ที่ถนนการค้า
พวกโจรทั้งยี่สิบสองคนที่ถูกจับได้รวมไปถึงไทเกิ่นและแม่มดพันหน้าได้รับการปล่อยตัวและให้มารวมตัวกันในถนนเส้นนี้
“คนที่กำลังเดินมาคือเจ้าเมืองเต่าทมิฬใช่ไหม”
แม่มดพันหน้ากระซิบถาม
“ใช่ คนที่ดูน่ากลัวคนนั้นไง”
ไทเกิ่นตอบพร้อมกับคิดถึงฉากที่เจ้าเมืองเคยแสดงพลังให้เห็นก่อนหน้านี้ ทำให้เขารู้สึกสั่นกลัวตลอดเวลา
เจ้าเมืองเต่าทมิฬคนนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้ตื่นพลังขั้น 7 สำหรับผู้มีพลังขั้น 5 เช่นเขาจะถูกตัวตนระดับนี้ฆ่าทิ้งเมื่อไรก็ได้ และง่ายยิ่งกว่าการหายใจเสียอีก
“เขาจะให้พวกเราทำอะไร”
แม่มดพันหน้าถามต่อด้วยความรู้สึกมึนงง
ทั้งหมดถูกขังเอาไว้นานกว่าสิบวัน ได้แต่ นั่งๆนอนๆ กินก็น้อยและรู้สึกหิวมาก
“เขาต้องการจะทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นเขาคงไม่ปล่อยให้พวกเรารอดมาถึงตอนนี้ได้หรอก”
เขาชำเลืองมองไปยังอาคารรอบๆ ที่ดูตกแต่งอย่างสวยงาม ไทเกิ่นนั้นพอจะเดาได้ว่ามันอาจจะเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้
“เห็นด้วย”
แม่มดพันหน้าตอบพร้อมกับถอนหายใจ
เธออยากจะหนีออกไปจากเมืองเต่าทมิฬ และไม่ต้องการอยู่รอความตายที่นี่
“มีคนกำลังมา”
ไทเกิ่นพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่ำลง
แม่มดพันหน้าเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเห็นชายที่เดินนำเข้ามา มีคิ้วที่คมกริบ และมีนัยน์ตาสีดำคลับ จมูกสันเป็นคม
ใบหน้าของเขาดูละเอียดอ่อนราวกับหยก แต่กลับมีกลิ่นไอพลังที่รุนแรงแผ่ซ่านออกมา
“เป็นเช่นไร”
หยู่ฉินหลานเอ่ยถามและเดินออกมาข้างๆ มู่เหลียงด้วยท่าทางอันสง่างาม
“พวกเขาไม่ทำให้นายผิดหวังใช่ไหม”
“ก็ยังถือว่าดีอยู่และพอยอมรับได้”
มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ
เขามองไปยังกลุ่มคนที่รวมตัวกันอยู่ไม่ไกล และถามขึ้นเบาๆ
“เธอได้บอกกฏและระเบียบให้กับทุกคนแล้วรึยัง”
“ยัง ฉันต้องการรอให้นายมาถึงก่อน”
หยู่ฉินหลานยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“ดูเหมือนจะมีลูกเล่นอะไรอีกสินะ”
มู่เหลียงพูดขึ้นราวกับได้ยินความคิดของหยู่ฉินหลาน
เขามองไปยังกลุ่มคนด้านหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ความจริงแล้วเราคิดจะประหารชีวิตทุกคนที่อยู่ตรงนี้ทั้งหมด…”
เมื่อคำพูดของมู่เหลียงดังออกไป มันได้ทำให้ทั้งไทเกิ่นและแม่มดพันหน้าขวัญผวาทันที เพราะหวาดกลัวต่อการถูกโทษประหาร
“แต่ตอนนี้ เราจะมอบโอกาสให้ทุกคนได้ทำคุณไถ่โทษ นั้นคือยอมทำงานที่เมืองแห่งนี้เป็นเวลาห้าปี แล้วหลังจากนั้นทุกคนจะเป็นอิสระ
มู่เหลียงพูดพร้อมกับจ้องไปทางหญิงสาวที่หน้าตาบ้านๆ คนหนึ่ง และสัมผัสได้ว่าเธอคนนั้นมีพลังขั้น 5 แต่เธอกลับมีสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรเลยแม้แต่น้อย
“ห้าปี?”
ไทเกิ่น แม่มดพันหน้าและคนอื่นๆ ถึงกับตกตะลึง
ห้าปีมันยาวนานเกินไป
แต่สำหรับระยะเวลาเท่านี้ก็ถือว่ายังพอยอมรับได้ ดีกว่าต้องอยู่ในเมืองเต่าทมิฬไปตลอดชีวิต
“และอย่าได้คิดหนี ใครที่หนีจะถูกสังหารทันที”
มู่เหลียงพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ
เขากำลังขาดแคลนคน หากไม่จำเป็นเขาจะไม่ขอแรงคนเหล่านี้เลย
“ลดระยะเวลาไม่ได้หรอ”
มีโจรคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
“นี้ถือว่าเป็นความเมตตาที่สุดแล้ว ที่ท่านเจ้าเมืองมอบให้ และไม่เอาชีวิตพวกแก!”
หยู่ฉินหลานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชามากๆ
“พวกแกไม่มีสิทธิมาต่อรองอะไรทั้งสิ้น มีเพียงอยู่หรือตายเท่านั้นที่พวกแกเลือกได้”
แววตาน้ำเสียงของเธอนั้นดูดุร้ายอย่างมาก ทุกคำพูดของเธอนั้นมีพลังที่กดขี่
ทำให้โจรคนนั้นถึงกับคอหดทันที
“ท่านเจ้าเมือง แล้วสิ่งที่พวกเราต้องทำคืออะไร”
ไทเกิ่นถามด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย
“งานของพวกเจ้าคือเป็นผู้ดูแลจัดการร้าน และเป็นบริกรให้กับถนนเส้นนี้”
มู่เหลียงชี้นิ้วไปทางร้านค้าที่อยู่ข้างๆ
สำหรับการที่จะต้อนรับคนภายนอก ให้พวกโจรที่มีกลิ่นไอที่น่ากลัวคุมเพื่อรับมือพวกหัวรุนแรงเหมือนกัน หรือจะเรียกได้ว่าเอาเกลือจิ้มเกลือ
แน่นอนว่าบางร้านสำคัญๆ จะต้องจัดการและบริหารโดยคนของเมือง แต่ตำแหน่งหลักบางตำแหน่งก็แบ่งให้คนเหล่านี้รับผิดชอบ
“พวกเราจะทำได้งั้นหรอ?”
แม่มดพันหน้าพูดขึ้นพร้อมกับมองไปยังอาคารที่ตกแต่งอย่างดี
ก่อนที่จะก้มมองดูชุดตัวเองอีกครั้ง ซึ่งมันดูไม่เหมาะกับสถานที่อย่างมาก
“จะมีคนมาสอนเอง และทุกคนจะปลอดภัยหากเชื่อฟังคำสั่ง”
มู่เหลียงได้มอบแผนการจัดการพื้นที่การค้าให้กับหยู่ฉินหลานไปแล้ว ตอนนี้เธอจะต้องฝึกอบรมคนเหล่านี้ให้เป็นงานเท่านั้น เพื่อทำให้ถนนสายนี้พร้อมเปิดใช้บริการ
“มากับฉัน!”
หยู่ฉินหลานโบกมือด้วยท่าทางอันอ่อนช้อยของเธอ เรียกให้พวกโจรตามเธอมา
เธอตั้งแถวโจรทั้งหมดให้เป็นระเบียบก่อนที่จะเริ่มอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับงานและหน้าที่รับผิดชอบต่อจากนี้ของทุกคน
แล้วอีกสองวันจะเป็นวันทดลองงานจริง และมีเวลากระชั้นชิดมากๆ
“มู่เหลียง ต้องการให้มาจับตาดูพวกมันไหม”
ลี่เยว่ถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“ไม่จำเป็น พวกเขาหนีไปไหนไม่ได้แล้ว”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับส่ายหัว
เสี่ยวไกกับเซียวหงได้รับผิดชอบหน้าที่ในการดูแลเชิงผากระดองของเต่าทมิฬ ใครก็ตามที่บุกขึ้นมาต้องรับมือสองสัตว์อสูร และปีนผาสูงถึงห้าร้อยเมตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก และเช่นเดียวกันคงไม่มีใครหนีลงไปได้ด้วยเช่นเดียวกัน
“ท่านมู่เหลียง มีร้านเปิดให้บริการแล้ว”
หยู่เฟ่ยหยานก้าวออกมาพร้อมกับสยายผมสีแดงสดของเธอ
แน่นอนว่าเธอต้องแสดงออกถึงความเคารพมู่เหลียงเมื่ออยู่ภายนอก แต่หากเป็นในพื้นที่ส่วนตัวเธอจะไม่เป็นพิธีการขนาดนี้
“งั้นแปลว่าเธอมาที่นี่เพื่อจะลองกินของในร้านพวกนี้งั้นหรอ?”
มู่เหลียงถามด้วยความสงสัย
เขามองไปยังหยู่เฟ่ยหยานและรู้สึกว่าวันนี้เธอดูสง่าผ่าเผยกว่าปกติเล็กน้อย และเริ่มที่จะเลียนแบบหยู่ฉินหลาน
“ใช่คนยังน้อยอยู่ และยังง่ายต่อการดูแล”
หยู่เฟ่ยหยานผายมือไปทางร้าน
ต่อไปเธอจะต้องทำงานเป็นบริกรชั่วคราว วันนี้เลยต้องการจะใช้บริการร้านค้าต่างๆ ก่อน
“โอ้ พอดีเลยฉันยังไม่ได้กินข้าวเช้า งั้นขอกินข้าวเช้าที่นี่แล้วกัน”
มู่เหลียงทำจมูกฟุตฟิตไปมาเพื่อดมกลิ่นหอมๆ ที่พึ่งจะลอยอยู่ในอากาศ
“ถ้างั้นวันนี้ฉันขอแนะนำมันเทศเผา”
หยู่เฟ่ยหยานเลียมุมปากเล็กน้อยพร้อมกับชี้ไปทางร้านค้าหนึ่ง
“เธออยากกินใช่ไหม?”
มู่เหลียงถามเพราะเห็นท่าทางของหยู่เฟย่หยาน
“เอิ่ม…ที่จริงฉันเองแอบชิมมันเล็กน้อยแล้ว”
หยู่เฟ่ยหยานเกาหัวอย่างเขินอาย และรู้สึกลำบากใจ
“งั้นก็ไปลองกินมันเผากัน”
แววตาของมู่เหลียงกำลังคิดย้อนไปถึงอดีต และคิดว่าเขาเองก็ไม่ได้กินมันเผามานานแล้ว
ร้านนี้ชื่อมันหวาน
เป็นชื่อที่เรียบง่าย และตรงตัว
มู่เหลียงมองไปเตาเผาขนาดใหญ่ในร้าน พร้อมกับกลิ่นของมันเทศเผาที่รุนแรงมากขึ้นเมื่อยืนอยู่หน้าร้าน
หยู่เฟ่ยหยานตะโกนสั่งบริกรทันที
“ขอมันเผาด้วย!”
“ได้เลยเจ้าค่ะ!”
บริกรตอบรับอย่างสุภาพ
บริกรใช้ที่คีบดึงมันเทศออกมาจากเตาเผา ขนาดของมันเทศนั้นใหญ่ประมาณสามกำปั้นของผู้ใหญ่รวมกัน
“ท่านเจ้าเมือง คุณหนูหยู นี้คือมันเทศเผาที่พึ่งสุกเลยเจ้าค่ะ”
บริกรนำมันเทศเผาใส่จานไม้ยื่นให้
“มันใหญ่เกินไปรึป่าวเนี่ย…”
มู่เหลียงมองดูมันเทศด้วยความตกใจ
หากว่าลูกค้าซื้อไปกินเพียงลูกเดียวก็อิ่มได้เลย
นี้ไม่ใช่สิ่งที่มู่เหลียงต้องการ มันค่อนข้างยากที่จะขายของต่อหากลูกค้าอิ่มแล้ว
“งั้นฉันจะหาอันที่เล็กกว่านี้มาให้เจ้าค่ะ”
บริกรรีบพูดขึ้นอย่างรีบร้อน
“ไม่ๆ ต่อไปหากว่าเป็นมันเทศใหญ่แบบนี้ให้ตัดแบ่งเป็นสี่ส่วนหรือสาม และขายแยก”
มู่เหลียงกล่าวอย่างสบายๆ
“และหนึ่งส่วนขายในราคาเท่าเดิม”
“เจ้าค่ะ”
บริกรตอบรับ
“เธอเองก็จำเอาไว้ด้วย”
มู่เหลียงหันไปมองหยู่เฟ่ยหยานและกล่าวกับเธอ
“งั้นมาลองชิมมันดู”
มู่เหลียงหักมันเทศออกเป็นสองส่วน และยื่นให้หยู่เฟ่ยหยาน
“ไม่…ไม่ต้องก็ได้”
หยู่เฟ่ยหยานลูบท้องของเธอด้วยความลำบากใจ และโบกมือปฏิเสธ
“ฉันเพิ่งกินไป ตอนนี้ยังไม่หิว”
ที่จริงเธอแอบมากินไปลูกหนึ่งในตอนเช้า เพราะเธอไม่สามารถทนต่อกลิ่นอันหอมเย้ายวนของมันเทศได้
เธอพึ่งจะจัดมันเทศเผาลูกใหญ่ไป ตอนนี้จึงแน่นอยู่
“ตัวต้นมันเทศก็ขายได้เหมือนกัน”
มู่เหลียงมองไปยังร้านถัดไป และพูดขึ้น
“ไปที่พื้นที่เกษตร และเอาพวกเถาของมันเทศมาปลูกในกระถังไม้ ประดับหน้าร้าน”
มันเทศจะเป็นสิ่งที่สนใจของคนที่อยากรู้อยากเห็น และต้องการที่จะซื้อพวกมันอย่างแน่นอน
“ตกลง ฉันจะสั่งให้คนไปทำทันที”
หยู่เฟ่ยหยานตอบรับอย่างจริงจัง
ในเวลาไม่กี่วันเธอนั้นยอมรับในตัวของมู่เหลียงได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยทั้งพลังความแข็งแกร่ง และสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ของเขา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved