ตอนที่ 326

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ขณะที่เซียวอวี๋กำลังตรวจสอบสภาพความพร้อมของมังกรน้อยก่อนที่จะให้ต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่สี่ ทหารนายหนึ่งก็วิ่งมาทางเขา "ท่านลอร์ดขอรับ ที่ด้านนอกเมืองมีพาลาดินต้องการจะพบท่าน"

"พาลาดิน? เรื่องอะไรกัน?" เซียวอวี๋งุนงงเพราะเขาไม่เคยติดต่อกับพวกพาลาดินหรือศาสนจักรเลย เพียงที่นี่มีอูเธอร์อยู่ก็เกินพอแล้ว

"เขาอ้างตัวว่ามาจากศาสนจักรแห่งแสงขอรับ" ทหารนายนั้นกล่าวเสริม

"อืม เช่นนั้นหรือ..." เซียวอวี๋ทราบว่าการมาเยือนของพาลาดินครั้งนี้ย่อมมีนัยยะแอบแฝง ดูเหมือนว่าตัวตนของอูเธอร์จะเป็นที่ล่วงรู้กันเป็นวงกว้าง และตอนนี้ทางศาสนจักรได้ส่งคนมาตรวจสอบตัวตนของเขาแล้ว

"พาเขาไปที่โถงรับแขก...ให้เขารออยู่ที่นั่น" เซียวอวี๋หันกลับมามองมังกรน้อยที่อยู่ในสนามต่อสู้ "เลิกขี้เกียจได้แล้ว รีบกำจัดพวกมันซะ ถ้าเจ้าไม่ชนะงั้นอาหารวันนี้ก็ไม่ต้องกิน ถ้าเจ้าชนะข้าจะให้เนื้อแกะย่างแก่เจ้า"

มังกรน้อยใช้สายตาที่เว้าวอนต่อเซียวอวี๋ กระนั้นมันก็ทราบว่าไม่อาจขัดคำสั่งของเซียวอวี๋ได้ มันใช้สายตาที่ไม่ค่อยพอใจนักเหลือบมองเซียวอวี๋ก่อนจะพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรขั้นที่สี่ทั้งสามตัว

ฟุบ โครมมม

กรงเล็บของมังกรน้อยตะปบเข้าใส่สัตว์อสูรเป็นการเปิดฉากการต่อสู้

"แบบนั้นล่ะ เจ้ามาถูกทางแล้ว แบบนี้จึงค่อยสมกับที่เป็นมังกร เจ้าคิดว่ามังกรจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรเล่า? ต้องสู้! ตัวเจ้าเป็นมังกร เป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ายังเป็นสมุนของข้า เจ้าจะต้องเป็นมังกรที่แข็งแกร่งที่สุด แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดธวิงซ์หรืออเล็กซ์สตราซ่า..." เซียวอวี๋ตะโกนขระตบมือด้วยความพึงพอใจต่อศักยภาพของมังกรน้อย เขาจะส่งคู่ต่อสู้ที่เข้มแข็งขึ้นมาให้มันเรื่อยๆ

หลายปีจากนั้นจะมีผู้คนถามคราซัส จ้าวมังกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปว่ามันแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไร...สิ้นคำถามนั้น หยดน้ำตาสองสายก็ไหลรินออกมาจากดวงตาของมัน....

..........................

..........................

เมื่อเซียวอวี๋เข้ามาในห้องโถง เฮเยสก็รออยู่ที่นั่นแล้ว เซียวอวี๋เป็นแกรนดยุคของราชวงศ์พยัคฆ์คำรน กระนั้นในสายตาของเฮเยส เซียวอวี๋เป็นเพียงขุนนางเล็กๆที่ได้รับตำแหน่งจากราชวงศ์ แววตาของเฮเยสเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดูแคลน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพาลาดินของศาสนจักรเชื่อว่าพวกเขาเป็นผู้ส่งสานส์ของพระเจ้า ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นตอบนอบน้อมหรือทำความเคารพต่อขุนนางใดๆ ที่เฮเยสมีท่าทีที่สุภาพต่อโรเบิร์ตก็เนื่องเพราะความแข็งแกร่งของตระกูลเคเนดี้ มิเช่นนั้นเขาคงไม่ใส่ใจจะเสวนากับอีกฝ่าย อย่างไรก็ตามเฮเยสที่เย่อหยิ่งถือดีกระทั่งไม่เหลือบแลเซียวอวี๋ เขายังไม่ทราบนิสัยใจคอของเซียวอวี๋ หากมีผู้คนเหยียบย่ำเขาหนึ่งเท้า เช่นนั้นเขาก็จะเหยียบย่ำพวกมันกลับสิบเท้า หากว่าพวกมันไม่ใส่ใจเขา เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอีกฝ่าย

เซียวอวี๋ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น

เซียวอวี๋เมื่อเห็นว่าเฮเยสไม่ได้ใส่ใจเขา เขาก็เดินไปที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งลง "นำดัฟมาให้ข้า" ไม่นานมานี้ดัฟกลายเป็นเบียร์ที่เซียวอวี๋ชอบดื่มยิ่ง บ่าวรับใช้รีบนำเบียร์มารินใส่แก้วให้เขาทันที

เซียวอวี๋เอนหลังพิงเก้าอี้ยกขาขึ้นพาดที่เท้าแขนขณะมองไปยังเฮเยสโดยไม่เอ่ยวาจา เฮเยสที่เห็นเช่นนั้นก็เดือดดาลขึ้นมา เขาไม่เคยต้องเสียหน้าให้ลอร์ดคนใดมาก่อน แม้ว่าโรเบิร์ตจะไม่ได้ต้อนรับเขาอย่างเคารพ แต่โรเบิร์ตก็ไม่เคยละเลยเขาเช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี๋ไม่เพียงแต่ไม่สนใจเขา หากแต่ยังไม่ไว้หน้าเขา เซียวอวี๋ทำราวกับว่าเขาเป็นสุนัขตัวหนึ่ง นี่เป็นสิ่งที่เกินกว่าพาลาดินผู้ทรงเกียรติแห่งศาสนจักรจะรับได้

แม้กระนั้นเฮเยสเองก็เคยผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ดังนั้นใบหน้าของเขาจึงไม่แสดงสิ่งใดออกมา เขาทราบว่าเซียวอวี๋ต้องการเป็นฝ่ายเปิดการสนทนาเพื่อถือไพ่เหนือกว่า ผู้ที่ถนัดการเจรจาย่อมไม่ยอมทิ้งไพ่ในมือตั้งแต่ต้น ดังนั้นเฮเยสจึงเพียงนั่งมองเซียวอวี๋อย่างท้าทาย

เซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจต่อชายผู้นี้ เขากวาดสายตามองเฮเยสและผู้คุ้มกันทั้งสองที่อยู่ด้านหลัง

เซียวอวี๋ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบอย่างละเมียดละไมก่อนจะหันไปหาเฮเยส "เจ้าคือ? ....มอร์รอนงั้นหรือ?"

"ดยุคเซียว นี่คือวิธีต้อนรับแขกของท่านหรือ?" เฮเยสเปิดปากกล่าว คำถามแรกของเซียวอวี๋ถือเป็นการหมิ่นเกียรติพาลาดิน เฮเยสเป็นคนฉลาด หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงเลือกที่จะชักดาบและท้าเซียวอวี๋ประลองไปแล้ว

เซียวอวี๋กล่าวตอบ "เช่นนั้นท่านก็ไม่ใช่มอร์รอน...แล้วไฉนท่านไม่เอ่ยวาจาเล่า? ท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใด?"

"ท่าน...." เฮเยสทราบว่าตอนนี้สถานการณ์พลิกกลับแล้ว นี่คล้ายกลายเป็นว่า เฮเยสเป็นคนก่อปัญหาขึ้นเอง จริงที่เขาซึ่งเป็นแขกและไม่ได้ลุกขึ้นกล่าวทักทายเจ้าบ้าน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องปกติที่เซียวอวี๋จะไม่สุภาพต่อเขา แต่นั่นก็เพียงใช้ต่อแขกเหรื่อทั่วไปเท่านั้น เขาดูคล้ายแขกทั่วไปงั้นหรือ? เพ้ย เฮเยสเป็นถึงพาลาดินขั้นที่สี่ของศาสนจักร ขณะเดียวกันก็ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองอัศวินด้วย การปรากฏตัวของเขาย่อมได้รับการต้อนรับขับสู้อย่างทรงเกียรติ กระทั่งแกรนดยุคก็ยังไม่มีคุณสมบัติจะกล่าวกับเขาเช่นนี้

แต่เมื่อคิดดูให้ดี เฮเยสก็ไม่มีคุณสมบัติจะนั่งลงต่อหน้าเซียวอวี๋เช่นกัน แม้กระนั้นเฮเยสไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ เขาเป็นพาลาดินจากศาสนจักร ทุกคนต้องให้การเคารพเขา

ทว่าเขากลับไม่ทราบนิสัยใจคอของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นขุนนาง หากแต่เป็นอันธพาล ในโลกของอันธพาลและโจรปล้นชิงไม่มีคำว่าหวาดกลัว มีเพียงผู้ใดกัปั้นใหญ่กว่าก็จะได้เป็นลูกพี่ แล้วเขายังจะต้องเกรงกลัวผู้ใดอีก? มีผู้ใดสามารถหยุดเขาหรือ? เขาไม่เพียงเป็นอันธพาล หากแต่ยังเป็นอันธพาลที่มีชั้นเชิง แล้วทำไมเขาจะต้องกลัวด้วย? ขนาดตระกูลเคเนดี้เขายังไม่กลัว แล้วเพียงแค่พาลาดินผู้หนึ่งทำไมเขาจะต้องใส่ใจด้วยเล่า? เซียวอวี๋ไม่ได้มองเฮเยสเท่าเทียมกันตั้งแต่แรก นอกจากนี้เขายังทราบว่าเฮเยสย่อมไม่ได้มาดี เขารู้ว่าศาสนจักรจะต้องไม่ยอมรับตัวตนของอูเธอร์ ไม่เช่นนั้นอำนาจของศาสนจักรจะตกอยู่ในมือของเขา แน่นอนว่าเหล่าระดับสูงย่อมไม่มีผู้ใดเห็นดีเห็นงามด้วย พวกมันย่อมไม่ยอมสละละทิ้งอำนาจไป

พวกมันจะยังคงปฏิเสธการดำรงอยู่ของอูเธอร์แม้จะทราบว่าเขาเป็นตัวจริงก็ตาม แล้วพวกมันจะทำอย่างไรน่ะหรือ? เรื่องนี้น่าสนใจนัก...