ตอนที่ 305

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

การวางท่าของเซียวอวี๋ทำให้ฮิกกิ้นตกตะลึง นอกจากนี้เขายังได้รับการแนะนำโดยอัลม่า ซึ่งเซียวอวี๋ก็ไม่ได้ติดหนี้บุญคุณเขาแต่อย่างใด เช่นนั้นแล้วไฉนลอร์ดเล็กๆผู้นี้ถึงได้ใจกว้างต่อเขานัก?

กระนั้นฮิกกิ้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก เขามีนิสัยพิลึกและหัวรั้น พูดจาโผงผางกับคนทุกระดับชั้น ดังนั้นเขาจึงได้ล่วงเกินคนไปไม่น้อย ลอร์ดผู้นี้มีทั้งท่าทีที่ดูสุภาพและทรงอำนาจในเวลาเดียวกัน ฮิกกิ้นทราบว่าความสุภาพนี้นั้นมาจากความใจกว้าง ไม่ใช่จากความกลัว เขาทราบว่ากำลังมีกองทัพศัตรูมุ่งหน้ามายังเมืองแห่งนี้ หากแต่เซียวอวี๋กลับไม่ประหวั่นลนลานหรือสนใจแม้แต่น้อย เขายังได้ออกมาต้อนรับฮิกกิ้นด้วยตนเอง

เซียวอวี๋ทราบว่าหากเขาไม่ได้ออกมารับฮิกกิ้นด้วยตนเองก็อาจจะเกิดเรื่องผิดพลาดจนทำให้อาจารย์แปรธาตุท่านี้เดินทางกลับ การมาของฮิกกิ้นเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจปล่อยให้มันหลุดมือไป นอกจากนี้มังกรน้อยยังอยู่ในขั้นที่สามแล้ว นั่นหมายความว่าความแข็งแกร่งของมันก็เพิ่มขึ้นมาก

ฝ่ายศัตรูมีผู้ใช้มนตราที่ทรงพลังอยู่มากมาย แต่ทางฝั่งเซียวอวี๋เองก็มีไพ่ลับซ่อนไว้เช่นกัน ตอนนี้ศัตรูที่แทรกตัวเข้ามาเพื่อทำลายการปกครองของเขาดูเหมือนจะต้องหมดหวังเสียแล้ว

..................................

..................................

เซียวอวี๋สั่งให้สร้างคลังเก็บของหลังใหม่ขึ้นมา เมื่อไม่นานนี้เขาได้รับสิ่งของมามากมาย เขาจึงจัดสร้างคลังเก็บของขึ้นมาใหม่เพื่อไม่ให้คลังเก่าอัดแน่นจนเกินไป นอกจากนี้สมบัติที่ได้มาใหม่ยังประเมินค่าไม่ได้

ทหารยามที่เฝ้าคลังเก็บของอยู่กล่าวทักทายด้วยความเคารพเมื่อเห็นเซียวอวี๋เดินนำกลุ่มคนมา ทหารยามได้ไปแจ้งต่อพ่อบ้านหงส์เพราะกุญแจที่ใช้เปิดคลังนั้นอยู่กับเขา

เฒ่าหงส์อุทิศตัวรับใช้เซียวอวี๋อย่างขยันขันแข็ง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังตระหนี่ยิ่งขึ้นในทุกครั้งที่เซียวอวี๋ได้พบจนแทบจะไม่มีสิ่งใดสามารถนำออกไปจากคลังแห่งนี้ได้

ไม่นานพ่อบ้านหงส์ก็มาถึง

"นายท่าน คนเหล่านี้คือ?" พ่อบ้านหงส์ตื่นตัวขึ้นมาเมื่อพบว่าที่ข้างกายของเซียวอวี๋มีคนกลุ่มหนึ่งอยู่

พ่อบ้านหงส์คอยดูแลจัดการสิ่งของเหล่านี้ดุจลูกรักของตน ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้เซียวอวี๋ใช้พวกมันอย่าง 'ทิ้งขว้าง' เด็ดขาด

เซียวอวี๋ยิ้ม "ท่านลุง พวกเขาไม่ใช่คนอื่นคนไกล นี่คืออาจารย์ฮิกกิ้น สหายของอาจารย์อัลม่า"

พ่อบ้านหงส์ผงกศีรษะและนำพวงกุญแจออกมา เขาหากุญแจอยู่นานก่อนจะเจอและใช้มันไขเปิดคลังเก็บของ

เมื่อประตูถูกเปิดออก ชั้นที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของพ่อบ้านหงส์เอง โดยปกติแล้วเซียวอวี๋มักจะนำของเข้ามาโยนระเกะระกะไม่เป็นที่ แต่หลังจากนั้นพ่อบ้านหงส์ก็จะนำคนมาจัดเรียงพวกมันให้เป็นระเบียบ มิเช่นนั้นภาพที่ปรากฏคงไม่ใช้ชั้นวางที่ถูกจัดเป็นแนวแถว หากแต่จะเป็นกองสิ่งของที่สุมทับไว้

ฮิกกิ้นรู้สึกไม่พอใจต่อการแสดงออกแรกพบหน้าของพ่อบ้านหงส์ นั่นเป็นเพราะสายตาที่พ่อบ้านหงส์ใช้มองพวกเขานั้นเหมือนกำลังเฝ้ามองดูหัวขโมย แต่เขาก็เข้าใจได้ทันทีที่ประตูคลังเก็บของถูกเปิดออก หากว่ามีคลังเก็บของเช่นนี้แล้วก็คงจะไม่แปลกที่จะมองดูทุกคนที่เข้าใกล้อย่างระแวดระวัง

ฮิกกิ้นจมอยู่ในภวังค์ ขณะที่สองขาของเขาก้าวออกไปเอง ในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุแล้ว เขาเคยพบเห็นสิ่งของมามากมาย หากแต่สิ่งของที่ปรากฏแก่สายตาของเขาตอนนี้นั้นแตกต่างราวกับอยู่คนละโลก อาจกล่าวได้ว่าสิ่งของในนี้นั้นหาจากที่ใดในทวีปไม่ได้อีกแล้วยกเว้นเพียงที่นี่

เซียวอวี๋ได้นำสิ่งของมากมาย กลับมาจากนครใต้พิภพ แม้ว่าของพวกนี้จะถูกทิ้งให้ฝุ่นจับอยู่ที่นั่น หากแต่คุณภาพของมันก็ยังจัดอยู่ในชั้นยอด นอกจากนี้ยังมีสิ่งของที่เขาได้ขโมยมันมาจากเคราแดงซึ่งโถวปากุ้ยได้ใช้เวลาเก็บรวบรวมมาหลายทศวรรษ ด้วยเหตุนั้นเอง กระทั่งโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปก็ยังไม่มีวัตถุดิบและสมบัติดังเช่นที่เซียวอวี๋มี

ฝ่ามือของฮิกกิ้นสั่นเทาขณะที่จิตใจของเขากลายเป็นว่างเปล่า เขามองดูชื่อที่ติดไว้ของวัตถุดิบเหล่านั้นก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู เขาไม่ได้วางมันกลับที่เก่าราวกับกลัวว่าพวกมันจะอันตธานหายไปหากเขาวางมันลง

เห็นเช่นนั้นพ่อบ้านหงส์ก็หรี่ตาลงและตัดสินว่าชายผู้นี้ไม่ใช่ตัวดีอันใด ขณะที่เขากำลังจะติเตียนชายชราผู้นั้น เซียวอวี๋ก็ส่ายหน้าและคิดขึ้นในใจ "ในเมื่อท่านไม่ต้องการออกไป เช่นนั้นข้าก็จะต้องรั้งตัวท่านไว้..." เซียวอวี๋มั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นฮิกกิ้นหอบสิ่งของไว้เต็มแขนข้างหนึ่ง ขณะที่ใช้มืออีกข้างหยิบสิ่งของขึ้นมาไม่หยุด

ฮิกกิ้นไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป "นี่มัน...ผงเวทมนตร์?...รูน...แก่นอัคคี?..."

เซียวอวี๋ยิ้มออกมาเมื่อเดินตามฮิกกิ้นมาเกือบครึ่งชั่วโมง "ท่านฮิกกิ้น สิ่งของพวกนี้เพียงพอหรือไม่?"

"อา...เพียงพอ....ที่จริงแล้วข้ามาเพื่อซื้อหาผงเวทมนตร์ หากแต่ที่นี่กลับมีหลายสิ่ง..." ฮิกกิ้นแทบจะน้ำลายไหล สิ่งที่สำคัญที่สุดของนักเล่นแร่แปรธาตุก็คือวัตถุดิบ พวกเขาจะยกระดับฝีมือขึ้นได้อย่างไรหากไม่ทดลอง? เหตุผลที่ทำให้เหล่านักแปรธาตุหาตัวจับยากก็เนื่องเพราะค่าใช้จ่ายที่มหาศาล

ฮิกกิ้นได้มาถึงจุดตีบตันแล้ว เขารู้ดีว่าหากต้องการจะเดินบนเส้นทางนี้ต่อไป เขาก็จำต้องหาเงินมาซื้อหาหรือแลกเปลี่ยนวัถุดิบ ดังนั้นเวลาที่ใช้ทดลองจึงมีน้อยลงเพราะต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการหาวัตถุดิบ

"อาจารย์ฮิกกิ้นไม่จำเป็นต้องสุภาพไป...ท่านเป็นสหายของท่านอาจารย์อัลม่า ดังนั้นจึงถือเป็นสหายของข้าเช่นกัน สิ่งของในที่แห่งนี้ถือเป็นของท่านเถอะ" เซียวอวี๋โบกมือ

"แค่กๆ....นี่มัน...ของพวกนี้ล้ำค่าเกินไป...ข้าไม่มีเงินพอซื้อพวกมัน....แต่...ข้าจะสามารถเลื่อนเป็นระดับห้าได้หากได้ทดลองสักปี..." ดวงตาของฮิกกิ้นเป็นประกายเมื่อกวาดมองชั้นเก็บของทั้งหมดที่อยู่ในคลัง

"นั่นไม่เป็นปัญหา...หากท่านต้องการทดลอง เช่นนั้นก็กระทำเถอะ....ข้าจะจัดห้องแปรธาตุให้ท่านในวันนี้ และท่านสามารถใช้ทุกสิ่งในนี้ในการทดลองได้....เพียงแค่ท่านเอ่ยปากมา ข้าจะจัดหาทุกสิ่งมาให้ท่าน" เซียวอวี๋มองไปยังฮิกกิ้น เขาทราบว่านักแปรธาตุผู้นี้กินเหยื่อแล้ว

"ท่านกำลังบอกว่าจะยกของทั้งหมดในนี้ให้ข้าใช้ทดลอง?" ฮิกกิ้นไม่อาจสงบใจได้อีกต่อไป

เซียวอวี๋ยกมือขึ้นลูบคาง "บอกท่านตามตรง ตั้งแต่ที่ได้เห็นท่านข้าก็ต้องการจะผูกมิตรเป็นสหายกับท่าน...หยิบของที่ท่านต้องการไปเถอะ..."

"ไม่....สิ่งของพวกนี้ล้ำค่าเกินไป..." ในฐานะนักแปรธาตุแล้ว ฮิกกิ้นย่อมทราบดีถึงมูลค่าของพวกมัน อันที่จริงเขาไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะได้พบเห็นสิ่งของล้ำค่าพวกนี้ถูกเก็บรวมเอาไว้ในที่เดียวเช่นนี้

เซียวอวี๋ถอนหายใจ "อาจารย์ฮิกกิ้นไม่ต้องกังวลไป...ท่านสามารถใช้ทุกสิ่งในนี้ได้ ข้าขอรับรองด้วยฐานะลอร์ดแห่งดินแดน วันนี้ท่านสมควรพักผ่อนแล้ว...กองทัพศัตรูที่เข้มแข็งกำลังจะโจมตีที่นี่ ดังนั้นข้าจะต้องกลับไปเตรียมพร้อมรับมือ..."

"อะไรนะ! มีคนกล้าโจมตีท่านงั้นหรือ? มันเป็นใคร?" ฮิกกิ้นโพล่งออกมา เซียวอวี๋สัญญาว่าจะยกทุกสิ่งให้เขาแล้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหากดินแดนนี้ถูกเปลี่ยนมือ? ผู้ปกครองคนใหม่ใช่จะใจกว้างเช่นเดียวกับเซียวอวี๋หรือไม่? ตอนนี้พวกเขาทั้งสองถือว่าลงเรือลำเดียวกันแล้ว

เซียวอวี๋ส่ายศีรษะอย่างหดหู่ "ก่อนหน้านี้ข้าได้ไปตอแยศัตรูที่เข้มแข็งเข้า...พวกมันทรงอำนาจและยังมีผู้ใช้มนตราระดับสูงอยู่มากมาย...พวกมันกระทั่งมีหุ่นกลเป็นกองทัพ...หากว่าไม่อาจต้านทานพวกมันได้ พวกมันคงกวาดเอาทุกสิ่งไป...อย่างไรก็ตาม สิ่งของเหล่านี้ข้าได้ยกให้ท่านแล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป..."

ฮิกกิ้นเลิกคิ้วขึ้น "พวกมันช่างกำเริบนัก! พวกที่โจมตีดินแดนของท่านเป็นใครกัน? หุ่นกลงั้นหรือ....เพ้ย! พวกเราจะต้องมอบบทเรียนให้กับพวกมัน...ว่านักแปรธาตุหนึ่งคนเทียบได้ผู้ใช้มนตราระดับเดียวกันได้นับร้อย....ตอนนี้พวกเราก็มีวัตถุดิบอยู่แล้ว ให้พวกมันมาเถอะ!"

เซียวอวี๋นั้นรู้เรื่องของฮิกกิ้นจากอัลม่า เขาทราบถึงลักษะนิสัยใจคอของอีกฝ่าย ดังนั้นเขาจึงพยายามจะจุดเพลิงทรนงของฮิกกิ้นขึ้นมา และเขาก็ทำสำเร็จ เป็นความจริงที่นักแปรธาตุเพียงคนเดียวนั้นสามารถเทียบได้กับผู้ใช้มนตราหนึ่งร้อยคน ตราบใดที่พวกเขามีวัตถุดิบอยู่ นักแปรธาตุก็สามารถสร้างสิ่งของออกมาได้เป็นภูเขาเลากา แล้วนี่ยังจะมีผู้ใดสามารถต่อกรกับพวกเขาได้อีก?