ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
การสู้รบยังคงดำเนินต่อไปอย่างรุนแรง ฝ่ายชาวเมืองยิ่งมายิ่งมีคนล้มตายกันมากขึ้น เคราแดงยกยิ้มขณะที่กวาดสายมองสนามรบ
"ฆ่า! บุกเข้าไปในเมือง!" เคราแดงสั่งการอย่างต่อเนื่อง มันทราบดีว่าเมื่อเหล่านักผจญภัยและผู้คุ้มกันถูกจัดการลงไปแล้วก็จะสามารถเข้าเมืองไปได้ หลังจากนั้นพวกมันก็จะสามารถปล้นสะดมเมืองรัชเชตเพียงฝ่ายเดียว
พวกโจรยกชูอาวุธโห่ร้องกรูกันไปที่ประตูเมือง พวกมันวิ่งเข้าไปอย่างไม่กลัวความตาย ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ของสงครามจะถูกกำหนดแล้ว ไม่นานพวกโจรก็จะเป็นฝ่ายได้ชัย
โถวปาหงกล่าวกับเซียวอวี๋ "ได้เวลาแล้ว"
เซียวอวี๋ยิ้ม "นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เข้าร่วมการศึกเช่นนี้"
หลังจากนั้นเซียวอวี๋ก็วิ่งไปยังกำแพงอีกฝั่งที่มีเหล่าอัศวินกำลังรอคอยเขาอยู่
เขาวิ่งไปขึ้นหลังเปกาซัสสีขาวปลอดตัวหนึ่ง หลังจากนั่งเรียบร้อยแล้วเขาก็ใช้ทักษะมอบพรให้กับพวกอัศวิน "ติดตามข้ามา!"
ย่าห์~~~~~
พวกอัศวินตะโกนตอบรับขณะที่ติดตามเซียวอวี๋อออกจากประตูเมืองไป
........................................
........................................
ในเวลาเดียวกันนั้น วพกโจรก็สามารถฝ่าเข้ามาในเมืองได้แล้ว เหล่าผู้คุ้มกันและพวกนักผจญภัยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังขณะต้านทานพวกโจรเอาไว้ เป็นการยากที่จะจัดรูปกระบวนตอบโต้กลับไป หากว่าพวกโจรสามารถบุกเข้าเมืองมาได้เช่นนี้
"ฆ่า!" โถวปาหงกระโดดลงมาจากกำแพงเมือง เขาขี่อาชาสีแดงพุ่งไปที่ประตูเมือง
"เป็นองค์ชาย! องค์ชายกำลังเข้าสู่สนามรบด้วยพระองค์เอง! สหายทั้งหมด โจมตี!"
เหล่าผู้คุ้มกันและนักผจญภัยเกิดความฮึมเหิมขึ้นเมื่อโถวปาหงปรากฏตัวออกมาพร้อมด้วยกลุ่มทหารมือดี
ฉัวะ ฉัวะ~
อาชาของโถวปาหงราวกับเปลวไฟสายหนึ่งวิ่งผ่านกลุ่มคน เพียงชั่วกระพริบตาก็มาถึงที่ประตูเมือง มีศีรษะของพวกโจรหลุดลอยขึ้นที่รอบกายโถวปาหง ดาบยาวไหววูบราวกับสายฟ้า พวกโจรส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าตกตายได้อย่างไร
เคราแดงมองสิ่งที่เกิดขึ้นจากระยะไกล มันพึมพำ "มันนี่เองที่เป็นตัวการ...เอาเถอะ เมื่อเผยตัวออกมาแล้วก็ถึงเวลาตาย...." เคราแดงกระตุ้นม้ามุ่งหน้าไปที่โถวปาหง กองกำลังโจรที่ด้านหลังก็ติดตามไปทันที
เคราแดงทราบว่าหากสังหารโถวปาหงและกองทัพของเขาได้ เช่นนั้นชัยชนะของจะตกเป็นของพวกมัน เมืองรัชเชตเป็นเมืองศูนย์กลางที่เหล่านักผจญภัมักจะผ่านทางมา นั่นหมายความว่าเมืองแห่งนี้จะต้องมีสมบัติอยู่มากมายก่ายกอง
...............................
...............................
ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าปะทะราวกับคลื่นยักษ์สองคลื่นกระทบกัน
โครมมมม~
แรงกระแทกที่รุนแรงก่อเป็นเสียงที่ดังราวกับระเบิดออกมา
ดาบยาวของโถวปาหงและดาบของเคราแดงกระทบกระทั่งกันอยู่หลายครั้ง ทั้งสองต่างแข็งแกร่งและมีทักษะเชิงยุทธ์ที่ไม่ธรรมดา อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าพละกำลังของโถวปาหงยังด้อยกว่าเคราแดงอยู่บ้าง โถวปาหงเป็นเพียงผู้ฝุกยุทธ์ขั้นที่สามระดับสูงสุด ในขณะที่เคราแดงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ ขาดอีกเพียงครึ่งก้าวก็จะสามารถทะลวงขึ้นไประดับที่ห้า นี่ทำให้มันเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ที่แข็งแกร่งที่สุด
โถวปาหงกำลังตกเป็นรอง
ดังนั้นเขาจึงกระโดดลงจากหลังม้า เมื่ออยู่บนพื้นเขาจะสามารถใช้การก้าวย่างเพื่อหนุนเสริมทักษะต่อสู้และรับมือกับเคราแดงได้
เดิมทีเขาตั้งใจที่จะใช้ทักษะลับเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งขณะต่อสู้กับเคราแดง แต่เป็นเพราะเซียวอวี๋อยู่ที่นี่เขาจึงไม่ได้ใช้ออกไป
นอกจากนี้ อาจารย์ของเขายังบอกเอาไว้ว่าให้ใช้ในกรณีที่ไม่มีทางเลือกจริงๆเท่านั้น มันมีผลข้างเคียงต่อร่างกายค่อนข้างมาก
เมื่อมองไปที่เซียวอวี๋ เขาก็ล้มเลิกความคิดที่จะใช้ทักษะ หากแต่พัวพันเคราแดงเอาไว้เพื่อรอให้เซียวอวี๋มาสมทบ
โถวปาหงตระหนักถึงความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋ แม้ว่าเซียวอวี๋จะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามระดับต้น กระนั้นเขาก็ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าโถวปาหง
ความแข้งแกร่งที่เขาสามารถปลดปล่อยออกมาได้นั้นอยู่ในระดับที่น่าหวาดหวั่น โถวปาหงเชื่อว่า หากพวกเขาร่วมมือกันแล้วการจะจัดการกับเคราแดงก็ไม่ใช่เรื่องยาก
ฆ่ามันนน~
ทั้งสองฝ่ายเข้าโรมรันกันโดยไม่คิดให้มากความ ทั้งหมดต่างทราบดีว่านี่คือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของศึกครั้งนี้ ทั้งพวกโจรและพวกกลุ่มป้องกันต่างก็ไม่เก็บออมความแข็งแกร่งเอาไว้อีก อันที่จริงความแข็งแกร่งของผู้คุ้มกันขบวนพ่อค้ายังแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกโจร พวกมันเพียงเฝ้าสังเกตสถานการณ์การสู้รบ พวกมันทราบว่าเมื่อพวกโจรเคราแดงเข้าเมืองมาได้ การรบก็ยังไม่จบลง
มีซากศพกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนกลาด ทุกวินาทีจะมีชีวิตนับสิบที่ถูกปลิดปลงไป ทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียรวมกันเกือบห้าพันคนเข้าไปแล้ว แต่เป็นฝ่ายป้องกันที่สูญเสียมากกว่า กระนั้นฝ่ายพวกเคราแดงก็ยังไม่เคยประสบความสูญเสียอย่างหนักเช่นนี้มาก่อน
แม้กระนั้นก็สายเกินกว่าที่เคราแดงจะออกคำสั่งล่าถอยแล้ว ทางเลือกในตอนนี้มีเพียงหนึ่งเดียวคือ ฆ่า มันจะต้องสูญเสียสมุนมากกว่านี้ มันเชื่อว่าเมื่อเวลาผ่านไปเหล่าผู้คุ้มกันและนักผจญภัยจะหมดสิ้นขวัญกำลังใจไปเอง
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้คำนวณถึงตัวแปรตัวหนึ่งนั่นก็คือ เซียวอวี๋ อันที่จริงเซียวอวี๋และกองกำลังของเขาได้ถูกรายงานให้ได้รับทราบแล้ว หากแต่มันก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเมื่อได้ยินว่าเซียวอวี๋ทหารม้าเกราะหนักสี่ร้อยคน เคราแดงเชื่อว่าเพียงใช้หน่วยทหารม้าเกราะเบาก็เพียงพอที่จะลากถ่วงทหารม้าเกราะหนักให้พ่ายแพ้โดยที่ไม่ต้องรบ
เดิมทีมันคิดถูก อย่างไรก็ตาม ยามนี้ที่ทั้งสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกันชุลมุลวุ่นวาย มันเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันที่คิดจะออกจาสนามรบเช่นนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างจมดิ่งไปกับสงคราม
ทุกอย่างเป็นไปตามที่โถวปาหงคาดการณ์
แม้ว่าจักรวรรดิจะไม่มีทัพม้าเกราะหนัก ทว่าโถวปาหงก็ตระหนักดีถึงความยอดเยี่ยมของทัพม้าเกราะหนักในสงครามเช่นนี้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงทำทุกวิถีทางให้สงครามออกมาในรูปแบบนี้
"โอ้ นี่มันองค์ชายนี่นา! ใช่องค์ชายโถวปาหงหรือไม่? วันนี้ข้าช่างโชคดีจริงๆ....หลังจากที่ตัดหัวเจ้าได้แล้วข้าก็จะมีชื่อเสียงยิ่งขึ้น!" เคราแดงตื่นเต้นเมื่อทราบถึงตัวตนของโถวปาหง
"เจ้าคิดว่าสังหารข้าได้แล้วตัวเจ้าจะสูงส่งขึ้นหรือ? คงไม่ใช่ว่าเจ้าคิดว่าการตัดศีรษะข้าได้แล้วเจ้าจะได้กลายเป็นองค์ชาย?" ใบหน้าของโถวปาหงเรียบเฉยขณะที่กล่าวถามพลางต่อสู้
เคราแดงหัวเราะ "หัวของเจ้ายังไม่เพียงพอให้ข้ากลายเป็นองค์ชาย แต่ก็เพียงพอจะทำให้ข้ากลายเป็นแม่ทัพคุมกำลังนับหมื่น ฮ่าฮ่าฮ่า!...."
แววตาของโถวปาหงสาดประกาย "เช่นนั้นนี่ก็เป็นการสมคบคิดนี่เอง...จะต้องมีองค์ชายที่วางแผนจะแย่งชิงราชบัลลังก์และกำจัดคู่แข่งอยู่เบื้องหลัง...เจ้าคิดว่าจะสังหารข้าได้ง่ายดายปานนั้น?"
เคราแดงแค่นเสียง "เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ไร้พ่ายเพียงเพราะเจ้าเป็นศิษย์ของปรมาจารย์อ้าวตู๋หรือ? เจ้าเพียงอยู่ในขั้นที่สามและไม่อาจถมทับช่องว่างของระดับขั้นได้! วันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า!"
โถวปาหงเผยรอยยิ้ม "จะเป็นเช่นนั้นหรือ?"
เคราแดงรู้สึกมีบางสิ่งผิดปกติเมื่อได้เ็นรอยยิ้มที่มีเลศนัยของโถวปาหง หัวใจของมันเต้นตึกตักราวกับลั่นกลองรบ ทั่วทั้งสนามรบเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หากแต่ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่แล้ว มันยังหูดีกว่าผู้คนส่วนใหญ่ ทันใดนั้นมันก็สังเกตุพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของม้าในสนามรบ
อย่างไรก็ตาม มันสายไปเสียแล้วเมื่อมันตรวจพบความเคลื่อนไหวนั้น มันหันไปมองโดยรอบและมองเห็นคลื่นดาบหนักกำลังเข่นฆ่าสมุนของมันราวกับกำลังเก็บเกี่ยวรวงข้าว
"ทัพม้าเกราะหนัก?" เคราแดงตะโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ ทว่ามันสายเกินไปที่จะมานั่งเสียใจ ทัพม้าเกราะหนักใกล้เข้ามาแล้ว.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved