ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋รู้สึกดีเมื่อฮิกกิ้นเลือกที่จะอยู่ฝ่ายเขา ที่นี่ย่อมไม่ขาดแคลนวัตถุดิบต่างๆ ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าฮิกกิ้นจะสามารถสร้างไอเทมเวทมนตร์ระดับสูงออกมาได้มาก ซึ่งนั่นจะทำให้เขาสามารถต่อสู้กับตระกูลเคเนดี้ได้อย่างเบาใจ วันนั้นทั้งวันเขาจึงเดินฮัมเพลงไปทั่วเมือง
เซียวอวี๋ได้เปิดค่าผลงานของเขาขึ้นมาดู เขาต้องการจะเลื่อนขั้นให้เร็วที่สุดเพื่อที่เขาจะได้อัพเกรดฐานทัพอันเดดให้เป็นระดับสอง ซึ่งตามการคาดการณ์ของเขาแล้ว เขาสมควรจะสามารถควบคุมยูนิตได้อีกสี่พันยูนิต ตอนนี้เขาแผนการการต่อไปของเขาก็คือการอัพเกรดฐานทัพอันเดด กองทัพอันเดดจะสามารถสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับศัตรูได้ดียิ่งหากใช้ได้เหมาะสมต่อสถานการณ์ ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีรายงานเกี่ยวกับพวกอันเดดถูกส่งมา พวกมันได้พยายามบุกโจมตีหมู่บ้านอยู่หลายแห่ง หากแต่พวกมันก็ต้องหลบหนีจากไปเพราะเครื่องรางของเซียวอวี๋ หลังจากนั้นผู้คนก็เริ่มล่วงรู้การคงอยู่ของพวกอันเดด มีข่าวบอกว่าก่อนหน้านี้พวกมันเคยเข้าโจมตีดินแดนของโซโลมอน และไม่พบพวกมันปรากฏตัวในดินแดนของเซียวอวี๋ หากแต่ตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถมุ่งเป้าไปที่เซียวอวี๋ได้แล้ว ตอนนี้เหล่านักรบชุดใหม่ได้มีระดับถึงหกแล้วหลังจากสงครามที่เมืองไพลยาดีสและเลกเซ พวกเขาส่วนใหญ่ต่างมีทักษะใช้งานได้อย่างน้อยสองทักษะ ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาก้ไม่ถือว่าเป็นนักรบหน้าใหม่อีกต่อไป เซียวอวี๋ทราบว่าการทำสงครามกับตระกูลเคเนดี้ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้ ดังนั้นเขาจึงต้องพึ่งพานักรบชุดใหม่เหล่านี้ พวกฮีโร่เองก็มีระดับเพิ่มขึ้นเช่นกัน กรอม คาร์น ทิรันด้าและเมอีฟต่างมีระดับอยู่ที่ 28 แล้ว ส่วนแอนโทนีดาสนั้นมีระดับอยู่ที่ 29 เกือบจะถึง 30 อูเธอร์นั้นมีระดับอยู่ที่ 20 และมีทักษะชุดใหม่เพิ่มขึ้นมา ทักษะเหล่านั้นก็คือ ทักษะรัศมีคืนสนอง ทักษะหัตถ์แห่งการปกปักษ์ ทักษะค้อนแห่งความยุติธรรม และทักษะอุทิศตน ทักษะรัศมีคืนสนองนั้นจะทำให้พาลาดินสามารถห่อหุ้มศัตรูทั้งหมดด้วยรัศมีและสร้างความเสียหายให้กับศัตรู มันสามารถเพิ่มระดับได้ถึงระดับที่สาม ในส่วนของทักษะแห่งการปกปักษ์นั้นจะเป็นการร่ายเวทสร้างโล่พลังปกป้องยูนิตฝ่ายเดียวกันจากการโจมตีทางกายภาพ มันสามารถเพิ่มระดับได้ถึงระดับที่สาม ทักษะค้อนแห่งความยุติธรรมจะทำให้พาลาดินสามารถขว้างค้อนออกไปโจมตีศัตรูได้สูงสุดถึงเก้าครั้งก่อนจะลอยกลับมา ทักษะนี้ถือเป็นทักษะโจมตีและสามารถเพิ่มระดับได้ถึงระดับที่สาม ส่วนทักษะอุทิศตนนั้นจะทำให้พาลาดินสามารถอัญเชิญเพลิงแห่งแสงออกมาที่ใต้ฝ่าเท้า ศัตรูใดๆที่ก้าวเข้ามาในขอบเขตรัศมีนี้ก็จะถูกเพลิงเผาผลาญ ทอร์ลเองก็มีระดับอยู่ที่ 22 แล้วและสามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ได้สี่ทักษะ นั่นก็คือ ทักษะเสาสลักแห่งลม ทักษะพายุกระหน่ำ ทักษะเสาสลักมานาและทักษะเสาสลักลาวา ทักษะเสาสลักแห่งลมนั้นจะเพิ่มความเร็วในการโจมตีของยูนิตฝ่ายเดียวกัน มันสามารถเพิ่มระดับได้ถึงระดับที่สาม อีกทักษะก็คือทักษะพายุกระหน่ำ ทอร์ลสามารถใช้ทักษะนี้โจมตีศัตรูด้วยพายุ ทักษะนี้สามารถเพิ่มระดับได้ถึงสาม ในส่วนของทักษะเสาสลักมานานั้น มันจะช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นฟูมานาของยูนิตฝ่ายเดียวกัน และสุดท้าย ทักษะเสาสลักลาวา ทักษะนี้จะทำการเรียกเพลิงออกมาโจมตีเข้าใส่ศัตรู ตอนนี้เซียวอวี๋มีระดับอยู่ที่ 26 แล้ว เขาได้เรียนรู้ทักษะสอดแนมของทอร์ลและเพิ่มระดับให้มันจนเต็ม จากนั้นเขาก็เรียนรู้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตาของเมอีฟและทักษะพละกำลังป่าเถื่อนของคาร์น ด้วยทักษะเหล่านี้แล้ว เขาจะสามารถเตร็ดเตร่อยู่ในสนามรบได้อย่างสบายใจไร้กังวล ซึ่งที่จริงแล้ว ความฝันของเขาก็คือการกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง และตอนนี้โอกาสนั้นก็ขยับเข้าใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ เขาอาจจะถูกศัตรูนับร้อยโอบล้อมเอาไว้ หากแต่ด้วยความสามารถของทักษะเหล่านี้แล้ว การจะคลี่คลายสถานการณ์เช่นนั้นก็ไม่ลำบากกินแรงแต่อย่างใด แม้ว่าความสามารถของเขาจะโน้มเอียงไปทาง 'ความคล่องตัว' หากแต่ตัวเขาเองก็แข็งแกร่งไม่น้อย นอกจากนี้เขายังมีขวากพรากวิญญาณอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าคาร์น แต่ตราบใดที่เขาไม่พบเจอกับศัตรูที่เข้มแข็ง เขาก็จะไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ทักษะเคลื่อนที่พริบตาของเมอีฟไม่ได้ขัดแย้งกับทักษะเทเลพอตของแอนโทนีดาส ซึ่งนั่นหมายความเซียวอวี๋จะสามารถสลับใช้ทักษะทั้งสองได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการจะจับเขาก็นับเป็นเรื่องยากแล้ว .................................. .................................. สามวันผ่านไป กองทัพของตระกูลเคเนดี้ก็มาหยุดที่หน้าประตูบ้านของเมืองไลอ้อน พวกมันตั้งค่ายอยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก เห็นได้ชัดว่าพวกมันเตรียมพร้อมจะทำศึกยืดเยื้อกับพวกเขาแล้ว เซียวอวี๋เดินทางเข้าไปใกล้ๆค่ายของฝ่ายศัตรู เมื่อมองเห็นพวกทหารกำลังวุ่นอยู่กับการก่อตั้งกระโจม เขาก็ตะโกนออกมา "ขยันดีนี่!" ทหารฝ่ายศัตรูเมื่อเห็นมีคนขี่ม้าออกมาจากเมืองไลอ้อนก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีคนกล้าเข้ามาใกล้ค่ายของพวกมัน ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันย่อมคิดไม่ถึงว่าลอร์ดแห่งเมืองไลอ้อนจะมีท่าทางคล้ายอันธพาลเช่นนี้ พวกมันเพียงจ้องมองเซียวอวี๋อยู่ชั่วขณะก่อนจะละความสนใจจากเขา เซียวอวี๋เกาศีรษะก่อนจะลงจากหลังม้า "เฮ้ สหาย เจ้านายของพวกเจ้าคือใครกัน?" "เจ้านายอะไร?" ทหารที่กำลังโค่นต้นไม้อยู่รู้สึกว่าเซียวอวี๋กำลังขัดขวางการทำงานของมัน "ผู้บัญชาการของพวกเจ้าน่ะ" เซียวอวี๋กล่าวต่อ "อยู่ที่นั่น....มันเป็นผู้บัญชาการของพวกเรา" ทหารนายนั้นหันไปชี้ชายผู้หนึ่งที่กำลังถือแส้อยู่ในมือขณะกำลังเดินตรวจตรา เซียวอวี๋กล่าวว่า "คนผู้นั้นยศต่ำไป...ข้ากำลังตามหาแม่ทัพของเจ้าน่ะ...คนที่เป็นผู้นำกองทัพนี้" "อา..เช่นนั้นหรือ? เจ้ามาที่นี่เพื่อส่งจดหมาย?" ทหารผู้นี้คิด่าเซียวอวี๋เป็นคนส่งสานส์จากเมืองไลอ้อน ที่จริงแล้วมันมีกฏที่เป็นที่ทราบกันดีแต่ไม่ได้ถูกตราไว้ว่าห้ามสังหารคนส่งสาร ดังนั้นเซียวอวี๋จึงใช้ช่องโหว่นี้ "ถูกแล้ว" เซียวอวี๋กล่าวตอบ "ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านผู้นำกองทัพอยู่ที่ใด...ส่วนใหญ่แล้วเขามักจะอยู่ที่กระโจมส่วนหลัง" ทหารกล่าวตอบ ในเวลานั้นเองผู้คุมทหารก็เดินมาถึง มันขมวดคิ้วลงเมื่อพบเห็นเซียวอวี๋ "เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" ตอนนี้สงครามยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น ดังนั้นต่างฝ่ายจึงต่างยังไม่มองอีกฝ่ายเป็นปรปักษ์ ผู้คุมทหารนายนี้เองก็คิดว่าเซียวอวี๋เป็นเพียงคนส่งสานส์ เมื่อเห็นชายผู้นี้ เซียวอวี๋ก็กล่าวถามออกมา "ข้าต้องการทราบนามของผู้บัญชาการที่ตระกูลเคเนดี้ส่งมาคุมกองทัพนี้" ผู้คุมทหารขมวดคิ้ว "พวกเราเป็นทหารรัฐเว่ย ผู้บัญชาการของพวกเราคือแม่ทัพลี่เหอ! ตระกูลเคเนดี้เป็นเพียงผู้สันบสนุนเสบียงเท่านั้น" เป็นความจริงที่ตระกูลเคเนดี้ได้แย่งชิงอำนาจการปกครองของรัฐเว่ยมาแล้ว หากแต่ไพร่พลทั่วไปต่างก็ไม่ทราบรายลเอียดในส่วนนี้ พวกมันเพียงทราบว่าตระกูลเคเนดี้ได้ช่วยเหลือด้านเสบียงเท่านั้น
เซียวอวี๋จึงกล่าวต่อไปอีกว่า "เป็นเช่นนั้นหรือ...ลอร์ดของพวกเจ้าถูกสังหารไปเนิ่นนานแล้ว และลี่เหอผู้นี้ก็เป็นเพียงหุ่นเชิดของตระกูลเคเนดี้เท่านั้น...ธงสัญลักษณ์ของรัฐเว่ยและตัวลอร์ดคงจะเปลี่ยนไปแล้วเมื่อเจ้ากลับไป..."
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved