ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"มังกร? นั่นมันมังกรไม่ใช่หรือ?" เกิดเสียงตะโกนโหวกเหวกขึ้นจากฝั่งศัตรูเมื่อได้เห็นการปรากฏตัวของมังกร ส่วนทางฝั่งทหารของเมืองไลอ้อนนั้นต่างตะโกนโห่ร้องด้วยความตื่นเต้นขึ้นมา การปรากฏตัวขึ้นของมังกรได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วทั้งสนามรบ มังกรนั้นถือเป็นตัวตนที่อยู่สูงสุดในห่วงโซ่อาหาร ทุกคนต่างมองดูพวกมันด้วยความนับถือ ผสมปนเปไปความหวาดหวั่นและยำเกรง มังกรมีร่างกายที่แข็งแกร่งทรงพลังโดยกำเนิด ทั้งยังมีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ ความแข็งแกร่งของมันนับเป็นอันดับหนึ่งจากทุกเผ่าพันธุ์จนคล้ายเป็นดั่งพระเจ้าผู้ปกครองโลก
มังกรน้อยของเซียวอวี๋นั้นยังอยู่เพียงแค่ขั้นที่สาม กระนั้นมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใช้มนตราชาวมนุษย์ขั้นที่ห้าเลย มีเพียงคนที่คล้ายกับธีโอดอร์เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่กล้าต่อกรกับพวกมันโดยลำพัง จะอย่างไรเสียจอมมนตราขั้นที่หกก็ยังทรงพลังยิ่งกว่าผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าอยุ่หลายสิบเท่า
กล่าวโดยสรุปก็คือ มังกรนับเป็นตัวตนที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่สุด เพียงการหายใจเบาๆก็สามารถสังหารพวกออร์คจากเผ่าแบล็คร็อคไปได้หลายตน พวกดรูอิดแห่งทารอนจึงไม่พลาดที่จะฉวยโอกาสนี้แปลงกายเป็นฝูงอีกาใช้พายุพัดไปทางพวกออร์คศัตรู
โฮกกกกกกกกก!
เจ้ามังกรน้อยรู้สึกภาคภูมิใจอย่างมากเมื่อได้เห็นท่าทางตกตะลึงของศัตรู ดังนั้นมันจึงบินขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะพุ่งเข้าใ่ทหารของศัตรูและใช้กรงเล็บคว้าศัตรูมาโยนเล่น
"มันมีมังกรได้อย่างไร!?" ใบหน้าของซาเน่เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเพราะว่าพวกเขายังไม่อาจยึดกำแพงมาได้ ยิ่งตอนนี้การปรากฏตัวขึ้นของมังกรยังทำให้มันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง หลายพันปีแลวที่ไม่มีผู้ใดพบเห็นนักรบมังกร ไม่มีผู้ใดสามารถสยบมันมาเป็นสัตว์เลี้ยงได้หลายชั่วอายุคนแล้ว ตระกูลเคเนดี้เองก็เคยพยายามที่จะฝึกมังกรอยู่หลายปี หากแต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง แล้วไฉนเผ่าพันธุ์ที่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่สุดในโลกอย่างมังกรจึงยอมสยบต่อเซียวอวี๋? จะเกิดอะไรขึ้นหากมังกรยอมรับเซียวอวี๋? หลายพันปีมาแล้วที่มังกรไม่เคยยอมให้ผู้ใดขึ้นขี่มัน....
เวลาเดียวกัน นิโคลัสก็ถลึงกายขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ได้เห็นฉากนี้ เขาพึมพำกับตนเอง "มันมีมังกร....ทั้งยังเป็นมังกรเพลิงชาด....นักรบมังกรได้สูญหายไปเมื่อนานมาแล้ว....หากว่าเรื่องนี้ถูกล่วงรู้กันไปทั้งทวีป เช่นนั้นชื่อเสียงของมันก็จะยังแผ่กระจายไป...ต้องปิดข่าวเรื่องนี้เอาไว้! ไม่อาจให้มันแพร่งพรายออกไปได้..."
ทั่วทั้งสนามรบต่างตกตะลึง มังกรตัวนี้สามารถบุกซ้ายป่ายขวาไปได้ทั่วทั้งสนามรบโดยไม่มีผู้ใดต้านติด พวกมันต่างไม่เคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับมังกรมาก่อน ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าสมควรรับมืออย่างไร กระบวนทัพของฝ่ายศัตรูถูกทำให้รวนเรซาเน่ทราบว่าหากยังปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปเช่นนี้ อย่างนั้นทางฝั่งเขาก็รังแต่จะยิ่งเสียคนมากขึ้นเท่านั้น เขาจะต้องหาแผนการรับมือให้ได้
...................................
...................................
เซียวอวี๋เรียกมังกรน้อยกลับมาเมื่อเห็นว่ากองทัพฝ่ายศัตรูได้ถอยทัพแล้ว เขาสั่งคนให้เก็บกวาดสนามรบทันที การปรากฏตัวของพวกออร์คเผ่าแบล็คร็อคได้สร้างความสูญเสียแก่เมืองไลอ้อนไม่น้อย ฝ่ายศัตรูนั้นมีอาวุธยุทโธปกรณ์ชั้นยอด ทั้งยังมีผู้ใช้มนตราที่ทรงพลัง พวกเขายังมีกระสุนเงาที่สลักอักขระเวทลมได้อีก กระสุนเงาเหล่านนี้นับว่าใช้รับมือกับกองทัพอากาศของเซียวอวี๋ได้ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่ได้ใช้กองทัพอากาศมากนัก
"บัดซบเอ๊ย! นี่คือพลังแห่งความมั่งคั่งและอำนาจสินะ....พวกมันใช้กระสุนเงาอได้อย่างทิ้งขว้าง...เอาเถอะ อีกไม่นานฮิกกิ้นก็จะสร้างศรระเบิดได้แล้ว..." เซียวอวี๋ทราบว่านักรบของเขานัั้นแข็งแกร่ง แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อเจอกับสิ่งนี้เข้าไปก็สร้างความลำบากให้กับพวกเขาแล้ว เขาเสียยักษ์ศิลาไปแล้วสี่ตัว แม้ว่าเขาจะสามารถเรียกพวกมันออกมาจากฐานได้ใหม่ แต่เขาก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องมาสูญเสียพวกมัน
การสร้างเกราะเหล็กนั้นมีจำกัด ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่อาจมอบให้พวกมันทุกตัวสวมใส่ได้ พวกยักษ์ศิลานั้นทั้งสูงและแข็งแกร่ง หากแต่พวกมันก็ตกเป็นเป้าของศัตรูได้ง่าย พวกมันไม่ได้หวั่นเกรงต่อผู้ฝึกยุทธ์ หากแต่ผู้ใช้มนตราระดับสูงนั้นสามารถฆ่าพวกมันได้ไม่ยาก นอกจากนี้พวกมันยังเคลื่อนที่ได้อย่างเชื่องช้า นี่นับเป็นจุดอ่อนที่ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่ได้ส่งพวกมันไปที่แนวหน้าอีก
"กลางวันเจ้าอาจจะได้เปรียบ แต่รอจนถึงตอนกลางคืนก่อนเถอะ...." เซียวอวี๋เปล่งประกายขณะมองไปยังค่ายของศัตรู ตอนนี้พวกอันเดดได้ถูกอัญเชิญมาแล้ว เมื่อกลางคืนมาถึง เขาก็จะเริ่มปฏิบัติการโจมตี
...............................
...............................
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า เซียวอวี๋ก็ลอบออกจากเมืองไลอ้อนไปยังฐานทัพอันเดด เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นออกร่าสีดำลอยออกมาจากร่างของเหล่าอันเดด
"ถึงเวลาออกไปแล้ว แสดงให้โลกได้รู้ว่าพวกเจ้าทำอะไรได้...ตอนนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปดื่มกินเลือดเนื้อสดๆ!" เซียวอวี๋ตะโกนออกมาเมื่อกวาดสายตามองดูกองทัพอันเดด
แฮ่~
พวกอันเดดต่างส่งเสียงตอบรับคำพูดของเซียวอวี๋ เขาไม่ได้มุ่งไปยังค่ายของศัตรูในทันที หากแต่ไปยังหมู่บ้านในดินแดนของเขาเอง เซียวอวี๋ต้องทำให้แน่ใจว่าการโจมตีครั้งนี้จะไม่ย้อนกลับมาเล่นงานเขาได้ในอนาคต ดังนั้นเขาจึงต้องคำนวณอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้ใครสามารถสืบสาวเรื่องราวได้
เซียวอวี๋ไม่ได้ปล่อยให้พวกมันเข่นฆ่าชาวบ้าน หากแต่ให้พวกมันกรีดร้องอยู่แถวหมู่บ้าน เหล่าผู้ที่งัวเงียตื่นขึ้นมาต่างก็ตกใจจนขวัญผวา กระนั้นพวกเขาก็อุ่นใจขึ้นเมื่อเครื่องรางที่เซียวอวี๋มอบให้เริ่มปลดปล่อยแสงสีทองออกมา พวกอันเดดจึงแสร้งเป็นหวาดกลัวและหลบหนีจากไป
เซียวอวี๋ค่อนข้างพึงพอใจต่อการแสดงของพวกอันเดด จากนั้นเขาจึงนำพวกมันนับพันมุ่งหน้าไปยังค่ายของตระกูลเคเนดี้....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved