ตอนที่ 310

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋อารมณ์ดียิ่งเมื่อทอดมองออกไปแล้วพบกับกองทัพของศัตรู ตอนนี้พวกมันกำลังเตรียมตัวเพื่อโจมตีเมืองไลอ้อน นี่ไม่เท่ากับว่าพวกมันกำลังหาที่ตายหรือ? เจ้าคนเสเพลนั่นกลับไม่ใส่ใจต่อชื่อเสียงแม้แต่น้อย โรเบิร์ตออกคำสั่งบุกทันทีโดยไม่ใส่ใจต่อความเป็นตายของผู้คนจำนวนมากเพียงเพราะความโกรธ

ในสายตาของโรเบิร์ต ชีวิตของไพร่พลทหารเหล่านี้ไม่มีค่าแต่อย่างใด เขาเห็นพวกทหารเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งเท่านั้น เขาไม่ได้รังเกียจที่จะใช้ชีวิตของเหล่าทหารกรุยทางไปสู่ชัยชนะ

โรเบิร์ตรู้ว่าเซียวอวี๋มีนักรบที่แข็งแกร่งอยู่ในสังกัดและกองทัพของรัฐเว่ยคงต้องสังเวยไปไม่น้อย กระนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เขาเพียงแค่ต้องการใช้กองทัพของรัฐเว่ยเป็นโล่มนุษย์เพื่อบั่นทอนกำลังของเซียวอวี๋เพียงเท่านั้น จากนั้นจึงค่อยส่งกองทัพของตระกูลเคเนดี้เข้าบดขยี้เมืองไลอ้อนให้ราบคาบ

นี่จึงเป็นทัศนคติที่แตกต่างกันของทั้งสอง เซียวอวี๋นั้นเกิดและเติบโตขึ้นในโลกยุคใหม่ที่สงบสุขและมีกฏระเบียบ เขาจึงใส่ใจต่อชีวิต ทว่าโรเบิร์ตนั้นเป็นผู้สืบทอดของตระกูลที่ทรงอำนาจ เขาสามารถกระทำทุกสิ่งที่ต้องการ ไม่มีผู้ใดกล้าทัดทานความคิดหรือพยายามปรับเปลี่ยนมุมมองของเขาได้ เขาจะฆ่าเมื่อต้องการ มันเป็นนิสัยที่ติดตัวมาตั้งแต่เขาจำความได้

ตึง ตึง ตึง~

เสียงกลองเริ่มดังมาให้ได้ยิน ครึ่งชั่วโมงต่อมากองทัพของรัฐเว่ยก็เคลื่อนพลมุ่งหน้ามายังเมืองไลอ้อน

เสียงแจ้งเตือนจากแนวป้องกันของเมืองไลอ้อนได้ดังขึ้น การโจมตีอย่างฉุกละหุกนี้ทำให้พวกทหารรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง กระนั้นพวกเขาก็สามารถปรับตัวได้ทันทีเนื่องเพราะได้เตรียมการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว

"ทำไมเจ้าโง่นั่นถึงไม่ได้ส่งพวกออร์คและหุ่นกลมา?" เซียวอวี๋มึนงงเมื่อกวาดสายตาผ่านกองทัพข้าศึก เขาพบว่าครั้งนี้มีเพียงกองทัพจากรัฐเว่ยเท่านั้น กองทัพของตระกูลเคเนดี้ยังไม่ได้ปรากฏกายออกมาเลย

ตึง ตึง ตึง~

เสียงเร่งจังหวะของกลองทำให้กองทัพรัฐเว่ยเร่งฝีเท้าขึ้น การย่ำเท้าของพวกเขาก่อให้เกิดการสั่นสะเทือนคล้ายเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมา

"กองทัพของรัฐเว่ยไม่เลวเลย...แตกต่างจากกองทัพของโซโลมอนและกองทัพของสุบารุนัก...พวกเขายังแข็งแกร่งยิ่งกว่า..." เซียวอวี๋ประหลาดใจขึ้นมาเมื่อมองไปยังเหล่าทหารของรัฐเว่ย

อย่างไรก็ตาม มู่หลี่กลับรู้สึกหดหู่อยู่บ้าง นั่นก็เพราะเขาเป็นผู้ที่ฝึกฝนทหารเหล่านี้ขึ้นมา มันจึงเกิดเป็นรสชาติที่ยากจะบรรยาย

"นายท่าน พวกเราจะใช้เพียงกองทัพรัฐเว่ยเท่านั้นหรือ? ดินแดนไลอ้อนนั้นแข็งแกร่งอยู่บ้าง....เพียงการพึ่งพากองทัพไพร่พลทั่วไปหนึ่งแสนนายยังไม่อาจตีหักเมืองไลอ้อนได้..." ซาเน่ ผู้บัญชาการกองทัพของตระกูลเคเนดี้กล่าวกระซิบถามโรเบิร์ต

ที่ซาเน่นิ่งเงียบไม่ปริปากจนถึงตอนนี้ก็เพราะทราบว่าโรเบิร์ตยังโมโหอยู่ เขาคิดว่าตนเองคงต้องตายหากเข้าไปตอแยนายน้อยเจ้าสำราญในตอนนั้น กระนั้นตอนนี้ก็ยังไม่สายที่จะกล่าวกระตุ้นเตือนให้โรเบิร์ตใช้ไพ่ลับของตระกูลเคเนดี้เพื่อเสริมการโจมตี

ซาเน่นับเป็นผู้บัญชาการทหารอย่างแท้จริงและยังเข้าใจสงคราม เขาตระหนักถึงความแข็งแกร่งของดินแดนไลอ้อนดี เพราะว่าเขาเองก็มีกองกำลังของออร์คด้วยเช่นกัน ซาเน่ทราบว่าการส่งไพร่พลธรรมดาออกไปรบเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการส่งพวกเขาไปตาย พวกเขาจำต้องส่งกองทัพมือดีออกไปกดดันอีกฝ่ายและให้กองกำลังอื่นๆเข้าร่วมสนามรบ หากแต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วกองทัพของรัฐเว่ยก็ไม่ต่างอะไรจากการถูกส่งไปตาย

แน่นอนว่าซาเน่เองก็คิดว่าการใช้ทหารรัฐเว่ยบางส่วนเพื่อหยั่งเชิงข้าศึกนั้นไม่ผิดแต่อย่างใด หากแต่ก็ต้องมีนักรบที่เข้มแข็งคอยสะกดและโจมตีเมื่อโอกาสมาถึงด้วย ด้วยวิธีนี้นักรบมือดีของเมืองไลอ้อนก็ต้องมีบาดเจ็บล้มตายบ้าง มิเช่นนั้นอีกฝ่ายคงเสียหายเพียงเล็กน้อยก่อนจะสามารถฟื้นฟูได้โดยเร็ว

"เจ้าสงสัยต่อการตัดสินใจของข้างั้นหรือ?" โรเบิร์ตขมวดคิ้วและหันไปมองซาเน่

"ไม่ขอรับ! ย่อมไม่มีขอรับ! นายน้อยนั้นปราดเปรื่องอยู่แล้ว บ่าวผู้นี้เพียงแค่สับสน" ซาเน่รีบกล่าวตอบขณะที่ถอนหายใจอยู่ในใจ หากว่าเจ้าหนุ่มผู้นี้ยังคงใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไป กองทัพที่เข้มแข็งของตระกูลเคเนดี้คงต้องย่อยยับลงสักวันหนึ่ง แม้ตระกูลเคเนดี้จะเป็นตระกูลเก่าแก่ที่ทรงอำนาจ แต่หากมีผู้สืบทอดเช่นนี้มากเข้า สักวันตระกูลก็คงต้องเสื่อมโทรมลง

..................................

..................................

ในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาอีกคนหนึ่งก็กำลังยิ้มแย้มขณะสังเกตุการณ์จากบนภูเขาที่ห่างไกล หากว่าเซียวอวี๋อยู่ที่นี่ด้วยเขาก็คงจะจดจำออกทันทีว่าคนผู้นี้ก็คือ นิโคลิส เอิร์ลที่เขาพบในพระราชวังของบลัดเอลฟ์

นิโคลัสส่ายหน้าเมื่อมองไปยังสนามรบ "ข้าประเมินโรเบิร์ตสูงไป...ไม่คิดว่ามันจะถูกเซียวอวี๋ยั่วยุได้ง่ายปานนี้...มันอาจจะไม่ใส่ใจต่อความเ็นตายของไพร่พล หากแต่มันก็ยังไม่ทราบความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋ ช่างไร้เดียงสานักที่คิดว่าเพียงการพึ่งพากองกำลังพิเศษของตระกูลก็จะสามารถกำราบเมืองไลอ้อนลงได้....เซียวอวี๋ย่อมไม่ยอมถูกเคี้ยวกลืนโดยง่าย....นอกจากนี้ฝีมือการบัญชาการของมันยังถือว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งที่สามารถสั่นสะเทือนสนามรบได้...เอาเถอะ...ให้พวกมันกัดกันไป สุดท้ายแล้วทุกสิ่งที่อย่างจะต้องเป็นของข้าผู้นี้...." นิโคลัสแสยะยิ้ม เขารู้ว่าโรเบิร์ตคงไม่พ้นต้องประสบกับความพ่ายแพ้ด้วยนิสัยเด็กๆของเขา เขาจะใช้กองทัพของเขาเข้าปิดฉากสงครามครั้งนี้อย่างบ้าคลั่ง นิโคลัสเชื่อว่าผู้บัญชาการเช่นนี้ยังไม่เพียงพอจะยึดเมืองไลอ้อนมาได้ กระนั้นกองทัพของโรเบิร์ตก็คงจะสร้างความสูญเสียให้กับกองทัพของเซียวอวี๋ไม่น้อย เมื่อเวลานั้นมาถึง มันก็จะเป็นโอกาสของเขาแล้ว

เซียวอวี๋ถอนหายใจออกมาเมื่อมองไปยังกองทัพที่อยู่ห่างจากเมืองไลอ้อนเพียงไม่กี่ร้อยเมตร

"ธนู! เตรียมยิง!...ยิงได้!" เสียงสั่งการของฉินเช่อดังขึ้นที่ด้านบนกำแพง เซียวอวี๋ได้สอนทฤษฎีเกี่ยวกับการโจมตีระยะไกลในสงครามสมัยใหม่ให้กับฉินเช่อไปมากมาย ดังนั้นฉินเช่อจึงทราบความสำคัญของการโจมตีระยะไกล ตอนนี้เขาเป็นผู้บัญชาการไพร่พลของเมืองไลอ้อน

ในอดีตนั้น เมืองไลอ้อนมีเพียงกองทหารไม่กี่พันคน ซึ่งเซียวอวี๋สามารถบัญชาการได้อย่างทั่วถึง แต่ในเวลานี้นั้น กองทัพมีขนาดที่ใหญ่และมีโครงสร้างทางกองทัพที่ซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นเขาจึงไม่อาจบัญชาการอย่างทั่วถึงด้วยตัวคนเดียวอีกแล้ว

ฟุบ ฟุบ ฟุบ~

เมื่อสิ้นเสียงของฉินเช่อ พลธนูก็ปล่อยสายยิงลูกธนูออกไป เส้นสายนับพันพลันลอยขึ้นฟ้า ในตอนนี้กองพลธนูของเมืองไลอ้อนไม่ได้มีเพียงพวกเอลฟ์อีกต่อไป หากแต่ยังมีไพร่พลทหารทั่วไปอยู่ด้วย พวกเขาได้รับการฝึกมาไม่น้อย เมื่อว่าจะยังเทียบกับพวกเอลฟ์ไม่ได้ กระนั้นพวกเขาก็ถือว่ามีฝีมือเทียบได้กับมือธนูชั้นยอดของมนุษย์

ท้องนภาพลันปกคลุมไปด้วยฝนธนู คล้ายหยาดฝนกำลังหลั่งชโลมกองทัพของรัฐเว่ย...