ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ใบหน้าของเหล่าหัวหน้าโจรต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นหลังการประชุมสิ้นสุดลง พวกเขากำลังฝันถึงเงินก้อนโตที่จะได้รับจากสงครามครั้งนี้ มีกลุ่มโจรจำนวนมากที่เข้าร่วมกลุ่มพันธมิตร ดังนั้นกองทุนครั้งนี้จึงมีจำนวนเงินหลายสิบล้านเหรียญทอง
เหรียญทองหลายสิบล้านนั้นเกือบจะเทียบเท่ารายได้ต่อปีของดินแดนขนาดใหญ่ แน่นอนว่าเหล่าขุนนางจะต้องใช้เงินมหาศาลในการบำรุงรักษาดินแดนของตน ในสงครามครั้งก่อนเหล่าหัวหน้าที่รวมตัวกันต่อต้านเซียวซานเทียนยังได้รับชัยชนะ ดังนั้นหนนี้กับเซียวอวี๋ก็คงไม่แตกต่างกัน
อันที่จริงแล้ว สถานะของดินแดนไลอ้อนภายในทวีปหรืออาณาจักรพยัคฆ์คำรนนั้นเป็นดุจเดียวกัน ตระกูลหวังนั้นสามารถใช้จ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อไอเทมเวทมนตร์ได้ แต่เมืองไลอ้อนนั้นสามารถกระทำได้หรือ? นอกจากนี้เมืองไลอ้อนยังต้องใช้เงินจัดหาอาวุธและชุดเกราะให้กับทหาร พวกเขาคิดว่า อย่างดีที่สุดเซียวอวี๋ก็มีเงินเพียงหนึ่งถึงสองล้านเหรียญทองจากการปล้นชิงจากกลุ่มโจร เขาย่อมไม่มีเงินมากไปกว่านี้
ดินแดนดังเช่น ประเทศคาห์นที่สามารถครอบครองกองกำลังจำนวนมากได้นั้นก็เนื่องมาจากรายได้ต่อปีของพวกเขามีมากกว่าสิบล้านเหรียญทอง ซึ่งเมืองไลอ้อนย่อมไม่มีเช่นนั้น
เซียวอวี๋ย่อมไม่สามารถต่อกรกับประเทศทรงอำนาจเช่น ประเทศคาห์นได้ หากปราศจากการช่วยเหลือจากธีโอดอร์
รายได้ต่อปีของรัฐเว่ยเองก็มีเพียงไม่กี่ล้านเหรียญทอง แต่เพราะการใช้ชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อของเว่ยเฮ่าและความเข้มแข็งทางกองทัพของพวกเขาที่ยังคงด้อยกว่าดินแดนอื่นๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เซียวอวี๋ไม่ได้เกรงกลัวเว่ยเฮ่าเลยหากเว่ยเฮ่าจะตัดสินใจเปิดสงครามกับเซียวอวี๋เพราะการชิงตัวมู่หลี่มา
.............................
.............................
เซียวอวี๋ตรงไปหาเหล่ยเป่าเพื่ออธิบายอุบายของสุบารุ มิเช่นนั้น เซียวอวี๋เกรงว่าเหล่ยเป่าจะมองแผนการของสุบารุไม่ออกแล้วเหล่ยเป่าอาจจะขายเซียวอวี๋ออกไป ทั้งสองต่างเรียกพี่เรียกน้องกัน หากแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะคิดเช่นนั้นกันจริงๆ เซียวอวี๋เข้าใจอย่างชัดเจนว่าทั้งหมดล้วนเพียงเพราะคำผลประโยชน์
ที่จริงแล้ว เหล่ยเป่าหลังจากที่ได้ฟังวาจาของสุบารุเข้าก็เริ่มลังเล เขาคิดว่าบางทีสุบารุอาจจะไม่ได้มีเจตนาที่จะฮุบกลืนกลุ่มของเขา
เซียวอวี๋เชื่อว่าโจรเหล่านี้ยังไม่ทราบชะตากรรมของตนเอง ทั้งหมดที่พวกเขาทำได้ก็มีเพียงแค่การปล้นชิง
เซียวอวี๋เริ่มอธิบายจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของสุบารุ เขากล่าวว่า "เหตุใดเขาจึงต้องจ่ายเงินออกไปจำนวนมากหากว่าเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานใดๆ?"
เหล่ยเป่าเริ่มเชื่อแล้วว่าคำกล่าวของเซียวอวี๋นั้นเป็นความจริงหลังจากที่ได้ฟังเขาอธิบาย ดูเหมือนว่าความใจกว้างของสุบารุจะมีเพื่อให้กลุ่มพันธมิตรสร้างประโยชน์ให้กับตัวสุบารุเอง
"สุบารุช่างชั่วช้าเกินไปแล้ว!" ดวงตาของเหล่ยเป่าลุกโชนขึ้น
เซียวอวี๋กล่าวปลอบโยน "พี่ใหญ่อย่าเพิ่งมีโทสะ สุบารุนั้นเจ้าเลห์และร้ายกาจกว่าที่พวกเราคาดคิด พวกเราต้องวางแผนให้ละเอียดรอบคอบ มิเช่นนั้นพวกเราจะไม่เหลืออะไรเลย
พวกเราต้องแจ้งเรื่องนี้ต่อหัวหน้ากลุ่มคนอื่นๆ เพื่อให้พวกเขารู้ว่าเจตนาของสุบารุและไม่ทุ่มเทกำลังออกไปมากจนเกินไป พวกเราจะต้องเก็บออมกำลังไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อรอโอกาศโต้กลับเมื่อสุบารุเผยธาตุแท้ออกมา ครานี้จะมีอีกหลายกลุ่มที่เข้าร่วมกับพวกเราด้วยเหตุผลนี้และข้าหวังว่าพวกเราจะสามารถลงมือสังหารสุบารุได้ในคราเดียว"
เซียวอวี๋ทราบว่าสุบารุนักเป็นนักวางแผน แต่นี่ก็เป็นโอกาศทองสำหรับเขาเช่นกัน เขาสามารถจัดการกับสุบารุได้ตราบเท่าที่หลอกหัวหน้าโจรกลุ่มต่างๆสำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เซียวอวี๋มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกข้อหนึ่งแล้ว เขาจะต้องหาข้ออ้างเพื่อกลับไปบัญชาการรบที่เมืองไลอ้อน
กองกำลังเหล่านี้มีจำนวนมากเกินไป แม้ว่าจะเป็นกองกำลังเพียงครึ่งหนึ่ง แต่นั่นก็ยังหมายถึงกองโจรมากกว่าหนึ่งแสนคน
ตามข้อมูลที่หัวหน้าทหารฮุ่ยรวบรวมมาแล้ว สุบารุสามารถรวบรวมกองโจรได้ราวหนึ่งแสนคน ทว่าสุบารุนั้นมีสมุนโจรอยู่ในสังกัดอยู่แล้วเกือบหนึ่งแสนคน จำนวนกลุ่มโจรพันธมิตรจึงมีมหาศาลหลังถูกรวมเข้าด้วยกัน
เป็นความจริงที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพียงโจรทั่วไปไม่ใช่ทหารชั้นยอด อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจประมาทด้านจำนวนได้ เซียวอวี๋รู้สึกได้ว่ายังมีกลุ่มอำนาจอื่นให้การสนับสนุนพวกเขาอยู่ มิเช่นนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่สุบารุจะสามารถรวบรวมคนเข้าสังกัดได้มากมายขนาดนั้นด้วยตนเอง
เซียวอวี๋คาดเดาว่ากลุ่มอำนาจที่คอยหนุนหลังสุบารุอยู่ก็คือจักรวรรดิเมฆาตะวันตก สุบารุนั้นมีทหารม้าอยู่เกือบสี่หมื่นนายแม้ว่าจะขาดแคลนทหารม้าเกราะหนักก็ตาม มีเพียงจักรวรรดิเมฆาตะวันตกเท่านั้นที่มุ่งเน้นทัพม้าซึ่งเป็นเอกลักษณ์การต่อสู้อันรวดเร็วของพวกเขา
สุบารุจะสามารถรวบรวมม้าถึงสี่หมื่นตัวได้อย่างไรหากไม่ใช่จักรวรรดิให้การช่วยเหลือ? เขาจะหาเงินตั้งมากมายพอที่จะซื้อม้าสี่หมื่นกว่าตัวมาได้อย่างไร? กระทั่งเหล่าพ่อค้าจากจักรวรรดิเองก็ยินยอมขายม้าตั้งมากมายขนาดนั้นให้กับเขางั้นหรือ?
พื้นที่ของแดนไลอ้อนนั้นเป็นเขตกันชนระหว่างอาณาจักรพยัคฆ์คำรนกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตก จักรวรรดิเมฆาตะวันตกจะสามารถผ่านเข้ามาในที่ราบภาคกลางและยึดครองดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักรหากอาณาจักรเกิดการสู้รบภายใน เซียวอวี๋เองก็จะทำเช่นนั้นหากว่าเขาเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิ
เซียวอวี๋รู้ว่าจักรวรรดินั้นหนุนหลังโจรกลุ่มเล็กๆอยู่ แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มโจรขนาดใหญ่เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
สุบารุได้เชิญหัวหน้ากลุ่มต่างๆมาเพื่อชี้ให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายของสุบารุ ขณะที่เซียวอวี๋ไปเข้าพบสุบารุ เขาจะต้องหาข้ออ้างเพื่อกลับไปบัญชาการรบที่เมืองไลอ้อน
.............................
.............................
เซียวอวี๋เข้ามาภายในห้องโถง "ท่านผู้นำ ข้าเองก็ต้องการมีส่วนร่วมในการโจมตีเมืองไลอ้อน ข้าต้องการสร้างความดีความชอบ"
สุบารุหัวเราะออกมา "ช่างโชคดีที่ผู้บัญชาการจางภักดีต่อข้า แต่พวกเรานั้นขาดแคลนทัพม้าเกราะหนัก ข้าไม่อาจเสี่ยงเสียคนของท่านไป ข้านั้นดูแลไพร่พลทัพม้าเกราะหนักราวกับไข่ในหิน นอกจากนี้พวกเรายังจะไปล้อมเมือง ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่สนามรบที่เหมาะสมสำหรับทัพม้าเกราะหนัก"
เซียวอวี๋คาดเดาคำตอบเช่นนี้เอาไว้แล้ว ตอนนี้เขาเป็นผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่สามของค่ายเหยี่ยว แน่นอนว่าสุบารุย่อมไม่ต้องการให้พวกเขามีแม้แต่รอยขีดข่วน
สุบารุวางแผนที่จะใช้กองกำลังสามหมื่นคนในการโจมตีครั้งนี้ นอกจากนี้เขายังจะส่งเหล่าคนที่ไร้ประโยชน์ภายในค่ายของตนออกไปรบ แล้วคนที่ชาญฉลาดเช่นสุบารุจะทัพม้าที่เขาถนุถนอมออกไปรบได้อย่างไร? แม้ว่าเข้าจะมุ่งเน้นไปที่ทหารม้าเกราะเบา หากแต่เขาก็ทราบพิษสงของทัพม้าเกราะหนักดี
เซียวอวี๋เลิกคิ้วขึ้น "ข้าปรารถนาที่จะสับสังหารพวกศัตรู! ข้าไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆในขณะที่เหล่าสหายต่างออกไปรบได้ โปรดอนุญาติให้ข้าพาคนของข้าไปเพื่อหาโอกาศในการโจมตีด้วย พวกเราจะทำลายอีกฝ่ายให้ย่อยยับ!"
สุบารุหัวเราะก่อนจะวางมือลงบนบ่าของเซียวอวี๋ "ผู้บัญชาการจาง ข้าเข้าใจความรู้สึกของท่านนะ หากแต่คราวนี้ข้าไม่มีความตั่งใจที่จะใช้ทัพม้าเกราะหนัก มีอีกหลายครั้งที่พวกเราจะต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากท่านในสนามรบ และนั่นจะเป็นโอกาศให้ท่านได้แสดงฝีมือ"
เซียวอวี๋มีใบหน้าที่ดูผิดหวัง "อย่างน้อย ขอข้านำคนออกไปเฝ้าสังเกตุการณ์จากระยะไกลก็ยังดี ข้าต้องการจะให้เหล่าทหารม้าเกราะหนักได้ทราบว่าสงครามที่แท้จริงเป็นเช่นไร แต่ข้าจะไม่เข้าสู่สนามรบหากปราศจากคำสั่งของท่าน"
สุบารุตอบรับ "ตกลง นำคนของท่านไปสังเกตการณ์เถอะ ทว่าห้ามออกไปรบเช่นกองกำลังอื่นๆ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาไม่อาจเห็นตอนท่านออกไป มิเช่นนั้นพวกเขาจะกล่าวเอาได้ว่าข้านั้นให้อำนาจแต่คนของตนเอง จงหาที่ซ่อนเพื่อซุ่มสังเกตการณ์เถอะ ข้าจะส่งสัญญาณไปในกรณีที่ข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน อย่าได้เข้าต่อสู้โดยปราศจากคำสั่งจากข้า ท่านเข้าใจแล้วหรือไม่?"
เซียวอวี๋โค้งคำนับ "ขอรับ ทหารที่ไม่เชื่อฟังคำสั่งของผู้นำนั้นไม่ใช่ทหารที่ดี"
สุบารุรู้สึกดีเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอวี๋ "ข้าเชื่อว่าที่ข้าเลือกเชิญท่านมาเข้าร่วมนั้นนับเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดที่ข้าได้กระทำ นี่คือความแตกต่างระหว่างทหารผู้กล้าและเหล่าโจรสามัญ"
เซียวอวี๋ก้มหน้าขณะที่มีประกายไหววูบในแววตา
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved