ตอนที่ 115

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋นำกรอมและลีอาออกมา ลีอากระซิบเมื่อพวกเขาออกมาได้ครึ่งทางแล้ว "พวกเราจะแบ่งกันคนละครึ่ง"

เซียวอวี๋ตอบคำ "ตกลง"

"เจ้าจะทำสิ่งใดต่อไป?" ลีอาถาม

เซียวอวี๋ทราบว่าลีอากำลังหมายถึงเรื่องของมู่หลี่ "แน่นอนว่าต้องสะสางปัญหาก่อนหน้านี้เสียก่อน เจ้าคิดว่าข้าจะลืมง่ายๆหรือ? ข้าจะทำให้พวกมันบ้านแตกสาแหรกขาด...."

ลีอาเข้าใจแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดเรื่องใดขึ้น เซียวอวี๋มักจะกำหนดแผนเอาไว้เป็นมั่นเหมาะแล้ว

..............................

..............................

วันรุ่งขึ้น เซียวอวี๋และลีอาเดินเล่นไปบนถนน เขาจะเสียงเป่าปากและผิวปากออกมาเมื่อพบเห็นสาวงาม เขาดูราวกับอันธพาลจริงๆ

ลีอานั้นรู้จักเซียวอวี๋ นางทราบว่าเขาแสร้งทำเช่นนี้เพื่อปกปิดแผนการเพื่อที่จะสามารถบรรลุผลได้โดยง่าย

ในขณะเดียวกัน ก็มีเด็กวิ่งตรงเข้ามาทางพวกเขา เซียวอวี๋ขยับหลบอย่างรวดเร็วมิเช่นนั้นเด็กคนนั้นคงจะพุ่งชนเขาไปแล้ว

"เหตุใดจึงเร่งรีบถึงเพียงนี้?" เซียวอวี๋พึมพำขณะที่มองไปยังเด็กคนนั้น เขาไม่ได้ใส่ใจนัก แต่หลังจากนั้นก็มีชายผู้หนึ่งวิ่งตามหลังเด็กคนนั้นมา

"หัวขโมย! จับขโมยที! จับเจ้าเด็กนั่น! มันขโมยขนมปังของข้าไป!" ชายมีเคราตะโกนออกมาขณะที่วิ่งตามเด็กคนนั้นไป เซียวอวี๋ขมวดคิ้วเมื่อได้เห็นเหตุการณ์นี้

เด็กคนนั้นดูอ่อนแอ เขาส่ายโงนเงนขณะที่ฝืนวิ่ง

วินาทีถัดมาชายมีเคราก็จับตัวเด็กได้ก่อนจะผลักเขาลงพื้นและลงมือทุบตี "กล้าขโมยขนมปังของข้าหรือ! อะฮ่า! ขโมยต้องเจอแบบนี้!..."

เด็กคนนั้นถูกชายมีเคราทุบตี แต่ก็ไม่มีความโกรธหรือความหวาดกลัวฉายอยู่ในแววตาเลย เขาทำเพียงแค่พยายามกลืนขนมปังเพื่อเติมเต็มกระเพาะของตน ผู้คนเริ่มออกมามุงดู แต่ก็ไม่มีผู้ใดออกมาขัดขวางชายคนนั้นแม้แต่คนเดียว มีบางคนกล่าวหนุนว่าพวกหัวขโมยต้องเจอดีเช่นนี้

เซียวอวี๋โกรธอย่างมากเมื่อได้เห็นฉากที่เบื้องหน้า เขาย้อนกลับไปและเตะใส่ชายผู้นั้นสุดแรงเกิด

"เหตุใดเจ้าถึงได้โหดร้ายกับเด็กนัก?" เซียวอวี๋มองไปยังชายผู้นั้นที่เอาตัวพิงกำแพงอยู่ ชายผู้นั้นฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นมาเพื่อจะสบถด่าเซียวอวี๋ แต่เขาก็ต้องกลืนคำเหล่านั้นลงเมื่อได้เห็นสัญลักษณ์บนเครื่องแต่งกายของเซียวอวี๋

ชายมีเคราไม่กล้าเคลื่อนไหว เขายืนนิ่งอยู่กับที่ "ท่านดยุค มันขโมยขนมปังของข้า ดังนั้นข้าจึงลงโทษมัน"

เซียวอวี๋จ้องมองอย่างดุดัน "ทุบตีคนเพราะว่าขโมยขนมปังเนี่ยนะ? เขายังเป็นเพียงเด็ก! เขาจำต้องขโมยเพื่อความอยู่รอด ตามกฏของสวรรค์หรือโลกแล้วนี่ไม่ได้เป็นความผิด!"

ชายผู้นั้นโต้แย้งอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่กล้าโต้เถียงกลับไป เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงดยุค

เซียวอวี๋โยนเหรียญทองให้กับชายมีเครา "ไปซะ" ชายมีเครารับเหรียญเอาไว้ขณะฉีกยิ้มกว้าง เขาพยักหน้าหลายครั้งก่อนจะจากไป

เด็กคนนั้นรีบเคี้ยวกลืนขนมปังอย่างรวดเร็วขณะที่เขาขดตัวอยู่บนพื้น เซียวอวี๋รู้สึกแย่เมื่อมองไปที่ฉากนี้

"เจ้าเรียกว่าอะไร?" เซียวอวี่ย่อตัวลงเอ่ยถาม

เด็กคนนั้นเงยหน้าขึ้นมองเซียวอวี๋ "ข้าชื่อ ฉินเช่อ"

เซียวอวี๋ถามต่อ "เจ้าหิวงั้นรึ?"

ฉินเช่อพยักหน้า

เซียวอวี๋ตอบกลับ "งั้นไปหาอะไรกินกัน"

ฉินเช่อมองดูเซียวอวี๋อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้า

พวกเขาเข้ามาที่เหลาอาหาร เซียวอวี๋สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะให้ฉินเช่อ

ฉินเช่อมองไปที่โต๊ะซึ่งเต็มไปด้วยอาหารหน้าตาน่ารับประทาน ทว่าเขาก็ยังคงไม่ได้ยื่นมือออกไปคว้ามากิน เขาเอียงศีรษะขณะที่มองเซียวอวี๋ "ทำไมท่านจึงซื้ออาหารพวกนี้?"

เซียวอวี๋ตอบกลับ "เพราะว่าข้าเบื่อ"

ฉินเช่อไม่ได้ขยับ แต่ขมวดคิ้ว "มารดาของข้าบอกข้าว่าจะต้องทำงานตอบแทนผู้ที่มอบอาหารให้ ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร?"

เซียวอวี๋รู้สึกประหลาดใจเมื่อมองไปที่ฉินเช่อ โดยปกติแล้วเด็กที่หิวโหยมักจะลงมือกินอาหารทันที แต่เด็กน้อยที่เบื้องหน้านี้กลับมีความอดทน อีกทั้งยังมีความเยือกเย็น

เซียวอวี๋ส่ายหน้า "ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าทำสิ่งใดให้ข้า"

ฉินเช่อถามต่อ "แล้วข้าจะกินได้อย่างไรหากไม่สามารถตอบแทนคืนได้?"

เซียวอวี๋มองฉินเช่อเงียบๆ เขายังเป็นเด็ก แต่มีภาวะทางอารมณ์ที่สูงยิ่ง เซียวอวี๋เชื่อว่าฉินเช่อจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จหากว่าเขาได้รับการเลี้ยงดูที่ดี นอกจากนี้ ดูเหมือนว่ามารดาของเขาจะไม่ใช่หญิงชาวบ้านทั่วไป เป็นการยากมากที่จะสามารถอบรมสั่งสอนเด็กเช่นนี้ออกมาได้

เซียวอวี๋ถอนหายใจ "ไม่ช้าก็เร็วข้าจะมอบอาหารแก่เด็กที่ไม่สามารถหาอาหารได้เองอยู่แล้ว ข้าไม่ต้องการเห็นเด็กต้องอดตายในโลกใบนี้"

นี่เป็นอุดมคติที่เซียวอวี๋ได้วาดหวังเอาไว้ เขาต้องการจะมอบที่พักพิงแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเอาไว้หลบแดดหลบฝน เขาต้องการที่จะทวีปแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้เขายังต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและเครื่องนุ่งห่มของผู้คน แน่นอนว่านี่เป็นจุดมุ่งหมายในอุดมคติและสวยหรูเท่านั้น อาจมีบางคนคิดว่าเซียวอวี๋นั้นสมองมีปัญหา อย่างไรก็ตาม เขาไม่อาจทนดูผู้คนของเขาต้องทนทุกข์ทรมาณได้

ฉินเช่อมองเซียวอวี๋กลับด้วยความตะตะลึง เขากล่าวออกมาช้าๆ "ข้าช่วยท่านด้วยเรื่องนั้นได้หรือไม่?"

เซียวอวี๋ระบายรอยยิ้ม "ย่อมได้"

ฉินเช่อพยักหน้าขณะที่เขาเริ่มลงมือกินอาหารบนโต๊ะ เขาแสดงท่าปฏิญาณต่อเซียวอวี๋และลีอาก่อนที่จะเริ่มกิน นี่พิสูจน์ว่าเขามาจากตระกูลชั้นสูง

นแกจากนี้แม้ว่าฉินเช่อจะหิวมากแต่เขาก็ไม่ได้กินอย่างตระกละตระกลาม เขาลงมือกินอย่างเรียบร้อย เซียวอวี๋เชื่อว่าเขาจะไม่กินเช่นนั้นหากว่าเขากำลังหิวอยู่ เซียวอวี๋คงกินให้มากที่สุดที่เขาสามารถกินได้หากว่าอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ฉินเช่อไม่ได้พูดคุยระหว่างกินอาหาร

เขาเช็ดปากหลังจากที่ผ่านไปยี่สิบนาที "ข้าอิ่มแล้ว ขอบคุณท่านสำหรับอาหาร"

เซียวอวี๋มองดูเด็กผู้นี้ "เห็นได้ชัดว่าเจ้าหิวมาก โดยทั่วไปคนที่หิวจะกินมากที่สุดเท่าที่จะกินได้ เหตุใดเจ้าจึงไม่กินอีกเล่า?"

ฉินเช่อจ้องเข้าไปในแววตาของเซียวอวี๋ "มารดาบอกข้าว่า เป็นลูกผู้ชายต้องรู้จักควบคุมความปรารถนา ทุกอย่างจะเลวร้ายหากว่ามากเกินไป พวกเราสามารถรักษาความมั่งคั่งได้ตลอดไปหากสามารถควบคุมความปรารถนา"

เซียวตกตะลึงกับคำกล่าวเหล่านี้ บางทีกระทั่งเขาเองก็ยังคิดแบบนี้ไม่ได้ มารดาของเด็กคนนี้เป็นคนแบบไหนกันถึงสามารถอบรมสั่งสอนบุตรออกมาได้ขนาดนี้?

เซียวอวี๋มองฉินเช่อ "มารดาเจ้าอยู่ที่ใด? นางได้กินแล้วหรือไม่? ต้องการอาหารไปเผื่อนางหรือไม่?"

ดวงตาของฉินเช่อมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา "มารดาขาเพิ่งเสียไปเมื่อไม่กี่วันก่อน"

เซียวอวี๋รู้สึกเศร้าใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น หากเขาพบฉินเช่อเร็วกว่านี้เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น โดยปกติแล้วเซียวอวี๋มักรู้สึกไม่ดีเมื่อพบเห็นการตาย ในฐานะคนในยุคใหม่แล้ว เขายึดถือชีวิตเป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครจะเข้าใจความหมายของชีวิตได้หากพวกเขาไม่เคารพชีวิต

เซียวอวี๋ไม่ใช่คนที่มีศีลธรรมสูงส่งอะไร แต่สิ่งเหล่านี้เป็นเพราะการปลูกฝังเลี้ยงดูที่หยั่งรากลึกในสังคมยุคใหม่

ฉินเช่อมองดูสีหน้าของเซียวอวี๋ที่แสดงออกมา "เหตุใดท่านจึงดูเศร้า? ท่านไม่รู้จักมารดาข้าเสียหน่อย"

เซียวอวี๋ตอบกลับ "ไม่สำคัญว่าใครเป็นที่ตาย ข้ากระทั่งรู้สึกเศร้าเมื่อได้เห็นการตายของศัตรู ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามีก็คือ ชีวิต จงให้ความเคารพชีวิตอยู่ทุกเมื่อ แล้วเจ้าจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่"

ฉินเช่อตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานานก่อนจะกล่าวอย่างช้าๆ "ท่านช่างกล่าวเหมือนมารดาข้านัก"

เซียวอวี๋มองดูเขา "ข้าไม่เคยพบนางมาก่อน แต่ข้าเชื่อว่านางเป็นมารดาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก เจ้าช่างโชคดีที่มีมารดาเช่นนี้ หลุมศพของนางอยู่ที่ใดเล่า? ข้าต้องการจะเคารพหลุมศพของนาง"