ตอนที่ 257

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

โถวปากุ้ยคุกรุ่นไปด้วยโทสะขณะที่มันนั่งอยู่บนบัลลังก์ ตอนนี้มันได้ตำแหน่งที่อยู่สูงสุดของจักรวรรดิเมฆามาครอบครองแล้ว หากแต่ไม่มีร่องรอยของความยินดีปรากฏออกมาให้เห็น

ตามการคาดการณ์เดิมของมันและสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากกันอย่างสิ้นเชิง เหล่าขุนนางและแม่ทัพราชองค์รักษ์วังหลวงที่อยู่ข้างมันได้ถูกสังหารไปจนหมดสิ้น

แผนที่มันวางเอาไว้ต้องใช้เสียงสนับสนุนของคนเหล่านั้นให้มันได้บัลลังก์มาอย่างสงบ มาตอนนี้ มีหลายคนที่ลอบสนับสนุนโถวปาหง ความโกลาหลที่เกิดขึ้นทำให้แผนการที่มันจะบุกโจมตีอาณาจักรพยัคฆ์คำรนและรวบรวมทวีปต้องล่าช้าออกไป

มีบุรุษวัยกลางคนยืนอยู่ไม่ไกลจากโถวปากุ้ยมากนัก มันสวมเสื้อผ้าที่ดูพิเศษ มีรูปมงกุฏประดับอยู่บนตัวเสื้อ นั่นหมายความว่ามันเป็น ผู้จดบันทึกประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิ

"เจ้าทราบหรือไม่ว่าสมควรจดบันทึกอย่างไร?" โถวปากุ้ยถามเสียงเย็นขณะจ้องมองไปที่นักจดบันทึก

บุรุษผู้นั้นรีบก้าวออกมาและโค้งตัวลง "องค์จักรพรรดิ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบันทึกเอาไว้แล้วพะยะค่ะ"

"โองั้นรึ? แล้วเจ้าบันทึกเอาไว้ว่าอย่างไร?" โถวปากุ้ยไม่ได้คาดหวังว่านักจดบันทึกจะบันทึกเพื่อปิดซ่อนสถานการณ์จริงได้ดีนักในเวลาอันสั้น

บุรุษผู้นั้นรีบนำสมุดเล่มเล็กออกมา

นักบันทึกประวัติศาสตร์ของจักวรรดิมีหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์และบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจักรวรรดิ โถวปากุ้ยรับสมุดเล่มเล็กนั้นมาและเปิดออกอ่าน ครู่ต่อมามือของมันก็สั่นเทิ้ม มันโมโหมาก

"สามหาว! องค์รักษ์!...ลากมันไปตัดหัว!" โถวปากุ้ยตะโกนออกมาด้วยความโกรธ

มีไม่กี่คำในสมุดที่บันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์เอาไว้

โถวปากุ้ยลอบปลงพระชนม์!

"เรียกตัว ผู้ช่วยนักจดบันทึกมา"

โถวปากุ้ยฉีกสมุดเล็กนั้นเป็นชิ้นๆ ขณะที่เรียกตัวผู้ช่วยมาเพื่อสั่งการ

นักจดบันทึกนั้นคุ้นเคยกับสถานการณ์ภายในของจักรวรรดิดี ดังนั้นพวกมันจึงทราบวิธีที่จะปกปิดทุกสิ่ง

ผู้ช่วยนักจดบันทึกเข้ามาในท้องพระราชและโค้งตัวลง

โถวปากุ้ยเอ่ยปากถาม "เจ้าคิดอย่างไรกับสถานการณ์ในวันนี้?"

ผู้ช่วยนักจดบันทึกทราบชะตากรรมของหัวหน้ามันที่ถูกเรียกตัวมาโดยโถวปากุ้ย

มันก้าวออกไปและยื่นสมุดบันทึกให้โถวปากุ้ย " กระหม่อมได้บันทึกเอาไว้แล้วพะยะค่ะ"

โถวปากุ้ยรับไปเปิดออกดู "โถวปากุ้ยลอบปลงพระชนม์!"

"ลากมันไปตัดหัว!" โถวปากุ้ยคำรามออกมา

"ไปเรียกตัวนักจดบันทึกคนอื่นๆมา!" โถวปากุ้ยแทบจะคลุ้มคลั่ง

นักจดบันทึกคนที่สามทราบชะตากรรมของสองคนก่อนหน้าดี ไม่ได้กล่าวสิ่งใดหากเพียงแต่ยื่นสมุดบันทึกออกมา

มือของโถวปากุ้ยสั่นเทิ้มเมื่อได้เห็นสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้

"โถวปากุ้ยลอบปลงพระชนม์!"

.........................................

.........................................

โถวปาหงยืนอยู่บนอาคารที่สูงที่สุดภายในเมืองฮัวเหลียนขณะกำลังมองดูดวงตะวันลับขอบฟ้า ใบหน้าของเขามีร่องรอยโศกเศร้าประดับอยู่ เขาก็ไม่ทราบว่าเพราะอะไรจู่ๆกัลบรู้สึกไม่ดีขึ้นมา

"เป็นอะไรไป?" เซียวอวี๋ถาม

โถวปาหงส่ายหน้าและยิ้มออกมา "เหมือนกับว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น..."

เซียวอวี๋พยักหน้า "ไม่ต้องคิดมากไป...เมืองฮัวเหลียนมีการป้องกันที่ดี พวกเราสามารถรับมือกับโถวปากุ้ยได้"

"อาจารย์ของข้าได้รับข้อความแล้ว ท่านจะเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อช่วยเหลือบิดา...ข้าหวังว่าท่านอาจารย์จะสามารถช่วยเหลือทันการณ์..."

เซียวอวี๋วางมือลงบนบ่าโถวปาหงและพยายามปลอบใจ "ในเมื่อปรมาจารย์อ้าวตู๋เดินทางไปด้วยตนเอง จักรพรรดิก็สมควรไม่เป็นอะไรแล้ว..."

โถวปาหงทอดถอนใจ "นั่นไม่แน่นัก....ตงหู่(เคราแดงตัวปลอม)กล่าวว่ามียอดฝีมือขั้นที่หกมากมายถูกเตรียมการเอาไว้รับมือกับอาจารย์ของข้า...ทั้งหมดที่ข้าทำได้กลับมีเพียงภาวนาให้บิดาแคล้วคลาดปลอดภัย..."

เซียวอวี๋รับฟังเงียบๆ เขาได้ส่งคนกลับไปดินแดนไลอ้อนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์แล้ว เขาจะสั่งเคลื่อนพลมาช่วยโถวปาหงที่เมืองฮัวเหลียนหากว่าดินแดนไลอ้อนยังเป็นปกติสุข

เซียวอวี๋ทราบว่าแรงกดดันที่มากที่สุดก็คือช่วงแรกๆ หลังจากโถวปาเย่ตาย เป้าหมายต่อไปก็คือเหล่าเจ้าชาย โถวปาหงถือเป็นผู้ที่โดดเด่นที่สุดในหมู่เจ้าชาย ดังนั้นจึงแน่นอนว่าโถวปากุ้ยจะต้องหาทางกำจัดโถวปาหงให้จงได้

เซียวอวี๋วางแผนที่จะช่วยต้านทานการโจมตีให้โถวปาหง ให้เขาได้มีเวลาสร้างกองทัพแกร่ง หลังจากนั้นเซียวอวี๋ก็จะถอนตัวจากไป ให้โถวปาหงได้จัดการเรื่องราวภายใน

โถวปาหงเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ เซียวอวี๋จะช่วยให้โถวปาหงยืนได้อย่างมั่นคงและช่วงชิงตำแหน่งจักรพรรดิมา

กระนั้นเซียวอวี๋ก็ไม่ได้คิดที่จะช่วยเหลือโถวปาหงอย่างสุดกำลัง เขาไม่ได้ต้องการให้โถวปากุ้ยถูกกำจัดไปเร็วมากนัก เซียวอวี๋จะไม่ได้ประโยชน์ใดๆหากว่าจักรวรรดิเมฆาสามารถรวมเป็นหนึ่งได้สำเร็จ

สถานการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับเขาก็คือ จักรวรรดิเมฆาตะวันตกเกิดกลียุค เมื่อเป็นเช่นนั้นขุมกำลังลึกลับก็จะไม่อาจไปรุกรานดินแดนไลอ้อนได้ ดังนั้นจึงกลับกลายเป็นว่า ขุมกำลังลึกลับหนุนหลังโถวปากุ้ย ส่วนเซียวอวี๋ก็หนุนหลังโถวปาหง

วันเวลาไหลผ่านไป โฟเรอร์ได้นำคนงานเสริมสร้างการป้องกันของเมืองฮัวเหลียนจนทำให้มันมีขนาดใหญ่โตขึ้นในเวลาอันสั้น

ทหารม้านำสาส์นกลุ่มหนึ่งควบม้าเข้าเมืองมา

เมื่อพวกมันเข้าพบกับโถวปาหง พวกมันก็คุกเข่าลงและกล่าวว่า "ฝ่าบาท"

โถวปาหงเซถอยหลังไปด้วยความตะลึงงัน นี่หมายความว่า บิดาของเขา จักรพรรดิโถวปาเย่ได้สวรรคตแล้ว ทหารม้าบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวง เล่าว่าจักรพรรดิโถวปาเย่ได้เสด็จไปยังค่ายตะวันตก จากนั้นจึงนำทัพไปทำศึกตัดสินกับโถวปากุ้ย นอกจากนี้ยังบอกรับสั่งสุดท้ายของพระองค์ที่ยกบัลลังก์ให้กับโถวปาหง

โถวปากุ้ยได้สั่งปิดทางเข้าออกของพระราชวัง หากแต่ก็มีผู้คนบางส่วนหลบหนีออกมาส่งข่าวได้ นอกจากนี้ยังมีหน่วยผู้พิทักษ์เงาบางส่วนที่หลบรอดจากการล่าสังหารออกจากเมืองมาได้

โถวปาหงที่น้ำตานองหน้าพลันตะโกนออกมา "เสด็จพ่อ!"

เขายังจำบุรุษร่างสูงที่อุ้มเขาขึ้นมา บอกเขาว่าวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่

จักรพรรดิโถวปาเย่มีพระราชโอรสอยู่หลายคน แต่พระองค์ทรงโปรดปรานโถวปาหงที่สุด พระองค์ไม่อาจแต่งตั้งโถวปาหงขึ้นเป็นรัชทายาทได้ด้วยเหตุผลด้านการเมือง แต่ตอนนี้เมื่อระบอบการปกครองได้ล่มสลายแล้ว พระองค์ได้มอบตำแหน่งจักรพรรดิองค์ต่อไปให้โถวปาหง โถวปาหงทราบดีว่าบิดาเลือกที่จะไม่หลบหนีออกมาเพื่อที่จะสามารถปูทางให้กับเขาได้

โถวปาหงยืนเงียบงันอยู่เป็นเวลานาน เขาตะโกนออกมาขณะที่ยืนอยู่บนอาคารที่สูงที่สุด "เสด็จพ่อ! ข้าจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวัง! ข้าจะทำให้จักรวรรดิเมฆารุ่งโรจน์ยิ่งกว่ายุคสมัยใดๆที่เคยมีในประวัติศาสตร์! ข้าจะเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจักวรรดิเมฆา!"