ตอนที่ 258

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

โฟเรอร์นำเหล่าคนงานไปก่อสร้างกำแพงรอบเมืองฮัวเหลียน มันยากที่จะหาหินก้อนใหญ่ได้ในพื้นที่แถบนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องสร้างกำแพงขึ้นจากดิน แม้ว่าพวกเขาจะพบเจอหินก้อนใหญ่ หากแต่มันก็ยากที่จำสร้างกำแพงขนาดใหญ่ได้ในเวลาอันสั้น โฟเรอร์จึงใช้ดินในการก่อกำแพงขึ้นมา

พวกเขาเปลี่ยนดินให้กลายเป็นโคลน จากนั้นจึงได้เพิ่มแกลบและฟางข้าวเข้าไปเพื่อก่อเป็นอิฐ

"อิฐโคลน..." เซียวอวี๋ผงกศรีษะขณะมองไปที่โฟเรอร์

ที่โลกเดิม เซียวอวี๋มาจากแถบชนบท เขาเคยเห็นผู้คนสร้างอิฐขึ้นจากโคลน มันจัดสร้างง่ายและมีความคงทนอย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะไม่แข็งแรงเท่าอิฐที่ทำจากหิน แต่หากเสริมอิฐโคลนเข้าไปสักหลายชั้น พวกศัตรูก็ไม่อาจทลายมันเข้ามาได้

ในจีนยุคโบราณ เมืองชายแดนบางแห่งได้ใช้อิฐโคลนในการก่อสร้างกำแพงเมือง พวกมันสร้างจัดสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังทนทานต่อการกัดเซาะ

โฟเรอร์ได้ค้นพบวิธีการนี้จากในตำราวิศวกรรม ภายในตำรานั้นมีวัสดุพิเศษที่ถูกเพิ่มเข้าไปในสูตรเพื่อทำให้อิฐโคลนแข็งแรงมากขึ้น ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะสามารถสร้างกำแพงเมืองฮัวเหลียนได้ในเวลาอันสั้น

กองกำลังของโถวปาหงยังมีไม่มาก แต่เซียวอวี๋นั้นช่ำชองในศึกตั้งรับ เขาเพียงต้องการกำแพงอันแข็งแกร่งเพื่อทำศึกกับกองกำลังที่มากกว่าตนได้สิบเท่า

.................................

.................................

"เช่นนั้น จริงๆแล้วชื่อของเจ้าก็คือ เซียวอวี๋....ลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน" โถวปาหงยิ้ม

เซียวอวี๋ได้บอกตัวตนของเขาออกไป ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก

เซียวอวี๋ยิ้มรับ "เดิมทีข้าไม่มีผู้ที่รู้ักมักคุ้นอยู่ในจักรวรรดิ ดังนั้นข้าจึงต้องปิดบังตัวตน...หากแต่ในตอนนี้ พวกเราได้จับมือเป็นพันธมิตรและร่วมลงเรือลำเดียวกันแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังอีก ข้าได้ส่งข้อความกลับไปแล้ว พวกเขาจะส่งกองทัพมาช่วยเจ้าสู้ศึกในช่วงต้น กระนั้น ข้าก็ไม่อาจช่วยเจ้ากำจัดโถวปากุ้ยได้ เจ้าจะต้องจัดการเรื่องราวเอง ข้ายังมีธุระที่ต้องกระทำในอาณาจักรของข้า"

โถวปาหงทอดถอนใจออกมา เขาไม่ได้เอ่ยแย้งแต่อย่างใด อย่างไรเสีย เขาก็ต้องพึ่งพาเซียวอวี๋ อีกทั้งเซียวอวี๋ยังเป็นพันธมิตรที่สามารถไว้วางใจได้มากที่สุด

นอกจากนี้โถวปาหงยังเชื่อในความจริงใจของเซียวอวี๋ หลังจากที่เขาได้ศึกษาตัวตนของเซียวอวี๋มา โถวปาหงเข้าใจได้ว่า โถวปากุ้ยจะบุกโจมตีอาณาจักรพยัคฆ์คำรนหลังจากควบคุมจักรวรรดิเมฆาได้แล้ว ผู้ที่จะเดือดร้อนจากสถานการณ์นี้ก็คือเซียวอวี๋ ซึ่งนั่นหมายความว่าเซียวอวี๋จะไม่ยืนมือช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง

"เป็นกองกำลังมากน้อยเท่าใด?" โถวปาหงถามออกมา

เซียวอวี๋กล่าวตอบ "สามพัน"

"เพียงสามพัน?" โถวปาหงโพร่งขึ้นมา "เพียงแค่สามพันคน? เซียวอวี๋ เจ้าต้องเข้าใจว่าข้ากำลังจะต้องรับมือกับกองทัพขนาดใหญ่ ทว่าทัพเสริมของพวกเรากลับมีเพียงสามพัน? เจ้าไม่อาจหาคนมาได้มากกว่านี้แล้ว?"

เซียวอวี๋เผยรอยยิ้มที่มีเลศนัย "เพียงสามพันก็มากเกินพอแล้ว"

เซียวอวี๋ได้วางแผนที่จะจัดส่งกองกำลังเช่นนี้: นักรบออร์คหนึ่งพันนาย(รวมกับออร์คที่เทือกเขาอัลคาเกน) พลปืนหนึ่งร้อยนาย นักล่าห้าสิบตน แบทไรเดอร์ห้าร้อยตน อสูรโคโดห้าสิบตัว ชาแมนหนึ่งร้อยห้าสิบตน วิชดอกเตอร์ห้าสิบตน ไรเดอร์หกร้อยตน ยักษ์ศิลาห้าสิบตน ดรูอิดสามร้อยตน พลธนูเอลฟ์ห้าร้อยนาย(รวมกับเอลฟ์ที่มาจากเทือกเขาอัลคาเกน) และสุดท้ายฮิฟโฟกริฟห้าสิบตัว

เซียวอวี๋ทราบว่าดินแดนของเขายังไม่ปลอดภัยดีนัก ดังนั้นจึงไม่อาจส่งกำลังทั้งหมดออกมาได้ เขาได้เหลือกำลังนักรบอัญเชิญอย่างน้อยครึ่งหนึ่งไว้ที่ฐานเพื่อคอยปกป้องดินแดน

เซียวอวี๋ได้เรียกตัวคาร์น โอนีล ราอูลและเมอีฟคุมทัพมา ขณะที่ทอร์ลและอูเธอร์จะคอยดูแลกำลังอยู่ที่ฐาน อูเธอร์สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับไพร่พลทหาร ขณะที่ทอร์ลมีความเป็นผู้นำและควบคุมดูแลกองทัพได้ดี

เขาได้สั่งเคลื่อนทัพไรเดอร์ทั้งหมดมาที่เมืองฮัวเหลียนก็เพราะทุ่งราบภายในจักรวรรดิเมฆานั้นเหมาะที่จะใช้พวกมันที่สุด เขาได้ให้ดรูอิดแห่งทารอนเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกมัน พวกดรูอิดถือเป็นผู้ใช้มนตราที่เด่นในสงครามป้องกัน พวกเขาสามารถใช้พายุหมุนหรือแปลงกายเป็นอีกาได้

ที่เขาเลือกเมอีฟมาก็เพราะต้องการเพิ่มระดับให้กับนาง ตอนนี้เมอีฟเพียงอยู่ในระดับที่เก้าเท่านั้น อาร์ทัสที่ถูกส่งออกไปล่าสัตว์อสูรก็มีระดับอยู่ที่สิบสามแล้ว

เมอีฟนั้นไม่เหมาะในสงครามตะลุมบอน แต่เซียวอวี๋เชื่อว่านางจะสามารถเพิ่มระดับจนถึงยี่สิบในไม่ช้าหากอยู่ที่นี่กับเขา

ในคราแรกนั้น เซียวอวี๋ไม่คิดว่าเมอีฟจะมีประโยชน์ในสนามรบเท่ากับกรอมหรือคาร์น กระนั้นเมอีฟเพียงคนเดียวกลับมีจำนวนที่สามารถสังหารได้มากกว่าคาร์นหรือกรอมก็อย่างน้อยสิบเท่าในการบุกโจมตีดินแดนของโซโลมอน

ความสามารถของเมอีฟไม่ได้น่าอัศจรรย์นักในการสู้รบแนวหน้า กระนั้นนางกลับเป็นมือสังหารชั้นยอดยามที่กองทัพอีกฝ่ายกระจายกำลังกัน นั่นเป็นเพราะการเคลื่อนไหวอันว่องไวของนางที่สามารถเคลื่อนที่พร้อมสังหารโดยไม่จำเป็นต้องชะลอแต่อย่างใด

ตอนนี้เซียวอวี๋มีทิรันด้าอยู่ข้างกาย หากแต่นางเป็นสายต่อสู้ระยะไกลและสนับสนุน นางไม่ใช่ผู้คุ้มกันที่ยอดเยี่ยมที่สุด ส่วนเมอีฟนั้นสามารถสังหารมือสังหารที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเงาได้

...........................................

...........................................

โถวปาหงได้ประกาศต่อประชาชนภายในเมืองว่าโถวปากุ้ยได้ก่อกบฏแล้ว เขากล่าวว่าตนเองคือผู้ที่สืบทอดราชบัลลังก์โดยชอบธรรม เขาได้มอบตัวเลือกให้ผู้คนสองประการ นั่นคือจงรักภักดีต่อเขาหรือออกจากเมืองไป

ผู้ที่ยังไม่ทราบเรื่องต่างตกตะลึงกับข่าวนี้ พวกมันบางคนเลือกที่จะออกจากเมืองไปเข้าร่วมกับโถวปากุ้ย ขณะที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะก่อตั้งกองทัพชั่วคราวเพื่อสนับสนุนโถวปาหง

โถวปาหงมีชื่องเสียงอย่างมากภายในจักรวรรดิเมฆาตะวันตก เขาเป็นที่รู้จักในฐานะองค์ชายที่เที่ยงธรรมและกล้าหาญ นอกจากนี้ยังมีบางชนเผ่าเดินทางมาเข้าร่วมกับเขาทำให้การก่อตั้งกองทัพกระทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาด้านเสบียงเนื่องเพราะมีผู้คนเข้าร่วมจำนวนมาก แต่โชคดีที่เซียวอวี๋ได้คิดแก้ปัญหาเอาไว้ก่อนแล้ว เขาได้ส่งคนไปกว้านซื้อมาเก็บตุนไว้ล่วงหน้า มีเสบียงมากมายมหาศาลอยู่ภายในฐานทัพของโจรเคราแดง แต่เซียวอวี๋และคนอื่นๆได้เผามันไปแล้ว กระนั้นพวกเขาก็ยังมีเงินมากพอที่จะจัดหาเสบียงมาเพิ่ม

เซียวอวี๋ใช้เงินซื้อข้าวสาลีและข้าวจากดินแดนไลอ้อนด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้มีการเรียกเก็บภาษีต่อชาวนา ดังนั้นชาวนาจึงมีข้าวเก็บตุนเอาไว้ในโกดังจำนวนมาก พวกเขายินดีที่จะขายข้าวในปริมาณมากเป็นพิเศษให้กับเซียวอวี๋

....................................

....................................

เซียวอวี๋และโถวปาหงกำลังหารือเรื่องแผนการรบ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้น เขาก็พบว่ามีคนเดินเข้ามาภายในห้อง

บุรุษผู้นั้นสวมใส่ชุดคลุมสีขาวธรรมดา ดูเรียบง่ายและสะอาดสะอ้าน ดูจากภายนอกคล้ายเป็นบุรุษวัยกลางคน หากแต่เส้นผมของเขากลับมีสีขาว กระนั้นตามฝบหน้าก็ไม่มีรอยเหี่ยวย่นแต่อย่างใด

เซียวอวี๋ไม่ทันสังเกตเห็นว่าบุรุษผู้นี้เข้ามาภายในห้องได้อย่างไร ทั้งเซียวอวี๋และโถวปาหงคงตกตายไปแล้วหากบุรุษผู้นี้ต้องการชีวิตของพวกเขา

เซียวอวี๋หลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ขณะที่โถวปาหงอุทานขึ้นมา "ท่านอาจารย์...."