ตอนที่ 224

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ทราบว่ากรอมแข็งแกร่งพอที่จะสู้กับพวกมันทั้งกลุ่ม กรอมสามารถสู้กับทหารทั่วไปได้นับร้อย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเพียงอันธพาลเหล่านี้ ชั่วเวลาไม่ถึงสามสิบวินาที กรอมก็ขับไล่พวกมันทั้งหมดไป

เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาที่ไม่จำเป็น เซียวอวี๋สั่งกรอมไม่ให้ฆ่าพวกมัน สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังอยู่ภายในจักรวรรดิและการสังหารพวกมันก็อาจนำปัญหามาได้

เซียวอวี๋ตระหนักดีว่ากฎหมายของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกได้ปกป้องพ่อค้าต่างแดนอยู่ มีการทะเลาะวิวาทเกิดขึ้นมากมายในแต่ละวัน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ทางการของจักรวรรดิจึงลืมตาข้างหลับตาข้าง แต่หากมีการนองเลือดเกิดขึ้นล่ะก็ พวกมันย่อมต้องลงมาจัดการ

เซียวอวี๋ทราบว่าเขาได้ก้าวไปเหยียบหางอสรพิษแล้ว หากว่าเขาหลบหนีตอนนี้ มันก็จะแว้งกลับมากัดเขา ดังนั้นเขาจึงกระทำตรงกันข้าม รอคอยให้พวกอันธพาลที่เหลือเดินทาง จากนั้นเขาก็จะจัดการปัญหาทั้งหมดไปพร้อมกัน

เซียวอวี๋นำเก้าอี้ออกมาตั้งที่หน้าโรงแรม นั่งลงรอคอยให้พวกอันธพาลที่เหลือเดินทางมา การทะเลาวิวาทเป็นเรื่องปกติสามัญของเมืองฮัวเหลียน ดังนั้นผู้คนจึงไม่ค่อยประหลาดใจสักเท่าใด ตรงกันข้ามฝูงชนต่างรุมล้อมเข้ามารอคอยรับชมเรื่องสนุกสนาน

พลเดินเท้าทั้งห้าสิบนายจัดแถวอย่างเป็นระเบียบอยู่สองฟากข้างของเซียวอวี๋ ทั้งหมดต่างมีรูปร่างสูงและยังสวมใส่ชุดเกราะเหมือนกันทั้งหมด มีผู้คนคาดเดาว่าพวกเขาเป็นกองกำลังชั้นยอดของกองทัพสักแห่ง มีชาวบ้านท้องที่หลายคนที่เคยเข้าร่วมสงคราม พวกมันรู้ว่ากองกำลังชั้นยอดเช่นนี้สามารถต้านทานศัตรูที่มีมากกว่าหลายเท่าได้ คราวนี้พวกอันธพาลท้องที่เจอก้างชิ้นโตแล้ว

ไม่นานเหล่าอันธพาลที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้ก็กลับมา ตามร่างของพวกมันมีผ้าพันแผลอยู่มากมาย ด้านหลังของพวกมันติดตามมาด้วยอันธพาลจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม พวกอันธพาลทั้งหมดก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋กำลังนั่งอยู่ด้านหน้าโรงแรมรอคอยการมาถึงของพวกมัน อันธพาลเหล่านี้เคยข่มเหงรังแกผู้คนมามากในอดีต พวกมันทราบว่าผู้ใดตอแยได้ ในคราแรกที่พวกมันได้เผชิญก็เป็นกรอม มาตอนนี้มีทหารอีกห้าสิบนายพร้อมเข้ามาด้วยแล้ว

หนึ่งในพวกมันก้าวเท้าเดินออกมา "เด็กน้อย! นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้ามายังที่แห่งนี้ พวกเราจะไม่ทำร้ายเจ้าหากมอบเงินออกมาหนึ่งพันเหรียญทองเป็นค่าทำขวัญให้พี่น้องที่บาดเจ็บของเรา"

เซียวอวี๋ยิ้ม "แล้ว....ถ้าข้าไม่จ่ายล่ะ?"

"ข้าขอรับรองเลยว่าเจ้าจะไม่เหลือชิ้นส่วนแม้แต่ชิ้นเดียวที่สามารถออกจากเมืองแห่งนี้" ชายผู้นั้นกล่าวตอบ

เซียวอวี๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูถูก "งั้นหรือ...ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าจะทำให้ข้าไม่อาจออกจากเมืองได้อย่างไร"

ชายผู้นั้นเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋กำลังราดน้ำมันลงบนกองไฟ ใบหน้าของมันก็บิดเบี้ยวด้วยโทสะ หากแต่มันก็ไม่กล้าพุ่งเ้ขาไปจัดการเซียวอวี๋

มันทราบดีว่าผู้ที่ไม่แยแสต่อการข่มขู่มักจะมีพื้นหลังที่ดี หากว่านี่เป็นเพียงพ่อค้าธรรมดาทั่วไปคงต้องจ่ายเงินให้กับพวกมันตั้งนานแล้ว.....โดยปกติพวกมันย่อมไม่ตอแยผู้ที่มีพื้นเพไม่ธรรมดาเช่นนี้.....

"เจ้ากล้ามาแสดงความหยิ่งยโสภายในจักรวรรดิงั้นหรือ? หรือเจ้ากำลังจะข่มเหงผู้คนของเรา?" ชายผู้นั้นเมื่อเห็นว่าไม่อาจตอแยเซียวอวี๋ได้ มันก็เริ่มสงครามน้ำลาย

เซียวอวี๋ตอบกลับด้วยท่าทีเกียจคร้าน "ข้าทำสิ่งที่ข้ากระทำ....หากมีผู้ใดที่มายืนต่อหน้าข้า เช่นนั้นคนผู้นั้นก็สมควรต้อนรับข้าด้วยความยินดี..."

"ประเสริฐ...ประเสริฐ....ช่างหยิงยโสนัก" มีเสียงดังมาจากระยะไกล

ทุกคนต่างหันไปเห็นชายหนุ่มซึ่งสวมใส่เสื้อหนังค่อยๆก้าวออกมาจากทางด้านหลัง ที่หลังของเขาสะพายดาบยาวเอาไว้เล่มหนึ่ง รูปร่างของเขาสูงโปร่งและคล้ายจะแกะสลักมาจากหยก เป็นชายที่ดูงดงามหายากผู้หนึ่ง แตกต่างกับเซียวอวี๋ราวฟ้ากับเหว นอกจากนี้รอบกายของเขายังมีกลิ่นอายที่แปลกประหลาดกระจายออกมา ดูราวกับแม่ทัพกำลังกวาดตามองสามัญชน ราวกับเขาเกิดมาในตระกูลอันสูงส่ง

"เอ๊ะ?" เซียวอวี๋มองไปยังชายหนุ่มผู้นั้น

ชายหนุ่มนั้นดูราวกับเป็นเจ้าขุนมูลนาย เขาไม่คิดว่าจะได้เจอกับบุคคลเช่นนี้ในทุ่งหญ้าที่สวรรค์ทอดทิ้งแห่งนี้

เซียวอวี๋ลุกขึ้นมองไปยังชายหนุ่มผู้นั้น "ข้าน่ะหรือยิ่งยโส? ข้าจะหยิ่งยโสได้อย่างไร? อันธพาลเหล่านี้ต่างหากที่หยิ่งยโส....เจ้ามาที่นี่เพื่อช่วยข้ากู้หน้างั้นหรือ?"

ชายหนุ่มผู้นั้นหันไปมองกลุ่มอันธพาล "ข้าเองก็ดูถูกพวกมันเช่นกัน....แต่เจ้าคุยโตโอ้อวดและไม่เพียงดูถูกพวกมันเท่านั้น....หากแต่ยังเป็นทั้งจักรวรรดิเมฆาตะวันตก.....ข้าต้องการประลองกับเจ้า"

เซียวอวี๋หัวเราะ "โอ...คำกล่าวของข้าแทงใจดำเจ้าหรือไง? ผู้เข้มแข็งย่อมไม่เกรงกลัวคำดูถูกของผู้อื่น คนผู้นั้นย่อมเพิกเฉยต่อการหยามเหยียดด้วยจิตมั่นคง....ข้าคิดว่าการท้าประลองของเจ้าไม่ได้เพื่อช่วยรักษาศักดิ์ศรีของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก หากแต่เพื่อทำให้ข้าถูกเหยียดหยาม"

ชายหนุ่มผู้นั้นยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ขบคิดถึงถ้อยคำของเซียวอวี๋

"เป็นวาจาที่เฉียบคมนัก...ผู้เข้มแข็งย่อมไม่เกรงกลัวคำดูถูกของผู้อื่น....มันเป็นเพียงบุคคลิกที่อ่อนไหวเกินไปของข้า ที่ข้าตัดสินใจจะท้าประลองเจ้าก็เพราะท่าทีของเจ้า...ข้าต้องการเห็น ว่าเจ้าจะมีคุณสมบัติพอจะกล่าวเช่นนั้นหรือไม่!" ชายหนุ่มผู้นั้นก้าวตรงมายังเซียวอวี๋

เซียวอวี๋เองก็ก้าวออกไปด้านหน้า "เช่นนั้นข้าคงต้องมบอบทเรียนให้กับเจ้าแล้ว...ข้าต้องการเห็นว่านักรบของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกจะแข็งแกร่งดั่งคำร่ำลือหรือไม่"

"ดูจากรูปลักษณ์ของเจ้าแล้ว....เจ้ามาจากอาณาจักรพยัคฆ์คำรนงั้นหรือ? ข้าเองก็ต้องการจะทดสอบความแข็งแกร่งของนักรบของอาณาจักรพยัคฆ์คำรนเช่นกัน" ชายหนุ่มเอื้อมมือไปชักดาบที่อยู่บนหลังออกมา

ดาบที่ชายหนุ่มใช้นั้นคล้ายคลึงกับดาบถังของเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตาม มีอักขระเวทธาตุลมสลักเอาไว้บนตัวดาบเพื่อทำให้มันว่องไวยิ่งขึ้น

เซียวอวี๋แบมือและจากนั้นพรากวิญญาณก็ปรากฏออกมา ความแข็งแกร่งของเซียวอวี๋ได้เพิ่มขึ้นจากเดิม ดังนั้นการใช้พรากวิญญาณในตอนนี้จะสะดวกง่ายดายกว่าเก่า เขาสามารถใช้งานมันได้ดุจเดียวกับการใช้ดาบทั่วไป

มีพลังเอ่อล้นออกมาจากขวานพรากวิญญาณ มันแข็งแกร่งกว่าอาวุธทั่วไป ดังนั้นเซียวอวี๋จึงเลือกใช้งานมัน

"ขวานนั่น! หรือจะเป็นอาวุธในตำนาน!?" ชายหนุ่มเอ่ยถาม

เซียวอวี๋ยิ้ม "ถูกแล้ว...นามของมันก็คือพรากวิญญาณ หวังว่าเจ้าจะไม่หวาดกลัวไปเสียก่อน"

"ฮึ่ม! ไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างความหวาดกลัวให้กับข้าได้ แม้จะเป็นอาวุธในตำนานก็ตาม...มันก็ไร้ค่าหากผู้ที่ควงมันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ" ชายหนุ่มกล่าวขณะตั้งดาบขึ้น มุ่งเน้นความสนใจไปที่เซียวอวี๋

"มารดามันเถอะ!...เจ้าหนูนี่ถูกฝึกฝนเพื่อเป็นนักรบ....ข้าไม่อาจเผชิญหน้ากับมันได้โดยตรง...คงต้องพึ่งพาพลังของพรากวิญญาณ อมนิแสลช โจมตีจุดตายแล้ว มิเช่นนั้นมันก็ยุ่งยากอย่างมาก"

เซียวอวี๋ยกขวานขึ้นพุ่งเข้าหาชายหนุ่มผู้นั้น เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นเขาก็พุ่งตัวออกมาเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋เรียกใช้ทักษะพุ่งทันทีเมื่อถึงระยะหนึ่ง ความเร็วของเขาเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยขณะที่ใช้ท่าเท้าอันรวดเร็วหลบหลีกการพุ่งเข้าหาของเซียวอวี๋

"คนผู้นี้ไม่เลวเลย....เป็นคนแรกที่สามารถหลบการพุ่งโจมตีของข้าได้!" เซียวอวี๋คิดขึ้นในใจ เขาเรียกใช้ทักษะวินด์วอร์คและอมนิแสลชติดต่อกัน

เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

การป้องกันของชายหนุ่มคลายลงจากการโจมตีของเซียวอวี๋ เขายกดาบยาวขึ้นต้านทาน เขาสามารถสกักั้นการโจมตีได้หลายครั้ง ทว่าเขาก็ยังต้องรู้สึกชาที่มือจากการระเบิดพลังอันรุนแรงของพรากวิญญาณจนอาวุธของเขาแทบจะหลุดลอยออกจากมือไป