ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋นั้นสูงขึ้นไม่น้อย หากแต่เขาก็ยังคงดูตัวเตี้ยเมื่อเปรียบเทียบกับสุบารุ
ทั้งสองพูดจาหวานหูต่อกันขณะที่เดินเข้าไปในค่าย สุบารุได้จัดอาหารเพื่อเลี้ยงต้อนรับเซียวอวี๋ นี่เป็นโอกาศที่เซียวอวี๋จะได้เห็นหน้าค่าตาเหล่าหัวหน้าโจรคนอื่นๆที่เข้าร่วมกับสุบารุ
สุบารุใช้คำ 'สงครามต่อต้านดินแดนไลอ้อน' มาเป็นสิ่งชักจูงให้เหล่าโจรค่ายเล็กค่ายน้อยรวมตัวกันภายใต้ร่มธงของเขา ทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งในกองโจรเหยี่ยวของเขา อย่างไรก็ตาม กลุ่มโจรขนาดกลางนั้นไม่เต็มใจที่จะอยู่ใต้สุบารุ ผู้ใดจะเต็มใจอยู่ใต้ผู้อื่นหากว่าพวกขาสามารถปกครองด้วยตนเองได้
แต่การโจมตีของดินแดนไลอ้อนนั้นเป็นภัยคุกคามอย่างมาก ดังนั้นเหล่าค่ายโจรขนาดกลางจึงไม่อาจต้านทาน ยิ่งไปกว่านั้นในการโจมตีของดินแดนไลอ้อนยังมีเครื่องยิงจู่โจมและเครื่องยิงทำลายอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ เหล่าค่ายโจรขนาดกลางจึงต้องเลือกระหว่างรวมตัวเพื่อความอยู่รอดหรือถูกทำลายจนสิ้นซาก
เซียวอวี๋ได้กวาดล้างค่ายโจรขนาดกลางไปมากกว่า 20 ค่ายอละค่ายเล็กอีกนับไม่ถ้วน เขาได้รับสมบัติมามากมาย
เหล่าค่ายโจรขนาดกลางนั้นดำรงอยู่มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว พวกมันออกปล้นและรวบรวมทรัพย์สินไว้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม นี่กลับเป็นประโยชน์ต่อเซียวอวี๋ ในตอนนี้เมืองไลอ้อนมีวัตถุโบราณ เครื่องประทินโฉม เครื่องประดับและสิ่งของอีกหลายสิ่งจำนวนอยู่ภายในคลังเมือง
ส่วนโจรกลุ่มใหญ่ๆเช่นกลุ่มโจรของสุบารุนั้น ส่วนมากดำรงคงอยู่มาก่อนที่เมืองไลอ้อนจะถูกก่อตั้งขึ้น ความมั่งคั่งของพวกมันยังมากกว่าเมืองขนาดกลางบางแห่งเสียอีก
ดินแดนทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นที่ที่สลับซับซ้อน มันเป็นเขตกันชนกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตก ดังนั้นการตรวจสอบและควบคุมซึ่งกันและกันทั้งจากมุมมองทางการเมืองและทางเศรษฐกิจจึงมีอยู่มาก กล่าวโดยสรุปคือ พื้นที่ผืนนี้นั้นยากที่จะรวมตัวเข้าด้วยกันได้
แรกเริ่มนั้น เซียวซานเทียนที่มะความทะเยอทะยานต้องการจะรวบรวมดินแดนแถบนี้เข้าเป็นหนึ่งเดียวและก่อตั้งรัฐที่แข็งแกร่งขึ้น แต่เขาก็ต้องเผชิญปัญหามากมาย ดินแดนไลอ้อนนั้นเผชิญภัยแล้งและไพร่พลทหารก็ขาดแคลน เขาไม่สามารถรับสมัครทหารเพิ่มได้ อีกทั้งเสบียงที่ใช้สำหรับเลี้ยงปากท้องผู้คนในเมืองก็มีอยู่อย่างจำกัด
ในเวลานั้น กลุ่มโจรขนาดใหญ่หลายๆกลุ่มได้ร่วมกันโจมตีเซียวซานเทียนและทำให้เขาต้องสูญเสียอย่างหนัก เซียวซานเทียนจึงรู้สึกทอดอาลัยจากความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น
พวกมันเป็นกองโจร หากแต่กำลังคนก็ยังน้อยกว่าไพร่พลของเซียวซานเทียน ดังนั้นพวกมันจึงละทิ้งกลยุทธ์และเปลี่ยนเป็นใช้การโจมตีเป็นระลอก นอกจากนี้ ไพร่พลส่วนใหญ่ของเซียวซานเทียนนั้นเพิ่งถูกเกณฑ์มาได้ไม่นานและขาดการฝึกซ้อม เขาไม่ได้คุมกองทัพชั้นยอดดังเช่นในอดีต
เหล่าโจรกระทั่งต้องการสังหารเซียวซานเทียนและขึ้นปกครองพื้นที่แถบนี้ ทว่าพวกมันกังวลว่าการสังหารแกรนดยุคของอาณาจักรจะทำให้ราชวงศ์ส่งกองทัพขนาดใหญ่มากวาดล้างพวกมัน ยิ่งไปกว่านั้นเมืองไลอ้อนยังตั้งอยู่ที่ชายขอบของดินแดนดังนั้นจึงไม่เป็นภัยคุกคามต่อพวกมันมากนัก สุดท้ายพวกมันก็เลือกที่จะทิ้งเมืองไลอ้อนไว้เช่นนั้น
แต่ใครจะรู้เล่าว่าเซียวอวี๋จะกลายเป็นเช่นนี้หลังจากบิดาตายจากไป?
....................................
...................................
เซียวอวี๋กวาดสายตาสำรวจหัวหน้าโจรคนอื่นๆเพื่อมองหาคนที่ไม่พอใจต่อสุบารุ
ดูผิวเผิน นี่อาจจะเป็นกลุ่มพันธมิตรที่เข้มแข็ง แต่หากมองจากภายในจะทราบว่ามันยังคงมีความขัดแย้งเกิดขึ้นอยู่ เซียวอวี๋ทราบว่าเขาสามารถหยิบยืมมือผู้อื่นในการทำลายกลุ่มพันธมิตรนี้จากภายใน
.................................
.................................
บรรยากาศในงานเลี้ยงนั้นดำเนินไปด้วยความสมัครสมานสามัคคี แต่พวกหัวหน้าส่วนใหญ่ยังดูถูกเซียวอวี๋ ท้ายที่สุดแล้ว เซียวอวี๋ก็เพียงนำทหารม้าเกราะหนักเพียง 450 คนมาเข้าร่วม กองโจรขนาดกลางโดยส่วนใหญ่นั้นมีสมุนราวหนึ่งพันคนกระทั่งถึงหนึ่งหมื่นคน ดังนั้นเซียวอวี๋จึงมีฐานะเป็นเพียงผู้นำโจรกลุ่มเล็กๆในสายตาพวกมัน ถึงกระนั้นก็ยังดีกว่าผู้อื่นเล็กน้อยเพราะสมุนของเขาเป็นทหารม้าเกราะหนัก เซียวอวี๋ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เพราะว่าเขาไม่ได้ต้องการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกมันอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงพักอยู่ภายในค่ายเหยี่ยวและใช้เวลาส่วนใหญ่ฝึกซ้อมอัศวิน ใบหน้าของเขาเรียบเฉยขณะที่กวาดสำรวจความเป็นไปภายในค่ายแห่งนี้ ก่อนอื่นเลย เขาพยายามหาจุดอ่อนของค่ายแห่งนี้
ทว่าเขากลับพบว่าทั้งความสูงและความหนาของกำแพงค่ายแห่งนี้ยังมากเสียยิ่งกว่ากำแพงของเมืองไลอ้อน เขาจะต้องใช้กำลังคนมากกว่าห้าหมื่นเพื่อจะบุกโจมตีจากทางด้านหน้าหากว่าเขาไม่สามารถหาหนทางอื่นได้
แน่นอนว่าค่ายแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยสุบารุ ผู้นำค่ายคนก่อนที่เป็นผู้สร้างค่ายนั้นสิ้นใจจากโรคชรา สุบารุได้กำจัดคู่แข่งที่จะแย่งชิงตำแหน่งของเขา จากนั้นจึงขึ้นครองตำแหน่งนี้
เซียวอวี๋เลือกที่จะใช้แผนที่สอง เขาเริ่มเข้าไปพูดคุยกับหัวหน้าค่ายคนอื่นๆ
ดูผิวเผินเหมือนเป็นความบังเอิญ แต่เซียวอวี๋ได้เข้าไปตีสนิทหัวหน้าค่ายคนหนึ่งเรียกว่า เหล่ยเป่า ผู้ที่มีสมุนโจรกว่าหนึ่งหมื่นคนอยู่ใต้สังกัด ชายผู้นี้มีท่าทีไม่พอใจสุบารุอยู่ เซียวอวี๋ได้เห็นมันอย่างชัดเจนในงานเลี้ยงต้อนรับเขา
"อ่า ขออภัย....ขออภัย....เป็นหัวหน้าเป่านี่เอง! ดูเหมือนชุดของท่านจะมีราคานับหมื่นเหรียญทอง ข้าจะจัดส่งสองหมื่นเหรียญทองไปเพื่อขออภัย ขอหัวหน้าเป่าโปรดอภัยให้กับข้าด้วย" เซียวอวี๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เหล่ยเป่านั้นไม่พอใจตั้งแต่ที่เซียวอวี๋เข้าร่วมด้วยแล้ว เขามีโทสะทันทีที่เซียวอวี๋เดินมาชนกับเขา แต่คำกล่าวของเซียวอวี๋ได้ดับเพลิงโทสะนั้นลงอย่างรวดเร็ว
"จงเดินอย่างระมัดระวัง ข้าเกรงว่าชีวิตเจ้าจะหลุดลอยไปหากเกิดเรื่องเช่นนี้กับผู้อื่นภายในค่าย" เหล่ยเป่ากล่าวออกมา
เซียวอวี๋รีบกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว "อ่า ถูกแล้ว น้องชายผู้นี้จะจดจำคำของพี่เป่า ข้าเพิ่งเข้าร่วม ดังนั้นข้าจึงยังไม่เข้าใจกฏของค่าย ข้าหวังว่าพี่เป่าจะช่วยชี้แนะในอนาคต"
เหล่ยเป่ามองดูเซียวอวี๋ "ไม่ใช่ว่าเจ้าคอยติดตามสุบารุอยู่แล้วรึ? แล้วเหตุใดข้าจึงจะต้องดูแลเจ้าด้วย?"
เซียวอวี๋อมยิ้ม "ขอพี่เป่าอย่าถือเป็นเรื่องจริงจัง ท่านคิดว่าสุบารุนั้นยึดถือชายตัวเล็กๆเช่นข้าเป็นอย่างไร? ข้าจะยินดีมาที่นี่งั้นหรือหากไม่ใช่เพราะถูกบีบบังคับ?"
คำกล่าวของเซียวอวี๋ราวกับอ่านใจเหล่ยเป่าได้
เหล่ยเป่าเห็นประกายในแววตาของเซียวอวี๋ "สุบารุบอกกับพวกเราว่าเป้าหมายคือการทำลายดินแดนไลอ้อน ทว่ามันกลับยกข้ออ้างเสียมากมายเพื่อหลีกเลี่ยงคำสัญญาณของมัน พวกเรายังไม่ทันได้โจมตีเมืองไลอ้อน แต่กลุ่มโจรจำนวนมากได้ถูกมันฮุบกลืนไปเรียบร้อยแล้ว"
เซียวอวี๋แทบจะตะโกนออกมา "นี่แหละที่ข้าต้องการ! ขอบคุณสวรรค์! ฮ่าฮ่า.."
เซียวอวี๋กล่าวเสริม "พี่เป่า ข้านั้นเป็นเพียงผู้นำกลุ่มเล็กๆ ดังนั้นข้าจึงต้องแสวงหาที่หลบภัยในช่วงเวลาแห่งกลียุคเช่นนี้ แต่เป็นไปได้อย่างไรที่ผู้กล้าเช่นท่านไม่สามารถยืนหยัด? กำลังคนของสุบารุนั้นเข้มแข็งกว่ากลุ่มอื่นๆนักหรือ? ข้าคิดว่าสุบารุนั้นยกข้ออ้างนี้มาเพื่อที่จะรวบรวมพวกเราทุกกลุ่มเข้าด้วยกันเพื่อรับใช้เขา ใช่ว่าเขากำลังคิดที่จะขึ้นเป็นราชาของดินแดนแห่งนี้หรือไม่?"
คำกล่าวของเซียวอวี๋เสมือนการปาดเนยลงบนขนมปัง
เหล่ยเป่าหันไปมองโดยรอบและไม่พบเห็นผู้ใด เขาจึงกล่าวสืบต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถูกอย่างที่เจ้าว่า...แต่มันนั้นไม่มีคุณสมบัติพอ มันเพียงรับช่วงต่อมาจากหัวหน้าคนเก่า ทว่าพวกเราทั้งหมดต่างไต่เต้าขึ้นมาจากระดับล่าง แล้วมันจะยอดเยี่ยมกว่าพวกเราได้อย่างไร?"
เซียวอวี๋ตีหน้าเศร้า เขาทอดถอนใจ "ช่างโชคร้ายนัก ข้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกเมื่อเข้ามาแล้ว เดิมทีสุบารุได้ให้คำสัญญาไว้มากมาย แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับสลายไปกับสายลม...."
เหล่ยเป่ากล่าวสืบต่อ "ไม่เช่นนั้นเสมอไป ข้าไม่ใช่ผู้เดียวที่คิดเช่นนี้ ข้าเชื่อว่าหากหัวหน้าคนอื่นๆมาร่วมมือกับข้า เช่นนั้นพวกเราทั้งหมดก็จะได้รับสิ่งที่ต้องการ"
เซียวอวี๋ส่ายหน้า "พี่ใหญ่.....ข้าขอเรียกท่านว่าพี่ใหญ่นับจากนี้ ข้าคิดว่าท่านไร้เดียงสาไปแล้ว ท่านยังมองแผนการของสุบารุไม่ออก ข้ามาอยู่ที่นี่ได้เพียงไม่กี่วันและได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับโจรกลุ่มเล็กๆเช่นข้า โดยเปลือกนอกแล้ว เขาเรียกมันว่าการขยายกองกำลัง ทว่าเขากลับกระจายคนของข้าไปยังหน่วยต่างๆ คนเหล่านี้ไม่ได้ใส่ใจว่าผู้นำของมันเป็นผู้ใด พวกมันจะติดตามผู้ที่เลี้ยงดูพวกมันอย่างดี สุบารุกลับไร้ยางอายนัก ข้าเกรงว่าหลังจากนี้ไพร่พลของข้าคงไม่เชื่อฟังข้าอีกต่อไป"
เหล่ยเป่ากลายเป็นโมโหขึ้นมา "เจ้าสารเลวสุบารุ! ข้ารู้ว่ามันได้ลอบติดต่อกับเหล่าหัวหน้าหน่วยของข้าเช่นกัน..."
เซียวอวี๋วางมือบนไหล่ของเหล่ยเป่า "พี่เป่า ความเสียใจของข้าก็คือ การมาเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรนี้ หากพี่เป่าสามารถหาหนทางหลุดพ้นจากกลุ่มนี้ได้ ขอพี่เป่าอย่าได้ลืมเลือนน้องชายผู้นี้ ข้าไม่ต้องการที่จะอยู่ที่นี่ แต่ความแข็งแกร่งของข้ายังไม่เพียงพอที่จะออกไป....ข้าเชื่อว่าท่านคงได้ยินข่าวการตายของข้าหากข้านำกำลังหลบหนีจากไป"
เหล่ยเป่าถ่มน้ำออกมา "สารเลว! ในตอนที่หัวหน้าโจรคอปจากไป พวกเรากลับได้รับการบอกกล่าวว่าเขาถูกทหารของเมืองไลอ้อนสังหาร! ทหารของเมืองไลอ้อนจะมาถึงสถานที่อันห่างไกลเช่นนี้ได้อย่างไร? เห็นได้ชัดว่าสุบารุมันต้องส่งคนไปสังหารเขา ดูเหมือนว่าหากข้าแสดงท่าทีที่ไม่พอใจออกไป ข้าเองก็คงต้องพบจุดจบเช่นนั้น"
เซียวอวี๋ตื่นเต้นขึ้นมาขณะที่ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย "พี่เป่า โปรดอย่ามีโทสะ...หากว่าสุบารุพบเห็นเข้า พวกเราทั้งสองคงต้องจบสิ้นแล้ว พวกเราเป็นเพียงหญ้ารองเท้าให้กับผู้อื่น....นอกจากนี้ พวกเรายังไม่ทราบว่ากองกำลังที่พวกเราได้คุมจะเข้มแข็งแพียงใด เราไม่สามารถกระการวู่วามได้ มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาขึ้นมา"
เหล่ยเป่าทราบว่าสิ่งที่เซียวอวี๋กล่าวออกมานั้นเป็นความจริง เขาสะกดข่มความโกรธเอาไว้ เขานั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในค่ายตนเองและกระทั่งถือได้ว่าเป็นจักรพรรดิย่อมๆ แต่มาตอนนี้เขากลับทำได้เพียงติดตามผู้อื่น
"สุบารุไม่อาจฮุบกลืนกองกำลังของข้าได้....ตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าจะไม่ให้มันได้ทำเช่นนั้น!"
เซียวอวี๋วางมือลงบนบ่าของเหล่ยเป่า "พี่เป่าอย่าเพิ่งมีโทสะ หากพี่เป่าต้องการที่จะออกไปจากที่แห่งนี้ เช่นนั้นน้องชายคนนี้ก็มีคำพูดอยากจะกล่าวอยู่ พี่เป่าจะรังเกียจหรือไม่?"
ความเกลียดชังที่เหล่ยเป่ามีต่อเซียวอวี๋นั้นหายไปแล้ว เขากลับเห็นใจชายผู้นี้ "พูดออกมาเถอะน้องชาย"
เซียวอวี๋หันไปมองโดยรอบก่อนโน้มตัวมากระซิบ "ข้ามีแผนการอยู่เล็กน้อย พวกเราจะต้องหาโอกาศถอนตัวออกไปโดยไม่ต้องปะทะกับสุบารุ มิเช่นนั้นพวกเราจะเสียเปรียบอย่างมาก หลังจากนั้นพวกเราก็จะแยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตดังเดิม"
เหล่ยเป่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เป็นความจริงที่พวกเราจะเกิดความสูญเสียแม้ว่าจะเอาชนะสุบารุได้ก็ตาม....พวกเราต้องหาทางออกที่เหมาะสม"
เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ในตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิดดีๆ แต่หากท่านมาร่วมดื่มกับข้าในค่ำคืนนี้ เช่นนั้นพวกเราก็สามารถหารือแผนการได้ และหากว่าพวกเราสามารถรวบรวมผู้ที่มีความคิดเช่นเดียวกับเราได้แล้วล่ะก็ เช่นนั้นพวกเราก็จะมีกำลังกล้าแข็งพอกระทำสิ่งที่ต้องการ ถึงตอนนั้นสุบารุก็จะไม่สามารถขัดขวางพวกเราได้อีก"
เหล่ยเป่าพยักหน้า "น้องชายช่างชาญฉลาดนัก....ไม่วู่วามเช่นเดียวกับข้า.."
เซียวอวี๋เผยรอยยิ้ม "ข้าจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่ ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่สามารถกระทำสิ่งใดได้"
เซียวอวี๋และเหล่ยเป่าตัดสินใจจะหารือร่วมกันในการดื่มคืนนี้
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved