ตอนที่ 139

เมืองเซิงหยางเป็นเมืองใหญ่ที่มีคนพลุกพล่าน และมีประชากรภายในเมืองมากถึงหนึ่งแสนคน

แล้วที่บนกำแพงสูงกว่าสิบห้าเมตร กองฟืนขนาดใหญ่ถูกก่อขึ้น และเกิดเปลวไฟที่ร้อนระอุออกมา

“คืนนี้มันหนาวจริงๆ”

“ใช่ แต่นี้ก็ผ่านมาได้ครึ่งคืนแล้ว ทนอีกนิดก็จะได้ออกเวรกันแล้ว”

“ทำไมแกไม่ไปนอนก่อน เดี๋ยวถึงเวลา ฉันจะไปปลุกขึ้นมาเฝ้ายามต่อ”

“ไม่ล่ะ พักก่อนเลย”

ทหารยามสองคนพูดคุยกันระหว่างเฝ้ายาม

ฟึบ!!

ร่างอันเพรียวบางได้ไต่ขึ้นมาตามกำแพงอย่างรวดเร็วจนตาแทบมองไม่ทัน

ก่อนที่ยามทั้งสองจะได้ทันตอบโต้อะไร ร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาหาทั้งสองแล้ว

เปรี้ยง เปรี้ยง!!

ด้วยการโจมตีที่รวดเร็วทำให้ยามทั้งสองหมดสติไปทันที

“กลับมาอีกจนได้”

หยางปิงบ่นออกมาเบาๆ

แววตาสีม่วงมองไปยังเมืองแห่งนี้อย่างเย็นชา

หยางปิงนั้นใช้เวลาอยู่นานกว่าจะฆ่าศพมายาทั้งสามตัวที่ติดตามเธอมาได้ หลังจากจัดการพวกมันได้แล้วเธอก็มุ่งหน้ามายังเมืองเซิงหยางทันที

ฟึบ!

เธอกระโดดลงไปจากกำแพงเมือง ก่อนที่จะถึงพื้นเธอชักดาบออกมาจากด้านหลังของเธอ

และปักดาบเข้าไปในกำแพงเพื่อชะลอความเร็ว

แขนของหยางปิงนั้นแข็งแรงมาก ร่างของเธอแทบจะหยุดทันทีหลังจากปักดาบลงไป ก่อนที่เธอจะดึงดาบออกพร้อมกับตีลังการ่อนตัวลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบ

เธอไม่ได้หยุดนิ่งหลังจากลงมาแล้ว หยางปิงนั้นเคลื่อนที่ต่อทันทีราวกับเงา เธอมุ่งหน้าเข้าไปในเมืองอย่างชำนาญ เพื่อจะไปหาคนที่จะช่วยเหลือเธอได้ในงานนี้

ตลอดทางที่เธอผ่าน หยางปิงนั้นหลบเลี่ยงทุกสายตาเท่าที่จะทำได้ เพราะมีทหารยามเดินตรวจตราตลอด ทั้งเหนือกำแพง บนหลังคา หน้าต่าง ประตูทางเข้า

จนในที่สุดเธอก็มาถึงเมืองชั้นใน เธอยืนอยู่นอกลานบ้านที่ดูธรรมดาๆ หลังหนึ่ง

ก่อนที่จะหยิบม้วนหนังสัตว์ออกมา และผูกติดกับหินแล้วปาเข้าไป

โครม!

ก่อนที่หินจะตกถึงพื้นหยางปิงก็หายตัวไปจากจุดนั้นแล้ว

เธอใช้เส้นทางที่ไม่มีคนรู้จัก เดินทางออกจากเมืองชั้นในจนไปถึงเมืองชั้นนอก และแอบเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งก่อนที่จะจัดการทำให้ทุกคนในบ้านสลบไป

ในเมืองเซิงหยางนั้น แต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และบ้านทุกหลังจะไม่เคยว่าง มันจะมีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาเสมอ และประกาศตัวเป็นเจ้าของทันที

บ้านที่หยางปิงเข้ามานั้นคือฐานลับเก่าของกลุ่มสี่สหายของเธอ

เพียงปล่อยทิ้งเอาไว้สองสามปี มันก็มีครอบครัวอื่นย้ายเข้ามาอยู่แทนแล้ว

คืนนี้เธอจะใช้บ้านหลังนี้เป็นจุดนัดพบใครสักคนเพื่อสอบถามเรื่องศพมายา

“ลี่ลี่คงยังปลอดภัยดีอยู่นะ”

หยางปิงขมวดคิ้วด้วยสีหน้าเป็นกังวล

เธอตั้งใจจะล่อให้ศพมายาขั้น 5 มากับเธอ แต่ไม่คิดว่ามันจะส่งให้ศพมายา 3 ตัวตามเธอแทน และมันก็หันกลับไปล่าลี่ลี่ต่อ

“ต้องรู้ข้อมูลของพวกมันให้เร็วที่สุด และต้องรีบกลับไปรวมกลุ่มทุกคนอีกครั้ง”

หยางปิงคิดในใจ

เธอรู้ว่าเพียงตัวเธอคนเดียวไม่สามารถต่อกรกับเมืองเซิงหยางได้ และต่อให้มีคนแบบเธอเป็นร้อยก็ยังเปล่าประโยชน์

หากไม่ได้พลังของขั้น 7 ก็ไม่มีทางที่จะท้าทายเมืองนี้ได้

แต่ถึงจะมีพลังถึงขั้น 7 ก็ตามก็ยังยากที่จะโค่นล้มเมืองเซิงหยาง เพราะที่นี่มีผู้มีพลังขั้น 7 มากกว่า 1 คน

หยางปิงยืนอยู่กลางห้อง และหลับตาลงพร้อมกับเปิดสัมผัสรับรู้ให้กว้างที่สุด

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป

เพล้ง

มีเสียงดังมาจากหน้าต่าง

หยางปิงลืมตาสีม่วงของเธอ และหรี่ลงเล็กน้อย มืออันเรียวงามจับที่ด้ามดาบที่อยู่ด้านหลังอย่างถนัดมือ

หวูบ!

ร่างสูงเพรียวได้ปรากฏตัวที่หน้าต่าง

แคร็ก

ดาบยาวของหยางปิงถูกชักออกมาทันที และตวัดไปทางร่างนั้นทันที

ชิ้ง!!

ขาอันเรียวงามปรากฏขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วเท้ารับปลายคมดาบไว้ทันที

“ยังดูเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ”

“หนี่จี๋ชา….เธอมาสาย”

หยางปิงขยับดาบออก และเก็บดาบเข้าฝักที่ด้านหลังทันที

“วันนี้เป็นวันหยุดของฉัน แล้วผู้ทรยศอย่างเธอ ก็ดันมาหาแบบไม่บอกไม่กล่าวล่วงหน้า”

หนี่จี๋ชาถอดผ้าคลุมหัวออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทรงเสน่ห์และดูเย้ายวนอย่างมาก เธอสยายผมสีฟ้าออกมา

“แค่มีอะไรจะถามเล็กน้อย”

หยางปิงยกหมวกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามแต่ดูเย็นชาอย่างมาก เธอมีผมสั้นสีม่วงประบ่า

“เธอคิดว่าฉันจะยอมบอกคนอย่างเธองั้นหรอ”

หนี่จี๋ชาพูดขึ้นพร้อมกับเคาะพื้นด้วยปลายนิ้วเท้าของเธอ

“เธอก็เป็นผู้ที่รู้ความจริงเหมือนกัน เพราะงั้นเธอคงเข้าใจ”

หยางปิงกล่าวอย่างเย็นชา

“รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”

หนี่จี๋ชาถอนหายใจ และถามขึ้นอย่างไร้อารมณ์

“เหมยหนี่….บอกความจริงกับเธอแล้วงั้นหรอ”

“ใช่”

หยางปิงพยักหน้าเล็กน้อย

เหมยหนี่คือผู้ทรยศที่ถูกพวกของหยางปิงตามล่า และเป็นคนบอกความจริงทุกอย่างกับทั้งสี่คน

“เธอ…ตายแล้วงั้นหรอ”

หนี่จี๋ชาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย

เหมยหนี่เป็นเพื่อนหน่วยเดียวกับเธอ และเป็นคนบอกความจริงกับเธอด้วยเช่นเดียวกัน และข่าวการตายของเธอนั้นเป็นเรื่องที่หนี่จี๋ชาไม่ได้คาดคิดเอาไว้

“ไม่ พวกเราปล่อยเธอไป”

หยางปิงส่ายหัว

“งั้นหรอ”

หนี่จี๋ชาถอนหายใจโล่งอก

ก่อนที่จะเม้มริมฝีปาก และถามด้วยน้ำเสียงที่ดูลึกซึ้ง

“เธอเองก็หนีออกไปต้องนานแล้ว ไหนถึงย้อนกลับมาที่นี่อีก”

“ฉันอยากรู้ข้อมูลของศพมายา”

“นี้หยางปิงเธอถูกศพมายาตามล่างั้นหรอ?!”

หนี่จี๋ชาพูดพร้อมกับรูม่านตาที่หดลง

“ตามที่คาดไว้เลย เธอรู้เรื่องพวกมันจริงๆ”

แววตาของหยางปิงดูมีความหวังขึ้นมาทันที

“แต่ฉันบอกไม่ได้”

หนี่จี๋ชาเม้มปากก่อนที่จะหันหน้าหนี

“ทำไม? เธอไม่อยากจะล้างแค้นงั้นหรอ?”

สีหน้าของหยางปิงนั้นดูเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย

เธอสงสัยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนท่าทีรึป่าว แต่ตามคำบอกเล่าของเหมยหนี่ เธอบอกว่าหนี่จี๋ชานั้นก็เกลียดเมืองเซิงหยางถึงกระดูกดำ และเธอเองก็หาโอกาสที่จะล้างแค้นเสมอ

“รู้ไหม การมาของเธอมันได้สร้างโอกาสให้ฉันเหมือนกัน”

หนี่จี๋ชาแสดงสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไป

เธอต้องการที่จะจับตัวหยางปิง เพื่อที่จะได้รับความไว้วางใจจากผู้ใหญ่ของเมืองเซิงหยาง

ด้วยวิธีการนี้ เธอจะได้รับความไว้วางใจอย่างมาก และเธอจะหาโอกาสที่จะฆ่าผู้ที่ลงมือสังหารครอบครัวของเธอ

การอาศัยเพียงกองกำลังกบฏที่เธอก่อตั้งขึ้นอย่างลับๆ ไม่มีทางทำอะไรเมืองเซิงหยางได้ ไม่ต่างจากเอาไข่มาปากำแพงหิน

“โอกาสอะไร….”

หยางปิงเลื่อนมือไปกำด้ามดาบอีกครั้ง

“เธอหนีไปไหนไม่พ้นอีกแล้ว”

ใบหน้าอันทรงเสน่ห์ของหนี่จี๋ชาพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา

“ข้างนอกบ้านตอนนี้ถูกล้อมไปด้วยหน่วยของฉัน”

“เธอทำพลาดแล้ว”

หยางปิงปลดปล่อยพลังที่ดุดันออกมา

“จะพูดอีกครั้งเดียว ถ้าไม่งั้น…”

หนี่จี๋ชาไม่ตอบและเดินเข้ามาหาหยางปิงเรื่อยๆ

โดยที่ไม่สนใจว่าตัวของเธอจะอยู่ในระยะฟันของหยางปิง เธอเดินเข้าไปกระซิบข้างๆ หูของหยางปิง

หลังจากนั้นเพียงแป๊บเดียว

“นี่คือแผนของเธองั้นหรอ?!”

สีหน้าของหยางปิงนั้นแข็งทื่อไปทันที

“ใช่….เธอไม่น่ากลับมาเลย”

หนี่จี๋ชาเม้มริมฝีปาก ก่อนที่จะถอนหายใจ

เธอวางแผนนี้ไว้แล้ว คือต้องการรอหนึ่งในสมาชิกหน่วยใกล้หมดอายุขัย และเริ่มจะกลายเป็นผีมายา

จากนั้นก็แสร้งทำให้คนคนนั้นเป็นผู้ทรยศ และหนี่จี๋ชาจะจับคนนั้นไว้ ก่อนที่จะส่งให้กับเมืองเซิงหยางสร้างผลงานให้กับตัวเอง เพื่อที่จะได้แทรกแซงเข้าถึงผู้อาวุโสหรือตัวตนระดับสูงของเมือง

เพราะเหล่าผู้อาวุโสและตัวตนระดับสูงของเมืองนั้นเริ่มแคลงใจแล้วว่า หน่วยสังหารของพวกเขาจะรู้ความจริงเกี่ยวกับที่มาของหน่วยนี้

เพียงแต่หนี่จี๋ชาไม่คาดคิดว่า ผู้ทรยศอย่างหยางปิงจะกลับมาแบบนี้

อะไรมันจะเหมาะเจาะไปเสียหมด หากว่าจับทั้งผู้ทรยศและผู้ที่ล่วงรู้ความจริงกลับไป

“งั้นก็ลงมือเถอะ ถ้ามันจะช่วยล้างแค้นให้ได้จริงๆ”

หยางปิงดึงดาบออกมาและถอยหลังออกไป

“...…เธอจะกลับมาทำไมกัน”

หนี่จี๋ชาขบฟันและพูดอย่างอดกลั้น

และกระโดดขึ้นจากพื้นพร้อมกับตวัดขาอันเรียวยาวที่ไม่ต่างจากแส้ฟาดลงไปที่หยางปิง

“ตราบใดที่มันสร้างโอกาสให้ฉันล้างแค้นให้พ่อแม่ได้ละก็ มันก็น่าลองทั้งนั้น”

หยางปิงพูดขึ้นก่อนที่จะยิ้ม และทิ้งดาบลงและปล่อยให้ขาของหนี่จี๋ชาฟาดลงบนไหล่ของเธอ

ตูม!!

หยางปิงกระเด็นออกไปจนหัวชนเข้ากับกำแพงไม้และทะลุออกไป

พึ่บ!!

หนี่จี๋ชารีบตามออกไป และเห็นสภาพแขนของหยางปิงที่ห้อยและผิดรูปจนหมดสภาพ ก่อนที่จะถูกหน่วยของเธออุ้มเอาไว้

เธอสวมผ้าคลุมหัวอีกครั้ง แววตาสีฟ้าของเธอส่องเป็นประกายในความมืด และมองไปยังร่างของหยางปิงที่มีคราบเลือดที่มุมปากอย่างลึกซึ้ง

หยางปิงพยายามเปิดตามองหนี่จี๋ชา และพยายามจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง ก่อนที่เธอจะสลบไป

เธอ โหย่วเฟ่ย ลี่เยว่ ลี่ลี่ หรือหนี่จี๋ชากับเหมยหนี่ ทุกคนหากว่ามีโอกาสที่จะแก้แค้น ต่อให้โอกาสนั้นจะเล็กน้อยสักแค่ไหนก็ตาม ทุกคนก็พร้อมที่จะทำ

ต่อให้ต้องสละชีวิตก็ตาม

พวกเธอกลัวว่าจะไม่มีความหวังที่จะได้แก้แค้นเลยตลอดทั้งชีวิต ไม่งั้นพวกเธอคงไม่คิดที่ต่อต้านเมืองเซิงหยาง

เพราะสำหรับผู้ที่ติดเชื้อผีมายาไปแล้วก็เป็นเรื่องยากที่จะมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาว

เพราะงั้นหยางปิงเลยคิดว่าอย่างน้อยก็ขอเป็นบันไดให้สหายร่วมอุดมการณ์ปีนขึ้นไปถึงจุดหมายอีกก้าวก็ยังดี

“.....”

หนี่จี๋ชาเข้าใจสิ่งที่หยางปิงคิดเป็นอย่างดี และไม่อาจจะอดกลั้นน้ำตาไว้ได้ มีน้ำตาหยดใสๆ ไหลออกมาบนแก้มของหนี่จี๋ชา

“หัวหน้า เราจะเอายังไงต่อดี”

หนึ่งในสมาชิกหน่วยของหนี่จี๋ชาพูดขึ้น พร้อมกับส่งสายตาที่เป็นประกาย

“จับเธอ และมัดเธอเอาไว้”

หนี่จี๋ชาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

“อีกสองสามวัน ท่านหัวหน้าใหญ่จะกลับมา และฉันจะไปรายงานให้ท่านทราบ”

“รับทราบ”