รุ่งสางใกล้เข้ามา แต่ท้องฟ้าก็ยังสว่างไม่มากพอที่จะเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน
นอกกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มู่เหลียงได้นำลี่เยว่กับหยู่เฟ่ยหยานเดินทางไปหาเต่าทมิฬน้อย
“หยู่จูคิดอะไรอยู่กันแน่…อยู่ๆ ก็มอบผลึกสัตว์อสูรให้กับเราแบบนี้”
ลี่เยว่มองไปยังถุงผ้าในมือมู่เหลียงที่ภายในถุงเต็มไปด้วยผลึกสัตว์อสูรจำนวนมาก
ก่อนที่จะแยกจากพวกของหยู่จู เธอได้บอกให้หยู่เฟ่ยหยานไปเอาผลึกสัตว์อสูรทั้งหมดที่มีให้กับมู่เหลียง
“ช่างเถอะ ตอนนี้มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาไปใช้ยังไงมากกว่า”
มู่เหลียงยิ้มบางๆ ออกมา
กลัวว่ามู่เหลียงจะไม่ยอมช่วยเธอยังงั้นหรอ? หรือต้องการซื้อใจมู่เหลียง?
การมอบผลึกสัตว์อสูรให้ในครั้งนี้ ตีได้หลายความหมายมาก
ตอนนี้ไม่ว่าหยู่จูตั้งใจจะทำอะไร มันก็พูดอะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะผลึกสัตว์อสูรอยู่ในมือของมู่เหลียงหมดแล้ว
“ก็จริง”
ลี่เยว่พยักหน้าเห็นด้วย
แต่ร่องรอยของความกังวลในสายตาของเธอก็ไม่ได้หายไป เธออ้าปากขึ้นราวกับจะพูดอะไรสักอย่างที่นึกออก แต่ก็ไม่พูดมันออกมา
“อยากจะพูดอะไรงั้นหรอ พูดออกมาเถอะ”
มู่เหลียงสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงความสับสนของลี่เยว่
“คือ…ถ้าเรารับคนมาเยอะๆ แบบนี้”
ลี่เยว่พูดพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย และใช้น้ำเสียงที่เย็นชาของเธอพูดออกมาอย่างนุ่มนวล
“ฉันเกรงว่าเต่าทมิฬน้อยจะตัวเล็กไป และพวกเราจะอยู่อย่างแออัด”
เธอเองก็เคยวาดฝันไว้ว่า หากเต่าทมิฬน้อยตัวโตกว่านี้ คงรับคนได้อีกเป็นสิบๆ แน่
แต่ลี่เยว่ไม่คิดว่ามู่เหลียงจะตัดสินใจรับคนเพิ่มที่เดียวถึงห้าสิบคนแบบนี้ โดยที่พื้นที่บนหลังของเต่าทมิฬนั้นมีแค่พันตารางเมตร หากขนทุกคนขึ้นไป มันคงจะแออัดน่าดู
“เธอกลัวอยู่กับคนเยอะๆ งั้นหรอ ฮะๆๆ”
มู่เหลียงหัวเราะชอบใจ
“ปะ–ป่า–ป่าวสักหน่อย ฉันหมายถึงความหมายอื่นต่างหาก”
ลี่เยว่โบกไม้โบกมือด้วยความร้อนรน กลัวว่ามู่เหลียงจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอนั้นเป็นคนใจแคบ และไม่ชอบให้คนมาอาศัยอยู่ด้วยเยอะๆ
“ฉันรู้….”
มู่เหลียงเอื้อมมือไปลูบหัวของลี่เยว่อย่างอ่อนโยน
ก่อนที่เขาจะมองไปยังเนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ไกลออกไป และพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
“เดี๋ยว…เต่าทมิฬน้อยเองก็จะเติบโตขึ้นในเร็วๆ นี้แหละ”
“เติบโตในเร็วๆ นี้? หมายความว่าไงมู่เหลียง!?”
ลี่เยว่ถามด้วยความสงสัย
ต่อให้เติบโตได้เร็วแค่ไหน มันก็ไม่น่าจะโตได้ในทันทีหรอกจริงไหม?
“เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”
มู่เหลียงไม่ตอบ และเดินนำหน้าขึ้นไป
โหย่วเฟ่ยที่เดินตามหลังมาก็เดินขึ้นมาข้างๆ ลี่เยว่ก่อนที่จะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“ลี่เยว่น้อย…ที่พวกเธอสองคนพูดถึงคืออะไรงั้นหรอ เต่าทมิฬน้อยคืออะไร?”
“เดี๋ยวเธอก็จะรู้เอง”
ลี่เยว่เลียนแบบมู่เหลียง และตอบแบบเดียวกัน
“อะไรของเธอเนี้ย ลี่เยว่น้อยไปรู้วิธีทำตัวลึกลับมาจากเขาด้วยงั้นหรอ?”
โหย่วเฟ่ยทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
เธอรู้ว่าลี่เยว่นั้นเปลี่ยนไป แต่ไม่คิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ ไม่เย็นชาและไร้ชีวิตชีวาเหมือนแต่ก่อน
กลายเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหว และเริ่มเรียนรู้นิสัยแย่ๆ มา
“โหย่วเฟ่ยเตรียมใจให้ดีแล้วกัน เดียวเธอจะได้ตกใจครั้งใหญ่แน่”
แววตาของลี่เยว่นั้นฉายออกถึงความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
โหย่วเฟ่ยนั้นพูดด้วยใบหน้าที่หงุดหงิด
“ยิ่งเธอพูดแบบนี้ ฉันก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก!”
“เดี๋ยวเธอก็รู้เอง อีกไม่นานหรอก”
ลี่เยว่ส่ายหัวเล็กน้อย
โหย่วเฟ่ยถามต่อทันที
“แล้วเมื่อไร?”
“ที่จริงมันอยู่ข้างหน้าแล้วด้วยซ้ำ”
ลี่เยว่ตอบพร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยชี้ไปทางด้านหน้า
“ข้างหน้า…ไหน…หมายถึงเนินเขาลูกนั้นนะหรอ”
โหย่วเฟ่ยนั้นมองไปทางด้านหน้าก็เห็นมู่เหลียงหยุดตรงหน้าเนินเขาแห่งหนึ่ง
“มาเร็ว เดี๋ยวเราจะขึ้นไปแล้ว!”
มู่เหลียงตะโกนขึ้นและโบกมือให้ทั้งสองคนเร่งฝีเท้า
การเปลี่ยนแปลงสองระดับนั้นคงอลังการแน่นอน เพราะงั้นการอยู่บนหลังของเต่าทมิฬจะปลอดภัยกว่า
“เรามาถึงแล้ว”
ลี่เยว่พูดขึ้นก่อนที่จะลากโหย่วเฟ่ยมาด้วย
“เต่าทมิฬน้อยตื่นได้แล้ว”
มู่เหลียงส่งกระแสจิตไปปลุกเต่าทมิฬ
แอ๊!!!
เต่าทมิฬลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก่อนที่มันจะให้ความรู้สึกที่เป็นมิตร
“ห–ใหญ่มาก!!”
โหย่วเฟ่ยนั้นอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นเต่าทมิฬกับตาของตัวเอง
เธอรู้สึกกลัวจนไม่กล้าที่จะขยับไปไหน
“ส่งพวกเราขึ้นไป”
มู่เหลียงออกคำสั่ง
แอ๊!!
เต่าทมิฬน้อยใช้พลังยกพื้นดินจุดที่มู่เหลียงยืนอยู่ พุ่งขึ้นไปเหมือนลิฟ ส่งทุกคนขึ้นไปบนหลังของมัน
“กะ–เกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย”
โหย่วเฟ่ยนั้นรู้สึกทรงตัวไม่อยู่ และกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะกระโดดไปกอดลี่เยว่ด้วยความกลัว
ลี่เยว่มุมปากยกสูง และพูดด้วยความภูมิใจ
“เรากำลังกลับบ้าน”
เธอไม่คิดว่าการกลับขึ้นหลังของเต่าทมิฬครั้งนี้ จะสนุกกว่าครั้งแรกที่เธอมาถึง
“บ้าน?”
โหย่วเฟ่ยนั้นกระพริบตาหลายครั้งหลังจากได้ยินคำนี้ และมองลี่เยว่ด้วยสีหน้ามึนงง เธอไม่ได้ยินคำนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ
“ถึงแล้ว นี้คือบ้านใหม่ของเรา”
ลี่เยว่ฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข แต่หน้ากากได้ปิดบังเอาไว้ทำให้ไม่มีใครเห็น
ไม่นานเสาหินก็ได้พามู่เหลียงกับสองสาวขึ้นมาส่งบนหลังของมัน
“มู่เหลียง!! ลี่เยว่ ทุกคนกลับมาแล้ว!”
มินโฮรีบกล่าวทักทายทันที ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“นี้มินโฮปลูกต้นไม้อยู่งั้นหรอ”
มู่เหลียงยกมือขึ้นลูบไปบนหัวของมินโฮที่วิ่งเข้ามาหา
เขาเหลือบไปเห็นเสี่ยวไกที่นอนกองกับพื้นโดยมีเซียวหงช่วยแกะใยที่หอต้นไม้ออกจากตัวของมัน
“ต้องรีบเอาต้นไม้ลงดิน ไม่งั้นพวกมันจะตายหมด”
มินโฮตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
ก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็นหนักใจแทน และดูเศร้าๆ
“แต่พื้นที่สวนมันเล็กเกินไป ไม่สามารถปลูกได้ทั้งหมด”
“เรื่องนี้ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวปัญหานั้นจะถูกแก้ไขเดี๋ยวนี้แหละ”
มู่เหลียงยิ้มให้เล็กน้อย ปลอบใจมินโฮ
“เดี๋ยวนี้เลยงั้นหรอ?”
มินโฮถามด้วยความสงสัย
เธอเป็นคนเดียวที่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเต่าทมิฬมากที่สุด เธอเห็นมันตั้งแต่ตัวเท่าฝ่ามือจนตัวใหญ่โตเท่ากับเนินเขาลูกเล็กๆ
“เป็นไปตามที่ขอไงล่ะ”
มู่เหลียงเอาถุงผลึกสัตว์อสูรขึ้นมาเขย่าต่อหน้ามินโฮ
“มู่เหลียงจะทำต่อหน้าทุกคนเลยงั้นหรอ”
มินโฮถามด้วยแววตาที่ใสแป๋ว และมองไปทางมู่เหลียงราวกับจะเตือนความทรงจำที่เขาบอกกับเธอว่าห้ามบอกใครเรื่องพลังของเขา ก่อนที่จะมองไปยังโหย่วเฟ่ยที่อยู่ข้างๆ เธอ
“ไม่เป็นไร”
มู่เหลียงส่ายหัว
ยังไงเขาก็ไม่สามารถปิดบังเรื่องความสามารถในการวิวัฒนาการสัตว์อสูรเลี้ยงของเขาได้อยู่แล้ว ในอนาคตตัวของเต่าทมิฬจะใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ และทุกคนที่อยู่บนหลังของเต่าทมิฬก็จะรู้อยู่ดี
ที่จริงมู่เหลียงก็หาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลไว้รองรับแล้วเหมือนกัน เพื่อปิดบังไม่ให้ใครรู้เรื่องระบบของเขา
“นายต้องการให้พวกเราออกไปก่อนไหม?”
ลี่เยว่ถามและแสดงสีหน้าจริงจัง
เธอพอจะคาดเดาได้ว่านี้อาจจะเป็นความลับพลังของมู่เหลียง และเหตุผลที่อยู่ๆ ทำไมเสี่ยวไกถึงตัวโตขึ้นได้
“ไม่จำเป็น พวกเธอถือว่าอยู่ฝั่งเดียวกับฉันแล้ว”
มู่เหลียงส่ายห้วเล็กน้อย
เขาคุกเข่าลงก่อนที่จะเอามือกดลงไปบนผลึกสัตว์อสูร
“ระบบเปลี่ยนทั้งหมดเป็นแต้มฝึกฝน”
“แล้วก็วิวัฒนาการเต่าทมิฬให้ถึงระดับ 6”
มู่เหลียงได้สั่งให้ระบบวิวัฒนาการเต่าทมิฬถึงสองระดับในครั้งเดียว
-ติ๊ง!! เปลี่ยนแปลงแหล่งพลังงานเป็นแต้มฝึกฝนสำเร็จ ได้รับแต้มฝึกฝน 86,210 แต้ม
-ทำการวิวัฒนาการเต่าหิน-
-ติ๊ง! วิวัฒนาการเต่าหินเป็นระดับ 6 สำเร็จ-
-ติ๊ง! เจ้านายต้องการสืบทอดพลังมาจากเต่าหิน และรับทักษะศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้น หรือไม่-
-ทำการถ่ายทอดความสามารถสู่ร่างเจ้านาย ได้รับความสามารถศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้น-
ทั่วทั้งร่างของมู่เหลียงรู้สึกถึงกระแสน้ำอุ่นไหลเข้ามา แต่ครั้งนี้มันนานกว่าครั้งไหน กล้ามเนื้อทุกส่วนเหมือนถูกสร้างขึ้นใหม่ กระดูกเองก็ถูกขัดเกลาจนได้ยินเสียงเหมือนแมลงนับหมื่นกำลังแทะร่างของเขาอยู่
แล้วเส้นเลือดในร่างของมู่เหลียงก็เปล่งประกายขึ้นจนเห็นได้จากตาเปล่า ทั่วทั้งร่างของมู่เหลียงเห็นเป็นเส้นสีแดงเต็มไปหมด ซึ่งมันดูน่ากลัวอย่างมาก
“มู่เหลียง!! เป็นอะไรไป!!”
มินโฮถามด้วยความตกใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงขนาดนี้ ทำให้แววตาของเธอฉายออกถึงความกังวลอย่างมาก
“เขาไม่เป็นไรมินโฮ….นี้น่าจะเป็นกระบวนการที่ทำให้มู่เหลียงแข็งแกร่งขึ้น”
ลี่เยว่เดินเข้าไปกอดมินโฮเอาไว้ และปลอบให้เธอใจเย็นลง ทั้งที่เธอเองก็หวาดกลัวเหมือนกัน
เธอมองไปยังมู่เหลียงด้วยสายตาที่สั่นเทา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเห็นอะไรแบบนี้เหมือนกัน
โหย่วเฟ่ยนั้นเดินเข้าไปใกล้มู่เหลียง ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ก่อนที่เธอจะตรวจสอบดูอย่างละเอียด
“นี่มัน….กลิ่นไอของขั้น 7”
“ขั้น 7 ?!”
ลี่เยว่อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
ขั้น 7 นั้นถือได้ว่าเทียบเท่ากับผู้ปกครองเมืองใหญ่แล้ว
“ใช่…ไม่ผิดแน่นี้คือกลิ่นไอของขั้น 7”
โหย่วเฟ่ยนั้นเดินวนรอบมู่เหลียงและตรวจสอบหลายรอบ เธอเองก็ประหลาดใจเหมือนกัน ก่อนที่อยู่ดีๆ ทุกอย่างจะสั่นไหว
ครืน!!!
เต่าทมิฬกำลังพยายามที่จะทนต่อการขยายตัวอย่างกระทันหัน และมันก็พยายามที่จะไม่ให้การขยายตัวของมันทำลายบ้านและสวนของมู่เหลียง
ระยะเวลาในการขัดเกลาครั้งนี้นานถึง 20 นาที
มู่เหลียงค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับความรู้สึกราวกับเกิดใหม่ ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเขาคมชัดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“มู่เหลียงไม่เป็นไรใช่ไหม?”
มินโฮโน้มตัวมาใกล้ๆ มู่เหลียงด้วยนัยน์ตาที่แดงก่ำ
“ไม่เป็นไร จะบอกว่า…รู้สึกดีมากกว่าเสียอีก”
มู่เหลียงปลอบมินโฮ ก่อนที่จะเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของเธอ
เขานั้นอยากรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นี้ และเปิดดูหน้าสถานะทันที
ผู้ฝึก : มู่เหลียง
ถึกทน (ต้นฉบับไม่ได้เขียนไว้)
ว่องไว (ต้นฉบับไม่ได้เขียนไว้)
กำลัง 105.5
ปราณ 120
อายุขัย 24 / 2650 ปี
แต้มฝึกฝน 60 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)
แต้มวิวัฒนาการ 141,278
ความสามารถ ศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้นระดับ 6 ฟื้นฟูแขนขาระดับ 5 กายมนุษย์ระดับ 1 ถักทอใยแมงมุมระดับ 4 น้ำตานางฟ้าระดับ 1 อาณาเขตแสงดาวระดับ 3 ควบแน่นวารีระดับ 3
…..
สิ่งที่ฝึกฝน เต่าทมิฬ เต่าหิน(ระดับ 6) ทักษะ ศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้นระดับ 6
เสี่ยวไก กิ้งก่าสามสี(ระดับ 5) ทักษะ ฟื้นฟูแขนขาตาระดับ 5
เซียวหง แมงมุมผีแดง(ระดับ 4) ทักษะ ถักทอใยแมงมุม 4
ดอกปีกนางฟ้า(ระดับ 1) ทักษะ น้ำตานางฟ้า 1
ต้นชาเขียวประกาย(ระดับ 3) ทักษะ อาณาเขตแสงดาว 3
ปลาอัญมณี(ระดับ3) ทักษะ ควบแน่นวารี 3
…..
มู่เหลียงมองดูค่าสถานะใหม่ ทำให้เขารู้สึกตกใจไม่น้อยที่ตอนนี้ค่าสถานะของเขาทะลุ 100 มาแล้ว
ดังนั้น ตอนนี้เขาถึงไม่ต่างจากสัตว์อสูรในรูปร่างของมนุษย์ ที่สามารถทุบหินก้อนใหญ่ ให้แหลกได้ในการทุบครั้งเดียว
และการเปลี่ยนแปลงของความสามารถนั้นก็ดูน่าสนใจอย่างมากศิลาโลก:หนักเบา 10 ขั้น หากตามความเข้าใจของมู่เหลียง มันก็ไม่ต่างจากการควบคุมแรงโน้มถ่วง ที่มีต่อก้อนหินว่าจะให้หนักหรือเบา
“เมื่อกี้มันคืออะไร เกิดอะไรขึ้นกับนายมู่เหลียง”
ลี่เยว่ถามทันทีด้วยความเป็นห่วง
เธอเห็นแค่มู่เหลียงวางฝ่ามือลงไปบนผลึกสัตว์อสูร แล้วผลึกทั้งหมดก็หายไป ก่อนที่ตัวของมู่เหลียงจะเปลี่ยนสภาพ และอยู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นมาเฉยๆ
ทุกอย่างที่เกิดขึ้น อยู่ในสายตาของลี่เยว่ทั้งหมด ทำให้เธอนั้นรู้สึกสับสนและมึนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก นี้เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นว่ามีคนใช้ผลึกสัตว์อสูรเพิ่มพลังให้ตัวเองโดยตรงแบบนี้
นี้เป็นวิธีการเพิ่มพลังแบบใหม่อย่างงั้นหรอ?
“พลังของการตื่นของฉันคือการใช้ผลึกสัตว์อสูรเพื่อวิวัฒนาการสัตว์อสูรเลี้ยง และฉันจะได้รับพลังจากสัตว์อสูรที่ฉันเลี้ยงด้วย”
มู่เหลียงบิดเบือนความจริงของระบบให้กลายเป็นพลังของผู้ตื่นแทน
“ช่างเป็นพลังของผู้ตื่นที่น่าสนใจจริงๆ “
ลี่เยว่กล่าวด้วยแววตาที่สนใจ
“แต่….พวกเธอไม่ได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงรอบๆ ตัวเลยงั้นหรอ? ว่าบ้านเรามันใหญ่ขึ้น?”
มู่เหลียงพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เพื่อดึงสติสามสาวให้หันไปสนใจรอบข้าง
“เปลี่ยนแปลง?”
ทั้งสามสาวเมื่อได้สติก็หันมองดูรอบๆ ตัวทันที
“โห!! มันกว้างขึ้นมากจริงๆ!!”
มินโฮอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ใช่มันกว้างใหญ่ขึ้นจริงๆ”
ลี่เยว่ที่กวาดตามองไปรอบๆ ก็รู้สึกแปลกใจไม่แพ้มินโฮ
ตอนนี้พื้นที่ได้ขยายออกไปอีกเป็นหลายเท่าตัว
“มันเกิดอะไรขึ้น?”
โหย่วเฟ่ยนั้นมองดูทุกอย่าง และงงเป็นไก่ตาแตก และไม่รู้เลยว่าจะหาเหตุผลหรือสิ่งใดมาอธิบายการเติบโตในเวลาสั้นๆ แบบนี้ได้
“โหย่วเฟ่ยเธอลืมสัตว์อสูรที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ไปแล้วงั้นหรอ?”
ลี่เยว่เริ่มอธิบายให้เพื่อนของเธอเข้าใจ
“ตอนนี้พวกเรายืนอยู่บนหลังของมัน”
“อย่าบอกนะ ที่ลี่เยว่บอกว่าเป็นบ้านก็คือ…”
โหย่วเฟ่ยนั้นอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง และไม่คิดว่าแผ่นดินที่ยกสูงขึ้นมาส่งพวกเธอคือส่งบนหลังของเต่ายักษ์ตัวนั้น
“บ้านใหม่ของพวกเรา อยู่บนหลังของสัตว์อสูรยักษ์ที่เคลื่อนที่ได้!”
ลี่เยว่ถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved