“ปลาอัญมณี?”
ลี่เยว่ที่กำลังหน้าแดงก็ถึงตกตะลึงและโผล่หัวออกมาจากผ้าห่มหนังสัตว์ เมื่อได้ยินคำพูดนี้ดังมาจากห้องโถง
เธอดูสับสนและถามตัวเองว่า อยากจะออกไปดูปลาอัญมณีหรือไม่
ลี่เยว่เคยได้ยินมาแบบปากต่อปาก ว่ารูปร่างของมันเป็นเช่นไร ผ่านการเล่าจากคนในกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ แต่ก็ยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ สักครั้ง
“ออกไปดูก็ได้!”
ลี่เยว่กลั้นใจ และลุกขึ้นจากเตียง เธอไม่อาจจะทนความสงสัยของเธอได้ และแอบย่องออกมาจากห้องอย่างแผ่วเบา
ลี่เยว่โผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่งและมองไปรอบๆ และเห็นว่าทั้งสองกำลังยืนกันอยู่หน้าอ่างน้ำ
สัมผัสของมู่เหลียงนั้นเฉียบคมมากเขารับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา จึงกวักมือเรียกลี่เยว่ทันที
“ลี่เยว่มานี้สิ มาทักทายสมาชิกใหม่ของบ้านเราหน่อย”
“อะอืม….รู้แล้ว…ฉันมาแล้ว”
ลี่เยว่แกล้งทำตัวปกติและปกปิดความอายที่มี เพราะความสงสัยที่มีต่อปลาตัวนี้ทำให้เธอยอมเจอหน้ามู่เหลียงอีกครั้ง
เมื่อลี่เยว่เดินเข้ามาใกล้ๆ มินโฮก็เว้นที่ให้ ลี่เยว่เดินเข้ามา
หลังจากที่เดินเข้ามาถึงแล้วลี่เยว่จึงกล่าวขอบคุณมินโฮ
“ไม่เป็นไรหรอก”
มินโฮโบกมือราวกับไม่กล้ารับคำขอบคุณนี้ด้วยท่าทางประหม่า
ลี่เยว่ยิ้มเล็กๆ ก่อนที่จะมองลงไปยังอ่างน้ำที่มีปลาอัญมณีว่ายอยู่ ตัวของมันใหญ่ถึงครึ่งเมตรสร้างความประหลาดใจให้กับเธออย่างมาก
ปลาอัญมณีตัวใหญ่ขนาดนี้เลยงั้นหรอ?
ทำไมมันถึงต่างจากภาพลักษณ์ที่เธอได้ยินมาจากกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์มากนัก
ที่จริงตัวมันน่าจะขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น
มู่เหลียงหันไปมองลี่เยว่ที่พยายามเก็บซ่อนสีหน้าของความตกใจเอาไว้ ก่อนที่จะถามขึ้นอย่างมีเลศนัย
“มันแตกต่างจากปลาอัญมณีที่ลี่เยว่เคยเห็นมาก่อนรึป่าว”
“ใช่ มันต่างกันมาก เจ้าตัวนี้มันตัวใหญ่ผิดปกติ”
ลี่เยว่ไม่เผยให้เห็นร้อยยิ้มของความยินดีหรือตื่นเต้น มันทำให้มู่เหลียงรู้ได้ทันทีว่าเธอต้องคิดอะไรอยู่
“ที่จริงฉันอยากรู้ว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์จะให้อะไรหากเอาปลาอัญมณีไปแลกเปลี่ยน”
มู่เหลียงถามด้วยความสงสัย
สุดท้ายแล้วปลาอัญมณีนั้นสามารถสร้างน้ำขึ้นมาควบแน่นได้ หรือง่ายๆ มันสร้างน้ำได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่มันจะเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์
แล้วในโลกที่เป็นแบบนี้ น้ำเทียบได้กับสกุลเงินในการแลกเปลี่ยน และเป็นสกุลเงินที่ทุกคนยอมรับ
“ได้ตำแหน่งผู้อาวุโสของกลุ่ม น้ำหนึ่งในยี่สิบที่สร้างได้จากปลาอัญมณีตัวนี้ ได้บ้านหลังใหญ่ ข้ารับใช้ยี่สิบคน พร้อมกับเนื้อตากแห้งหมื่นชิ้น….”
ลี่เยว่พูดไปก็แสดงสีหน้าที่เคร่งเครียดออกมา น้ำเสียงที่เธอพูดออกมานั้นเย็นชาอย่างมาก
“เอาหล่ะ ถ้าไม่อยากพูดถึงมันก็ไม่ต้องพูด…”
มู่เหลียงใช่ช่วงที่ลี่เยว่หายใจ ขัดจังหวะการพูดของเธอทันที และรู้สึกได้เลยว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ให้ค่ากับปลาอัญมณีอย่างมาก
รางวัลที่ได้นั้นเรียกได้ว่ามหาศาล แต่ลี่เยว่กลับจ้องมองปลาอัญมณีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
คำว่าเนื้อตากแห้งหมื่นชิ้นยังวนเวียนอยู่ในใจของเธอ
“ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าทุกคนต่างสนใจ และให้ค่าปลาอัญมณีมากขนาดไหน”
สีหน้าที่ดูลำบากใจของมู่เหลียงทำให้ลี่เยว่ฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย
ก่อนที่เธอจะหุบยิ้ม และพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และเตือนด้วยสีหน้าดุๆ ของเธอ
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งผู้อาวุโสของกลุ่ม เป็นตำแหน่งที่อยู่เหนือคนนับหมื่น และมีหลายคนฝันใฝ่ที่จะได้ตำแหน่งนี้”
“ดูท่าแล้ว…ฉันคงต้องเตรียมการให้รัดกุมมากกว่านี้”
มู่เหลียงพูดขึ้นหลังจากที่คิดอะไรบางอย่างได้
“เดี๋ยว? นี้ตกลงว่ายังคิดจะไปยังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์อยู่อีกงั้นหรอ?”
ลี่เยว่นั้นเปลี่ยนสีหน้าเป็นมึนงงทันที เมื่อเห็นการตอบสนองของมู่เหลียง
ทั้งที่หญิงสาวพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้ตายสุดท้ายเขาก็ไม่ฟัง
“นี้!!! การจะเอาปลาอัญมณีเข้าใกล้พวกเขาเป็นเรื่องอันตรายมาก ไม่จำเป็นอยากได้เฉียดเข้าไปไกลกลุ่มนี้เด็ดขาด! ยังมีอีกหลายกลุ่มที่ให้ไปได้อีก!”
“หือ…มีกลุ่มอื่นอีกงั้นหรอ แล้วใหญ่กว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ไหม?”
มู่เหลียงสะดุดกับคำพูดของลี่เยว่จนเกิดความสงสัยขึ้นทันที
“ใช่มีอีก ไปทางตะวันออก หากเดินทางด้วยความเร็วประมาณนี้น่าจะใช้เวลา 20 วันก้น่าจะถึงกลุ่มสิงโตทอง”
ลี่เยว่ชี้ไปยังทิศตะวันออก
“ 20 วันงั้นหรอ ไม่ล่ะ มันนานเกินไป”
มู่เหลียงส่ายหัวทันทีเมื่อคิดถึงเรื่องนี้
เขาต้องการผลึกสัตว์อสูรจำนวนมากและเร็วที่สุด และเขาก็ไม่รู้สึกเลยว่ากลุ่มทะเลสาบพระจันทร์เป็นภัยกับเขา
“การอยู่ห่างๆ พวกเขาจะปลอดภัยที่สุด!”
ความตั้งใจเดิมของลี่เยว่คือเปลี่ยนใจไม่ให้มู่เหลียงสร้างเรื่องและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย เพราะอีกไม่ช้าข่าวเรื่องปลาอัญมณีหายไปจากกลุ่มเคราโลหิตคงกระจายไปทั่ว
และให้ทั้งหมดลืมเรื่องนี้ไปก่อน จากนั้นค่อยวนกลับมายังกลุ่มทะเลสาบพระจันทร์ก็ยังไม่สาย
“บางครั้งสถานที่อันตรายก็มักจะมอบโอกาสดีๆ ให้เสมอ”
มู่เหลียงตบเบาๆ ลงบนไหล่ของลี่เยว่ก่อนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะ
“ปั๊ดโถ่วว!!!”
ลี่เยว่ถอนหายใจอย่างแรง และรู้สึกอ่อนใจอย่างมาก เธอรู้สึกว่าคำพูดของเธอไม่เข้าหูของเขาเลย
ผู้ชายคนนี้ดื้อรั้นกว่าที่เธอคิด
“ไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนั้นหรอก”
มินโฮพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าลี่เยว่นั้นทำท่าห่อเหี่ยวอย่างมาก และพูดอย่างเขินๆ ว่า
“เชื่อใจมู่เหลียงเถอะ เขาแข็งแกร่ง”
“ก็ใช่ แต่นั้นก็เพราะว่าเขาไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเล่นกับอะไร….”
ในขณะที่พูดลี่เยว่ก็เห็นว่าในแววตาของมินโฮเองก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ ลี่เยว่จึงพูดไม่ออกอีกต่อไป
ก่อนที่เธอจะเม้นริมฝีปากและพูดต่อ
“อื้ม…ก็จริงมู่เหลียงแข็งแกร่ง บางทีถ้าเป็นเขาคงไม่เป็นไร”
“นั้นสิ…นั้นสิ….งั้นฉันไปทำข้าวเช้าก่อนนะ!”
มินโฮยิ้มอย่างมั่นใจขึ้นก่อนที่จะเดินไปทำอาหารเช้าอย่างสบายใจ
“นี้เราเอง…..เลิกไร้เดียงสาเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
ลี่เยว่มองไปยังอ่างที่มีปลาอัญมณีว่ายอยู่ และมองเงาตัวเองที่สะท้อนขึ้นมาจากผิวน้ำ มันได้แสดงออกถึงสีหน้าที่คลุมเครือของเธอ
เพียงสองวันที่ผ่านมาเธอไม่รู้สึกเป็นตัวเองเลย
ลี่เยว่เตรียมตัวพร้อมที่จะเจอกับทุกสถานการณ์ที่เลวร้ายเสมอ นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
“.....”
เมื่อได้เห็นแผ่นหลังของลี่เยว่ และสีหน้าที่กลุ้มใจ มู่เหลียงก็รู้ทันทีว่าเธอกำลังคิดมาก
เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นอยู่ภายในใจ ช่างเป็นคนที่ขี้กังวลจริงๆ
สุดท้ายแล้วก็มีแค่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ตัวเองดีที่สุด แต่มู่เหลี่ยงไม่ได้เปิดเผยพลังกับใคร ทำให้ทุกคนนั้นเกิดความกังวลขึ้น
มู่เหลียงเองก็ไม่ต้องการที่จะโอ้อวด แต่เขาจำเป็นต้องปิดซ่อนเอาไว้เป็นไพ่ลับของเขา
ก่อนที่มู่เหลียงจะเปิดปากตะโกนหาลี่เยว่
“ลี่เยว่ มานี่หน่อย ฉันมีอะไรจะให้ดู”
“เกิดอะไรขึ้น”
ลี่เยว่เดินมาหาด้วยสีหน้าสงสัย และมองไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยม้วนหนัง
มู่เหลียงเลยถือม้วนหนังขึ้นมาหนึ่งแผ่นและแสดงให้ลี่เยว่ดู
“พอจะรู้จักตัวอักษรเหล่านี้ไหม?”
ลี่เยว่โน้มตัวเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่จะมองสิ่งที่เขียนอยู่บนหนังอย่างละเอียด
ก่อนที่เธอจะเชิดคางขึ้นเล็กน้อย และพูดว่า
“แน่นอนฉันรู้จัก มันคือภาษาภาพไง”
“มันเป็นตัวรูปสัญลักษณ์จริงๆ ด้วย”
มู่เหลียงกล่าวด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่คิดว่าสิ่งที่บันทึกเอาไว้ในม้วนหนังพวกนี้จะเป็นอักษรภาพเหมือนภาษาอียิปต์โบราณ
“มันคืออักษรภาพ หากว่าพอมีความรู้สักหน่อยก็พอที่จะรู้จักสิ่งนี้”
ลี่เยว่พูดขึ้นพร้อมกับกลอกตาบน
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงถามแต่เรื่องโง่ๆ แบบนี้กับเธอด้วย
แต่มันมีบางคำที่มู่เหลียงหาความหมายไม่ได้
มู่เหลียงจึงเปลี่ยนคำถามทันที
“แล้วบนนี้มันเขียนว่าอะไร”
“อืม…ไหนฉันขอดูก่อน….”
ลี่เยว่หยิบแผ่นหนังไปและมองดูอย่างถี่ถ้วน คิ้วและสีหน้าที่งดงามของเธอดูตึงขึ้นเล็กน้อย แสดงให้เห็นถึงความหนักใจ
ก่อนที่เธอจะพูดขมุบขมิบอยู่คนเดียว
“งืมงั้มๆ เด็กสาว…อันนี้ดอกทานตะวัน”
“....”
เมื่อได้ยินสิ่งที่ลี่เยว่พูดเล็กน้อยมู่เหลียงก็เข้าใจได้ทันที
เขาเหล่ตามองดูลี่เย่วที่กำลังบ่นพึมพำอยู่
“ลี่เยว่…ที่จริงแล้วเธอก็อ่านไม่ออกใช่ไหม?”
“.....”
ลี่เยว่ตัวแข็งทื่อไปทันที พร้อมกับจิกม้วนหนังจนย่น
ก่อนที่เธอจะแสดงสีหน้าที่นิ่งสงบ และหันกลับมาตอบอย่างเย็นชา
“เอาอะไรมาคิดว่าฉันคนนี้จะอ่านไม่ออก!”
“จริงงั้นหรอ!”
มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้น
ก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาและชี้ไปบนตัวภาพในม้วนหนังบันทึก
“งั้นลี่เยว่บอกที่ว่า 3 คำนี้หมายความว่าอะไร”
“ได้!! ฉันอ่านได้อยู่แล้ว”
ลี่เยว่มองดูม้วนหนังพร้อมกับมุมปากที่กระตุกเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจ
“คำแรกคือ..คือ อ๋อสีขาว!”
“แต่อีกสองคำฉันต้องใช้ความคิด อย่าเร่ง…ฉันขอคิดก่อน”
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำนะ ลี่เยว่…”
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved