ตอนที่ 277

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

หลังจากเกิดเรื่องในครั้งนั้นเซียวอวี๋ก็ใส่ใจต่อความปลอดภัยของตนเองมากยิ่งขึ้น ความแข็งแกร่งของเขายังต่ำอยู่ ดังนั้นเขาย่อมไม่อาจรับมือกับมือสังหารขั้นที่ห้าได้ เซียวอวี๋คิดว่าเขาคงไม่รอดหากว่าศัตรูเป็นมือสังหารขั้นที่หก

เซียวอวี๋เก็บตัวอยู่ภายในกระโจมเป็นเวลาหลายวัน แม้ว่าเขาจะคิดว่าตนเองมีหนังหน้าที่หนา หากแต่เขาก็ยังคงมียางอายอยู่ โถวปาหงได้เข้ามาเกลี้ยมกล่อมอยู่หลายครั้งและบอกว่าเซียวอวี๋เป็นผู้เสียหาย กระนั้นเขาก็ยังคงสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยของโถวปาหง

เซียวอวี๋ไม่ได้ออกมาทำอะไรอยู่หลายวัน แต่ทางฝั่งของปาเทียนหมิงนั้นไม่ได้ออกมาพบหน้าู้คนกว่าสองสัปดาห์แล้ว

เซียวอวี๋ได้ถือโอกาสนี้ออกเข่นฆ่าไพร่พลของศัตรูไปนับหมื่น ในการโจมตีระลอกนี้ เมอีฟนับว่าโดดเด่นที่สุด นางสังหารผู้คนไปมากมายจนเลื่อนระดับขึ้นเป็น 18 ได้อย่างง่ายดาย

เซียวอวี๋พบว่าศักยภาพของนางยังดีกว่าคาร์นหรือกรอมเสียอีก มือสังหารเช่นนั้นมีแนวโน้มว่าในอนาคตจะมีความโดดเด่นอย่างมาก กรอมเองก็มาถึงระดับที่ 24 เช่นกัน เขาได้สังหารพวกเซนทอร์และโจรไปเป็นจำนวนมากระหว่างบุกรังของเคราแดง ในตอนนี้เขาจึงกลายเป็นฮีโร่ที่มีระดับสูงที่สุด

คาร์นและแอนโทนีดาสอยู่ในระดับที่ 22 พวกเขาเองก็มีผลการรบที่โดดเด่นไม่แพ้กัน กระนั้นก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการต่อสู้เท่ากับกรอม

ทิรันด้าเองก็ได้เพิ่มระดับขึ้นเป็น 23 แล้ว

เซียวอวี๋ต้องการให้เหล่าฮีโร่เลื่อนระดับขึ้นเป็น 30 หลังจบสงครามครั้งนี้ หากว่าเป็นเช่นนั้นได้ พวกเขาก็จะรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ได้อย่างง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังพบว่า ทักษะอัลติเมทของฮีโร่ยังคงไม่เผยออกมา พวกเขาจะกลายเป็นไร้พ่ายหากได้ครอบครองทักษะเหล่านั้น

......................................

......................................

ตอนที่เซียวอวี๋และโถวปาหงกำลังดื่มด้วยกันอยุ่นั้น ทหารยามก็ได้เข้ามารายงานว่ามีมือสังหารผู้หนึ่งได้ลอบเข้ามาภายในเมืองและต้องการพบกับโถวปาหง มือสังหารผู้นั้นบอกกับทหารยามว่าทำงานให้กับแม่ทัพและอีกฝ่ายมีข้อความต้องการส่ง

โถวปาหงพลันออกคำสั่งให้นำตัวมือสังหารผู้นั้นเข้ามาในทันที

"ฮัมทัมคือใคร?" เซียวอวี๋ถามอย่างใคร่รู้

โถวปาหงจึงกล่าวตอบ "แม่ทัพฮัททัมเป็นชาวเผ่าหลงเย่าจากทางเหนือ ชนเผ่านั้นมีผู้คนอยู่มากกว่าแสนคน พวกเราจะเข้มแข็งขึ้นมากหากจับมือเป็นพันธมิตรกับพวกเขา"

เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ข้าก็หวังเช่นนั้น"

บุรุษที่สวมใส่ผ้าคลุมขนาดใหญ่ได้เดินเข้ายืนที่เบื้องหน้าโถวปาหงและโค้งตัวคำนับ "ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ!"

โถวปาหงผงกศีรษะ "แม่ทัพฮัททัมส่งเจ้ามา?"

บุรุษผู้นั้นตอบรับ "พ่ะย่ะค่ะ ผู้น้อยเป็นผู้คุ้มกันของท่านแม่ทัพฮัททัม ท่านแม่ทัพพร้อมด้วยกองทัพกำลังเคลื่อนทัพมา พวกเขาอยุ่ห่างจากเมืองฮัวเหลียนราวสามสิบไมล์ ดังนั้นกองทัพของพวกเราจึงยังไม่ถูกพบโดยหน่วยสอดแนมของปาเทียนหมิงพ่ะย่ะค่ะ ท่านแม่ทัพได้ส่งผู้น้อยมารอรับคำสั่งขององค์จักรพรรดิพ่ะย่ะค่ะ"

โถวปาหงผงกศีรษะ "แม่ทัพฮัททัมมาเข้าร่วมกับเราแล้ว....นั่นหมายความว่าชนเผ่าหลงเย่าตัดสินใจจะเป็นพันธมิตรกับเรา?"

บุรุษผู้นั้นส่ายหน้า "ท่านผู้อาวุโสของเผ่าคิดว่าองค์จักรพรรดิทรงปลงพระชนม์จักรพรรดิพระองค์ก่อน ดังนั้นพวกท่านจึงไม่เชื่อใจพระองค์ ทว่าท่านแม่ทัพฮัททัมได้นำไพร่พลมือดีหนึ่งหมื่นนายหลบหนีมาเข้าร่วมกับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ"

โถวปาหงผงกศีรษะอย่างแผ่วเบา

"นั่งลงดื่มกินอะไรสักหน่อยเถอะ" โถวปาหงให้คนจัดที่นั่งให้บุรุษผู้นั้น

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งโถวปาหงก็กล่าวว่า "แม่ทัพฮัททัมจะมีส่วนช่วยต่อข้าอย่างมาก จงกลับไปบอกมันว่ามันจะได้รับตราแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิ"

บุรุษผู้นั้นยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้ยินถ้อยคำของโถวปาหง มันโค้งคำนับเพื่อขอบคุณโถวปาหงก่อนจะถามออกมา "เมื่อใดกองทัพของเราจึงควรเคลื่อนเข้าสู่เมืองหรือพ่ะย่ะค่ะ? พวกเราต้องการถวายการอารักขาพระองค์!"

โถวปาหงโบกมือ "ยังไม่ใช่ตอนนี้...ปาเทียนหมิงตั้งใจจะทุ่มกำลังโจมตี และพวกเราต้องการกองทัพที่จะโจมตีตลบหลังพวกมัน ทัพของแม่ทัพฮัททัมสามารถเผาค่ายและเข้ามาภายในเมืองได้เมื่อสงครามสิ้นสุดลง"

บุรุษผู้นั้นรับคำ "พ่ะย่ะค่ะ ข้าจะกลับไปรายงานต่อท่านแม่ทัพ"

โถวปาหงผงกศีรษะ "เจ้าไปได้"

บุรุษผู้นั้นโค้งตัวคำนับอีกครั้งก่อนจะออกไป

"เป็นความคิดที่ดีที่ให้พวกเขาอยู่ที่นั่นไปก่อน มันคงไม่ฉลาดนักหากใ้พวกเขาเข้าเมืองมาทันทีเพราะเรายังไม่แน่ใจในความจงรักภักดีของพวกเขา...หากมีการก่อกบฏขึ้นจากภายใน เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องสูญเสียเมืองแล้ว...หากว่าพวกเขากระทำได้ดีและพิสูจน์ความจงรักภักดีได้ เช่นนั้นแม่ทัพของพวกเขาก็สมควรได้รับรางวัล...มิเช่นนั้นสถานการณ์คงเป็นเช่นนี้ต่อไป...." เซียวอวี๋เห็นว่าโถวปาหงตัดสินใจอย่างชาญฉลาด

โถวปาหงยิ้มรับ "ข้าไม่โง่พอที่จะไว้ใจผู้คนไปทั่ว..."

กองทัพของพวกเขาจะเข้มแข็งขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อได้แม่ทัพฮัททัมมาเป็นพันธมิตร อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ยังคงคิดเช่นนั้นไม่ได้ ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับฮัททัม หากว่าฮัททัมสามารถตลบหลัง ขณะที่เซียวอวี๋บุกทะลวงจากทางด้านหน้าได้ เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี

โถวปาหงทราบความสำคัญของศึกครั้งนี้ดี ขุมกำลังในภูมิภาคต่างๆของจักรวรรดิล้วนจับจ้องมองดูสงครามครั้งนี้ พวกเขาจะส่งคนมาเข้าร่วมหากว่าทาฝฝ่ายเมืองฮัวเหลียนได้รับชัยชนะ

หาไม่แล้ว พวกเขาย่อมไม่ให้การสนับสนุนใดๆ สงความในครั้งนี้ โถวปาหงจำเป็นต้องแสดงความแข็งแกร่งออกไป มีขุมอำนาจมากมายที่ต้องการจะรอชมว่าผู้ใดจะมีเปรียบกว่ากัน โถวปาหงจะสามารถโน้มน้าวพวกเขามาเข้าร่วมกับจักรพรรดิโดยชอบธรรมได้ก็ต่อเมื่อเอาชนะสงครามในครั้งนี้

เซียวอวี๋ได้รับรายงานจากลีอาและเมอีฟในวันนั้นเองว่าพบว่ามีพิธีกรรมขนาดใหญ่เกิดขึ้นภายในค่ายของศัตรู ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องมือหนักต่างๆยังถูกนำมาตั้งอยู่ด้านหน้าคล้ายเตรียมโจมตีได้ทุกเมื่อ

ปาเทียนหมิงสามารถจัดการกับความอับอายได้แล้ว ดงัน้นมันจึงต้องการจะตีชิงเมืองฮัวเหลียนให้ได้ในคราเดียว ปาเทียนหมิงต้องการยึดเมือง จับกุมตัวเซียวอวี๋และโถวปาหงเพื่อล้างอาย

เห็นได้ชัดว่าที่มันไม่ได้ปรากฏตัวต่อไพร่พลอยู่เป็นเวลานานก็เพราะความอับอาย แต่จากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้บ่งชี้ว่ามันกำลังเตรียมการใหญ่อยู่

ในทุ่งหญ้านั้นแทบจะไม่มีการใช้เครื่องมือตีเมือง ดังนั้นการปรากฏขึ้นของบาริสต้าและเครื่องยิงหินจำนวนมากนั้นหมายความว่าพวกมันเตรียมทุ่มกำลังแล้ว

เซียวอวี๋และโถวปาหงยืนอยู่บนกำแพงขณะทอดมองไปยังค่ายของศัตรู

พวกเขาทราบดีกว่าผู้ใดว่าศึกครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินผลของสงครามใกล้เริ่มปะทุขึ้นแล้ว....