ตอนที่ 253

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"พวกเราสามารถลงมือตอนนี้ ทั้งร่างกายและจิตใจของพวกมันสมควรพังทลายแล้ว" เซียวอวี๋ตัดสินใจลงมือเมื่อหยั่งคำนวณดูแล้วว่าพวกโจรหมดกำลังใจที่บุกต่อไป นอกจากนี้พวกมันยังขาดแคลนเสบียงจนสิ้นเรี่ยวสิ้นแรง สภาพร่างกายของพวกมันอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่อย่างที่สุด

"บุก! ฆ่ามัน!"

ทัพอัศวินของเซียวอวี๋ควบอาชาพุ่งออกไปเป็นกลุ่มแรก พวกเขาทะลวงผ่านกองทัพโจรเข้าไป การศึกจบลงรวดเร็วเกินคาด มีพวกโจรราวหนึ่งพันคนเตลิดหนีจากไป แต่พวกมันที่หลงเหลือล้วนถูกสังหารอยู่ที่นั่น

เซียวอวี่สั่งให้ทั้งหมดออกจากเมือง เขาสั่งให้ทั้งหมดจุดไฟเผาทุกสิ่งทุกอย่าง เคราแดงตัวจริงจะต้องทราบเรื่องและเดินทางมาตรวจสอบด้วยตนเองอย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้นเรื่องราวก็คงยุ่งยากมากแล้ว

พ่อค้าบางคนไม่เต็มใจที่จะเผาผลงานปติมากรรม เสื้อผ้าและสิ่งของอื่นๆในที่แห่งนี้ พวกเขาต้องการจะหยิบติดมือกลับไปเมืองรัชเชตก่อน จกานั้นจึงค่อยนำขบวนรถมาขนสิ่งของที่เหลือ สิ่งของเหล่านี้ได้ถูกพวกโจรรวบรวมเอาไว้หลายสิบปี มูลค่าของมันยังมากกว่าที่ทั้งขบวนพ่อค้าจะหาได้ตลอดทั้งปีเสียอีก

พวกเขาจะกลายเป็นร่ำรวยในชั่วข้ามคืน ดังนั้นจึงมีผู้คนบางส่วนคัดค้านเซียวอวี๋ ซึ่งเซียวอวี๋เองก็คร้านจะอธิบายสถานการณ์ให้พวกเขาฟัง ตั้งแต่โบราณกาลมา คนโลภมักต้องสังเวยชีวิตอยู่เป็นนิจ

เซียวอวี๋ตัดสินใจพาคนของตนออกจากที่แห่งนี้

เขาทราบว่าเมืองรัชเชตจะต้องปั่นป่วนวุ่นวายในไม่ช้า ดังนั้นจึงให้โถวปาหงเพื่อหาสถานที่อื่นเป็นที่มั่นชั่วคราว เขายังไม่ฝากความหวังไว้ในมือผู้อื่น

ที่ที่เซียวอวี๋เลือกเป็นที่มั่นให้กับโถวปาหงก็คือเมืองฮัวเหลียนซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับดินแดนไลอ้อน มันเป็นเมืองทางผ่านในการเดินทางจากจักรวรรดิเมฆาไปยังอาณาจักรพยัคฆ์คำรน เมื่อเช่นนั้นเขาก็จะสามารถสนับสนุนโถวปาหงหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้ นอกจากนี้เมืองฮัวเหลียนยังอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง นั่นเท่ากับว่าอยู่ห่างไกลจากเหล่ากบฏด้วย

เซียวอวี๋และคนอื่นๆกลับไปรวมตัวกับทิรันด้าที่เมืองรัชเชต หลังจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปที่เมืองฮัวเหลียน

..................................

..................................

มีพ่อค้าหลายคนที่ฟังคำแนะนำของเซียวอวี๋ในขณะที่ส่วนใหญ่แล้วเลือกที่จะกลับไปพักที่เมืองรัชเชตเช่นเดิม ขบวนพ่อค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะกลับไปขนสมบัติที่ฐานของพวกโจรกลับมา

เมื่อไม่มีผู้ใดคอยควบคุมทั้งหมดอีก พวกเขาก็หันไปต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันเอง มีผู้คนล้มตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ในเวลานี้เองก็มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาภายในฐาน ผู้ที่ยืนอยู่หน้าสุดนั้นสวมหน้ากากและผ้าคลุมสีแดงสด

คนผู้นั้นกลายเป็นโกรธแค้นขึ้นมาเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับฐานทัพของมัน มันส่งสัญญาณมือให้เหล่าผู้ติดตามพุ่งเข้าไปเข่นฆ่าสังหาร ทัพม้าที่เบื้องหลังของมันพลันตะบึงม้าไปยังเหล่าขบวนพ่อค้าที่กำลังจัดย้ายสิ่งของ พวกมันละเว้นเพียงไม่กี่คนเพื่อรีดเค้นข้อมูล หลังจากนั้นที่เหลือก็ถูกถลกหนังทั้งเป็น

เหล่าเชลยได้รู้ว่าผู้นำของคนกลุ่มนี้เป็นอิสตรีก็เมื่อยามที่ถูกนางซักถาม เสียงของนางช่างไพเราะเสนาะหูจริงๆ

"เป็นโถวปาหง! ไม่คิดเลยว่าองค์ชายน้อยผู้นี้จะกล้ามาทำลายฐานของข้า! ข้าจะสังหารตระกูลโถวปาให้หมดสิ้นหลังจากบิดาของเจ้าถูกถอดฐานันดรแล้ว!" นางกล่าวอย่างเย็นชา

............................

............................

"เจ้ากำลังคิดถึงเรื่องใดอยู่?" เซียวอวี๋จัดคนเข้าร่วมกับโถวปาหงหลังจากที่ได้มาถึงเมืองฮัวเหลียน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าโถวปาหงค่อนข้างใจลอยในช่วงสองสามวันมานี้

"เจ้ากล่าวว่า...พวกมันจะลุกฮือขึ้นในไม่ช้า....บิดาและเหล่าพี่น้องของข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย...ข้าต้องช่วยเหลือพวกเขา" โถวปาหงกล่าวเสียงเบาขณะเหม่อมองไปยังทิศทางของเมืองหลวง

เดิมทีโถวปาหงคิดว่ายังมีเวลาอยู่บ้างก่อนที่จะเกิดการกบฏขึ้น ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะสร้างกองทัพและไปช่วยเหลือครอบครัวของเขา แต่จากที่เซียวอวี๋บอกมา เขาไม่มีเวลาอีกแล้ว

เซียวอวี๋ถอนหายใจ "เจ้าสามารถส่งข้อความไปบอกบิดาของเจ้าได้ แต่ตัวเจ้าไม่อาจเดินทางไป มันเสี่ยงมาก หากว่าเจ้าถูกจับตัวไป จักรวรรดิเมฆาก็ถูกกาลจบสิ้นแล้ว ตอนนี้เจ้าต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างกองทัพโดยเร็วที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีอะไรรับรองได้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะแจ้งต่อบิดาของเจ้า อันที่จริงแล้วไม่แน่ว่าบิดาของเจ้ายังจะไม่เชื่อเจ้าอีกด้วย เจ้าต้องระวังในทุกฝีก้าว หากว่าบิดาของเจ้าเชื่อเจ้า เขาก็อาจจะโปรดปรานเจ้า ทั้งยังจัดการพวกกบฏได้....เจ้าไม่จำเป็นจะต้องไปยังที่นั่น...หรือพวกกบฏจะเปลี่ยนใจหากว่าเจ้าเดินทางไป?"

โถวปาหงผงกศีรษะรับ เขาส่งคนที่ไว้วางใจที่สุดนำของขวัญกลับไปมอบให้กับบิดา ภายในนั้นบรรจุเอาไว้ด้วยจดหมายเกี่ยวกับเรื่องการก่อกบฏสอดแทรกเอาไว้ เขาไม่คิดว่ามันจะไปถึงมือบิดาได้หากส่งไปเพียงจดหมาย

.............................

.............................

จักรพรรดิโถวปาเย่ได้ทรงจัดงานเลี้ยงร่วมกับเหล่าขุนนางและเสนาบดีที่พระราชวัง พระองค์ทรงดำริว่าการจัดงานเลี้ยงเช่นนี้เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าชีวิตและข้าราชบริพาร

พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิที่ยอดเยี่ยมในด้านกำหนดนโยบาย พระองค์แย้มพระโอษฐ์ออกมาขณะทอดพระเนตรมองประชาชนและไพร่พลของพระองค์

ทุกคนดูมีความสุขและจริงใจแสดงให้เห็นถึงความเผื่องฟูของจักรวรรดิ พระองค์ทรงดำริว่าสถานการณ์ภายในจักรวรรดิยังคงดีกว่าอาณาจักรพยัคฆ์คำรน อันที่จริงแล้ว พระองค์กำลังรอโอกาสที่จะกรีธาทัพไปยังอาณาจักรพยัคฆ์คำรนเพื่อขยับขยายดินแดน พระองค์ไม่ต้องการที่จะเป็นเพียงจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเมฆาตะวันตกเพียงเท่านั้น หากแต่เป็นทวีป

พระองค์ดำริว่าพระองค์จะทรงเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ดั่งในคำทำนาย หากว่าพระองค์ได้ปกครองทั้งทวีป พระองค์ได้เรียกตัวเหล่าโหราจารย์มาที่เมืองหลวงทันทีเมื่อได้ยินคำทำนาย ทั้งหมดล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน

ในยุคนี้ราชันย์แห่งราชันย์จะบังเกิดขึ้น คนผู้นั้นจะขี่มังกรและสวมใส่ชุดเกราะที่วิจิตรงดงาม กองทัพของเขาจะกวาดพิชิตไปทั่วทั้งโลก จักรพรรดิโถวปาเย่เชื่อว่าพระองค์คือราชันย์ในคำทำนายนั้น

กระนั้นเมื่อไม่นานมานี้พระองค์ทรงรู้สึกไม่สบายพระทัย ราวกับกำลังจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นพระองคืยังทรงพบว่าในแววตาของเหล่าเสนาบดีไม่มีความหวาดกลัวดังเช่นเมื่อหลายปีที่ผ่านมาอีก เสนาบดีเหล่านี้ประพฤติตนเป็นข้าราชบริพารที่ดี ที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างมาก หากแต่พระองค์ก็ยังคงไม่สบายพระทัย ขุนนางเหล่านี้หยุดการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งโดยปกติแล้วจะแสดงให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

การเขม่นกันได้ลดน้อยลง จำนวนขุนนางที่ตกตายก็แทบจะไม่มีอีก ดูเหมือนว่าทั้งหมดจะร่วมมือร่วมใจกันได้แล้ว ตอนนี้พระองค์ราวกับกำลังอยู่ในดินแดนอุดมคติ มันควรเป็นเรื่องที่ดี กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงไม่สบายพระทัย

มีองค์รักษ์เข้ามาภายในห้องโถงและรายงานว่าโถวปาหงได้ค้นพบวัตถุล้ำค่าและได้ส่งมอบเป็นบรรณาการต่อองค์จักรพรรดิ

จักรพรรดิโถวปาเย่ทรงพระสรวลออกมาเมื่อได้รับฟัง พระองค์ภูมิใจในตัวองค์ชายที่เก้ามาก โถวปาหงได้รับเลือกให้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์อ้าวตู๋ตั้งแต่ยังเยาว์เนื่องเพราะมีความโดดเด่น ที่สำคัญที่สุดก็คือ โถวปาหงเป็นพระราชโอรสที่กตัญญู โถวปาหงมักจะสรรหาของขวัญมามอบให้พระองค์อยู่ตลอด

จักรพรรดิโถวปาเย่ต้องการที่จะยกบัลลังก์ให้กับโถวปาหง แต่ติดที่พระราชประเพณีจึงกระทำไม่ได้

ไม่นานคนของโถวปาหงก็เข้าเฝ้า "องค์ชายเก้า โถวปาหงได้ส่งของขวัญพิเศษชิ้นนี้มาถวายเป็นของกำนัลต่อองค์จักรพรรดิเพื่อแสดงความกตัญญูพะยะค่ะ"

"ฮ่าฮ่า..ลุกขึ้นเถิด" พระองค์รู้สึกเบิกบานพระทัยยิ่ง พระองค์กำลังจะเปิดกล่องของกำนัลเพื่อทอดพระเนตร หากแต่เสนาบดีผู้หนึ่งได้เข้ามากราบทูลต่อพระองค์เสียก่อน พระองค์ทรงวางกล่องเอาไว้บนโต๊ะ

คนของโถวปาหงยังไม่ได้จากไปไหน หากแต่กล่าวขึ้นหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ฝ่าบาท องค์ชายเก้าหวังว่าพระองค์จะทรงทอดพระเนตรในทันทีพะยะค่ะ"

พระองค์ไม่คาดคิดว่าคนของโถวปาหงจะกล่าวขัดขึ้น มีอะไรเกิดขึ้นหรือ? ไฉนพระองค์จะต้องละเลยเสนาบดีเพื่อเปิดของสิ่งนี้?

กระนั้นพระองค์ก็ทรงไม่ละเลยคำขอขององค์ชายโถวปาหง พระองค์ทรงพระสลวลออกมา "มันยังไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย มันยังคงเป็นดังเช่นแต่ก่อน"

พระองค์ทรงเปิดกล่องออกและทอดพระเนตร สิ่งที่บรรจุเอาไว้ภายในดึงดูดพระทัยของพระองค์เอาไว้ มีกระดาษที่วาดรูปเอาไว้อยู่แผ่นหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเป็นมีดสั้นและหยดเลือดอยู่หลายหยด

สิ่งนี้หมายความว่ามีขุนนางบางคนลอบต่อต้านพระองค์และกำลังจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น นี่เป็นการบ่งบอกว่ามีผู้คนคิดกบฏแล้ว

ไฉนโถวปาหงจึงวาดรูปเช่นนี้?

พระองค์ทรงตระหนักว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว พระองค์ทรงใช้พระวรกายบดบังเอาไว้ขณะที่ทรงแสร้งยินดีต่อของกำนัลชิ้นนี้ กระทั่งนางกำนัลที่ยืนอยู่ทางด้านหลังก็ไม่อาจมองเห็นสิ่งของภายในกล่อง

พระองค์ทรงนำสิ่งของอีกสิ่งออกมาจากภายในกล่อง มันคือตุ๊กตากล พระองค์ทรงไขลานและวางเอาไว้บนโต๊ะ ตุ๊กตานั้นพลันเคลื่อนไหวเพื่อสร้างรอยยิ้มต่อผู้พบเห็น แม้จะดูแข็งทื่อหากแต่น่าเอ็นดูอย่างยิ่ง

"ฮ่าฮ่า...โถวปาหงยังคงเป็นไร้เดียงสาเฉกเช่นแต่ก่อน...มันคิดส่งของสิ่งนี้มาประจบเอาใจข้า ฮ่าฮ่า" จักรพรรดิโถวปาเย่ทรงพระสรวลออกมา

เสนาบดีรีบกล่าวประจบเอาใจองค์จักรพรรดิ

จักรพรรดิโถวปาเย่ทรงรับฟังขุนนางทั้งหมดก่อนจะตรัสออกมา "พวกเจ้าคิดว่าโถวปาหงนี้ดีหรือไม่?"

ทั้งหมดต่างกลาวเป็นเสียงดีกันว่ายอดเยี่ยมยิ่ง

พระองค์ผงกศีรษะและทรงปิดพระเนตรลง "เมื่อเป็นเช่นนี้ ในฐานะจักรพรรดิ ข้าตัดสินใจจะสละบัลลังก์ในวันนี้! โถวปาหงจะขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ไม่จำเป็นต้องมีพิธีการใดๆ ผู้ใดที่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งจะถือว่าเป็นกบฏต่อแผ่นดิน จงแจ้งข่าวไปให้ทั่วทั้งจักรวรรดิ"