ตอนที่ 160

“นี้มัน??”

หยางปิงมองดูด้วยความตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าอยู่ๆ จากผึ้งตัวเล็กนิดเดียวกลายเป็นผึ้งขนาดตัวเท่าคน

“มันน่าทึ่งมากเลยใช่ไหม? มันคือพลังของมู่เหลียง”

ลี่ลี่พูดกับเพื่อนของเธออย่างแผ่วเบา

“มันน่าอัศจรรย์มาก”

หยางปิงพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ไป…. .ไปทำรังที่อีกฝั่งของเนินสูงแห่งนี้”

มู่เหลียงเปิดหน้าต่างและให้นางพญาผึ้งบินออกไป

บีซๆๆ

นางพญาผึ้งบินออกไป และเตรียมตัวที่จะสร้างรังของมัน

มู่เหลียงปิดหน้าต่างและกลับมานั่งลงที่โต๊ะ และคิดเกี่ยวกับพลังใหม่

คำสั่งนางพญา ความสามารถนี้พิเศษมาก

หากเทียบกับมนุษย์ธรรมดา มันคือการสร้างพันธะผูกมัดด้วยพลัง

คำสั่งนางพญานั้นสามารถสร้างพันธะผูกมัดได้หนึ่งถึงห้าปี

แต่ยิ่งสร้างพันธะมากเท่าไรจำนวนและพลังของพันธะก็จะน้อยลง

แน่นอนหากเป็นคนที่ยินยอมทำทุกอย่างให้อยู่แล้ว สิ่งนี้ก็ไม่จำเป็น

แต่ด้วยพลังนี้ มู่เหลียงสามารถมอบหมายงานสำคัญให้กับใครสักคนได้อย่างสนิทใจ

อย่างเช่นพวกโจรที่ถูกจับได้ครั้งก่อน หากใช้คำสั่งนางพญาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พวกเขาจะหลบหนีอีกต่อไป

พลังของคำสั่งนางพญานั้นมู่เหลียงต้องคิดให้ดีก่อนจะใช้มัน

“มู่เหลียง แล้วของพวกนี้หล่ะ”

ลี่ลี่ถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางกองม้วนหนังที่เธอเอามา”

“วางไว้ตรงนั้นแหละ เดี๋ยวจะให้หยู่ฉินหลานมาตรวจสอบที่หลัง”

มู่เหลียงพูดอย่างสบายๆ

ทันใดนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องทำอะไรต่อ

“ลี่เยว่ ลี่ลี่ ฉันมีภารกิจให้พวกเธอทำ”

“ว่ามา”

ลี่เยว่ขานรับทันที

“จำผู้หญิงที่ชื่อเนี่ยลี่ยี่ได้ไหม”

มู่เหลียงเอามือขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับพูดอย่างจริงจัง

“ฉันต้องการให้เธอกลับไปยังเมืองเซิงหยางอีกครั้งและตามผู้หญิงคนนี้มาหาฉัน”

“อ่อ…ฉันจำได้”

ลี่ลี่พยักหน้า

ลี่เยว่เองก็พยักหน้าด้วยพร้อมกับพูดขึ้น

“พวกเราจะแอบเข้าไปในเมืองอีกครั้งเพื่อตามหาเธอให้”

“ดีเลยฉันอยากจะเข้าไปเมืองเซิงหยางอีกรอบพอดี”

ลี่ลี่ยืดตัวขึ้นและเท้าเอว

“แล้ว….ให้ฉันทำอะไร”

หยางปิงพูดขึ้น

“ไม่ต้อง เชิญพักผ่อนตามสบาย หรือจะเดินชมเมืองก็ได้”

มู่เหลียงยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ไม่ ฉันพร้อมทำภารกิจ”

หยางปิงส่ายหัว

เธอพร้อมที่จะเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ เพราะเพื่อนของเธออยู่ที่นี่หมดแล้ว และไม่ต้องพูดเลยว่าที่นี่มีดอกปีกนางฟ้า

“มู่เหลียงให้เธอทำเถอะ”

ลี่เยว่ขยิบตาให้กับมู่เหลียง

เธอรู้นิสัยหัวหน้ากลุ่มของเธอดี และคนอย่างหยางปิงคงไม่นั่งอยู่เฉยๆ แน่ และเธอคงต้องการที่จะกลับเข้าไปตามหาพวกหนี่จี๋ชาและพรรคพวกคนอื่นๆ

“ถ้าแบบนั้น ฉันอณุญาตให้เธอสวมชุดเกราะภูติผีออกไปทำภารกิจกับลี่เยว่ได้”

มู่เหลียงเชื่อในสิ่งที่ลี่เยว่บอก

“รับทราบ”

มุมปากของลี่เยว่ยกสูงขึ้น และรู้สึกดีมากที่ได้รับความไว้วางใจจากมู่เหลียง

เธอเดินไปตบไหล่ของหยางปิง และเดินนำออกไปนอกห้อง

หยางปิงนั้นโค้งคำนับให้มู่เหลียงก่อนที่จะหันหลังแล้วเดินตามไป

ระหว่างทางไปยังคลังอาวุธของตำหนักเจ้าเมือง

“ไม่ต้องคิดมากรู้ไหม”

ลี่เยว่พูดขึ้น

“ฉันแค่ต้องการไปเจอหนี่จี๋ชาและอธิบายทุกอย่างให้เธอฟัง”

หยางปิงรู้ว่าแผนการของหนี่จี๋ชานั้นมีโอกาสสำเร็จน้อยมาก

เธอคิดอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ

“ลี่เยว่ช่วยบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องดอกปีกนางฟ้าด้วยได้ไหม?”

“ทำไมเธอไม่บอกพวกเขาเอง?”

ลี่เยว่ขมวดคิ้วและถามกลับไป

เธอไม่ได้ชอบหนี่จี๋ชาเท่าไร เอาจริงๆ เธอรู้สึกไม่พอใจมากที่หนี่จี๋ชาจะเอาชีวิตของหยางปิงไปเป็นเครื่องสังเวยในแผนของตัวเองแบบนั้น

“ยังไงพวกเขาก็มีความตั้งใจเดียวกับพวกเรา”

หยางปิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

“ฉันว่า…เราไม่ควรทอดทิ้งพวกเธอไว้แบบนั้น”

หยางปิงเข้าใจความรู้สึกของหนี่จี๋ชาดี เพราะในช่วงเวลาไม่กี่วันมานี้ หนี่จี๋ชามักจะเข้ามาคุยกับเธอบ่อยๆ ในคุกใต้ดิน

เธอสัมผัสได้เลยว่าหนี่จี๋ชานั้นสิ้นหวัง เพราะติดเชื้อผีมายามาหลายปีแล้ว และไม่ต่างจากรอวันที่จะกลายเป็นผีมายา

เพราะงั้นหนี่จี๋ชาจึงคิดว่าหากไม่รีบลงมือทำอะไรสักอย่าง ไม่ช้าเธอก็จะถูกกำจัดทิ้งเหมือนกัน

“บอกไปแล้วเธอจะเชื่องั้นหรอ”

ลี่เยว่ถามกลับ

“เธอน่าจะเชื่อ”

หยางปิงรู้ว่ายังไงก็ไม่มีใครอยากตายเปล่าอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ไม่มีทางไหนเลยที่จะหยุดการกัดกินของเชื้อผีมายาได้ แต่ตอนนี้มีหนทางยืดอายุขัยของผู้ติดเชื้อออกไปได้แล้ว และไม่ต้องตายอย่างเปล่าประโยชน์

“ได้ ตราบใดที่เธอสามารถชักชวนพวกหนี่จี๋ชามาเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬได้”

ลี่เยว่ตอบพร้อมกับเม้มปาก และพูดต่อไป

“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันพอจะขอร้องให้มู่เหลียงแบ่งน้ำตานางฟ้าให้กับทุกคนได้”

ลี่เยว่ต้องการจะเพิ่มกำลังรบให้เมืองเต่าทมิฬมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และยิ่งเป็นกำลังรบระดับหน่วยมือสังหารของเมืองเซิงหยางด้วยแล้ว ยิ่งน่าดึงตัวมาเป็นพวกมากที่สุด

“....”

ลี่ลี่มองดูการตัดสินใจของลี่เยว่ ด้วยนัยน์ตาที่เบิกกว้าง

นี้ไม่ใช่เพียงการหากำลังคนเข้าเมืองเต่าทมิฬ ไม่พอยังหาผู้ทดลองใช้น้ำตานางฟ้าของโหย่วเฟ่ยอีก

ตอนนี้น้ำตานางฟ้านั้น โหย่วเฟ่ยสามารถหาวิธีจัดเก็บได้แล้ว และนั้นคือภาชนะวิญญาณ เป็นสิ่งเดียวที่จะรักษาและเก็บน้ำตานางฟ้าได้อย่างสมบูรณ์

“ให้พวกเขาเข้าร่วมกับเมืองเต่าทมิฬ?!”

หยางปิงถึงกับตกตะลึงในคำตอบของลี่เยว่

“ใช่”

ลี่เยว่ยิ้มมุมปาก และถามเบาๆ

“เธอคิดที่จะบอกเรื่องดอกปีกนางฟ้ากับพวกหนี่จี๋ชา แล้วปล่อยให้พวกเธอไปตามยถากรรมงั้นหรอ?”

“นั้นมัน…”

หยางปิงถึงกับพูดไม่ออก เธอไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมาเลยหากบอกเรื่องนี้กับหนี่จี๋ชา

“งั้นบอกแบบเดียวกันกับที่ฉันพูดกับเธอในคุกใต้ดิน ให้กับพวกหนี่จี๋ชาฟัง”

ลี่เยว่กล่าวอย่างเย็นชา

“นั้นก็พอจะเป็นไปได้”

หยางปิงนั้นตระหนักเรื่องนี้เป็นอย่างดี

ลี่ลี่แอบยกนิ้วโป้งให้กับลี่เยว่ ไม่คิดว่าลี่เยว่จะหลักแหลมขนาดนี้

ไปกันเถอะ”

ลี่เยว่มองไปรอบๆ

ทั้งสามเดินจนมาถึงห้องคลังอาวุธของตำหนักเจ้าเมือง

ภายในนี้เต็มไปด้วยอาวุธที่มู่เหลียงสร้างขึ้นรวมไปถึงเกราะภูติผีด้วย

และแน่นอนภายในห้องแห่งนี้ มีแกะเขาหกเหลี่ยมคอยดูแลอยู่

และถูกต้องแล้วไม่ผิด มันก็คือแกะโง่ๆ ที่สามารถสะท้อนพลังการโจมตีได้เท่านั้น

มู่เหลียงเห็นแกะเขาหกเหลี่ยมเดินไปมารอบๆ ตำหนักเจ้าเมืองแล้วรู้สึกว่ามันดูไม่มีอะไรทำ เลยให้มันมาดูแลพื้นที่คลังอาวุธแทน

เสียงเปิดประตูคลังแสงดังขึ้น

ลี่เยว่แสดงตราประจำตัวออกมาต่อหน้าแกะเขาหกเหลี่ยม ก่อนที่มันจะพุ่งเข้ามาชน

แบะ แบะ

แกะเขาหกเหลี่ยมจำกลิ่นของตรานี้ได้ มันจึงถอยออกไปแล้วไปนั่งกินเถาของมันเทศอยู่ข้างๆ

“....”

หยางปิงมองดูด้วยสายตาที่ว่างเปล่า

เธอเห็นสัตว์อสูรกินผักสีเขียวอย่างทิ้งขว้าง ซึ่งมันเป็นอาหารหรูมากสำหรับเธอ

“นั่นคือผู้ดูแลสถานที่แห่งนี้ อย่ามองแต่ภายนอกที่ดูไร้พิษภัยของมัน เพราะเราไม่รู้เลยว่าพลังในการต่อสู้มันมากขนาดไหน”

ลี่ลี่เตือนด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ

เธอเคยได้รับบาดแผลจากแกะเขาหกเหลี่ยมมาแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากต่อยมันไปสุดแรง แต่เธอกลับรู้สึกว่าแรงเหล่านั้นสะท้อนกลับมาหาเธอทั้งหมด

“นั่น…ไม่นะ มันกะ–กิน…”

หยางปิงชี้ไปยังผักสีเขียวบนพื้น

“อ่อพวกนั้นคือเถาของมันเทศน่ะ”

ลี่เยว่เหลือบมองและพูดอย่างใจเย็น

“ถ้าเธออยากกิน ฉันจะไปขอให้น้องหลันผัดผักพิเศษให้คืนนี้”

“.....”

หยางปิงถึงกับพูดไม่ออก

สีหน้าของลี่เยว่กับลี่ลี่ดูปกติมากและมองดูเป็นเรื่องธรรมดา เพราะทั้งคู่รู้ว่าในเมืองเต่าทมิฬนั้นไม่ได้ขาดแคลนผักเลย

“มานี่ เดี๋ยวฉันจะปรับขนาดของชุดเกราะให้”

ลี่เยว่ก้าวไปข้างหน้าและเข้าไปหยิบสายวัดออกมาจากตู้เก็บของ

หยางปิงเดินตามไปด้วยสีหน้าสับสน และไม่กล้าพูดอะไรสักคำ

เพราะตั้งแต่มาถึงที่นี่เธอตกใจจนคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว

เพราะเมืองเต่าทมิฬนั้นอยู่เหนือเหตุและผลทุกอย่าง!