ตอนที่ 140

เช้าตรู่ของวันใหม่ ระหว่างทางไปสวนบนเนินสูง

“หือ”

ลี่ลี่อุทานขึ้น

ก่อนที่จะเอามือกุมไปที่กลางอก เพราะรู้สึกว่าใจมันสั่นแปลกๆ

“เกิดอะไรขึ้น”

ลี่เยว่ที่อยู่ใกล้ๆ เลยถามขึ้น

“ไม่รู้ อยู่ๆ ใจมันก็หวิวขึ้นมาแปลกๆ”

ลี่ลี่พูดด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีนัก

ความรู้สึกนี้ราวกับกำลังสูญเสียของรักสักอย่างไป และทำให้เธอกระวนกระวายใจมากๆ

“เธอเองก็ด้วยงั้นหรอ ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกัน”

ลี่เยว่เองก็สีหน้าซีดลงเล็กน้อย และพูดอย่างเป็นกังวล

“มีอะไรเกิดขึ้นกับหยางปิงรึป่าวนะ”

“ไม่มีทาง!! หยางปิงแข็งแกร่ง และปกป้องพวกเรามาเสมอในฐานะพี่ใหญ่ เธอเก่งที่สุดในหมู่พวกเรา”

ลี่ลี่เถียงอย่างสุดกำลัง

ตุบๆ

เสียงฝีเท้าดังขึ้น

พร้อมกับผ้าโผกหัวที่ดูยุ่งเหยิงของโหย่วเฟ่ย ผ้านั้นปลิวไสวไปทั่วตามแรงรม

เธอตะโกนด้วยน้ำเสียงแตกตื่น

“ลี่เยว่น้อย ลี่ลี่น้อย ฉันรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับหยางปิงน้อย!”

“เธอก็รู้สึกเหมือนกันงั้นหรอ”

ทั้งลี่เยว่และลี่ลี่ต่างแสดงสีหน้าที่แตกตื่นขึ้นมาทันที

“อะไรนะ?!”

โหย่วเฟ่ยถึงกับตกตะลึงเหมือนกัน

“เธอก็รู้สึกใจมันหวิว และสั่นๆเหมือนกันด้วยงั้นหรอ”

ลี่เยว่ถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเคร่งเครียด

“ใช่ ฉันรู้สึกแน่นที่หน้าอก และก็ใจหวิวๆ ตลอดเวลาที่ทำการทดลอง ปิงปิงน้อยตกอยู่ในอันตรายแน่เลย”

โหย่วเฟ่ยพูดอย่างมั่นใจ

ลี่เยว่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้าเราสามคนรู้สึกเหมือนกันแบบนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นกับหยางปิง”

ที่ทั้งหมดรู้สึกเหมือนกัน เพราะความสามารถของหยางปิงเธอเรียกมันว่าสัญชาตญาณผู้แอบแฝง

ก็ตามชื่อของมันเลยมันคือพลังที่ทำให้สามารถรับรู้ได้ถึงอันตราย ที่จะเกิดขึ้นและส่งต่อความรู้สึกนี้ให้กับเพื่อนได้

ตัวอย่างเช่นเวลาหยางปิงออกไปทำภารกิจ และเจอเรื่องอันตรายเข้า เธอจะสามารถสื่อสารบอกทั้งสามได้ทันทีว่า จุดที่เธออยู่นั้นไม่ปลอดภัย

ความสามารถนี้มีระยะจำกัดและขึ้นอยู่กับความอันตราย หากไม่อันตรายมากและอยู่ห่างไกลก็ไม่มีทางสัมผัสได้

นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสี่หนีรอดมาได้ถึงทุกวันนี้เพราะพลังของหยางปิง ในสถานการณ์จริงนั้นทั้งสี่อยู่ใกล้กันมาก ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น

“ฉันจะไปช่วยหยางปิง!”

ลี่ลี่หันหลังกลับทันที และต้องการจะลงไปจากเนินสูง และมุ่งหน้าสู่เมืองเซิงหยาง

“ฉันเองก็จะไปด้วย”

โหย่วเฟ่ยเดินตามไปติดๆ

“ทั้งสองคนช้าก่อน”

ลี่เยว่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง และคว้าแขนของทั้งสองเอาไว้

“รอไม่ได้แล้ว! หยางปิงกำลังตกอยู่ในอันตราย อาจจะถูกพวกเมืองเซิงหยางจับไปแล้วก็ได้”

ลี่ลี่กัดฟันแน่นและพูดด้วยความร้อนรน

หยางปิงได้พูดเอาไว้หากรู้สึกว่าใจหวิวๆ หรือใจสั่นให้รีบหนีทันที

และพวกเธออยู่ไกลถึงขนาดนี้แต่ยังรู้สึกได้ นั้นแปลว่าหยางปิงนั้นตกอยู่ในอันตรายอาจถึงกับชีวิต

ไม่งั้นสัมผัสของพวกเธอคงไม่ชัดถึงขนาดนี้

หากเกิดรู้สึกเพียงเล็กน้อย แต่อยู่ไกลขนาดนี้ก็ยังยากที่จะยอมรับได้

“แล้วจะไปช่วยเธอยังไง!”

ลีเยว่พูดเสียงแข็งและจ้องไปยังลี่ลี่อย่างจริงจัง และถามออกมาอย่างแทงใจดำ

“แค่พวกเราสามคน? คิดว่าพวกเราสามคนจะช่วยเธอได้งั้นหรอ! อยากไปตายเปล่ารึไง!”

“ฉัน….”

ลี่ลี่เม้มริมฝีปาก เถียงไม่ออก

ก่อนที่จะกัดฟันพูดอย่างไม่เต็มใจ

“แล้วให้ฉันทำยังไงล่ะ!! ยืนอยู่เฉยๆ มองดูหยางปิงตายงั้นหรอ!!! ฉันทำไม่ได้หรอก!”

“ไปหามู่เหลียงกันเถอะ และขอยืมชุดเกราะภูติผี”

ลี่เยว่รีบวิ่งไปทางสวนทันที

แม้ว่าพวกเธอมีสิทธิ์ที่จะใช้เกราะพวกนี้ก็ตาม แต่ครั้งนี้เธอจะใช้เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนของเธอ เพราะงั้นต้องบอกมู่เหลียงก่อน

“ใช่เรามีชุดเกราะวิญญาณอยู่”

ลี่ลี่นึกขึ้นได้ และรีบตามลี่เยว่ไปทันที

“รอฉันด้วย”

โหย่วเฟ่ยที่ทำตัวไม่ถูกก็วิ่งตามหลังไปติดๆ

หลังจากนั้นทั้งสามก็มาถึงทางเข้าสวนที่มีประตูบานใหญ่ดูแข็งแกร่งขวางอยู่

ก๊อกๆๆ

ลี่เยว่เคาะประตูอย่างเร่งรีบ

เมื่อประตูเปิดออกซูเอ๋อก็โผล่หน้าออกมา และเห็นสามสาวที่แต่งตัวแปลกประหลาดยืนอยู่

ลี่เยว่กับลี่ลี่กำลังจะออกไปช่วยทำไร่ทำสวน เลยไม่ได้สวมชุดเกราะภูติผีเอาไว้

ไม่ต้องพูดถึงโหย่วเฟ่ย เธอรีบออกมาจากห้องวิจัยทันที ทำให้ผ้าพันหัวเธอไม่เรียบร้อย และดูยุ่งเหยิงกว่าปกติ

“พวกท่าน เข้ามาก่อน”

ซูเอ๋อพูดขึ้น

ลูกสาวของเธอทำหน้าที่สาวใช้และติดตามมินโฮตลอดเวลา ตัวเธอเองก็ไม่ต้องการเป็นสาวใช้อีกแล้วเลยมาสมัครเป็นคนดูแลสวนแทน และทำงานที่นี่มาได้ 6 วันแล้ว

ลี่เยว่พยักหน้าก่อนที่จะเดินผ่านเข้าไปในสวน ที่เต็มไปด้วยพืชผักนานาชนิด ทั้งกะหล่ำปลี มะเขือเทศ ผลไม้อีกหลายอย่าง

เธอเห็นร่างหนึ่งในชุดสีเขียวนั่งยองๆ อยู่ใกล้ต้นไม้

ลี่เยว่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะเข้าไปหาร่างนี้ด้วยความรู้สึกที่หวั่นใจ

แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี เพื่อจะขอยืมชุดเกราะวิญญาณ

“มีอะไรงั้นหรอ? ฉันได้ยินเสียงลมหายใจของเธอดังมาแต่ไกล”

มู่เหลียงพูดก่อนที่จะลุกขึ้นมามองหน้าลี่เยว่

“คือ…ฉันคือ…”

ลี่เยว่เม้มริมฝีปากและพูดด้วยความลังเล

“มา! เดี๋ยวฉันพูดเอง”

ลี่ลี่ที่อยู่ข้างๆ ทนไม่ไหวเลยแทรกขึ้นมาทันที

“นายท่านมู่เหลียง คือว่า….”

ลี่ลี่เล่าเรื่องหยางปิงให้มู่เหลียงฟัง และพูดถึงความสามารถของเธอ เพื่อทำให้มู่เหลียงเชื่อ

“เพราะงั้นเราอยากจะขอยืมชุดเกราะภูตผีเพื่อไปช่วยเพื่อนของเรา”

ลี่ลี่พูดประโยคท้ายออกมาอย่างหนักใจ

“ไม่เป็นไรเอาไปเถอะหากมันช่วยชีวิตเพื่อนของพวกเธอได้”

มู่เหลียงพยักหน้าตอบ

“ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ”

ลี่ลี่ตะโกนอย่างดีใจ

ตอนนี้พวกเธอมีชุดเกราะภูติผีแล้ว จากโอกาสสำเร็จไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นก็เพิ่มาเป็น 30 เปอร์เซ็นได้

“ขอบคุณ….”

ลี่เยว่พูดพร้อมกับเม้มริมฝีปากอย่างรู้สึกผิด

“แล้วพวกเธอจะไปช่วยเพื่อนตอนนี้เลยงั้นหรอ”

มู่เหลียงถามขึ้นพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ใช่! หยางปิงกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง พวกเราเป็นห่วงเธอมาก”

ลี่เยว่พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล

“ถ้าพวกเธอวิ่งไปกัน…”

มู่เหลียงพูดขัดขึ้นก่อนที่จะพูดต่อ

“บางที่ฉันอาจจะไปถึงเมืองเซิงหยางก่อนพวกเธอก็ได้”

“นายหมายความว่าไงมู่เหลียง”

ลี่เยว่รู้สึกตกใจกับคำพูดเมื่อครู่ของมู่เหลียง

“ในอีกสองวันเราจะถึงเมืองเซิงหยาง”

มู่เหลียงพูดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเขาบอกให้เต่าทมิฬเดินช้าลงเท่านั้น

การปรับเปลี่ยนเมืองเต่าทมิฬนั้นสำเร็จไปแล้วในระดับหนึ่ง ส่วนที่เหลือก็ยังพอดูได้เท่านั้น

นอกจากนี้หลายวันที่ผ่านมาเขาก็ต้องเตรียมการอะไรหลายอย่าง

“แค่สองวันเองหรอ…”

ลี่ลี่พูดอย่างประหลาดใจ

“ใช่ ฉันสั่งให้เต่าทมิฬเร่งฝีเท้าขึ้นแล้ว”

มู่เหลียงตอบเบาๆ

ด้วยความคิดเดียวของเขาสามารถทำให้เต่าทมิฬใช้พลังทั้งหมดในการเคลื่อนที่ให้เร็วขึ้น

“ถ้างั้น…พวกเราก็ทำได้แค่รอ”

ลี่ลี่ถอนหายใจ

ถ้าพวกเธอไปด้วยตัวเอง คงจะช้ากว่าเต่าทมิฬแน่นอน

“ใจเย็น หยางปิงไม่เป็นไรหรอก”

ลี่เยว่ปลอบใจลี่ลี่อย่างอ่อนโยน

“ถ้าหากเธอบาดเจ็บสาหัสหรือปางตายจริงๆ พวกเธอจะเป็นยังไง”

มู่เหลียงถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

เขาไม่คิดว่าจะมีพลังแบบนี้อยู่ด้วย ที่จะส่งผ่านสัญชาตญาณให้คนอื่นได้

คนที่มีพลังแบบนี้ หากได้รับการฝึกอีกเล็กน้อย ก็พร้อมที่จะเป็นระดับผู้บัญชาการรบได้เลย

“หายใจไม่ค่อยออก รู้สึกคลื่นไส้”

ลี่เยว่เม้มปากก่อนที่จะตอบ

“ถ้างั้นอยากได้กังวลใจไป พวกเธอยังไม่มีอาการพวกนั้น ซึ่งหมายความว่าเพื่อนของเธอยังมีชีวิตอยู่”

สีหน้าของมู่เหลียงดูผ่อนคลายลง และพูดอย่างอ่อนโยน

“ตราบใดที่ยังไม่ตาย พวกเราก็สามารถช่วยเพื่อนของเธอได้ อย่าลืมสิ พวกเรามีน้ำตานางฟ้าอยู่”

“ใช่ หยางปิงจะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”

โหย่วเฟ่ยกำหมัดของเธอเบาๆ พร้อมกับให้คำมั่นสัญญา เธอจะต้องรักษาโรคผีมายาให้จงได้