลี่เยว่หันมองมินโฮ และใช้สายตาถามมินโฮว่า
‘น้องหลันเกลียดพ่อของเธอขนาดนั้นเลยหรอ’
มินโฮส่ายหัวปฏิเสธ
ลี่เยว่คิดว่าแบบนี้จะไม่เป็นอะไรจริงๆ งั้นหรอ เด็กน้อยเล่นโกนหนวดของพ่อเธอจนหมด
ในฐานะหน่วยผี ลี่เยว่ได้ตรวจสอบข้อมูลของแม่ทัพทุกคนอย่างละเอียด
เธอรู้ว่าเว่ยกังนั้นรักหนวดเคราของตัวเองมาก และมักจะเล็มและจัดทรงหนวดเคราอยู่บ่อยๆ เพื่อให้มันออกมาดูดีต่อหน้าสมาชิกทุกคนในหน่วยของเขา
และเธอเองก็เห็นกับตาและได้ยินกับหูว่าเว่ยกังนั้นชอบหนวดเคราของเขามากๆ เพราะมักพูดกับซูเอ๋ออยู่บ่อยๆ
“ได้เวลาลงมือแล้ว”
เว่ยหยูหลันนั้นปัดมือไปมา พร้อมกับรอยยิ้มอันซุกซนของเธอ และเริ่มขีดเขียนลงบนใบหน้าของเว่ยกัง
ทั้งรอยดำรอบดวงตา จุดดำตามใบหน้า และรอบปาก แถมยังวาดหนวดเคราให้ใหม่อีก
“เรียบร้อย”
เว่ยหยูหลันมองไปยังผลงานชิ้นเอกอย่างภูมิใจ
เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าทั้งสี่สาวกำลังมองเธออยู่ด้วยความทึ่ง ด้วยความสงสัยเธอจึงถามออกไป
“อะไรหรอเจ้าค่ะ?”
“ไม่..ไม่ ไม่มีอะไร”
ลี่เยว่รีบตอบปัดไปทันที
“ใช่ๆ เธอทำได้ดีมากไ
มินโฮพูดขึ้นพร้อมกับยกนิ้วโป้งชม
“พอเถอะเจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันยิ้มด้วยความเขินอาย
“ไปกันเถอะ เราต้องไปอีกสองป้อมที่เหลือ”
ลี่ลี่เดินนำหน้าออกไป
คือนนี้เป็นการทดสอบป้อมปราการทั้งสามของเมือง
เห็นได้ชัดเลยว่าที่ด่านเวยฉาย กับประตูซานไห่นั้นอ่อนแออย่างมาก และถูกบุกได้อย่างง่ายดาย หากทั้งสี่เป็นศัตรู พวกทหารยามคงตายหมดแล้ว
“ถ้าอีกสองป้อมเป็นเหมือนกันอีก…”
มินโฮเม้มปาก และไม่กล้าพูดต่อ
“หลังจากนั้นพวกเขาจะเจอสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรเสียอีก”
หยู่เฟ่ยหยานผายมือออก และเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“....”
เว่ยหยูหลันตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อคิดถึงสิ่งที่เธอวาดลงไปบนใบหน้าพ่อของเธอ
พรุ่งนี้พ่อของเธอจะไปหามู่เหลียงด้วยสภาพน่าสมเพชแบบนั้นจริงๆ งั้นหรอ
เว่ยหยูหลันนั้นตัดสินใจว่าช่วงวันหยุดเธอจะไม่กลับไปบ้านสักสองสามวัน และจะกลับไปหลังจากเรื่องนี้ผ่านไปแล้วสักพัก
“เร็ว พวกเราต้องรีบลงมือ”
ลี่เยว่เตือนทุกคนด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved