ตอนที่ 205

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"เข้ามาไอ้หนู! เมื่อครู่ยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่รึ? หรือเจ้าไม่ทราบว่าท่านธีโอดอร์ได้มอบคัมภีร์เวทไว้ให้บิดาผู้นี้หลายร้อยม้วน แล้วรู้หรือไม่ข้าจะทำอะไรกับพวกมัน ข้าจะใช้พวกมันระเบิดตัวบัดซบที่มันรกสายตาข้า!" เซียวอวี๋ดึงกระเป๋าบรรจุม้วนคัมภีร์เวทออกมาจากแหวนมิติ ม้วนคัมภีร์เหล่านั้นครึ่งหนึ่งว่างเปล่าไร้อักขระจากการใช้งานไป กระนั้นเซียวอวี๋ก็ยังเลือกใช้วิธีนี้ข่มขู่

เขาจะถือไพ่เหนือกว่าหากใช้วิธีการนี้มาข่มขู่อีกฝ่าย กระทั่งหากรอมเมลมาเห็นยังต้องยอมรับ มันเป็นสร้างสถานการณ์เพื่อให้อีกฝ่ายไม่อาจคาดเดาไพ่ในมือของท่านออก

ท่าทีอันหยิ่งผยองของเซียวอวี๋ทำขึ้นเพื่อรั้งเหนี่ยวศัตรูเอาไว้ เขาไม่มีความลังเลแต่อย่างใด จะอย่างไรอีกฝ่ายต้องการหาเรื่องอยู่แล้ว ท่าทีอันไม่แยแสเมื่อรวมกับเหล่าม้วนคัมภีร์ที่อยู่ในมือ นี่ทำให้ฝ่ายศัตรุคิดว่าเขาไม่เคยกลัวเกรงผู้ใด กระทั่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้ายังต้องมาจบชีวิตภายใต้ม้วนคัมภีร์เวทของเขา

ม้วนคัมภีร์เวทที่สร้างขึ้นโดยธีโอดอร์เหล่านั้นเพียงพอที่จะเป่าเมืองเล็กๆให้กลายเป็นจุล

ดวงตาของชายหนุ่มผู้นั้นเบิกกว้างขณะที่หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาโกรธมาก กระนั้นความโกรธของเขาไม่ได้มีส่วนช่วยต่อสถานการณ์แต่อย่างใด ตั้งแต่เยาว์วัย ไม่มีผู้ใดกล้ากล่าววาจาล่วงเกินเขา ทุกคนต่างค้อมตัวลงต่ำเมื่อเห็นเขา ไม่มีผู้ใดกล้าขึ้นเสียงหรือด่าทอเขา

หากมีผู้ใดกล้าทำเช่นนั้น มันผู้นั้นอย่างน้อยที่สุดต้องสูญเสียมือหรือถูกทุบตีจนถึงแก่ความตาย เขาเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น อะไรที่เขาอยากได้ เขาต้องได้

ในครั้งนี้ ตระกูลของเขาได้ส่งเขามาเก็บเกี่ยวหาประสบการณ์ องค์รักษ์แข็งแกร่งจำนวนมากได้รับคำสั่งให้ตามมาคุ้มครองเขา เมื่อมาถึงนครทมิฬ พวกเขาก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเซียวอวี๋ ว่ากันว่าเซียวอวี๋มีเอลฟ์ที่งดงามที่สุดอยู่ข้างกาย ทั้งยังมีสมบัติวิเศษอยู่จำนวนมาก ความโลภเข้าครอบงำเขา เขาต้องการช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่างของเซียวอวี๋ กระนั้นเขากลับไม่คาดคิดว่าสถานการณ์จะออกมาในรูปการณ์นี้

เขาไม่อาจช่วงชิงสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้นเขายังต้องโดนสบถด่าทอ นี่ทำให้เขาโมโหจนแทบคลุ้มคลั่ง เขาต้องการสับเซียวอวี๋เป็นหมื่นๆชิ้นจนจำสภาพศพไม่ได้

แม้ว่าเขาจะวางโตไปทั่ว แต่เขาก็ยังรู้จักธีโอดอร์ เขาทราบว่าม้วนคัมภีร์เวทที่ถูกสร้างขึ้นโดยธีโอดอร์ย่อมไม่ใช่สิ่งของระดับต่ำ ชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน.........

"...เจ้าสารเลว.....ข้าจะมอบโอกาศสุดท้ายให้เจ้า ส่งตัวเอลฟ์สาวและทุกสิ่งทุกอย่างของเจ้ามา....ข้าจะพิจารณารับเจ้าไว้เป็นทาส ให้เจ้าได้รักษาชีวิตอันต่ำต้อยเอาไว้ มิฉะนั้นเจ้าจะต้องเผชิญกับความพิโรธของตระกูลเคนเนดี้!"

ชายหนุ่มผู้นั้นทราบว่าตอนนี้เขาตกเป็นรองอยู่ ตอนนี้เขามีทางเลือกเพียงสังหารเซียวอวี๋ให้ได้หรือกดดันให้เซียวอวี๋มารับใช้

ฝ่ายที่มีอำนาจมากที่สุดไม่ใช่ดินแดนหรือรัฐอันแข็งแกร่ง หากแต่เป็นเหล่าตระกูลที่ตกทอดสมบัติกันมาหลายพันปี ตระกูลเหล่านั้นมีอิทธิพลกว้างขว้างทั้งยังมั่งคั่ง

เซียวอวี๋เองก็คาดเดาว่าลีอาต้องมาจากตระกูลทรงอำนาจ แต่เขาก็ไม่อาจทราบว่านางเป็นคนของตระกูลใด

"มารดามันเถอะ! เจ้ามาที่นี่เพื่อตอแยบิดาผู้นี้งั้นหรือ? ตัวบัดซบเจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร? หรือเจ้าประสาทหลอนจนคิดว่าตนเองเป็นองค์จักรพรรดิของอาณาจักรพยัคฆ์คำรน? เจ้ามันก็แค่อุจาระกองหนึ่ง....กลิ่นของเจ้ายังไม่เลว กระทั่งขอทานที่สกปรกที่สุดยังต้องอุดจมูกวิ่งหนี โชคดีที่ข้าไม่ใช่บิดาเจ้า....มิเช่นนั้นข้าคงโยนเจ้าลงกลับบ่ออุจาระ....เหอะ....ปากอันเน่าเหม็นของเจ้าเองก็สมควรได้รับการบำบัด....โลกใบนี้กลับมีขยะเหม็นเน่าเช่นเ้จาผุดขึ้นมาได้อย่างไร?" เซียวอวี๋โกรธจนเส้นผมชี้ชันเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มผู้นี้กล้ามาบังคับให้เขายอมคุกเข่ารับใช้และส่งมอบทุกสิ่งออกไป

หน้าอกของชายหนุ่มผู้นั้นขยับขึ้นลงอย่างรุนแรง ดูราวกับเขาหายใจไม่สะดวก เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของเซียวอวี๋ในเรื่องการด่าทอ อันที่จริงเขายังไม่เคยได้ยินถ้อยคำด่าทอเช่นนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

อย่างไรเสียเซียวอวี๋ก็เป็นเกมเมอร์ผู้คว่ำหวอดในวงการ วันไหนเขาไม่ได้ด่าทอผู้คนเขาจะนอนไม่หลับ

"ฆ่า! ฆ่ามันให้กับข้า!" ชายหนุ่มไม่อาจทนต่อถ้อยคำด่าทอได้อีก เขาตะโกนสั่งการเสียงดัง ชั่ววินาทีนี้กระทั่งเหล่าม้วนคัมภีร์เวทในมือเซียวอวี๋เขายังมองข้ามไป

เหล่าองค์รักษ์ของชายหนุ่มผู้นั้นต่างทราบดีว่าคัมภีร์เวทในมือเซียวอวี๋มีอานุภาพปานใด กระนั้นพวกเขาก็ไม่กล้านิ่งเฉยเมื่อได้ยินคำสั่งของผู้เป็นนาย การฝ่าฝืนคำสั่งภายในตระกูลเคนเนดี้จะได้รับโทษอย่างรุนแรง

เซียวอวี๋ขว้างคัมภีร์เวทออกไปทันทีที่เห็นว่าพวกศัตรูพุ่งเข้าหาเขา ลีอาที่ยืนอยู่ด้านข้างเซียวอวี๋เองก็ขว้างคัมภีร์เวทออกไปเช่นกัน

วินาทีถัดมา ทั่วทั้งบริเวณพลันถูกสายฟ้าเข้าปกคลุม ฉากที่ปรากฏราวกับเป็นวันสิ้นโลก

อานุภาพของคัมภีร์เวทช่างน่าตื่นตะลึง ซึ่งส่วนที่น่ากลัวที่สุดของคัมภีร์เหล่านี้ก็คือ มันส่งผลออกมาทันที กระทั่งผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าก็ยังต้องใช้เวลาในการร่ายเวทย์

ทว่าจะไปตามหาผู้ใช้มนตราที่สามารถร่ายเวทหลายบทได้ในเวลาเดียวได้จากที่ใด? ผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าเรียกได้ว่าอยู่ในขอบเขตกึ่งเทพกึ่งมนุษย์ ท่านสามารถสยบศัตรูไว้แทบเท้าได้เกือบทั้งหมดหากมีผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าอยู่ข้างกาย.....

เหล่าองค์รักษ์ถูกเวทมนตร์จากคัมภีร์สังหารไปไม่น้อย พวกเขาหลายสิบคนไม่บาดเจ็บก็ล้มตาย เหลือคนอีกเพียงไม่กี่สิบคนที่กำลังคุ้มครองนายน้อยของพวกเขาหลบหนี

"ฆ่าพวกมันซะ!" เซียวอวี๋ทราบว่าตนเหลือม้วนคัมภีร์ไม่มากแล้ว ดังนั้นเขาจึงเรียกขวานพรากวิญญาณออกมาพุ่งเข้าจัดการศัตรูที่ได้รับบาดเจ็บจากเวทมนตร์

ศัตรุบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะที่บางคนเพียงบาดเจ็บไม่มาก

เซียวอวี๋เรียกใช้อมนิแสลชพวกจัดการพวกเขา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่พลันถูกผ่าแยกร่างเป็นสองซีกเมื่อรับการโจมตีเข้าไป พวกออร์คคำรามและวิ่งออกมาจากห้องแปรธาตุ พวกมันเข้ารุมสับขวานใส่ศัตรูที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่อาจหลบหนี

ผู้ใช้มนตราหลายคนถูกสังหารไป นายน้อยผู้นั้นกำลังหลบหนีไปภายใต้การอารักขาของผู้ฝึกยุทธ์สองคน เซียวอวี๋ไม่ต้องการไล่ล่า เขาทราบดีว่าการสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้ายากเย็นเพียงใด กระทั่งการไล่ตามยังเป็นเรื่องยาก

เซียวอวี๋สั่งการให้พวกออร์คค้นศพเหล่าผู้ใช้มนตราที่ตกตาย ในเวลานั้นอัลม่าก็เดินเข้ามาหาพร้อมถอนหายใจ "ท่านดยุค ครั้งนี้ท่านก่อเภทภัยร้ายแรงแล้ว...."