เมืองเซิงหยางเป็นเมืองใหญ่ที่มีคนพลุกพล่าน และมีประชากรภายในเมืองมากถึงหนึ่งแสนคน
แล้วที่บนกำแพงสูงกว่าสิบห้าเมตร กองฟืนขนาดใหญ่ถูกก่อขึ้น และเกิดเปลวไฟที่ร้อนระอุออกมา
“คืนนี้มันหนาวจริงๆ”
“ใช่ แต่นี้ก็ผ่านมาได้ครึ่งคืนแล้ว ทนอีกนิดก็จะได้ออกเวรกันแล้ว”
“ทำไมแกไม่ไปนอนก่อน เดี๋ยวถึงเวลา ฉันจะไปปลุกขึ้นมาเฝ้ายามต่อ”
“ไม่ล่ะ พักก่อนเลย”
ทหารยามสองคนพูดคุยกันระหว่างเฝ้ายาม
ฟึบ!!
ร่างอันเพรียวบางได้ไต่ขึ้นมาตามกำแพงอย่างรวดเร็วจนตาแทบมองไม่ทัน
ก่อนที่ยามทั้งสองจะได้ทันตอบโต้อะไร ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาหาทั้งสองแล้ว
เปรี้ยง เปรี้ยง!!
ด้วยการโจมตีที่รวดเร็วทำให้ยามทั้งสองหมดสติไปทันที
“กลับมาอีกจนได้”
หยางปิงบ่นออกมาเบาๆ
แววตาสีม่วงมองไปยังเมืองแห่งนี้อย่างเย็นชา
หยางปิงนั้นใช้เวลาอยู่นานกว่าจะฆ่าศพมายาทั้งสามตัวที่ติดตามเธอมาได้ หลังจากจัดการพวกมันได้แล้วเธอก็มุ่งหน้ามายังเมืองเซิงหยางทันที
ฟึบ!
เธอกระโดดลงไปจากกำแพงเมือง ก่อนที่จะถึงพื้นเธอชักดาบออกมาจากด้านหลังของเธอ
และปักดาบเข้าไปในกำแพงเพื่อชะลอความเร็ว
แขนของหยางปิงนั้นแข็งแรงมาก ร่างของเธอแทบจะหยุดทันทีหลังจากปักดาบลงไป ก่อนที่เธอจะดึงดาบออกพร้อมกับตีลังการ่อนตัวลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบ
เธอไม่ได้หยุดนิ่งหลังจากลงมาแล้ว หยางปิงนั้นเคลื่อนที่ต่อทันทีราวกับเงา เธอมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองอย่างชำนาญ เพื่อจะไปหาคนที่จะช่วยเหลือเธอได้ในงานนี้
ตลอดทางที่เธอผ่าน หยางปิงนั้นหลบเลี่ยงทุกสายตาเท่าที่จะทำได้ เพราะมีทหารยามเดินตรวจตราตลอด ทั้งเหนือกำแพง บนหลังคา หน้าต่าง ประตูทางเข้า
จนในที่สุดเธอก็มาถึงเมืองชั้นใน เธอยืนอยู่นอกลานบ้านที่ดูธรรมดาๆ หลังหนึ่ง
ก่อนที่จะหยิบม้วนหนังสัตว์ออกมา และผูกติดกับหินแล้วปาเข้าไป
โครม!
ก่อนที่หินจะตกถึงพื้นหยางปิงก็หายตัวไปจากจุดนั้นแล้ว
เธอใช้เส้นทางที่ไม่มีคนรู้จัก เดินทางออกจากเมืองชั้นในจนไปถึงเมืองชั้นนอก และแอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งก่อนที่จะจัดการทำให้ทุกคนในบ้านสลบไป
ในเมืองเซิงหยางนั้น แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และบ้านทุกหลังจะไม่เคยว่าง มันจะมีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาเสมอ และประกาศตัวเป็นเจ้าของทันที
บ้านที่หยางปิงเข้ามานั้นคือฐานลับเก่าของกลุ่มสี่สหายของเธอ
เพียงปล่อยทิ้งเอาไว้สองสามปี มันก็มีครอบครัวอื่นย้ายเข้ามาอยู่แทนแล้ว
คืนนี้เธอจะใช้บ้านหลังนี้เป็นจุดนัดพบใครสักคนเพื่อสอบถามเรื่องศพมายา
“ลี่ลี่คงยังปลอดภัยดีอยู่นะ”
หยางปิงขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเป็นกังวล
เธอตั้งใจจะล่อให้ศพมายาขั้น 5 มากับเธอ แต่ไม่คิดว่ามันจะส่งให้ศพมายา 3 ตัวตามเธอแทน และมันก็หันกลับไปล่าลี่ลี่ต่อ
“ต้องรู้ข้อมูลของพวกมันให้เร็วที่สุด และต้องรีบกลับไปรวมกลุ่มทุกคนอีกครั้ง”
หยางปิงคิดในใจ
เธอรู้ว่าเพียงตัวเธอคนเดียวไม่สามารถต่อกรกับเมืองเซิงหยางได้ และต่อให้มีคนแบบเธอเป็นร้อยก็ยังเปล่าประโยชน์
หากไม่ได้พลังของขั้น 7 ก็ไม่มีทางที่จะท้าทายเมืองนี้ได้
แต่ถึงจะมีพลังถึงขั้น 7 ก็ตามก็ยังยากที่จะโค่นล้มเมืองเซิงหยาง เพราะที่นี่มีผู้มีพลังขั้น 7 มากกว่า 1 คน
หยางปิงยืนอยู่กลางห้อง และหลับตาลงพร้อมกับเปิดสัมผัสรับรู้ให้กว้างที่สุด
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
เพล้ง
มีเสียงดังมาจากหน้าต่าง
หยางปิงลืมตาสีม่วงของเธอ และหรี่ลงเล็กน้อย มืออันเรียวงามจับที่ด้ามดาบที่อยู่ด้านหลังอย่างถนัดมือ
หวูบ!
ร่างสูงเพรียวได้ปรากฏตัวที่หน้าต่าง
แคร็ก
ดาบยาวของหยางปิงถูกชักออกมาทันที และตวัดไปทางร่างนั้นทันที
ชิ้ง!!
ขาอันเรียวงามปรากฏขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วเท้ารับปลายคมดาบไว้ทันที
“ยังดูเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ”
“หนี่จี๋ชา….เธอมาสาย”
หยางปิงขยับดาบออก และเก็บดาบเข้าฝักที่ด้านหลังทันที
“วันนี้เป็นวันหยุดของฉัน แล้วผู้ทรยศอย่างเธอ ก็ดันมาหาแบบไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า”
หนี่จี๋ชาถอดผ้าคลุมหัวออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทรงเสน่ห์และดูเย้ายวนอย่างมาก เธอสยายผมสีฟ้าออกมา
“แค่มีอะไรจะถามเล็กน้อย”
หยางปิงยกหมวกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามแต่ดูเย็นชาอย่างมาก เธอมีผมสั้นสีม่วงประบ่า
“เธอคิดว่าฉันจะยอมบอกคนอย่างเธองั้นหรอ”
หนี่จี๋ชาพูดขึ้นพร้อมกับเคาะพื้นด้วยปลายนิ้วเท้าของเธอ
“เธอก็เป็นผู้ที่รู้ความจริงเหมือนกัน เพราะงั้นเธอคงเข้าใจ”
หยางปิงกล่าวอย่างเย็นชา
“รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”
หนี่จี๋ชาถอนหายใจ และถามขึ้นอย่างไร้อารมณ์
“เหมยหนี่….บอกความจริงกับเธอแล้วงั้นหรอ”
“ใช่”
หยางปิงพยักหน้าเล็กน้อย
เหมยหนี่คือผู้ทรยศที่ถูกพวกของหยางปิงตามล่า และเป็นคนบอกความจริงทุกอย่างกับทั้งสี่คน
“เธอ…ตายแล้วงั้นหรอ”
หนี่จี๋ชาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
เหมยหนี่เป็นเพื่อนหน่วยเดียวกับเธอ และเป็นคนบอกความจริงกับเธอด้วยเช่นเดียวกัน และข่าวการตายของเธอนั้นเป็นเรื่องที่หนี่จี๋ชาไม่ได้คาดคิดเอาไว้
“ไม่ พวกเราปล่อยเธอไป”
หยางปิงส่ายหัว
“งั้นหรอ”
หนี่จี๋ชาถอนหายใจโล่งอก
ก่อนที่จะเม้มริมฝีปาก และถามด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกซึ้ง
“เธอเองก็หนีออกไปต้องนานแล้ว ไหนถึงย้อนกลับมาที่นี่อีก”
“ฉันอยากรู้ข้อมูลของศพมายา”
“นี้หยางปิงเธอถูกศพมายาตามล่างั้นหรอ?!”
หนี่จี๋ชาพูดพร้อมกับรูม่านตาที่หดลง
“ตามที่คาดไว้เลย เธอรู้เรื่องพวกมันจริงๆ”
แววตาของหยางปิงดูมีความหวังขึ้นมาทันที
“แต่ฉันบอกไม่ได้”
หนี่จี๋ชาเม้มปากก่อนที่จะหันหน้าหนี
“ทำไม? เธอไม่อยากจะล้างแค้นงั้นหรอ?”
สีหน้าของหยางปิงนั้นดูเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย
เธอสงสัยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนท่าทีรึป่าว แต่ตามคำบอกเล่าของเหมยหนี่ เธอบอกว่าหนี่จี๋ชานั้นก็เกลียดเมืองเซิงหยางถึงกระดูกดำ และเธอเองก็หาโอกาสที่จะล้างแค้นเสมอ
“รู้ไหม การมาของเธอมันได้สร้างโอกาสให้ฉันเหมือนกัน”
หนี่จี๋ชาแสดงสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไป
เธอต้องการที่จะจับตัวหยางปิง เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ของเมืองเซิงหยาง
ด้วยวิธีการนี้ เธอจะได้รับความไว้วางใจอย่างมาก และเธอจะหาโอกาสที่จะฆ่าผู้ที่ลงมือสังหารครอบครัวของเธอ
การอาศัยเพียงกองกำลังกบฏที่เธอก่อตั้งขึ้นอย่างลับๆ ไม่มีทางทำอะไรเมืองเซิงหยางได้ ไม่ต่างจากเอาไข่มาปากำแพงหิน
“โอกาสอะไร….”
หยางปิงเลื่อนมือไปกำด้ามดาบอีกครั้ง
“เธอหนีไปไหนไม่พ้นอีกแล้ว”
ใบหน้าอันทรงเสน่ห์ของหนี่จี๋ชาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ข้างนอกบ้านตอนนี้ถูกล้อมไปด้วยหน่วยของฉัน”
“เธอทำพลาดแล้ว”
หยางปิงปลดปล่อยพลังที่ดุดันออกมา
“จะพูดอีกครั้งเดียว ถ้าไม่งั้น…”
หนี่จี๋ชาไม่ตอบและเดินเข้ามาหาหยางปิงเรื่อยๆ
โดยที่ไม่สนใจว่าตัวของเธอจะอยู่ในระยะฟันของหยางปิง เธอเดินเข้าไปกระซิบข้างๆ หูของหยางปิง
หลังจากนั้นเพียงแป๊บเดียว
“นี่คือแผนของเธองั้นหรอ?!”
สีหน้าของหยางปิงนั้นแข็งทื่อไปทันที
“ใช่….เธอไม่น่ากลับมาเลย”
หนี่จี๋ชาเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะถอนหายใจ
เธอวางแผนนี้ไว้แล้ว คือต้องการรอหนึ่งในสมาชิกหน่วยใกล้หมดอายุขัย และเริ่มจะกลายเป็นผีมายา
จากนั้นก็แสร้งทำให้คนคนนั้นเป็นผู้ทรยศ และหนี่จี๋ชาจะจับคนนั้นไว้ ก่อนที่จะส่งให้กับเมืองเซิงหยางสร้างผลงานให้กับตัวเอง เพื่อที่จะได้แทรกแซงเข้าถึงผู้อาวุโสหรือตัวตนระดับสูงของเมือง
เพราะเหล่าผู้อาวุโสและตัวตนระดับสูงของเมืองนั้นเริ่มแคลงใจแล้วว่า หน่วยสังหารของพวกเขาจะรู้ความจริงเกี่ยวกับที่มาของหน่วยนี้
เพียงแต่หนี่จี๋ชาไม่คาดคิดว่า ผู้ทรยศอย่างหยางปิงจะกลับมาแบบนี้
อะไรมันจะเหมาะเจาะไปเสียหมด หากว่าจับทั้งผู้ทรยศและผู้ที่ล่วงรู้ความจริงกลับไป
“งั้นก็ลงมือเถอะ ถ้ามันจะช่วยล้างแค้นให้ได้จริงๆ”
หยางปิงดึงดาบออกมาและถอยหลังออกไป
“...…เธอจะกลับมาทำไมกัน”
หนี่จี๋ชาขบฟันและพูดอย่างอดกลั้น
และกระโดดขึ้นจากพื้นพร้อมกับตวัดขาอันเรียวยาวที่ไม่ต่างจากแส้ฟาดลงไปที่หยางปิง
“ตราบใดที่มันสร้างโอกาสให้ฉันล้างแค้นให้พ่อแม่ได้ละก็ มันก็น่าลองทั้งนั้น”
หยางปิงพูดขึ้นก่อนที่จะยิ้ม และทิ้งดาบลงและปล่อยให้ขาของหนี่จี๋ชาฟาดลงบนไหล่ของเธอ
ตูม!!
หยางปิงกระเด็นออกไปจนหัวชนเข้ากับกำแพงไม้และทะลุออกไป
พึ่บ!!
หนี่จี๋ชารีบตามออกไป และเห็นสภาพแขนของหยางปิงที่ห้อยและผิดรูปจนหมดสภาพ ก่อนที่จะถูกหน่วยของเธออุ้มเอาไว้
เธอสวมผ้าคลุมหัวอีกครั้ง แววตาสีฟ้าของเธอส่องเป็นประกายในความมืด และมองไปยังร่างของหยางปิงที่มีคราบเลือดที่มุมปากอย่างลึกซึ้ง
หยางปิงพยายามเปิดตามองหนี่จี๋ชา และพยายามจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่เธอจะสลบไป
เธอ โหย่วเฟ่ย ลี่เยว่ ลี่ลี่ หรือหนี่จี๋ชากับเหมยหนี่ ทุกคนหากว่ามีโอกาสที่จะแก้แค้น ต่อให้โอกาสนั้นจะเล็กน้อยสักแค่ไหนก็ตาม ทุกคนก็พร้อมที่จะทำ
ต่อให้ต้องสละชีวิตก็ตาม
พวกเธอกลัวว่าจะไม่มีความหวังที่จะได้แก้แค้นเลยตลอดทั้งชีวิต ไม่งั้นพวกเธอคงไม่คิดที่ต่อต้านเมืองเซิงหยาง
เพราะสำหรับผู้ที่ติดเชื้อผีมายาไปแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว
เพราะงั้นหยางปิงเลยคิดว่าอย่างน้อยก็ขอเป็นบันไดให้สหายร่วมอุดมการณ์ปีนขึ้นไปถึงจุดหมายอีกก้าวก็ยังดี
“.....”
หนี่จี๋ชาเข้าใจสิ่งที่หยางปิงคิดเป็นอย่างดี และไม่อาจจะอดกลั้นน้ำตาไว้ได้ มีน้ำตาหยดใสๆ ไหลออกมาบนแก้มของหนี่จี๋ชา
“หัวหน้า เราจะเอายังไงต่อดี”
หนึ่งในสมาชิกหน่วยของหนี่จี๋ชาพูดขึ้น พร้อมกับส่งสายตาที่เป็นประกาย
“จับเธอ และมัดเธอเอาไว้”
หนี่จี๋ชาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
“อีกสองสามวัน ท่านหัวหน้าใหญ่จะกลับมา และฉันจะไปรายงานให้ท่านทราบ”
“รับทราบ”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved