ตอนที่ 285

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ขวัญกำลังใจกองทัพของเซียวอวี๋นั้นเต็มเปี่ยม เขาจะต้องกวาดล้างศัตรูกลุ่มนี้และหลังจากนั้นเขาจะได้มีเวลาพักหายใจหายคอเสียที

พวกเขาไล่ต้อนศัตรูราวกับกำลังไล่ตีสุนัขจร การไล่ล่ากินเวลาอยุ่ราวสามวันสามคืน ทหารของศัตรูส่วนใหญ่เลือกที่จะยอมจำนน มีเพียงพวกมันส่วนน้อยที่หลบหนีจากไปขณะที่บางส่วนถูกสังหารระหว่างการไล่ล่า

เดิมทีพวกมันรับใช้โถวปากุ้ย หากแต่ตอนนี้โถวปากุ้ยได้พ่ายศึกนี้แล้ว ดังนั้นพวกมันจึงเปลี่ยนฝ่ายมาเข้าร่วมกับโถวปาหง ปาเทียนหมิงสามารถหลบหนีไปได้ ทางกลุ่มคนผ้าคลุมดำอันลึกลับเองก็หายตัวไป

นี่ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ ไม่เพียงแต่ทำลายกองทัพที่ถูกส่งมาสังหารโถวปาหงไป แต่มันยังเป็นการเพิ่มขวัญกำลังให้กับผู้คนฝ่ายโถวปาหงอีกด้วย ตอนนี้เมืองฮัวเหลียนได้กลายเป็นฐานทัพของเขาแล้ว โถวปาหงสามารถเริ่มต้นช่วงชิงบัลลังก์ได้จากที่นี่ นอกจากนี้ยังมีผู้คนมากมายมาเข้าร่วมกับโถวปาหงหลังจากโถวปาหงสามารถเอาชัยเหนือปาเทียนหมิงได้ นี่เป็นศึกที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา

ไม่เพียงแต่โถวปาหงจะได้กำลังคนเพิ่มขึ้นเท่านั้น เขายังยึดเครื่องบาริสต้า เครื่องยิงหิน อาวุธและสิ่งของได้อีกมากมาย

โถวปาหงได้จัดงานเลี้ยงใหญ่โตขึ้นภายในเมืองฮัวเหลียนหลังจากที่ไพร่พลเสร็จสิ้นการไล่ล่ากองทัพของปาเทียนหมิง เหล่าไพร่พลที่มีผลงานในสงครามก็ได้รับรางวัล จำนวนของแม่ทัพใหม่ได้เพิ่มขึ้นหลังศึกครั้งนี้ พวกเขาจะกลายเป็นรากฐานที่โถวปาหงจะใช้ในการรวมจักรวรรดิให้เป็นหนึ่ง

เซียวอวี๋ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะปูนบำเน็จเหล่าทหาร ดังนั้นโถวปาหงจึงต้องรักษาคำพูด เหล่าผู้ที่ไม่มีความดีความชอบมากนักต่างอิจฉาตาร้อน พวกเขากระเหี้ยนกระหือลือที่จะสู้รบเต็มอยากเพื่อไขว่คว้าวาสนาให้กับตนเอง นอกจากนี้พวกเขายังทราบดีว่า ขุนนางและแม่ทัพเก่าได้ทรยศต่อโถวปาหงไป ดังนั้นจึงเป็นโอกาสให้เหล่าผู้ที่มีความสามารถได้กลายเป็นขุนนางและขุนพลใหม่ของจักรวรรดิ

โถวปาหงแต่งตั้งให้แม่ทัพฮัททัมขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ของกองทัพเนื่องเพราะความสำเร็จที่เขาได้กระทำ แม้ว่าเขาจะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว กระนั้นเขาก็ยังคงต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเซียวอวี๋ โถวปาหงได้ส่งมอบอำนาจในการจัดการกองทัพอย่างเต็มที่ให้กับเซียวอวี๋ เขาตระหนักดีว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นเพราะการช่วยเหลือจากเซียวอวี๋ เขาคงต้องตกเป็นเชลยของปาเทียนหมิงไปแล้วหากเซียวอวี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดและไม่อาจขาดได้ของฝ่ายเขา

สำหรับแผนการในขั้นต่อไป เซียวอวี๋และโถวปาหงได้หารือกันอยู่หลายวันจนสุดท้ายจึงได้กำหนดแผนการขั้นต้นขึ้นมา ก่อนอื่นพวกเขาจะส่งนักกวีและนักแสดงไปเผยแพร่เรื่องราวการกบฏของโถวปากุ้ยให้ทั่วจักรวรรดิ เซียวอวี๋บอกโถวปาหงว่า ไม่ว่าจะมีเงินหรือกองทัพที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชน เขาจะต้องกุมหัวใจของผู้คนไว้ให้ได้

ประการที่สองคือการฝึกฝนกำลังพลและจัดระเบียบกองทัพ พวกเขาจะส่งหนว่ยสอดแนมไปยังชนเผ่าใกล้เคียงเพื่อให้พวกเขาปฏิญาณว่าจะจงรักภักดี หากว่าอีกฝ่ายปฏิเสธก็จะต้องสังหารคนเหล่านั้นไป

นอกจากนี้ กองทัพจะไม่ตั้งอยู่ภายในเมืองฮัวเหลียน โถวปาหงได้ส่งกองทัพของเขาไปในทิศทางต่างๆเพื่อที่จะสามารถสนับสนุนกันได้โดยง่าย

ประการที่สามคือการส่งคณะทูตไปยังชนเผ่าและตระกูลที่อยู่ไกลจนไม่อาจมาสนับสนุนกับโถวปาหงได้ ชนเผ่าเหล่านั้นจะได้รับการบอกให้สะสมไพร่พลรอคอยเวลาลงมือ ทั้งสามประการนี้เป็นเพียงแผนการโดยคร่าว มันยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมาก แผนการขั้นต้นนี้จะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ความแข็งแกร่งของเหล่านักรบอัญเชิญได้ยกระดับขึ้นหลังจากจบสงครามขนาดใหญ่ บางทีอาจเป็นเพราะนักรบหมาป่าและนักรบภูติที่แข็งแกร่งจึงทำให้พวกเขาเพิ่มระับได้อย่างรวดเร็ว กรอมเพิ่มระดับขึ้นเป็น 25 ขณะที่แอนโทนีดาสเลื่อนขึ้นเป็น 26 ผลงานของเขาโดดเด่นอย่างมากในสงครามขนาดใหญ่เช่นนี้ โดยปกติแล้ว ผู้ใช้มนตราจะอ่อนแอและตกเป็นเป้าโจมตีแรกของศัตรู แต่แอนโทนีดาสสามารถใช้เกราะเหมันตร์ เทเลพอตและทักษะช่วยชีวิตอื่นๆ นอกจากนี้เขายังมีน้ำยาฟื้นฟูมานาอยู่มากมายมหาศาล การโจมตีด้วยแท่งน้ำแข็งของเขาสามารถเจาะผ่านผิวหนังของนักรบหมาป่าได้ไม่ยาก ด้วยการโจมตีเพียงสองครั้งก็พอจะสังหารพวกมันไป ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ใช้มนตราที่แข็งแกร่งที่สุดจากยุคโบราณแล้ว ยิ่งเขามีระดับเพิ่มขึ้นเท่าใด เขาก็ยิ่งเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้น

คาร์นได้มาถึงระดับ 25 แล้วเช่นกัน ในสนามรบนั้นเชาแทบจะไม่ต่างไปจากเครื่องจักรสังหาร เขาจะใช้ความแข็งแกร่งอันไร้ผู้ต้านเหยียบย่ำไปทุกทิศทาง เขาได้เสียชุดเกราะเซ็ตที-สองไปถึงสองชุดในระหว่างการรบ เซียวอวี๋จึงได้มอบเกราะเซ็ตใหม่ให้กับเขา ส่วนอันที่พังเสียหายนั้นจะถูกนำไปซ่อมแซม

เซียวอวี๋ประหลาดใจอย่างมากที่เห็นเมอีฟมีระดับถึง 23 แล้ว ช่วงก่อนสงครามนางยังเพิ่งจะมีระดับเพียง 18 การเพิ่มขึ้นมาถึง 5 ระดับอย่างรวดเร็วนั้นพิสูจน์ได้ว่าจำนวนผู้คนที่ตกตายด้วยเงื้อมมือนางคงมีไม่น้อยเลย การลงมือและเคลื่อนไหวของนางยิ่งไม่อาจคาดเดาหลังจากมระดับเพิ่มขึ้น เซียวอวี๋รู้สึกราวกับว่าเมอีฟจะสามารถหายตัวไปสังหารผู้คนได้ทุกเมื่อ

หลังจากมาถึงระดับที่ 20 เมอีฟก็สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่

โจมตีว่องไว(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ความรวดเร็วในการโจมตีของฮีโร่จะเพิ่มขึ้น

พัดใบมีด(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ฮีโร่สามารถขว้างพัดใบมีดออกไปสร้างความเสียหายต่อศัตรู

ความมืดลอบเร้น(เพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ความเร็วในการเคลื่อนไหวและความเร็วในการโจมตีของฮีโร่จะเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืด ฮีโร่สามารถแฝงตัวไปกับความมืดและทำให้ศัตรูยากที่จะตรวจพบ

นักรบอัญเชิญเองก็มีระดับเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดรูอิดแห่งทารอนที่มีระดับน้อยที่สุดนั้นอยู่ที่ระดับ 3 ในขณะที่ดรูอิดที่มีระดับมากที่สุดนั้นอยู่ที่ระดับ 6 ในระดับที่ 6 นั้นพวกเขาจะสามารถแปลงกายเป็นฝูงอีกาได้อย่างอิสระ นอกจากนี้พวกเขายังยังสามารถใช้เวทมนตร์โจมตีซึ่งทำให้พวกเขาแข็งแกร่งกว่าทหารทั่วไป เซียวอวี๋ได้สั่งให้พวกเขาอยู่ห่างจากแนวหน้าในช่วงต้นของสงครามเนื่องเพราะพวกเขายังมีระดับที่ต่ำ เขากลัวว่าพวกเขาจะถูกสังหารได้โดยง่าย กระนั้นพวกเขาก็ยังสามารถสร้างความเสียหายได้มากมาย

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ได้เสียนักรบไปมากเช่นกัน มีนักรบถึง 300 คนที่ตกตายไป นี่เป็นครั้งแรกที่เซียวอวี๋เสียคนไปมาก แต่เขาก็ทราบดีว่าคู่ต่อสู้ในครานี้เองก็แข็งแกร่งอย่างมาก มันคงเป็นความคิดที่ไร้เดียงสาหากว่าเขาคิดว่าจะไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้นเลย

ยักษ์ศิลานั้นเป็นกองกำลังที่สังหารได้ยากที่สุดในสงคราม พวกมันเองก็ได้สังหารศัตรูไปมหาศาล มีบางตัวที่มีระดับถึง 10 แล้ว ตัวที่มีระดับถึง 10 นั้นมีความสูงเกือบ 10 เมตร ผิวของมันก็หนามากขึ้น นอกจากนี้มันยังสามารถดึงต้นไม้มาใช้เป็นอาวุธได้

เซียวอวี๋ตัดสินใจที่จะเรียกดรูอิดแห่งคมเขี้ยวมาหลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของนักรบหมาป่า กองกำลังพิเศษนี้มีบทบาทอย่างมากหากใช้ได้ถูกจังหวะเวลา ให้ลองจินตนาการยามที่มีฝูงหมีจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นในสนามรบอย่างไม่ทันตั้งตัว นั่นจะกลายเป็นฝันร้ายของศัตรูอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ค่าผลงานของเซียวอวี๋ยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน เขาได้เลื่อนระดับและสามารถอัพเกรดฐานทัพได้อีกหนึ่งแห่ง เขาจึงวางแผนที่จะอัพเกรดฐานทัพมนุษย์

เขายังสามารถอัญเชิญกริฟฟ่อนไรเดอร์ ดราก้อนฮอร์คและยูนิตอื่นๆมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีนักบวชอยู่อีก ความสูญเสียในสนามรบจะลดลงมากหากได้รับความช่วยเหลือจากเหล่านักบวช

"อนาคตขึ้นอยู่กับสงคราม...." เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะครุ่นคิดยามไปที่กลับไปยังฐานทัพและทำการอัพเกรด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขาจะต้องช่วยโถวปาหงจัดระเบียบเรื่องราวต่างๆเสียก่อน....