ตอนที่ 244

ที่ลานกว้างของตำหนักเจ้าเมือง

ลี่ลี่ยังคงบินเล่นอยู่บนท้องฟ้า นี้เป็นการบินรอบที่สองของเธอ

ลี่เยว่มองไปเห็นมู่เหลียงที่เดินมาพร้อมกับพัดขนนก และถามด้วยความตกใจ

“มู่เหลียง แค่เดี๋ยวเดียวนายสร้างอาวุธวิญญาณใหม่ได้แล้วงั้นหรอ?”

“อันนี้มันทำง่าย”

มู่เหลียงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

“แต่มันเร็วเกินไปรึป่าว”

ลี่เยว่พูดด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อ

แค่มู่เหลียงใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการสร้างอาวุธวิญญาณระดับสูงได้ เท่านี้ก็ทำให้เหล่ายอดฝีมือแทบจะหมอบกราบเขาราวกับเทพเจ้าได้แล้ว

“เอาล่ะ ทุกคนถอยออกไปหน่อย ฉันจะลองใช้พัดหงส์เพลิง”

มู่เหลียงตะโกนขึ้นเตือนเหล่าสาวๆ

ลี่เยว่และมินโฮรีบถอยออกไปจากลานกว้างทันที

มู่เหลียงคลี่พัดออก และด้วยความคิดของเขาตัวพัดก็เริ่มส่องแสง

พรึ้บ!

เมื่อมู่เหลียงตวัดพัดออกไป ปรากฏคลื่นความร้อนสูง และตามมาด้วยลูกไฟขนาดสองเมตรพุ่งออกมาจากพัด เข้ากระแทกกับกำแพงตำหนักด้วยความเร็วสูง

ตูม!!

เสียงดังกึกก้องไปทั่ว กำแพงที่ถูกลูกไฟนั้นระเบิดออกและเป็นรูกว้างถึง 1 เมตร

“ทรงพลังมาก!”

ลี่เยว่ถึงกับอุทานออกมาเบาๆ

“นั้นก็เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงอีกชิ้นงั้นหรอ!”

ลี่ลี่มองเห็นทุกอย่างชัดเจนจากบนท้องฟ้า

เธอคิดว่าหากโดนลูกไฟนั้นเข้า เธอคงตายในการโจมตีเดียวแน่นอน และไม่สามารถที่จะหลบมันได้ทัน

“เกิดอะไรขึ้น!”

หยู่เฟ่ยหยานวิ่งขึ้นมาบนเนินสูง เมื่อได้ยินเสียงระเบิดจากที่ไกลๆ

มู่เหลียมองไปที่สาวผมแดง และพูดอย่างสบายๆ

“ไม่มีอะไร ฉันก็แค่…กำลังลองอาวุธวิญญาณใหม่”

แล้วเขาก็สร้างหินขึ้นมาซ่อมแซมรูบนกำแพงอย่างรวดเร็ว

“เอ๋!! มู่เหลียงสร้างอาวุธวิญญาณใหม่ได้อีกแล้วงั้นหรอ”

หยู่เฟ่ยหยานได้แต่ตกตะลึง

“อยากลองดูไหม?”

มู่เหลียงมีความคิดแปลกๆ ขึ้นก่อนที่จะยื่นพัดให้กับหยู่เฟ่ยหยาน

หญิงสาวคนนี้เป็นผู้ตื่นแห่งเพลิง พัดหงส์เพลิงเองก็น่าจะเข้ากับเธอได้ดี

“ได้ๆ”

หยู่เฟ่ยหยานรับพัดหงส์เพลิงมา

เธอรีบถอดผลึกสัตว์อสูรและประกอบเข้าไปใหม่ และเริ่มทำการบรรลุวิญญาณทันที

ในพริบตา เจ้าของพัดหงส์แดงก็เปลี่ยนไป

หยู่เฟ่ยหยานถือพัดและมองหาเป้าหมายที่จะทดลองพลัง

มู่เหลียงกระดิกนิ้วเล็กน้อย และสร้างแท่นหินขึ้นมากลางลานกว้าง

เมื่อมีเป้าหมายหยู่เฟ่ยหยานก็โบกพัดออกไปอย่างรุนแรง

ไอร้อนถูกปล่อยออกมาพร้อมกับลูกไฟสูงสามเมตร พุ่งชนกับแท่นหินอย่างจัง

ตูม!!!

แท่นหินถูกลูกไฟก็ระเบิดออกทันที จากแท่นหินที่เคยสูงห้าเมตร เหลือแค่ตอหินเท่านั้น

“เดี๋ยวๆ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นมากเกินไปรึป่าว”

มู่เหลียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ พลังของพัดหงส์เพลิงนั้นเมื่ออยู่ในมือของหยู่เฟ่ยหยานมันระเบิดพลังออกมาได้มากกว่าเดิมสองเท่า

“ลี่เยว่ เธอลองดูสิ”

มู่เหลียงรีบหันหน้าไปทางลี่เยว่และพูดอย่างใจร้อนทันที เขาต้องการพิสูจน์อะไรสักอย่าง

“ตกลง”

เมื่อได้ยินแบบนั้น ลี่เยว่ก็เข้าไปรับพัดหงส์เพลิงมาและระบุเจ้าของใหม่ให้กับมันทันที

เมื่อเธอโบกพัดออกไป ปรากฏมีไอร้อนที่น้อยกว่า และลูกไฟสูงเพียงครึ่งเมตรเท่านั้น ซึ่งพลังทำลายล้างต่างจากก่อนหน้านี้มาก

มู่เหลียงพยักหน้าและเริ่มคิดอะไรหลายอย่าง

“ดูเหมือนว่าพัดหงส์เพลิงจะแสดงพลังได้ดีหากอยู่ในมือของหยู่เฟ่ยหยาน”

เขาหันกลับไปมองหยู่เฟ่ยหยานและหัวเราะ

เฟ่ยหยาน ฉันมอบพัดหงส์เพลิงให้”

“เอ๊ะ!! นายก็ใช้มันได้ไม่ใช่หรอ ให้ฉันทำไม?”

หยู่เฟ่ยหยานชี้ไปที่หน้าของตัวเองด้วยความสงสัย

“แล้วก็ชุดเกราะหงส์เพลิงด้วย”

มู่เหลียงชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า

เมื่อลี่ลี่ได้ยิน เธอก็บินลงมาจากท้องฟ้า และถอดชุดเกราะหงส์เพลิงออก

เธอเม้มปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอิจฉา

“เกราะวิญญาณระดับสูง!”

หยู่เฟ่ยหยานร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอได้รับทั้งอาวุธและเกราะวิญญาณระดับสูงพร้อมกันแบบนี้ได้ยังไง

มู่เหลียงเพียงผายมือออกไปและพูดขึ้น

“ลองชุดเกราะหงส์เพลิงนี้ดู”

เขาอยากจะรู้ว่าชุดเกราะหงส์เพลิงนั้นจะทรงพลังเพิ่มขึ้นไหมหากอยู่กับหยู่เฟ่ยหยาน

“ได้”

หยู่เฟ่ยหยานตอบตกลงทันที

ด้วยความช่วยเหลือจากลี่ลี่ เธอจึงสวมชุดเกราะอย่างง่ายดาย

และปรับขนาดเล็กน้อย แล้วไม่ทันไรตัวของหยู่เฟ่ยหยานก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที

เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะความเร็วในการบินของเธอนั้นมากกว่าสาวๆ คนอื่นเป็นสองเท่า

มู่เหลียงถึงกับอุทานออกมา

“จริงด้วย พลังของมันเพิ่มขึ้น”

“มันเข้ากับเธอได้ดีมาก”

ลี่เยว่เงยหน้าขึ้นมองร่างสีแดงที่บินอยู่บนท้องฟ้า

แม้แต่เธอเองก็ยังอิจฉา

“คงไม่มีใครเถียง”

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ และพยักหน้า

ตูม!!

หยู่เฟ่ยหยานร่อนลงมาจอดตรงกับพื้น ก่อนที่จะยกหน้ากากขึ้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง

เธอมองไปที่มู่เหลียง และถามอย่างตื่นเต้น

“มู่เหลียง! จะให้ของพวกนี้กับฉันจริงๆ งั้นหรอ”

“ใช่”

มู่เหลียงยิ้มมุมปาก และพูดต่อ

“ฉันหวังว่าเธอจะใช้ของพวกนี้ได้อย่างดี และสักวันฉันจะแต่งตั้งให้เธอเป็นแม่ทัพของกองทัพอากาศของฉันในอนาคต”

“กองทัพอากาศคืออะไร?”

หยู่เฟ่ยหยานถึงกับมึนงงกับสิ่งที่มู่เหลียงพูด แต่ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อได้ฟังคำพูดของมู่เหลียงแล้วเธอก็รู้สึกถึงภาระที่กดทับลงบนไหล่ของเธอเล็กน้อย

“เดี๋ยววันหนึ่งเธอจะรู้เอง”

มู่เหลียงเข้าไปตบเบาๆ ที่ไหล่ของหญิงสาว

การจะก่อตั้งกองทัพอากาศในเวลานี้ยังเป็นไปไม่ได้ เพราะชุดเกราะหงส์เพลิงมีแค่ตัวเดียว

แม้ว่าจะแต่งตั้งให้หยู่เฟ่ยหยานเป็นในตอนนี้ มันก็มีค่าแค่ชื่อเท่านั้น ไม่มีบทบาทหรือความหมายอะไร

“เข้าใจแล้ว”

หยู่เฟ่ยหยานเลิกสนใจสิ่งที่เรียกว่าแม่ทัพอากาศไป และตกอยู่ในความสุขกับการได้อาวุธและเกราะวิญญาณระดับสูง

หากว่าแม่ของเธอรู้เรื่องนี้เข้าต้องอิจฉาเธอมากแน่ๆ เมื่อคิดแบบนี้หยู่เฟ่ยหยานก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

“มีอะไรน่าขำงั้นหรอ?”

มู่เหลียงถามด้วยรอยยิ้ม

“เปล่าๆ ไม่มีอะไร ฉันจะไปฝึกใช้มันก่อน”

หยู่เฟ่ยหยานหัวเราะเบาๆ และสวมหน้ากากอีกครั้งก่อนที่จะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

“ดูแล้วเธอคงจะชอบอาวุธและเกราะพวกนี้จริงๆ”

ลี่เยว่พูดเบาๆ

“คราวหน้าฉันจะทำเกราะวิญญาณให้เธออีก”

มู่เหลียงกระซิบข้างๆ หูของลี่เยว่เบาๆ

“ไม่ต้องหรอก ฉันมีเกราะภูติผีแล้ว”

ขนตาของลี่เยว่กระพือสองสามครั้ง และแสดงอารมณ์ที่หลากหลายภายในแววตาของเธอ

“ฉันสามารถสร้างธนูยาวที่ดีกว่านี้ให้เธอได้นะ”

มู่เหลียงยื่นมือออกไปและปัดผมที่ปิดหน้าผากของลี่เยว่เล็กน้อย และยิ้มออกมา

“ธนูอันนี้ก็ดีมากอยู่แล้ว”

ใบหน้าสวยๆ ของลี่เยว่ก็กลายเป็นสีแดง

ธนูที่เธอใช้อยู่ตอนนี้มู่เหลียงก็เป็นคนสร้างขึ้น แม้ว่าจะเป็นอาวุธระดับกลางก็ตาม แต่เธอก็รักมัน

“ไม่อยากได้ที่ดีกว่านี้งั้นหรอ?”

มู่เหลียงเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าติดเล่น

“ก็….ต้องอยากได้อยู่แล้วสิ”

ลี่เยว่ก้มหน้าลง เธอรู้ว่ายังไงก็โกหกมู่เหลียงไม่ได้อยู่แล้ว

“ฮ่าๆ”

มู่เหลียงยิ้มและหัวเราะอย่างชอบใจ

“ถ้างั้นฉันจะต้องศึกษาวัตถุดิบให้มากกว่านี้ ฉันว่าตอนนี้น่าจะมีของที่ใช้ทำสายธนูที่ดีกว่านี้ได้”

สายธนูเป็นส่วนหนึ่งของธนู หากว่าจะสร้างธนูไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ใยแมงมุมเสมอไป

“ฉันจะตั้งตารอ”

ลี่เยว่พยักหน้าอย่างเชื่อมั่น

“อืม…ฉันว่าฉันมีความคิดดีๆ แล้ว”

มู่เหลียงเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่จะกำหมัดขวาและทุบลงไปที่ฝ่ามือซ้าย และรีบตรงดิ่งกลับเข้าไปที่ห้องทำงานทันที

“ท่านมู่เหลียงติดเชื้อจากโหย่วเฟ่ยรึป่าว?”

ลี่ลี่กระซิบถาม

เพราะตอนนี้ดูเหมือนมู่เหลียงจะสนุกไปกับการสร้างอาวุธใหม่ๆ ออกมาเสมอ