ตอนที่ 262

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

โถวปาหงลุกขึ้นยืน เขาไม่อาจข่มตาหลับได้ลง "พวกเราคงไม่อาจรักษาเมืองฮัวเหลียนเอาไว้ได้นานนักหากอีกฝ่ายมีนักรบหมาป่าหนึ่งพันคน" เขาทราบว่าเมื่อนักรบหมาป่าเปิดฉากโจมตี ความวุ่ยวายก็จะปะทุขึ้น

เซียวอวี๋ยังคงรอคอยทัพเสริม เขารู้สึกไม่ค่อยสบายใจนักเมื่อไม่มีกองทัพของเขาให้ใช้สอย

นักรบหมาป่าอาจจะแข็งแกร่ง หากแต่เซียวอวี๋ก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เขาเชื่อว่าเหล่าไรเดอร์นั้นสามารถจัดการนักรบหมาป่าได้ไม่ยาก เพราะเล่าไรเดอร์ก็คือพวกออร์คที่ขี่หมาป่าตัวโต

ซึ่งความจริงแล้ว พวกออร์คที่ถูกอัญเชิญมาต่างมีระดับถึงสิบ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีผลจากบัฟของอสูรโคโด ทักษะกู่ร้องของคาร์น และทักษะกระหายเลือดของชาแมนและอีกหลายสิ่ง สัตว์อสูรขั้นที่สองทั่วไปไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของพวกมัน พวกหมาป่าของนักรบหมาป่านั้นเทียบได้กับสัตว์อสูรขั้นที่สองหรือ?

เซียวอวี๋สั่งให้เหล่าไพร่พลหยุดการเสริมกำแพงในวันที่สามของการถูกล้อม ขณะที่ประชาชนและทาสยังคงเสริมกำแพงต่อไป เขาเชื่อว่าฝ่ายศัตรูจะเริ่มลงมือแล้ว

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังสั่งให้คัดลอกบทความนับหมื่นฉบับเอาไว้ก่อนการสู้รบ เขาสั่งให้คนหาทิศต้นลมและโยนมันมันออกไป พฤติกรรมอันชั่วร้ายของโถวปากุ้ยได้ถูกรวบรวมเอาไว้ในกระดาษเหล่านี้แล้ว

ครอบครัวของพวกเจ้ายังจะสู้หน้าผู้อื่นได้อย่างไร ในเมื่อพวกเจ้าตั้งประจัญหน้ากับจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิตัวจริง? บรรพบุรุษของพวกเจ้าได้หลั่งโลหิตรับใช้จักรพรรดิโถวปาเย่ บรรพบุรุษของพวกเจ้าใช่จะผิดหวังหรือไม่?

เซียวอวี๋นั้นช่ำชองในเรื่องการใช้สงครามจิตวิทยา เขาพยายามหาหนทางที่จะลดทอนขวัญและกำลังใจของข้าศึกให้ตกต่ำลงก่อนการสู้รบ

...................................

...................................

ขณะที่เหล่าไพร่พลของจักรวรรดิเมฆากำลังนั่งลงพักรับประทานอาหารก็มีกระดาษนับไม่ถ้วนปลิวลงมาจากบนฟ้า พวกมันต่างสงสัยใคร่รู้จึงเอื้อมมือไปคว้าเอาไว้

เมื่อได้เริ่มอ่านสิ่งที่เขียนเอาไว้ พวกมันก็รู้สึกสะเทือนใจ อันที่จริงพวกมันส่วนใหญ่ได้ยินเรื่องการก่อกบฏมาบ้าง พวกมันทราบว่านั่นเป็นเพียงข่าวลือและได้แต่คาดเดาเปะปะ พวกมันส่วนใหญ่ทราบโถวปากุ้ยเป็นผู้แย่งชิงราชบัลลังก์ ยิ่งไปกว่านั้น โถวปาหงยังเป็นราชโอรสที่องค์จักรพรรดิโถวปาเย่ทรงโปรดปรานมากที่สุด ไฉนมันจึงต้องก่อกบฏด้วยเล่า? โถวปากุ้ยประกาศว่าโถวปาหงได้ลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ ขณะที่อ้าวตู๋ออกล่าสังหารพี่น้องที่เหลืออยู่ของโถวปาหง ดูเหมือนว่าเหล่าไพร่พลเองก็พอจะทราบได้ว่าเรื่องราวนี้ออกจะพิลึกพิลั่นไป

โถวปากุ้ยเองก็ไม่ใช่คนโง่ มันทราบว่าไม่อาจปล่อยให้ยื้อเวลานานเกินไป ความคิดเรื่องจักรพรรดิปลอมจะค่อยๆจางหายไป ดังนั้นมันจึงต้องรีบลงมือ นอกจากจักรพรรดิโถวปาเย่แล้ว มันยังได้ผลักดันการตายของเหล่าพี่น้องคนอื่นๆของโถวปาหงไปยังอ้าวตู๋ ตอนนี้ในใจของประชาชนชาวจักรวรรดิล้วนมองโถวปากุ้ยราวกับมันเป็นนักบุญ

อ้าวตู๋เลือกที่จะอยู่ฝ่ายโถวปาหง ดังนั้นโถวปากุ้ยจึงต้องลดอิทธิพลของอ้าวตู๋โดยการทำลายชื่อเสียง

โถวปากุ้ยได้เตรียมการณ์สำหรับเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาคิดที่จะสร้างความขัดแย้งระหว่างโถวปาหงและเหล่าพี่น้องของเขา หลังจากนั้นเขาก็จะประกาศว่าอาจารย์ของโถวปาหงเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการไล่สังหารราชนิกุลเพื่อก่อกบฏชิงบัลลังก์

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ความคิดเห็นของผู้คนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ผู้คนจำนวนมากไม่อาจแยกแยะว่าเรื่องใดจริงเรื่องใดเท็จได้

แต่ตอนนี้เซียวอวี๋ได้สั่งให้คนนำกระดาษออกไปโปรยเพื่อสร้างความปั่นป่วนภายในกองทัพของอีกฝ่าย ไพร่พลต่างทราบว่า โถวปาหงเป็นราชโอรสของจักรพรรดิโถวปาเย่ ทั้งยังดำรงตำแหน่งองค์รัชทายาทของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก แล้วไฉนเขายังต้องลอบปลงพระชนม์?

ตระกูลของพวกมันจะต้องได้รับความอัปยศหากพวกมันพ่ายแพ้สงครามและโถวปาหงเอาชนะโถวปากุ้ย ดังนั้นไพร่พลหลายคนจึงได้รับผลกระทบ ไม่มีเกียรติสำหรับผู้ที่กำลังเข่นฆ่าอยู่กับจักรพรรดิ!

ใบหน้าของปาเทียนหมิงแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเมื่อได้เห็นกระดาษแผ่นหนึ่ง "ข้าประเมินเด็กน้อยเจ้าต่ำไป มันกระทั่งเข้าใจความสำคัญของสงครามจิตวิทยา...ข้าไม่อาจรั้งรอต่อไปได้อีกแล้ว..ถ่ายทอดคำสั่งออกไป! ให้ทุกด้านเปิดฉากโจมตีได้!"

คำสั่งถูกส่งออกไป ผู้ที่กล้าตรวจสอบแผ่นกระดาษจะต้องถูกประหารทันที ไม่มีไพร่พลคนใดกล้าพูดคุยเรื่องในกระดาษนั้นอีก พวกเขาต่างรู้แน่แก่ใจว่าผู้ใดเป็นจักรพรรดิที่แท้จริง แต่พวกมันก็เป็นเพียงทหารชั้นผู้น้อย สิ่งที่พวกมันกระทำได้ก็มีเพียงปฏิบัติตามผู้อื่น

หาก...พวกมันได้เผชิญหน้ากับองค์จักรพรรดิแล้ว พวกมันสมควรจะโจมตีหรือไม่? ไม่! ไม่มีทาง! พวกมันจะไม่โจมตีไปที่โถวปาหง พวกมันส่วนใหญ่ตัดสินใจได้แล้วว่าจะไม่โจมตีเข้าใส่โถวปาหง

แน่นอนว่ายังคงมีผู้ที่ต้องการรางวัล พวกมันย่อมไม่สนใจสิ่งใดและต้องล่าตัวโถวปาหงเพื่อรางวัล

ตึง ตึง ตึง~

กลองศึกถูกรัวขึ้นมาเมื่อได้รับคำสั่งของปาเทียนหมิง การโจมตีเริ่มขึ้นเมื่อเหล่าไพร่พลบนกำแพงเมืองตะโกนออกมา "พวกเราได้ให้สัตย์สาบานว่าจะปกป้ององค์จักรพรรดิ! พวกเจ้าต้องการจะปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิตัวจริงงั้นหรือ?" คำพูดเหล่านี้ถูกถ่ายทอดออกมาจนกลบเสียงกลองไป สภาวะบุกจู่โจมพลันอ่อนกำลังลงเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้

"ธนู!" ผู้บัญชาการบนกำแพงเมืองตะโกนสั่งการ

ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว~

ลูกธนูนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าใส่ข้าศึกที่บุกเข้ามาราวกับพิรุณ ไพร่พลฝั่งโจมตีเริ่มล้มลงไปทีละคน สนามรบเป็นที่ที่ไร้ปราณี จำเป็นต้องฆ่าเพื่อความอยู่รอด

ไพร่พลที่ยืนอยู่บนกำแพงตะโกนออกมาอีกครั้ง "พวกเจ้าต้องการจะปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิตัวจริงงั้นหรือ?"

ไพร่พลที่กำลังปีนบันไดขึ้นไปต่างได้รับผลกระทบจากการตะโกนนี้

อย่างไรก็ตาม ไพร่พลทางฝั่งของโถวปาหงยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน พวกมันกำลังถวายการอารักษ์ขาองค์จักรพรรดิตัวจริงอยู่ การพลีชีพเพื่อปกป้ององค์จักรพรรดินับว่าเป็นเกียรติสุงสุด

ไพร่พลนับไม่ถ้วนรวงลงมาจากบนกำแพง ไม่นานกำแพงเมืองก็ถูกอาบย้อมไปด้วยโลหิต

กล่าวได้ว่ากำแพงเมืองที่สูงของเมืองฮัวเหลียนมีผลอย่างมากต่อการป้องกัน มันจะต้องใช้เวลาในการปีนป่ายนานมากขึ้น ทำให้มีโอกาสป้องกันได้นานขึ้น

เซียวอวี๋ได้สั่งให้ขนดินขึ้นไปด้านบนกำแพงเอาไว้ก่อนแล้ว พวกเขาจะเทดินลงไปเมื่อข้าศึกพยายามปีนขึ้นมา กินที่กระจายตัวลงไปจะทำให้บดบังการมองเห็นของข้าศึก

เซียวอวี๋ยังคงทำทุกวิถีทางแม้ว่ามันจะเป็นวิธีการอันต่ำช้าเพื่อปกป้องเมืองฮัวเหลียน มันนับเป็นการทดสอบครั้งใหญ่ที่เขาต้องเผชิญ