ที่ลานกว้างของตำหนักเจ้าเมือง
ลี่ลี่ยังคงบินเล่นอยู่บนท้องฟ้า นี้เป็นการบินรอบที่สองของเธอ
ลี่เยว่มองไปเห็นมู่เหลียงที่เดินมาพร้อมกับพัดขนนก และถามด้วยความตกใจ
“มู่เหลียง แค่เดี๋ยวเดียวนายสร้างอาวุธวิญญาณใหม่ได้แล้วงั้นหรอ?”
“อันนี้มันทำง่าย”
มู่เหลียงตอบพร้อมกับรอยยิ้ม
“แต่มันเร็วเกินไปรึป่าว”
ลี่เยว่พูดด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อ
แค่มู่เหลียงใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการสร้างอาวุธวิญญาณระดับสูงได้ เท่านี้ก็ทำให้เหล่ายอดฝีมือแทบจะหมอบกราบเขาราวกับเทพเจ้าได้แล้ว
“เอาล่ะ ทุกคนถอยออกไปหน่อย ฉันจะลองใช้พัดหงส์เพลิง”
มู่เหลียงตะโกนขึ้นเตือนเหล่าสาวๆ
ลี่เยว่และมินโฮรีบถอยออกไปจากลานกว้างทันที
มู่เหลียงคลี่พัดออก และด้วยความคิดของเขาตัวพัดก็เริ่มส่องแสง
พรึ้บ!
เมื่อมู่เหลียงตวัดพัดออกไป ปรากฏคลื่นความร้อนสูง และตามมาด้วยลูกไฟขนาดสองเมตรพุ่งออกมาจากพัด เข้ากระแทกกับกำแพงตำหนักด้วยความเร็วสูง
ตูม!!
เสียงดังกึกก้องไปทั่ว กำแพงที่ถูกลูกไฟนั้นระเบิดออกและเป็นรูกว้างถึง 1 เมตร
“ทรงพลังมาก!”
ลี่เยว่ถึงกับอุทานออกมาเบาๆ
“นั้นก็เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงอีกชิ้นงั้นหรอ!”
ลี่ลี่มองเห็นทุกอย่างชัดเจนจากบนท้องฟ้า
เธอคิดว่าหากโดนลูกไฟนั้นเข้า เธอคงตายในการโจมตีเดียวแน่นอน และไม่สามารถที่จะหลบมันได้ทัน
“เกิดอะไรขึ้น!”
หยู่เฟ่ยหยานวิ่งขึ้นมาบนเนินสูง เมื่อได้ยินเสียงระเบิดจากที่ไกลๆ
มู่เหลียมองไปที่สาวผมแดง และพูดอย่างสบายๆ
“ไม่มีอะไร ฉันก็แค่…กำลังลองอาวุธวิญญาณใหม่”
แล้วเขาก็สร้างหินขึ้นมาซ่อมแซมรูบนกำแพงอย่างรวดเร็ว
“เอ๋!! มู่เหลียงสร้างอาวุธวิญญาณใหม่ได้อีกแล้วงั้นหรอ”
หยู่เฟ่ยหยานได้แต่ตกตะลึง
“อยากลองดูไหม?”
มู่เหลียงมีความคิดแปลกๆ ขึ้นก่อนที่จะยื่นพัดให้กับหยู่เฟ่ยหยาน
หญิงสาวคนนี้เป็นผู้ตื่นแห่งเพลิง พัดหงส์เพลิงเองก็น่าจะเข้ากับเธอได้ดี
“ได้ๆ”
หยู่เฟ่ยหยานรับพัดหงส์เพลิงมา
เธอรีบถอดผลึกสัตว์อสูรและประกอบเข้าไปใหม่ และเริ่มทำการบรรลุวิญญาณทันที
ในพริบตา เจ้าของพัดหงส์แดงก็เปลี่ยนไป
หยู่เฟ่ยหยานถือพัดและมองหาเป้าหมายที่จะทดลองพลัง
มู่เหลียงกระดิกนิ้วเล็กน้อย และสร้างแท่นหินขึ้นมากลางลานกว้าง
เมื่อมีเป้าหมายหยู่เฟ่ยหยานก็โบกพัดออกไปอย่างรุนแรง
ไอร้อนถูกปล่อยออกมาพร้อมกับลูกไฟสูงสามเมตร พุ่งชนกับแท่นหินอย่างจัง
ตูม!!!
แท่นหินถูกลูกไฟก็ระเบิดออกทันที จากแท่นหินที่เคยสูงห้าเมตร เหลือแค่ตอหินเท่านั้น
“เดี๋ยวๆ พลังของมันจะเพิ่มขึ้นมากเกินไปรึป่าว”
มู่เหลียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ พลังของพัดหงส์เพลิงนั้นเมื่ออยู่ในมือของหยู่เฟ่ยหยานมันระเบิดพลังออกมาได้มากกว่าเดิมสองเท่า
“ลี่เยว่ เธอลองดูสิ”
มู่เหลียงรีบหันหน้าไปทางลี่เยว่และพูดอย่างใจร้อนทันที เขาต้องการพิสูจน์อะไรสักอย่าง
“ตกลง”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ลี่เยว่ก็เข้าไปรับพัดหงส์เพลิงมาและระบุเจ้าของใหม่ให้กับมันทันที
เมื่อเธอโบกพัดออกไป ปรากฏมีไอร้อนที่น้อยกว่า และลูกไฟสูงเพียงครึ่งเมตรเท่านั้น ซึ่งพลังทำลายล้างต่างจากก่อนหน้านี้มาก
มู่เหลียงพยักหน้าและเริ่มคิดอะไรหลายอย่าง
“ดูเหมือนว่าพัดหงส์เพลิงจะแสดงพลังได้ดีหากอยู่ในมือของหยู่เฟ่ยหยาน”
เขาหันกลับไปมองหยู่เฟ่ยหยานและหัวเราะ
เฟ่ยหยาน ฉันมอบพัดหงส์เพลิงให้”
“เอ๊ะ!! นายก็ใช้มันได้ไม่ใช่หรอ ให้ฉันทำไม?”
หยู่เฟ่ยหยานชี้ไปที่หน้าของตัวเองด้วยความสงสัย
“แล้วก็ชุดเกราะหงส์เพลิงด้วย”
มู่เหลียงชี้นิ้วไปบนท้องฟ้า
เมื่อลี่ลี่ได้ยิน เธอก็บินลงมาจากท้องฟ้า และถอดชุดเกราะหงส์เพลิงออก
เธอเม้มปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอิจฉา
“เกราะวิญญาณระดับสูง!”
หยู่เฟ่ยหยานร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอได้รับทั้งอาวุธและเกราะวิญญาณระดับสูงพร้อมกันแบบนี้ได้ยังไง
มู่เหลียงเพียงผายมือออกไปและพูดขึ้น
“ลองชุดเกราะหงส์เพลิงนี้ดู”
เขาอยากจะรู้ว่าชุดเกราะหงส์เพลิงนั้นจะทรงพลังเพิ่มขึ้นไหมหากอยู่กับหยู่เฟ่ยหยาน
“ได้”
หยู่เฟ่ยหยานตอบตกลงทันที
ด้วยความช่วยเหลือจากลี่ลี่ เธอจึงสวมชุดเกราะอย่างง่ายดาย
และปรับขนาดเล็กน้อย แล้วไม่ทันไรตัวของหยู่เฟ่ยหยานก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทันที
เธอกรีดร้องด้วยความตกใจ เพราะความเร็วในการบินของเธอนั้นมากกว่าสาวๆ คนอื่นเป็นสองเท่า
มู่เหลียงถึงกับอุทานออกมา
“จริงด้วย พลังของมันเพิ่มขึ้น”
“มันเข้ากับเธอได้ดีมาก”
ลี่เยว่เงยหน้าขึ้นมองร่างสีแดงที่บินอยู่บนท้องฟ้า
แม้แต่เธอเองก็ยังอิจฉา
“คงไม่มีใครเถียง”
มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ และพยักหน้า
ตูม!!
หยู่เฟ่ยหยานร่อนลงมาจอดตรงกับพื้น ก่อนที่จะยกหน้ากากขึ้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดง
เธอมองไปที่มู่เหลียง และถามอย่างตื่นเต้น
“มู่เหลียง! จะให้ของพวกนี้กับฉันจริงๆ งั้นหรอ”
“ใช่”
มู่เหลียงยิ้มมุมปาก และพูดต่อ
“ฉันหวังว่าเธอจะใช้ของพวกนี้ได้อย่างดี และสักวันฉันจะแต่งตั้งให้เธอเป็นแม่ทัพของกองทัพอากาศของฉันในอนาคต”
“กองทัพอากาศคืออะไร?”
หยู่เฟ่ยหยานถึงกับมึนงงกับสิ่งที่มู่เหลียงพูด แต่ไม่รู้เพราะอะไร เมื่อได้ฟังคำพูดของมู่เหลียงแล้วเธอก็รู้สึกถึงภาระที่กดทับลงบนไหล่ของเธอเล็กน้อย
“เดี๋ยววันหนึ่งเธอจะรู้เอง”
มู่เหลียงเข้าไปตบเบาๆ ที่ไหล่ของหญิงสาว
การจะก่อตั้งกองทัพอากาศในเวลานี้ยังเป็นไปไม่ได้ เพราะชุดเกราะหงส์เพลิงมีแค่ตัวเดียว
แม้ว่าจะแต่งตั้งให้หยู่เฟ่ยหยานเป็นในตอนนี้ มันก็มีค่าแค่ชื่อเท่านั้น ไม่มีบทบาทหรือความหมายอะไร
“เข้าใจแล้ว”
หยู่เฟ่ยหยานเลิกสนใจสิ่งที่เรียกว่าแม่ทัพอากาศไป และตกอยู่ในความสุขกับการได้อาวุธและเกราะวิญญาณระดับสูง
หากว่าแม่ของเธอรู้เรื่องนี้เข้าต้องอิจฉาเธอมากแน่ๆ เมื่อคิดแบบนี้หยู่เฟ่ยหยานก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
“มีอะไรน่าขำงั้นหรอ?”
มู่เหลียงถามด้วยรอยยิ้ม
“เปล่าๆ ไม่มีอะไร ฉันจะไปฝึกใช้มันก่อน”
หยู่เฟ่ยหยานหัวเราะเบาๆ และสวมหน้ากากอีกครั้งก่อนที่จะบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
“ดูแล้วเธอคงจะชอบอาวุธและเกราะพวกนี้จริงๆ”
ลี่เยว่พูดเบาๆ
“คราวหน้าฉันจะทำเกราะวิญญาณให้เธออีก”
มู่เหลียงกระซิบข้างๆ หูของลี่เยว่เบาๆ
“ไม่ต้องหรอก ฉันมีเกราะภูติผีแล้ว”
ขนตาของลี่เยว่กระพือสองสามครั้ง และแสดงอารมณ์ที่หลากหลายภายในแววตาของเธอ
“ฉันสามารถสร้างธนูยาวที่ดีกว่านี้ให้เธอได้นะ”
มู่เหลียงยื่นมือออกไปและปัดผมที่ปิดหน้าผากของลี่เยว่เล็กน้อย และยิ้มออกมา
“ธนูอันนี้ก็ดีมากอยู่แล้ว”
ใบหน้าสวยๆ ของลี่เยว่ก็กลายเป็นสีแดง
ธนูที่เธอใช้อยู่ตอนนี้มู่เหลียงก็เป็นคนสร้างขึ้น แม้ว่าจะเป็นอาวุธระดับกลางก็ตาม แต่เธอก็รักมัน
“ไม่อยากได้ที่ดีกว่านี้งั้นหรอ?”
มู่เหลียงเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้าติดเล่น
“ก็….ต้องอยากได้อยู่แล้วสิ”
ลี่เยว่ก้มหน้าลง เธอรู้ว่ายังไงก็โกหกมู่เหลียงไม่ได้อยู่แล้ว
“ฮ่าๆ”
มู่เหลียงยิ้มและหัวเราะอย่างชอบใจ
“ถ้างั้นฉันจะต้องศึกษาวัตถุดิบให้มากกว่านี้ ฉันว่าตอนนี้น่าจะมีของที่ใช้ทำสายธนูที่ดีกว่านี้ได้”
สายธนูเป็นส่วนหนึ่งของธนู หากว่าจะสร้างธนูไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ใยแมงมุมเสมอไป
“ฉันจะตั้งตารอ”
ลี่เยว่พยักหน้าอย่างเชื่อมั่น
“อืม…ฉันว่าฉันมีความคิดดีๆ แล้ว”
มู่เหลียงเมื่อคิดอะไรขึ้นมาได้ ก่อนที่จะกำหมัดขวาและทุบลงไปที่ฝ่ามือซ้าย และรีบตรงดิ่งกลับเข้าไปที่ห้องทำงานทันที
“ท่านมู่เหลียงติดเชื้อจากโหย่วเฟ่ยรึป่าว?”
ลี่ลี่กระซิบถาม
เพราะตอนนี้ดูเหมือนมู่เหลียงจะสนุกไปกับการสร้างอาวุธใหม่ๆ ออกมาเสมอ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved