ตอนที่ 217

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

อาชาของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกมีความรวดเร็วอย่างมาก เหล่าผู้ที่ขี่เองก็มีทักษะอันยอดเยี่ยม พวกเขาควบคุมม้าราวกับม้าเป็นขาของตน กระนั้นครั้งนี้พวกเขากลับต้องเผชิญกับพวกไรเดอร์ซึ่งแข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือ นอกจากนี้ยังมีพวกฮิปโปกริฟไล่ติดตามมา แล้วพวกเขาจะสามารถเอาชนะได้อย่างไร?

หากว่าพวกโจรมีจำนวนมาก เซียวอวี๋ก็คงไม่ส่งสองหน่วยนี้ออกไล่ล่า เขากังวลว่าจะเกิดความสูญเสีย เหล่านักรบอัญเชิญก็เปรียบเสมือนลูกหลานของเขา เขาย่อมไม่อาจทนดูพวกเขาตาย

ไม่กี่ชั่วลมหายใจพวกไรเดอร์ก็ไล่ตามพวกโจรทัน พวกออร์คคำรามขณะกวัดแกว่งดาบยักษ์สังหารพวกโจรบนหลังม้า พวกโจรเองก็กล้าหาญ พวกมันชักดึงมีดออกมาตอบโต้ ดาบยักษ์ที่พวกออร์คใช้นั้นทั้งยาวและหนักอย่างมาก มีดที่เหล่าทหารม้าของจักรวรรดิใช้ย่อมไม่อาจต้านทานมัน

มีดเหล่านี้สร้างขึ้นมาจากวัสดุพิเศษซึ่งทำให้มันทั้งทนทานและแหลมคมยิ่ง พวกไรเดอร์ไม่ได้เกรงกลัวมีดพวกนั้น อาศัยดาบยักษ์ในมือของพวกมันก็เพียงพอจะสังหารพวกโจรได้แล้ว เพียงชั่วพริบตาทหารม้าของจักรวรรดิก็ถูกสังหารไปหลายคน

พวกเอลฟ์ที่อยู่บนหลังอิปโปกริฟก็น้าวคันธนูยิงลูกศรลงมาจากบนฟ้า ทหารม้าของจักรวรรดิโดยทั่วไปล้วนสวมใส่ชุดเกราะหนังเพื่อความคล่องตัว นั่นเป็นผลให้ชุดเกราะหนังนี้ไม่อาจปกป้องพวกเขาจากลูกธนูของพวกเอลฟ์ได้

ลูกธนูที่ยิงออกมานั้นหมดจด แต่ละดอกที่ยิงออกมาก็ทำให้พวกทหารม้าร่วงลงไปหนึ่งคน เหล่าทหารม้าเองก็รีบคว้าธนูขึ้นพาดศรยิงสวนกลับไป แต่พวกมันก็ไม่อาจทำอย่างไรพวกเอลฟ์ได้

เป็นเรื่องยากที่จะยิงขึ้นไปท้องฟ้า นอกจากนี้พวกฮิปโปกริฟยังไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง มีเพียงหน้าไม้หนักเท่านั้นที่พอจะจัดพวกมันได้ ซึ่งแน่นอนว่าทหารม้าเกราะเบาย่อมไม่พกสิ่งของเช่นนั้น

สุบารุรู้สึกหดหู่เมื่อเห็นว่าความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋ได้พิ่มขึ้นมากภายในเวลาเพียงหกเดือน เขาเคยคิดว่าจะใช้จำนวนที่มากกว่าเอาชนะเซียวอวี๋ได้ เขาได้ลอบตรวจสอบล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแล้ว เขาทราบว่าเซียวอวี๋มีพวกไรเดอร์อยู่ไม่มาก กระนั้นสุบารุก็ไม่คาดคิดว่าพวกไรเดอร์จะแข็งแกร่งเช่นนี้ นอกจากนี้กองกำลังของเขายังไม่อาจตอบโต้กลับไปได้เต็มที่เพราะมีพวกฮิปโปกริฟไล่ติดตามคอยสนับพวกไรเดอร์จากบนท้องฟ้า

ในยุคนี้ไม่มีกองทัพอากาศอีก แม้จะมีสัตว์อสูรบินได้ที่ถูกฝึกเลี้ยงแต่มันก็มีน้อยยิ่ง ไม่อาจเรียกว่ากองทัพได้ กองกำลังพิเศษของเซียวอวี๋นี้กลายเป็นดาวข่มของเหล่าทหารม้าจากจักรวรรดิโดยสิ้นเชิง

ความเร็วของพวกทหารม้าค่อยๆลดลงจากการรบกวนของพวกฮิปโปกริฟ ในเวลาเดียวกันนั้นทัพม้าของเซียวอวี๋ก็ไล่ตามมาทันขณะกวัดแกว่งดาบหนักในมือฟันร่างพวกโจร

ทหารม้าเบาปะทะกับทหารม้าเกราะหนักก็เปรียบได้กับทหารราบพุ่งเข้าไปสู้กับรถถัง ยิ่งไปกว่านั้นทัพม้าของเซียวอวี๋ยังมีทักษะพุ่งซึ่งทำให้การโจมตีของพวกเขาแทบจะไร้ผู้ต่อกร หน่วยทหารม้ายอดของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกไม่สามารถต้านทานการโจมตีเหล่านั้นได้ ดังนั้นทางฝั่งสุบารุจึงเกิดการสูญเสียอยู่ฝั่งเดียว

"แยกย้าย! กระจายกันออกไป!" สุบารุทราบว่าไม่อาจฝืนหลบหนีเช่นนี้ต่อไปได้อีก กองกำลังพิเศษของเซียวอวี๋จะกวาดล้างพวกเขาได้ในอีกไม่นาน ดังนั้นโอกาสเดียวตอนนี้คือแยกย้ายหลบหนีก่อนจะหาโอกาสรวมกำลังกันโจมตีอีกครั้ง

ทหารม้าของจักรวรรดิพลันบังคับม้าแยกตัวออกไปหลายทิศทาง เซียวอวี๋สั่งให้หน่วยฮิปโปกริฟแบ่งกำลังแยกกันติดตามไป แต่ตัวเขาเองยังคงไล่ติดตามหัวอสรพิษไป สุบารุมีความสำคัญที่สุดในกลุ่มศัตรู

เซียวอวี๋ต้องการทุ่มกำลังจับกุมสุบารุให้จงได้ หลังจากสังหารสุบารุได้ปัญหาก็จะถูกขจัดไป เขาไม่อาจเพิกเฉยต่อการดำรงอยู่ของสุบารุหากต้องการเดินทางไปยังจักรวรรดิเมฆาตะวันตก เพื่อให้ทราบการเคลื่อนไหวของจักรวรรดิที่มีต่อดินแดนไลอ้อน เขาจำต้องแทรกซึมเข้าไปรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ

พวกไรเดอร์ยังคงล่าสังหารทหารม้าของจักรวรรดิต่อไป ทหารบางคนไม่ยินยอมและหันหัวม้ากลับมาต่อสู้ กระนั้นพวกมันก็ตกตายโดยไม่ทันได้กวัดแกว่งดาบ ตอนนี้พวกหมาป่ามีความสูงถึงสองเมตร พวกมันสามารถขย้ำทหารม้าที่อยู่บนหลังอาชาได้ในทันที เป็นความผิดพลาดที่คิดว่าพวกไรเดอร์มีอาวุธเพียงดาบหนัก หมาป่าเองก็ถือเป็นอาวุธชิ้นหนึ่ง

ทิรันด้าคอยยิงลูกธนูใส่สุบารุอยู่ตลอด ความเร็วในการยิงของนางเกือบจะเทือบเท่าปืนกล สุบารุต้องคอยยกดาบขึ้นปัดป้องอย่างลำบากขณะเร่งควบม้าต่อไป แน่นอนว่าความเร็วของมันย่อมต้องลดลงไปมาก เซียวอวี๋ที่ติดตามอยู่ด้านหลังก็เคลื่อนเข้าไปใกล้อยู่ตลอดเวลา

"หัวหน้า! ท่านผู้นำ! อย่าหนีสิ! พวกเราไม่ต้องพบปะกันเนิ่นนานแล้ว...มาพูดคุยรำลึกถึงวันเก่าๆกันก่อน" เซียวอวี๋หัวเราะขณะตะโกนไล่หลัง

"เซียวอวี๋! อย่าได้โอหังไปนัก! เจ้าคิดว่าจะจับข้าได้หรือ" สุบารุแทบจะอดทนรอเวลาที่จะสังหารเซียวอวี๋ไม่ได้

เซียวอวี๋ยิ้มแย้ม "หัวหน้า! ท่านไม่ประเมินข้าต่ำเกินไปหน่อยหรือ? ยังจำได้หรือไม่ว่าเป็นผู้ใดกวาดล้างค่ายเจ้า? ซึ่งอันที่จริงข้าก็ชื่นชมเจ้าจริงๆ เจ้ามีคุณสมบัติที่ดี...อย่างไรก็ตาม ผู้ใดใช้ให้พวกเราต้องเป็นศัตรูกันเล่า? ......เจ้าคล้ายกับพยัคฆ์ภูผา ขณะที่ข้าเป็นมังกรพิรุณ! กษัตริย์แห่งพายัพมีได้เพียงหนึ่งเดียว!...อย่าหนีไปเลย มาให้ข้าสังหารซะดีๆ!"

เซียวอวี๋ใช้ก้าวกระโดดหลังสิ้นคำกล่าว ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็หยิบพรากวิญญาณออกมาฟันไปยังสุบารุ

สุบารุประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋กล้าโจมตีเข้ามา สุบารุพลันยกดาบเวทขึ้นต้านทาน ดาบเวทของสุบารุนั้นเป็นธาตุดินซึ่งเด่นในด้านการป้องกัน

ทว่าดาบของเขาก็ราวกับไม้จิ้มฟันเมื่ออยู่ต่อหน้าพรากวิญญาณ

พรากวิญญาณยังคงถูกเหวี่ยงลงมาขณะที่เซียวอวี๋เรียกใช้อมนิแสลช ม้าของสุบารุพลันถูกแยกเป็นสองส่วนโดยฉับพลัน แต่สุบารุบารุก็ยังสามารถหลบรอดไปได้ในวินาทีสุดท้าย กระนั้นมันก็ยังทำให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของอาวุธระดับตำนาน

เปรี้ยงงง เปรี้ยง เปรี้ยงง

เซียวอวี่เรียกใช้อมนิแสลชขั้นสูงต่อทันที แม้ว่าสุบารุจะมีระดับสูงกว่าเซียวอวี๋ ทว่าในตอนนี้เขากำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ.....