ตอนที่ 88

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

งานเลี้ยงจบลงขณะที่มีแขกหลายคนที่มองไปที่เซียวอวี๋ด้วยความกลัว เขากล้าที่จะลงมือทุบตีผู้คนในถิ่นของหวังเทียนหู่โดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย พวกเขาไม่อาจทราบได้เลยว่าเซียวอวี๋จะลงมือต่อพวกเขาด้วยหรือไม่หากพวกเขายังเข้าไปก่อกวนเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ไม่ได้อยู่ว่างในช่วงสามวันหลังจากนั้น เขาพาเหล่าออร์คไปเดินเล่นภายในเมืองและก่อความวุ่นวาย เขารู้สึกโกรธแค้นหวังเทียนหู่ เขาไม่ได้เกรงกลัวว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังได้บอกหวังเทียนหู่เอาไว้ว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาโดยบังเอิญ เช่นนั้นธีโอดอร์ก็จะออกหน้าให้กับเขา มันคงจะเสียเปล่าหากว่าเขาไม่ใช้ชื่อของธีโอดอร์มาอวดเบ่งสักหน่อย

หวังเทียนหู่เปลี่ยนไปอย่างมากหลังจากงานเลี้ยงสิ้นสุดลง เขาพยายามหลบหน้าเซียวอวี๋อยู่ตลอด นอกจากนี้ เขายังรู้สึกว่าถึงแม้เซียวอวี๋จะดูคล้ายกับอันธพาล แต่เขาก็อาจจะเป็นผู้ที่มีอนาคตสดใสในอนาคตก็เป็นได้

ยิ่งไปกว่านั้นการไปก่อกวนผู้ที่ธีโอดอร์หนุนหลังอยู่นับว่าไม่คุ้มค่าอย่างยิ่งในสายตาของหวังเทียนหู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาจะไม่ไปแตะต้องเซียวอวี๋ในอาณาเขตของเขา มันจะเป็นการลงมือที่โจ่งแจ้งจนเกินไป

ลอร์ดย่อมไม่ประพฤติตนเฉกเช่นผู้คนทั่วไป หากว่ามีอีกฝ่ายมาคุกคามเขา เขาก็ไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้ตามใจชอบ ไม่เช่นนั้นโลกก็คงไม่เป็นดังเช่นทุกวันนี้

หวังเทียนหู่จำต้องอดทนเอาไว้ เซียวอวี๋ไม่ได้ไว้หน้าเขาและทำให้เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าแขกเหรื่อจำนวนมาก แต่เขายังมีแผนการอยู่....

เซียวอวี๋ไม่ได้กระทำตามอารมณ์ เซียวซานเทียนเองก็ไม่ใช่ขุนพลธรรมดาทั่วไปเช่นกัน เขาเป็นผู้ที่กล้าหาญอย่างมากและหวังเทียนหู่เองก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกันนี้ในตัวของเซียวอวี๋ ทว่าการตอบโต้ของพวกเขาทั้งคู่กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกลำบากใจก็คือ การที่เขาได้สัญญาว่าจะจัดงานแต่งงานระหว่างซีเหวินและทายาทของอีกตระกูลเอาไว้แล้ว ทายาทผู้นั้นได้เห็นภาพของซีเหวินบนคริสตัลเวทย์และได้สอบถามถึงการตบแต่งนาง หวังเทียนหู่เองก็เห็นด้วยกับข้อตกลงนี้

ทว่าเขากลับไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะตอบโต้ด้วยท่าทีอันแข็งกร้าวเช่นนี้

หวังเทียนหู่ค้นพบหนทางที่ง่ายดายในการจัดการเรื่องราวของลอร์ดซันที่ถูกกรอมทุบตี เขาได้มอบตัวยาที่ดีที่สุดออกไปและร้องขอนักบวชจากโบสถ์มารักษาบาดแผลให้กับลอร์ดซัน แม้ว่ากรอมจะทุบตีอยู่หลายครั้งหากแต่เขาก็ไม่ได้ทุบตีที่อวัยวะสำคัญใดๆ

นอกจากนี้หวังเทียนหู่ยังบอกว่าเซียวอวี๋มีธีโอดอร์คอยหนุนหลังอยู่ซึ่งทำให้ลอร์ดซันกลายเป็นสงบเสงี่ยมทันตา แม้ว่าลอร์ดซันจะมาจากตระกูลที่ร่ำรวย แต่เขาก็ทราบดีว่าอำนาจของจอมมตราขั้นที่หกนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถล้อเล่นด้วยได้

ไม่นานสามวันก็ผ่านไปอย่างสงบสุข ทุกคนต่างตระเตรียมสิ่งของสำหรับเดินทางไปเข้าร่วมเทศกาลที่ประเทศคาห์น

เหตุผลที่มีแขกเหรื่อจำนวนมากตอบรับคำเชื้อเชิญงานเลี้ยงของหวังเทียนหู่ก็เพราะว่าพวกเขาต้องการจะเข้าร่วมเทศกาลดอกไม้ที่ประเทศคาห์น ระยะทางระหว่างดินแดนของตระกูลหวังและประเทศคาห์นอยู่ห่างกันไม่มาก เพียงราวๆ 100 ไมล์เท่านั้น พวกเขาจะสามารถไปถึงที่นั่นได้ภายในหนึ่งวัน หากเลือกใช้ม้าที่ปราดเปรียว

.....................................

.....................................

การมีประเทศ ดินแดนหรือเมืองที่ทรงอำนาจเป็นเพื่อนบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องดี นั่นเป็นเหตุผลที่หวังเทียนหู่ต้องคอยระมัดระวังความสัมพันธ์กับประเทศคาห์น เขาต้องการที่จะใช้การสมรสของซีเหวินในการเชื่อมไมตรีระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนมันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว

...................................

..................................

บรรดารถม้าของเหล่าลอร์ดต่างหยุดจอดรออยู่ที่ด้านหน้าของประตูเมืองเฟิงเหยียนเพื่อที่จะเดินทางร่วมกัน รถม้าของเซียวอวี๋ได้วิ่งอยู่หน้าขบวนในฐานะที่เขาเป็นแกรนดยุค

บรรดาลอร์ดต่างตกตะลึงยามแรกเห็นรถม้าของเซียวอวี๋ พวกเขาเกือบที่จะคุกเข่าลงทำความเคารพ รถม้าที่หรูหราพร้อมด้วยการเทียมม้าถึง 8 ตัวนั้นเป็นรถม้าที่ดีที่สุดของเหล่าขุนนางทุกระดับชั้น มีคนกล่าวว่าดยุคชั้นสูงสุดของราชวงศ์พยัคฆ์คำรนนั้นใช้ม้าเปกาซัส 8 ตัวในการเทียมรถ อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเวลานับร้อยปีแล้วที่ได้เห็นรถม้าเช่นนั้น

มันยากมากที่จะสรรหาม้าเปกาซัสแม้สักตัวเดียว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง 8 ตัว ลอร์ดของเมืองไลอ้อนไปหาพวกมันมาได้อย่างไรกัน?

เซียวอวี๋โชคดีที่สามารถครอบครองพวกมันถึง 8 ตัว เขาต้องออกปล้นชิงค่ายโจรหลายสิบแห่งจึงได้รวมรวมพวกมันมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นม้าเหล่านี้ยังเป็นม้าของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก พวกมันต้องถูกจัดส่งผ่านดินแดนของราชวงศ์พยัคฆ์คำรนเพื่อส่งไปยังอาณาจักที่ติดอยู่กับชายฝั่งทะเล โชคดีอย่างมากที่ดินแดนของเซียวอวี๋มักถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนพ่อค้า

"แกรนดยุคที่แท้จริง! ใช้ม้าเปกาซัส 8 ตัวในการเทียมรถ! ตรงตามคำกล่าวในยุคก่อน!"

"ถูกแล้ว! ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะกล้าแสดงท่าทีเช่นนั้นในงานเลี้ยงของตระกูลหวัง! ว่ากันว่าท่านธีโอดอร์เองก็ให้การสนับสนุนเขาเช่นกัน!"

"มองดูองค์รักษ์ออร์คและเอลฟ์นั่นสิ มีเพียงผู้ที่เรืองอำนาจของราชวงศ์เท่านั้นจึงจะสามารถมีพวกมันได้!"

เซียวอวี๋ตกเป็นหัวข้อสนทนาของผู้คนนับไม่ถ้วน

ทุกคนต่างทราบกันดีว่าดินแดนไลอ้อนกำลังอยุ่ในช่วงตกต่ำ แต่ไม่มีผู้ใดที่ทราบข้อมูลละเอียดดีนัก พวกเขาเพียงทราบว่าเซียวซานเทียนเรืองอำนาจมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงถูกเนรเทศทางการเมืองไปยังดินแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งแห้งแล้งกันดาร

ทว่าดินแดนไลอ้อนนั้นก็ได้ทำให้เซียวอวี๋สามารถแสดงท่าทีที่อันเย่อหยิ่งได้!

ทิรันด้าไม่ได้เข้ามาภายในรถม้าแต่นั่งอยู่บนหลังพยัคฆ์ขาวของนาง เอลฟ์ที่ขี่พยัคฆ์ขาวหรือเสือดาวนั้นไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นบนทวีปแห่งนี้มานับร้อยปีแล้ว ว่ากันว่ามีเพียงผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์เอลฟ์เท่านั้นที่จะมีพาหนะเป็นพยัคฆ์ขาว นี่ไม่ได้หมายความว่าองค์รักษ์เอลฟ์นั่นเป็นผู้นำแห่งเผ่าพันธุ์เอลฟ์งั้นหรือ? พวกเอลฟ์นั้นอยู่ใต้บัญชาของเซียวอวี๋จริงๆ?

รถม้าของเซียวอวี๋แล่นอยู่ด้านหน้าขณะที่รถม้าคันอื่นๆคอยติดตามอยู่ด้านหลัง

พวกเขาเข้าพักในตัวเมืองในยามกลางคืนขณะที่ช่วงบ่ายของอีกวัน พวกเขาก็ได้มาถึงเมืองหลวงของประเทศคาห์น

เซียวอวี่เบิ่งตาโตยามเมื่อได้เห็นเมืองเบ็งกอ ช่างเป็นเมืองที่ตระการตาอย่างมาก!

"จิ๊! ยอดเยี่ยม พวกเขาสามารถสร้างกำแพงสูงได้ด้วยความช่วยเหลือทางเครื่องจักรหรือเครื่องจักรไฟฟ้า!"

เนื่องเพราะเทศกาลดอกไม้ทำให้มีบรรดาชนชั้นสูงเข้ามาที่เมืองเบ็งกอจำนวนมหาศาล อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างถูกดึงดูดความสนใจยามที่รถม้าของเซียวอวี๋ผ่านเข้าเมืองมา

"เป็นผู้ใดกันที่ใช้ม้าเทียมรถถึง 8 ตัว?"

"ว่ากันว่ามีเพียงตระกูลขุนนางที่มีประวัติอันยาวนานเท่านั้นที่จะสามารถครอบครองม้าเปกาซัสได้ถึง 8 ตัว! กระทั่งท่านดยุคซิมเองก็มีเพียงม้าเปกาซัส 2 ตัวเท่านั้น! ที่หลงเหลือล้วนเป็นม้าสีขาวทั่วไป!"

"เป็นดยุคท่านใดกัน? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีแกรนดยุคเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย! เขาจะต้องมาจากตระกูลที่ทรงอำนาจอย่างมาก!"

"บางทีอาจจะมาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า?"

"ออร์ค? พวกนั้นคือออร์คงั้นหรือ? โอ้พระเจ้า! พวกมันเป็นองค์รักษ์ออร์ค! ว่ากันว่ามีเพียงขุนนางที่แท้จริงในยุคโบราณเท่านั้นที่จะมีองค์รักษ์ออร์คร่วมทางไปด้วย!"

"มองดูพยัคฆ์ขาวนั่นสิ! นั่นเอลฟ์หรือ? แม้ว่าเอลฟ์นั่นจะสวมผ้าคลุม แต่ดวงตาสีม่วงนั่น! ต้องเป็นเอลฟ์อย่างไม่ต้องสงสัย! นี่เป็นลอร์ดท่านใดกัน?"

.................................

................................

ทุกคนต่างกำลังพูดถึงเซียวอวี๋ในขณะที่เขานั่งอยู่ภายในรถม้าและดื่มด่ำไปกับไวน์และครุ่นคิดถึงปัญหาที่กำลังจะเกิด

เซียวอวี๋ไม่ได้สั่งให้พวกออร์คสวมใส่ผ้าคลุมเพื่อปกปิดรูปลักษณ์อีก จะอย่างไรเรื่องที่เขามีออร์คและเอลฟ์ก็ต้องถูกล่วงรู้ไม่ช้าก็เร็ว ดังนั้นเขาจึงเลือกเปิดเผยแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีนี้จะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้น

เซียวอวี๋ทราบว่ามันเป็นแผนการของฮวาที่จะชักนำเขามาที่เมืองเบ็งกอแห่งนี้ บางทีสถานการณ์อาจจะเข้าข้างเขาหากว่าเขาเข้าร่วมอย่างเอิกเกริก?

นี่ก็เหมือนเป็นการประกาศกับผู้คนว่ามีแกรนดยุคมาเยี่ยมเยือนประเทศคาห์นแล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาก็จะมีขุมอำนาจฉวยโอกาศใช้ความตายของเขาเป็นข้ออ้างในการก่อสงครามกับประเทศคาห์น

ประเทศคาห์นที่ทรงอำนาจก็หมายความว่าพวกเขามีศัตรูอยู่มากด้วยเช่นกัน หากมีข้ออ้างที่เหมาะสมแล้ว เช่นนั้นก็จะมีขุมอำนาจระดับกลางเข้าร่วมกำจัดประเทศคาห์นเพื่อแบ่งปันทรัพยากรและดินแดน

หวังเทียนหู่ได้จัดหาสถานที่พักสำหรับเขาและเซียวอวี๋เอาไว้แล้ว ลอร์ดคนอื่นๆเองก็ได้จัดส่งคนมาจองสถานที่สำหรับครอบครัวของพวกเขาเอาไว้แล้วเช่นกัน

หวังเทียนหู่และเซียวอวี๋มาที่โรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเบ็งกอ เจ้าของโรงแรมรีบออกมาต้อนรับพวกเขาทันที

เจ้าของโรงแรมไม่ได้ต้องการจะพบกับหวังเทียนหู่หากแต่เป็นเซียวอวี๋ แม้ว่าตระกูลหวังจะมีอำนาจอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาก็ยังมีไม่พอที่จะทำให้เจ้าของโรงแรมออกมาต้อนรับด้วยตนเองได้

เจ้าของโรงแรมนั้นไม่รู้จักเซียวอวี๋ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่าย เขาจะถูกลงโทษหากว่าไม่ได้ออกมาต้อนรับเซียวอวี๋หากว่าเซียวอวี๋เป็นขุนนางระดับสูง

เจ้าของโรงแรมกลายเป็นประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่งเมื่อมองเห็นสัญลักษณ์ของดินแดนไลอ้อนประดับอยู่บนรถม้าของเซียวอวี๋ เขารู้จักสัญลักษณ์นี้ เขาได้คลุกคลีอยู่กับแวดวงการค้ามาเป็นเวลานานและได้ติดต่อกับขุมอำนาจจำนวนมาก

จะมีใครบ้างที่ไม่รู้จักธงของเซียวซานเทียน?

"ข้าคิดว่าตระกูลเซียวกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำเสียอีก แล้วพวกเขาจะมาอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ได้อย่างไร? ได้ยินมาว่าดินแดนไลอ้อนนั้นไม่กระทั่งถูกจัดอยู่ในดินแดนชั้นสามเสียด้วยซ้ำ....แล้วพวกเขาจะมีม้าเปกาซัส 8 ตัวกับออร์คและเอลฟ์เป็นองค์รักษ์ได้อย่างไร?"

แม้ว่าเจ้าของโรงแรมจะเต็มไปด้วยความสงสัยแต่เขาก็ยังก้าวออกมารับหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "ท่านแกรนดยุค ที่นี่ขอต้อนรับขอรับ! นับเป็นเกียรติของพวกเราอย่างยิ่งที่ท่านเลือกเข้าพักที่โรงแรมของพวกเรา!"

เจ้าของโรงแรมกลายเป็นตกตะลึงยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมองเห็นชายหนุ่มอายุราวสิบเจ็ดสิบแปดปีก้าวออกมาจากรถม้า

"เขาก็คือแกรนดยุคงั้นหรือ?"

เจ้าของโรงแรมคงคิดว่าเซียวอวี๋เป็นเพียงผู้ติดตามหากว่าเขาไม่ได้ก้าวออกมาจากรถม้า

....................................

....................................

ใบหน้าของเซียวอวี๋ไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมายามเมื่อกาวออกมาจากรถม้า เขาไม่มีประสบการณ์ในเมืองที่ใหญ่โตเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าควรจะทำตัวอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นเขายังทราบว่าเขากำลังจะประสบปัญหาอย่างหนัก ดังนั้นเขาจึงกำลังคิดหาหนทางรับมือ

"เจ้าของโรงแรม จัดหาที่พักที่ดีที่สุดให้กับพี่สะใภ้ของข้าด้วย" เซียวอวี๋ชี้ไปยังรถม้าส่วนที่สองที่ซึ่งมีซีเหวินและมารดาของนางอยู่ด้านใน

"นี่ไม่มีปัญหาขอรับท่านดยุค โปรดตามข้ามา" เจ้าของโรงแรมนำเซียวอวี๋เข้าสู่โรงแรม

ความริษยาลุกโชนอยู่ภายในใจซิ่วหงส์เมื่อเห็นว่าซีเหวินได้รับการดูแลอย่างดีจากเซียวอวี๋

เดิมทีนางก็อิจฉาอยู่แล้วที่ซีเหวินได้นั่งรถม้าที่เลิศหรูเช่นนั้น จะมีผู้หญิงนางใดกันที่ไม่ต้องการจะนั่งอยู่บนรถม้าคันนั้น? มันเป็นสัญลักษณ์ของขุนนางที่แท้จริง

มันเพียงพอแล้วที่จะทำให้ซิ่วหงส์พึ่งพอใจยามที่ผู้คนที่ผ่านไปมามองดูนางด้วยความอิจฉาและเทิดทูน

"สงบใจลงเถิดยอดรักข้า อีกไม่นานพวกมันจะต้องได้รับผลที่ตามมา" ฮวาที่ยืนอยู่ด้านข้างซิ่วหงส์ฉีกยิ้มออกมา

"นางสมควรตาย! หญิงสาวชั้นต่ำเช่นนางกลับได้ใช้รถม้าที่เลิศหรูและห้องพักที่ดีเช่นนั้น!"

"หึหึ พวกมันจะได้รับบทเรียนในอีกไม่ช้า" ฮวายิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ขณะที่หวังเทียนหู่ยืนขมวดคิ้วมองมา หวังเทียนหู่ได้รับการยกย่องว่าเป็นลอร์ดที่โอ่อ่า แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาต้องคอยดูแลดินแดนในขณะที่ต้องรักษาความสัมพันธ์กับดินแดนข้างเคียง ทั้งยังต้องคอยสอดส่องศัตรู

"หากเจ้าหนูสามารถคิดแผนการได้มากมาย เช่นนั้นก็ปล่อยให้เขาได้แสดงออกสักหน่อย......ข้าจะคอยยืนอยู่วงนอกและมองดูว่าเขาจะจัดการปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร..."