ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ฉินเช่อตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพหลังจากที่ได้พักอาศัยอยู่ในเมืองไลอ้อนพักหนึ่ง เขาฝึกฝนการขี่ม้า ยิงธนูและการต่อสู้ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองไลอ้อน
ไม่นาน ฉินเช่อก็แสดงความสามารถอันโดดเด่นเกินวัยออกมา ไม่ใช่แค่เพียงทักษะการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังมีทักษะการบัญชาการ การวางกลยุทธ์และยุทธวิธีที่ความสามารถของเขานั้นดีกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันมาก
ฉินเช่อนั้นสนใจบาริสต้า เครื่องยิงหิน เครื่องยิงทำลายและเครื่องจู่โจมที่เซียวอวี๋ใช้อย่างมาก นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังขอให้หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่มุ่งเน้นฝึกฝนและขัดเกลาให้ฉินเช่อมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นผู้บัญชาการที่ดีในอนาคต
หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ทราบว่าในเมืองไลอ้อน ผู้ที่มีพรสวรรค์นั้นมีอยู่ไม่มาก นอกจากนี้ ฉินเช่อยังมาจากตระกูลขุนนาง ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับฉินเช่อ นอกจากนี้ฉินเช่อยังเป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดและมีทัศนิวิสัยเกินวัย เขาปฏิบัติต่อผู้ที่อาวุโสกว่าอย่างถ่อมตนและสุภาพ เขาขยันขันแข็งและชาญฉลาดซึ่งนี่นับเป็นคุณสมบัติที่ดีควรแก่การฝึกฝนให้
เซียวอวี๋จะสอนทฤษฎีและยุทธศาสตร์ให้กับฉินเช่อ เขาได้ปลูกฝังความคิดในยุคอาวุธร้อนให้กับฉินเช่อเพื่อให้เขามีมุมมองที่กว้างไกลเกินยุค ฉินเช่อกลายเป็นความหวังของเซียวอวี๋หลังจากที่เขาเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ฉินเช่อยังรู้จักนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงได้ดี ตอนนี้ฉินเช่อมีอายุแค่เพียงสิบเอ็ดปีเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงยังไม่ต้องการให้ฉินเช่อเป็นทหาร แต่ค่อยๆซึมซับและเรียนรู้ไปก่อน
เซียวอวี๋ให้เขาคอยควบคุมบาริสต้า เครื่องยิงจู่โจม เครื่องยิงทำลายและอาวุธระยะไกลประเภทอื่นๆ
............................
............................
ฉินเช่อมองดูกองทัพโจรอย่างกระตือรือร้น เขาตรวจสอบตนแน่ใจว่าอาวุธได้ปรับมุมองศาเล็งไปยังกึ่งกลางกองทัพโจรที่บุกเข้ามา
เขาไม่ได้เลือกเล็งไปที่ทัพหน้าหากแต่เป็นกึ่งกลาง ดังนั้นการโจมตีจากเครื่องยิงทำลายและบาริสต้าจึงตัดแยกกระบวนทัพออกเป็นสองส่วน เหล่าโจรที่ทัพหน้ายังคงบุกต่อไป นี่จึงแน่ใจได้ว่าพวกโจรที่ทัพหน้าคงไม่อาจรอดชีวิตได้แล้ว เพราะพวกเขาจขาดการสนับสนุนจากทัพหลัง
เหล่าโจรที่วิ่งเข้าใกล้กำแพงต่างถูกยิงล้มลงจากห่าธนูที่ยิงเข้าใส่ ในขณะที่ทัพหลังยังไม่อาจติดตามมาได้ทัน ช่องว่างที่เกิดขึ้นนี้ได้ทำให้สภาวะบุกจู่โจมถูกลดทอนลงไปมาก เซียวอวี๋พยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อได้เห็นความสามารถและความหลักแหลมของฉินเช่อ
กองทัพโจรตะโกนโหวกเหวกขณะที่พาดบันไดเข้ากับกำแพงเมืองขณะที่บางส่วนปีนป่ายขึ้นไปด้านบน โจรบางส่วนกำลังเข็นเครื่องกระทุ้งประตูเมืองติดตามอยู่ด้านหลัง
การป้องกันของเมืองไลอ้อนในส่วนของอาวุธโจมตีระยะไกลนั้นทรงพลังอย่างมาก พลธนูเอลฟ์สามารถยิงธนูได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่พลปืนคอยกำจัดผู้ฝึกยุทธ์ด้วยความแม่นยำ ทั้งเครื่องยิงหิน บาริสต้า เครื่องยิงทำลาย เครื่องจู่โจมกำลังเป็นภัยคุกคามอันร้ายแรงต่อพันธมิตรกองโจร
กว่าพวกโจรจะเข้าประชิดกำแพงเมืองได้ พวกมันก็สูญเสียไพร่พลไปกว่าพันคน อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกมันต้องกังวลสนใจ กลยุทธ์ของพวกมันคือการใช้คลื่นมนุษย์บุกหนุนเนื่องกันเข้าไป
แม้ว่าสุบารุจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่เขาก็ไม่มีเวลาหรือความสนใจพอที่จะฝึกฝนพวกโจรให้เป็นกองกำลังที่มีระเบียบแบบแผน เป้าหมายของเขาไม่ใช่การยึดครองเมืองไลอ้อน ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้พวกโจรโจมตีต่อไปเพื่อกำจัดผู้ที่ต่อต้านและเป็นการลดทอนความแข็งแกร่งของเมืองไลอ้อนไปพร้อมกัน
อันที่จริงสุบารุคงจะต้องผิดหวังหากว่าเมืองไลอ้อนถูกตีแตกตั้งแต่การบุกระลอกแรก นั่นจะทำให้เขาหมดข้ออ้างที่จะรวบรวมกลุ่มโจรเอาไว้ด้วยกัน
ครั้งที่แคร์รี่บุกมานั้นไม่ได้จัดกำลังพลกระจุกรวมกันเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะบุกด้วยไพร่พลถึง 20,000 นายก็ตาม
กองทัพโจรที่กำลังบุกเข้ามาได้ทำให้เหล่าทหารบนกำแพงมือไม้สั่นเทา ถึงกระนั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับตอนที่กองทัพแคร์รี่บุกเข้ามา อีกทั้งในครั้งนี้พวกเขายังมีกำลังพลที่มากมายกว่าเดิม ดังนั้นความหวาดหวั่นจึงลดทอนลงไปมาก
บันไดนับไม่ถ้วนถูกพาดเข้ากับกำแพงในขณะที่พวกโจรปีนขึ้นไปไม่หยุดหย่อน จะมีค่าชดเชยให้ หากว่าผู้คนของพวกมันตกตายจำนวนมาก ดังนั้นเหล่าหัวหน้าโจรจึงไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะถึงอย่างไรพวกมันก็ยังมีกำลังที่เก็บออมไว้ที่ค่ายเหยี่ยวอยู่อีกครึ่งหนึ่ง
เหล่าทหารที่คอยท่าอยู่บนกำแพงเมืองทั้งทิ่มแทงและฟาดฟันพวกโจรที่กำลังปีนขึ้นมา
เซียวอวี๋จัดให้เหล่าทหารใหม่เป็นแนวป้องกันแรกเพราะต้องการให้พวกเขาผ่านสงครามจริงเพื่อที่จะกลายเป็นทหารอย่างเต็มตัว
เขาไม่อาจเอาแต่พึ่งพาเหล่านักรบอัญเชิญในการป้องกันเมืองได้ ในขณะที่เขาต้องการจะทำให้แน่ใจว่ากองทัพทหารของเมืองจะสามารถใช้การได้
นอกจากนี้ เหล่านักรบอัญเชิญยังมีจำนวนน้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม พวกออร์คและพลเดินเท้าได้ตั้งแนวป้องกันอยู่ด้านหลังเหล่าทหารของเมืองเอาไว้แล้ว พลธนูเอลฟ์ พลปืน เครื่องยิงทำลาย เครื่องจู่โจม บาริสต้าได้ประจำการอยู่ที่ส่วนกำแพงยกสูงที่ถูกก่อสร้างเพิ่มเติมเสริมเข้ามา ในขณะที่ทางด้านของเหล่านักล่ากำลังวิ่งไปมาเพื่อหาโอกาศยิงโจมตีศัตรูที่สามารถผ่านแนวป้องกันแรกมาได้
เซียวอวี๋ได้ทำการปฏิรูปกำแพงเมืองหลังผ่านสงครามป้องกันมาแล้วหลายครั้ง
เขาได้เสริมกำแพงเมืองด้วยการเพิ่มสิ่งก่อสร้างใหม่ นี่ก็เพื่อให้สามารถรองรับกำลังคนได้มากกว่า 10,000 คน นอกจากนี้พื้นยกสูงที่สร้างขึ้นใหม่ด้านหลังยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธโจมตีระยะไกลขึ้นอีกมาก
ฝีมือการยิงธนูของพวกเอลฟ์นั้นไร้ที่ติในขณะที่ศรของพวกเขาไม่พลาดเป้าเลย รัศมีจ้าวธนูของทิรันด้าได้ช่วยเสริมความรุนแรงและความแม่นยำขึ้นไม่น้อย ตอนนี้ลูกศรของทิรันด้าสามารถทะลุทะลวงเกราะระดับกลางได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทักษะ ลูกศรของพลธนูเอล์สามารถทะลุเกราะเบาได้แต่ยังไม่อาจผ่านเกราะระดับกลาง
เซียวอวี๋เชื่อว่าพลธนูเอลฟ์แต่ละคนจะกลายเป็นเครื่องบาริสต้าขนาดย่อมหลังจากพวกเขาเลื่อนระดับขึ้นอีกสักหน่อย
ทอร์ลได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพวกออร์คทั้งจากระบบและจากโลกนี้ด้วยทักษะอานุภาพแห่งรูปสลักปฐพีและรูปสลักกายาปฐพี เดิมทีพวกออร์คก็มีอาวุธและชุดเกราะระดับที่สองอยู่แล้ว นี่จึงยิ่งช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของพวกมันขึ้นอีกโข พรของทอร์ลได้ยกระดับพวกออร์คจนน่ากลัว
พวกออร์คที่ได้รับการช่วยเหลือมาก็กำลังเข้าร่วมสงครามเช่นกัน ดังนั้นจึงมีออร์คที่อยู่ใต้การบัญชาการของเขาถึง 1,100 ตน พวกออร์คนั้นคือนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดบนผืนทวีป และในวันนี้พวกมันจะได้แสดงให้พวกโจรเห็นว่าเหตุใดเผ่าพันธ์ุของพวกมันจึงได้รับการขนานนามเช่นนั้น
กรอมได้แบกธงประจำตัวของเขาไปด้วย เสียงคำรามที่เปล่งออกมาได้ช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับพวกออร์คทั้งหมด
นักรบเผ่ามนุษย์ที่ถูกอัญเชิญมาเป็นพลเดินเท้าทั้ง 200 นายและอัศวิน 500 นาย ขณะที่อีก 200 เป็นพลปืน อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ไม่อาจใช้งานทัพอัศวินได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่พึ่งพาพลเดินเท้าและพลปืน
พลเดินเท้าได้เลื่อนขึ้นมาระดับที่สามหลังจากผ่านการต่อสู้ ถึงกระนั้นการโจมตีของพวกเขาก็ยังไม่ดีเทียบเท่าการป้องกัน การจะสังหารพวกเขายังยากเสียยิ่งกว่าสังหารพวกออร์ค โล่ของพวกเขาถูกสร้างมาเพื่อป้องกันโดยแท้จริง
นักรบแต่ละประเภทมีลักษณะเฉพาะตัว พลเดินเท้าขึ้นชื่อเลื่องการป้องกันอันแข็งแกร่ง นอกจากนี้ชุดเกราะของพวกเขายังห่อหุ้มไปทั้งตัวดีกว่าชุดเกราะของพวกออร์คที่ปกป้องเพียงบางส่วน แม้จะสวมใส่เกราะหนัก แต่พวกเขาก็ยังมีความคล่องตัว พวกเขาจะเชื่องลงก็ช่วงที่ใช้โล่ มิเช่นนั้นความเร็วของพวกเขาจะไม่ได้ด้อยไปกว่าทหารราบทั่วไปเลย ชุดเกราะที่ผลิตจากฐานทัพนั้นไม่เพียงแต่แข็งแรง หากแต่ยังมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย นั่นทำให้เหล่าทหารที่สวมใส่รู้สึกราวกับว่าเกราะนั้นเป็นเพียงผิวหนังของพวกเขา
พลปืนเองก็อยู่ในระดับที่สามเช่นกัน แม้ว่าความแม่นยำของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับพลธนูเอลฟ์ได้ ขุดเด่นของพวกเขาคือการยิงที่หนาแน่น นอกจากนี้ปืนของพวกเขายังมีอานุภาพมากขึ้นเมื่อมาถึงระดับที่สาม กระสุนของพวกเขาสามารถทะลวงผ่านเกราะหนักได้แล้ว
อูเธอร์มอบพรให้กับนักรบเผ่ามนุษย์ด้วยทักษะพรแห่งพละกำลังและรัศมีแห่งศรัทธา อูเธอร์ต้องใช้มานามากมายเพื่อมอบพรให้กับเหล่าทหารทั้ง 10,000 นาย เซียวอวี๋ได้มอบน้ำยามานาให้กับอูเธอร์ไว้แล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาใดๆ เหล่าไพร่พลรู้สึกเยือกเย็นขึ้นหลังจากได้รับการอวยพร การมีพาลาดินอยู่ในกองทัพจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจขึ้นอย่างมหาศาล การโจมตีของพวกเขาได้เพิ่มขึ้นกว่า 6 ส่วนจากพร
มันอาจไม่มากหากมีทหารเพียงหนึ่งหรือสองนาย แต่มันจะน่ากลัวอย่างมากหากทหารทั้ง 10,000 นาย สามารถโจมตีได้อย่างดุดันขึ้น
นี่เป็นเหตุผลหลักที่เซียวอวี๋เลือกอัญเชิญทอร์ลและอูเธอร์ออกมาแทนที่จะเป็นคนอื่นๆ
"ฆ่ามัน!" เหล่าทหารตวัดดาบในมือฟันหัวพวกโจรลงมา ในขณะที่ร่างไร้ศีรษะทรุดตัวลงบนพื้นกำแพง
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved