จี้ด
เสี่ยวไป่เข้ามาถูตัวมู่เหลียงอย่างออดอ้อน ก่อนที่มันจะเดินออกไปจากห้องทำงาน
“มันดูมีชีวิตชีวามากกว่าตอนแรกเสียอีก”
มู่เหลียงพูดพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ไหนขอลองพลังใหม่หน่อย”
มู่เหลียงยื่นมือออกไป และเกิดประกายสีรุ้งในม่านตาของเขา ก่อนที่จะเกิดลูกบอลแก้วขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอลบนมือ
แกร้งๆ
มู่เหลียงปล่อยมันลงกับพื้นก่อนที่มันจะกระเด้งสองสามครั้งและกลิ้งออกไป
“มันแข็งเหมือนเหล็กเลย”
นัยน์ตาของมู่เหลียงแสดงออกถึงความพึงพอใจในสิ่งนี้ และเกิดความคิดมากมายภายในหัว
เมื่อคิดได้แล้วมู่เหลียงก็เริ่มทดลองอะไรหลายอย่างทันที
“นายท่าน…”
เสียงของเว่ยหยูหลันดังขึ้นด้วยความเคารพเธอเดินมาพร้อมกับถาดน้ำชาอันใหม่ที่จะมาเปลี่ยนให้มู่เหลียง
“หือ?”
มู่เหลียงหันไปและพูดอย่างสบายๆ
“ยังไม่ต้องเปลี่ยนชาตอนนี้ เดี๋ยวฉันก็ออกไปด้านนอกแล้ว”
“เจ้าค่ะ”
เว่ยหยูหลันตอบรับก่อนที่จะเดินจากไป
เมื่อมู่เหลียงออกมานอกตำหนักเจ้าเมือง เขาก็ออกแรงที่ขาเล็กน้อย พร้อมกับใช้พลังในการควบคุมน้ำหนักเข้าไปด้วย ก่อนที่จะกระโดด
ตูม!!
เพียงไม่กี่วินาทีร่างของมู่เหลียงก็ราวกับจรวดพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และผ่านป้อมเว่ยฉายและถนนการค้าไปลงที่นอกกำแพงซานไห่ทันที
เว่ยกังที่กำลังลาดตระเวนอยู่ที่กำแพงเมือง เมื่อเห็นมู่เหลียงก็รีบเข้าไปทำความเคารพทันที
“ท่านเจ้าเมือง!”
ทหารทุกคนทำท่าทำความเคารพ
“ดูเหมือนทุกคนกำลังยุ่งๆ อยู่สินะ งั้นฉันไม่รบกวน”
มู่เหลียงโบกมือให้อย่างสบายๆ
“ครับ”
เว่ยกังตอบพร้อมกับถอนกำลังออกไป
มู่เหลียงยกมือขึ้นพร้อมกับแววตาที่เปลี่ยนเป็นผลึกแก้ว
“ควบคุมผลึก!”
มู่เหลียงพูดเบาๆ กับตัวเอง และทดลองใช้พลัง
แกร็ก
ภายใต้สายตาของกองกำลังของเว่ยกัง
พวกเขาเห็นลำแสงสีหลากหลายสีประมาณ 10 เมตรจากพื้นดินก่อนที่จะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนล้อมกำแพงเมืองไว้ทั้งหมด
หากมองจากมุมสูงจะเห็นเลยว่าตอนนี้เมืองเต่าทมิฬถูกครอบไว้ด้วยผลึกแก้วขนาดใหญ่
“เอาล่ะ!”
มู่เหลียงพูดออกมาเบาๆ พร้อมกับแววตาที่เป็นประกายแสง
แกร็ก!
ตอนนั้นเองที่ผลึกแก้วได้ตกมาครอบเมืองเต่าทมิฬเอาไว้
“พระเจ้าช่วย….”
เว่ยกังได้แต่อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง และแสดงออกถึงความหวาดกลัว
บนกำแพงเมือง ทหารทุกคนมือไม้อ่อนไปหมด จนแทบหยิบจับอาวุธไม่ขึ้น
ที่ในเขตเมืองชั้นนอก ผู้คนบนท้องถนนได้แต่มองดูท้องฟ้า และร้องอุทานออกมา
“แม่พวกเราถูกขังเอาไว้แล้ว”
“มันเกิดอะไรขึ้น?”
“หรือว่าท่านเจ้าเมืองทำอะไรสักอย่าง ถึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แบบนี้”
“อย่าได้แตกตื่น ไปทำให้ทุกคนอยู่ในความสงบ”
เฉิงเหมาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
แม้ว่าจะตกใจมากก็ตาม แต่เขาก็ต้องสงบสติอารมณ์เอาไว้ และไม่ทำให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้
การเกิดขึ้นของโคมแก้วที่ครอบทั้งเมืองเอาไว้ ทำให้คนแตกตื่น ทำให้สายตรวจได้ทำหน้าที่ของตนคือควบคุมความสงบ
“รับทราบ”
เจ้าหน้าที่สายตรวจหลังจากได้สติก็กระจายตัวกันออกไปควบคุมสถานการณ์ความแตกตื่นทันที
มู่เหลียงลดมือลง ใบหน้าของเขาดูอ่อนล้าเล็กน้อย
การสร้างกำแพงแก้วขนาดใหญ่แบบนี้ ทำให้เขาสูญเสียพลังไปถึงครึ่งหนึ่ง
แต่กำแพงแก้วนี้จะช่วยกันลมกับทรายที่พัดเข้ามาในเมืองได้ และทำให้เมืองกลับมาสะอาดอีกครั้ง และไม่ต้องสวมเสื้อคลุมออกไปด้านนอกอีก
“ด้วยต้นชาเขียวประกาย ต่อให้ถูกปิดจากบรรยากาศภายนอกทั้งหมด ก็มีอากาศหายใจเพียงพอ”
มู่เหลียงพูดกับตัวเองเบาๆ
ต้นชาเขียวประกายนั้นทำการฟอกอากาศ และผลิตอากาศบริสุทธิ์ออกมาจำนวนมากเสมอ และนั่นเพียงพอกับการหล่อเลี้ยงทั้งเมืองเต่าทมิฬ
ไม่ต้องพูดถึงว่าสิ่งนี้ทำให้มู่เหลียงปิดกั้นเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบอีก
มู่เหลียงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า และใช้พลังของเขาสร้างรูกลมตรงกลางของโดมแก้วแห่งนี้ เพื่อที่จะให้นางพญาผึ้งเข้าออกได้
จากนั้นมู่เหลียงก็เปิดรูกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 20 เซนติเมตรไปตามแนวกำแพงเมือง รูเหล่านี้จะช่วยทำให้กองกำลังทหารของเขายิงลูกดอกออกไปด้านนอกได้
แต่ถึงจะบอกว่าครอบทั้งเมือง แต่โดมแก้วนี้ไม่ได้ครอบไปถึงส่วนหางของเต่าทมิฬทำให้ฝูงหมาป่าจันทราออกล่าได้ตามปกติ
“ท่านเจ้าเมือง นี้เป็นเกราะป้องกันเมืองงั้นหรอครับ?”
เว่ยกังรีบวิ่งเข้ามาถามด้วยแววตาที่ยังแตกตื่นอยู่
“ใช่ แค่เอาไว้กันฝุ่นกับทรายที่จะพัดเข้ามา”
มู่เหลียงมองไปรอบๆ และตอบด้วยน้ำเสียงสุขุม
“แต่การเฝ้าระวังยังเป็นเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง”
การมีเกราะป้องกันไม่ได้หมายความว่าทหารประจำปราการจะลดการระมัดระวังลงได้ ยังมีหลายอย่างที่สามารถหลุดรอดเข้ามาได้อยู่ดี
“รับทราบ”
เว่ยกันขานรับ
“การฝึกใช้หน้าไม้ไปถึงไหนแล้ว”
มู่เหลียงถามต่อพร้อมกับมองไปที่ทหารที่เฝ้าเวรระวังอยู่บนกำแพง แม้ว่ามู่เหลียงยังไม่ได้ปลดแรงกดดันอะไรออกมา ก็ทำให้ทหารหลายคนหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว
เว่ยกังยืดตัวตรงและรายงานทันที
“หลังจากผ่านการฝึกฝนแล้วทหารของเราใช้หน้าไม้ยิงเข้าเป้าได้ถึง 7 ใน 10 ครั้งครับ”
“7 ใน 10 งั้นหรอ ฝึกต่อไป”
มู่เหลียงขมวดคิ้วและรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์ของการฝึกเท่าไร
การฝึกยิงธนูและหน้าไม้อยู่ในหลักสูตรฝึกฝนของทหารทุกกองทัพ และหน้าไม้นั้นก็ใช้งานง่ายมาก
แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนไปสักระยะแล้ว กลับมีความแม่นยำแค่ 70 เปอร์เซ็น ซึ่งมู่เหลียงรู้สึกว่ามันยังไม่พอ อย่างน้อยๆ มันก็ต้อง 90 เปอร์เซ็นถึงจะผ่านเกณฑ์ของเขา
“รับทราบครับ”
เว่ยกังเม้มริมฝีปาก และคิดแผนฝึกฝนการยิงหน้าไม้ให้หนักขึ้น
“เราจะเข้าใกล้เมืองปักษาแล้ว ทหารของกองทัพต้องมีความพร้อมกว่านี้”
มู่เหลียงพูดอีกครั้ง ก่อนที่จะกระโดดกลับไปที่เนินสูง
“รับทราบครับ”
เว่ยกังตอบอย่างจริงจัง และหันกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อ
ไม่ถึงหนึ่งนาที
มู่เหลียงก็กลับมาถึงตำหนักเจ้าเมือง โดยที่หยางปิงกับคนอื่นๆ กำลังยืนรออยู๋
“มู่เหลียงสร้างกำแพงแก้วนี้งั้นหรอ”
หยู่ฉินหลานถามด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจเท่าไร
นั้นเพราะคนในเมืองแตกตื่นอย่างมาก และสร้างความวุ่นวายให้กับเธอ
“ใช่”
มู่เหลียงตอบและยิ้มอย่างมีเลศนัย
เขาเพียงแค่ลงมือลองทำดูเท่านั้น เพื่อยืนยันความคิดของเขา
หยู่ฉินหลานกรอกตาไปมาด้วยท่าทางเอื้อมระอาเล็กน้อย และเริ่มเข้าใจว่านี้คือนิสัยของมู่เหลียง
“ปิดเอาไว้ก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีฝุ่นกับทรายพัดเข้ามาบ่อยๆ”
มินโฮพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
ตั้งแต่เดินทางผ่านป่าหว่านกู่มาเธอตากผ้าได้แต่ในตัวบ้านเท่านั้น และไม่กล้าที่จะเปิดหน้าต่างสักบานเดียว เพราะเดี๋ยวฝุ่นกับทรายจะพัดเข้ามา
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวต่อจากนี้ไป หน้าต่างก็จะเป็นแบบโปร่งใสแล้วเหมือนกัน”
มู่เหลียงหันไปมองตำหนักเจ้าเมือง
แม้ว่าตำหนักเจ้าเมืองจะมีหน้าต่างที่ทำมาจากกระดาษแล้วก้ตาม แต่มันก็ไม่สามารถรับแสงได้ เพราะคุณภาพของกระดาษตอนนี้ยังไม่ดีเท่าไร
มู่เหลียงจึงแบมือออก และสร้างผลึกแก้วทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมาในมือ ซึ่งเป็นขนาดพอดีกับหน้าต่าง
“เดี๋ยวฉันจะไปเปลี่ยนเอง”
มินโฮเข้าใจทันทีว่ามู่เหลียงต้องการทำอะไร
“อื้มฝากด้วยนะ เอาไปติดไว้เดี๋ยวฉันตามไปใช้ใยแมงมุมติดให้แน่นอีกที”
มู่เหลียงตอบเบาๆ
ก่อนที่เขาจะเริ่มสร้างกระจกจำนวนมากออกมาแล้วให้สาวๆ เอาไปติดตามหน้าต่าง
และมู่เหลียงก็เอาใยแมงมุมไปประกบติดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อทำให้หน้าต่างแน่นหนาขึ้นและมีความยืดหยุ่นในการเปิด
“เสร็จแล้ว! ออกมาดูดีเหมือนกันนะเนี้ย”
มินโฮปัดมือไปมาและพูดอย่างมีความสุข หูกระต่ายของเธอสะบัดไปมาอย่างพอใจ
ตอนนี้หน้าต่างทุกบานเปลี่ยนเป็นกระจกทั้งหมด ทำให้แสงสาดส่งเข้าไปอย่างทั่วถึง และทำให้พื้นที่ดูกว้างมากขึ้น
“พวกเครื่องชามต่างๆ ก็เปลี่ยนเป็นแก้วได้เหมือนกัน”
มู่เหลียงพูดกับตัวเองเบาๆ
เขาพลิกฝ่ามือขึ้นมาและสร้างแก้วน้ำขึ้น
“มันดูไม่เหมือนกับแก้วที่ใช้เลย มันดูสวยมากราวกับงานฝีมือ”
หยู่ฉินหลานพูดขึ้นและมองดูแก้วด้วยนัยน์ตาสดใส
และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง
“มู่เหลียง ทำให้อีกชิ้นได้ไหม”
“ฮะๆ ได้ๆ”
มู่เหลียงหัวเราะเล็กน้อย
ก่อนที่จะสร้างเครื่อมชามขึ้นมาบนมือของเขา และกองเป็นพะเนินต่อหน้าทุกคน
มินโฮพูดขึ้น
“เอาอันที่ใหญ่กว่านี้สักสองสามอันได้ไหม พอที่จะเอาไว้ใช้เก็บจารได้”
“ได้”
มู่เหลียงใช้พลังของเขาสร้างสิ่งที่มินโฮต้องการขึ้นมาอีก
“แล้วก็ควรจะเปลี่ยนชุดน้ำชาด้วย”
“ยังไงก็ต้องการถ้วยชาไว้ดื่ม”
มู่เหลียงไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไร ตอนนี้เข้าถูกใช้เป็นเครื่องผลิตเครื่อนเรือนไปแล้ว
“น้องหลันช่วยกันขนของเข้าไปเก็บหน่อย”
มินโฮยิ้มร่าออกมา ด้วยความพอใจเธอชอบเครื่องแก้วพวกนี้มาก
“ค่ะ”
เว่ยหยูหลันเองก็ชอบเหมือนกัน และขนเครื่องแก้วทั้งหมดเข้าไปในครัว
ตอนนี้ถ้วยชามรามไหถูกแทนที่เดียวแก้วทั้งหมด
มู่เหลียงคิดอะไรได้ก็เรียกเสี่ยวไป่ออกมา
ไม่นานหลังจากมู่เหลียงเรียกมัน เสี่ยวไป่ก็เดินเข้ามาหามู่เหลียงด้วยท่าทางยินดี และให้มู่เหลียงลูบหัวของมัน
“มู่เหลียง! นี้เป็นสัตว์เลี้ยงใหม่งั้นหรอ!”
หยู่เฟ่ยหยานเปิดปากออกและร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ใช่มันคืออสูรไป่หลิวชื่อของมันคือเสี่ยวไป่”
มู่เหลียงลูบไปที่หัวของเสี่ยวไป่ ก่อนที่จะเลิกลูบมัน เพราะหากลูบนานกว่านี้ตัวของเขาจะกลายเป็นไฟฟ้าสถิตได้
“น่ารักจัง”
หยู่เฟ่ยหยานก้าวไปด้านหน้าของเสี่ยวไป่อย่างกลัวๆ กล้าๆ ก่อนที่จะลูบขนของเสี่ยวไป่
“ขนของมันนุ่มลื่นมาก น่าจะเอาไปทำเสื้อผ้าได้”
หยู่ฉินหลานกล่าวเสริมขณะที่ลูบขนของเสี่ยวไป่
จี้ด!
ตอนนั้นเองที่เสี่ยวไป๋แยกเขี้ยว และหางทั้งสามของมันก็ตั้งชูชัน พร้อมกับประกายแสงเจ็ดสีที่เปล่งออกมาจากแววตา
“ฮ่าๆๆ ใจเย็นเธอแค่ล้อเล่นเท่านั้น”
มู่เหลียงรีบเข้าไปปลอบเสี่ยวไป๋ทันที
“ฉันมีอะไรจะให้แกทำ”
มู่เหลียงลูบไปตามตัวของเสี่ยวไป่
จี้ด!
เสี่ยวไป่เอียงหัวไปหามู่เหลียง และมองดูเขาด้วยสายตาที่ใสแป๋ว
มู่เหลียงให้มันสร้างเครื่องเรือนแก้วต่างๆ
จี้ด! จี้ด
เสี่ยวไป่ส่งเสียงออกมาสองครั้ง
ก่อนที่มันจะสะบัดหางของมัน และกองจานชามแก้วก็กองลงมากับพื้นหลายร้อยชิ้น พวกมันเหมือนกับที่มู่เหลียงสร้างออกมาเมื่อครู่
“อย่างที่คิดไว้เลย แกนี้เก่งเรื่องงานฝีมือเหมือนกันสินะ”
มุมปากของมู่เหลียงยกสูงขึ้น และเขาก็เอามือลูบไปที่หัวของเสี่ยวไป่พร้อมกับมอบแต้มวิวัฒนาการให้มันพิเศษหนึ่งร้อยแต้ม
ตอนนี้มีเครื่องผลิตเครื่องแก้วแทนเขาแล้ว จากนี้ไปเสี่ยวไป๋จะรับหน้าที่ผลิตเครื่องแก้วเครื่องเรือน
จี้ด!
เสี่ยวไป๋ทำท่าทางดีใจเมื่อได้รับคำชม มันแกว่งหางของมันไปมาและสร้างเครื่องแก้วออกมาอีก
“ถ้าหากเอาแก้วพวกนี้ไปเปลี่ยนที่ถนนการค้าล่ะ”
หยู่ฉินหลานพูดขึ้นอย่างครุ่นคิด
“ได้ เดี๋ยวฉันจะส่งไปให้ และให้มันเป็นสินค้าขายด้วย”
มู่เหลียงพยักหน้าเบาๆ
“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวฉันจะส่งคนขึ้นไปขนเอง”
หยู่ฉินหลานตอบด้วยท่าทางที่สง่างาม
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved