ตอนที่ 333

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ไม่กี่วันต่อมาทางศาสนจักรก็ประกาศว่าพระสันตะปาปาได้ทรงอัญเชิญท่านอูเธอร์กลับมา กล่าวกันว่าพระสันตะปาปาได้ใช้เทคนิคโบราณอัญเชิญท่านอูเธอร์ นั่นทำให้ทั่วทั้งนครเยซาต่างยินดีกันถ้วนทั่ว เหล่าสาวกนับไม่ถ้วนมาชุมนุมที่หน้าโบสถ์และกราบไหว้บูชาต่อผู้ถูกเลือกที่หวนคืน

เมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มีเพียงสองคนที่ไม่มีความสุขความยินดีร่วมกับเหตุการณ์นี้ บุคคลแรกคือ พระสันตะปาปาผู้มีรอยยิ้มประดับอยู่บนพระพักต์ขณะยืนอยู่ด้านหลังของอูเธอร์ตัวปลอม บุคคลที่สองก็คือเฮเยสที่ยืนอยู่ห่างออกไปทางด้านหลัง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชุดเกราะที่เขาสวมใส่ได้เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้เขากำลังสวมใส่ชุดเกราะที่ประดับดาวสีทองสี่ดวงอยู่ตรงส่วนแขน เฮเยสไม่เพียงเป็นหัวหน้ากองอัศวินอีกต่อไป ทว่าตอนนี้เขาเป็นถึงหัวหน้าราชองค์รักษ์! กล่าวกันว่าเฮเยสได้นำสิ่งที่มีส่วนสำคัญต่อการอัญเชิญอูเธอร์กลับมา เฮเยสเหลือบมองเกราะแขน กระนั้นสีหน้าของเขากลับไม่มีร่องรอยของความสุข แต่อย่างใด เขาหันไปมองพาลาดินคนอื่นๆที่กำลังจับจ้องไปยังอูเธอร์ตัวปลอมด้วยความยินดี ในคราแรก เฮเยสคิดว่าพระสันตะปาปาจะสังหารเขา เขายังคงไม่เข้าใจเหตุผลที่พระสันตะปาปาตัดสินใจเลื่อนขั้นให้กับเขา เขาเคยรับคำสั่งฆ่าคนมามากมายเพื่อเก็บความลับของศาสนจักร ดังนั้นการสังหารเขาเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรจึงเป็นเรื่องที่อยู่ในการคาดการณ์ของเขา ตอนนี้เฮเยสเป็นหนึ่งในสองบุคคลที่ทราบความจริง แล้วไฉนพระสันตะปาปาจึงปล่อยให้เขามีชีวิตอยู่? ไฉนจึงเลื่อนตำแหน่งให้เขา? แม้จะเป็นเช่นนั้น เฮเยสกลับไม่มีความสุขแต่อย่างใด อันที่จริงเขาคงรู้สึกโล่งใจมากกว่าหากพระสันตะปาปาเลือกส่งคนมาสังหารเขา เฮเยสไม่ทราบว่าสมควรต้องทำเช่นไรหากว่าศาสนจักรส่งเขาไปเผชิญหน้ากับอูเธอร์ ดังนั้นในตอนนี้เขาจึงมีเวลาใคร่ครวญเพิ่มขึ้น เขาสามารถใช้มันทบทวนความภักดีในใจ เฮเยสกวาดสายตามองฝูงชนที่ร่ำร้องตะโกนสรรเสริญอูเธอร์ตัวปลอม ในสายตาของเขาแล้ว คนเหล่านี้ก็ไม่ต่างอะไรจากหุ่นเชิดที่ไร้ชีวิตจิตใจ พระสันตะปาปาหมุนตัวจากไป เฮเยสทราบว่าเวลาแห่งการตัดสินได้มาถึงแล้ว เป็นเวลาที่สมเด็จพระสันตะปาปาจะทรงตัดสินพระทัยว่าจะเลือกความโลภหรือความศรัทธา ทว่าเฮเยสกลับครุ่นคิด ไม่ใช่ว่าพระองค์ทรงเลือกความโลภโมโทสันไปแล้วหรอกหรือ? เหตุใดผู้คนจึงกราบไหว้บูชาอูเธอร์ดั่งพระเจ้า? ใช่เป็นเพราะเขาคือวีรบุรุษจากยุคโบราณหรือไม่? ทว่าท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ใช่อื่นสิ่งใด แต่เป็นเพราะอูเธอร์นั้นแข็งแกร่ง ในตอนนี้พระสันตะปาปานั้นเข้มแข็งเสียยิ่งกว่าอูเธอร์ พระองค์ไม่ได้สนพระทัยเรื่องเทพเจ้าแต่อย่างใด เป็นว่าผู้แข็งแกร่งก็สามารถกลายเป็นพระเจ้า เช่นนั้นแล้วใยพระสันตะปาปาจะไม่ยกฐานะขึ้นบ้างเล่า? ความคิดนี้จะแวบขึ้นในจิตใจผู้ใดก็ตามที่มีความแข็งแกร่งถึงระดับหนึ่ง ซึ่งพระสันตะปาปาก็เลือกที่จะกลายเป็นเทพเจ้า ขั้นแรกคือการแต่งตั้งอูเธอร์ตัวปลอมขึ้นมาเป็นศูนย์รวมจิตใจของมวลชนให้ศรัทธาต่อเทพแห่งแสง จากนั้นพวกเขาก็จะสร้างกองทัพครูเซเดอร์ตามแผนการของพระสันตะปาปา เดิมทีพระสันตะปาปาจะเริ่มดำเนินการในอีกสองปีต่อจากนี้ พระองค์กำลังรอให้ทวีปเข้าสู่ความวุ่นวายก่อนจึงค่อยเริ่มแผนการ แต่ตอนนี้พระสันตะปาปากลับเริ่มดำเนินแผนทันทีเพราะการปรากฏตัวขึ้นของอูเธอร์ตัวจริงที่ดินแดนไลอ้อน "เซียวอวี๋ เจ้าสามารถอัญเชิญอูเธอร์กลับมาได้อย่างไร? หากว่านั่นคืออูเธอร์ตัวจริง เช่นนั้นแล้ว แอนโทนีดาส คาเอลธาสและคนอื่นๆก็ย่อม....ทว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้......ข้าจะต้องกำจัดมันให้สิ้นซาก!" พระสันตะปาปาดำริในพระทัย ลักษณะท่าทางของพระองค์คล้ายเต็มเปี่ยมไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ หากแต่ในพระทัยตอนนี้กลับดำริหาหนทางกำจัดฆ่าอูเธอร์ตัวจริงเพื่อที่พระองค์จะสามารถควบคุมทวีปได้โดยสะดวก หนึ่งวันต่อมาศาสนจักรก็ประกาศว่า แกรนดยุคเซียวอวี๋แห่งดินแดนไลอ้อนได้กระทำเรื่องลวงโลกโดยกล่าวว่าตัวเขาได้อัญเชิญท่านอูเธอร์กลับมา กองกำลังครูเซเดอร์จะถูกส่งไปลงโทษพวกนอกรีต! พระสันตะปาปาจะสงบพระทัยได้ก็ต่อเมื่ออูเธอร์ตัวจริงถูกปลิดปลงไปแล้ว ขณะเดียวกันศาสนจักรก็อ้างนามอูเธอร์ตัวปลอมระดมผู้คนก่อตั้งเป็นกองกำลังที่ชื่อว่า ครูเซเดอร์สีชาด ซึ่งเทียบเท่ากองกำลังนักรบศักดิ์สิทธิ์ในยุคโบราณ ในอดีตนั้น ศาสนจักรเป็นเพียงองค์กรศาสนาเล็กๆ อำนาจการปกครองที่แท้จริงของดินแดนอยู่ภายใต้ราชวงศ์พยัคฆ์คำรน ด้วยเหตุนั้นศาสนจักรจึงไม่มีกองกำลังเป็นของตนเอง มีเพียงแต่ต้องเพาะสร้างพาลาดินขึ้นมา พระสันตะปาปาทรงตัดสินพระทัยจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ ซึ่งมันสมควรเป็นเวลาให้หลังอีกสองปี แต่เซียวอวี๋และอูเธอร์ตัวจริงกลับผุดขึ้นมาขัดขวางแผนการของพระองค์ ดังนั้นพวกเขาจะต้องถูกกำจัดออกไป ......................... .........................  ภายในเมืองไลอ้อน เซียวอวี๋กำลังนั่งดื่มไวน์อย่างสงบ ตระกูลเคเนดี้ไม่อาจเข้าโจมตีพวกเขา ดังนั้นเซียวอวี๋จึงส่งกองกำลังทางอากาศไปโจมตีอีกฝ่ายในยามกลางวัน เหล่านักรบอัญเชิญชุดใหม่ส่วนใหญ่ต่างมีระดับถึง 10 แล้ว ขณะที่ทางฝั่งตระกูลเคเนดี้เริ่มท้อแท้ ในยามกลางคืนพวกเขาจะถูกอันเดดบุกจู่โจม ดังนั้นในยามกลางวันพวกเขาจึงไม่อาจล้อมตีเมืองไลอ้อนได้อีก หากว่าพวกเขาส่งกองทัพเข้าโจมตีในตอนกลางวัน เช่นนั้นในอนกลางคืนพวกเขาก็จะต้องสู้กับพวกอันเดดด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้า .......................... ..........................  นิโคลัสนั่งจิบไวน์อยู่บนม้านั่ง อิ่มเอมไปกับรสชาติของไวน์พลางรับการนวดเฟ้น "พบตำแหน่งของพวกอันเดดแล้วหรือไม่?" นิโคลัสไม่ได้หันกลับไปมองพลสอดแนมที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง พลสอดแนมนั้นกล่าวรายงาน "หลังจากพวกมันเข้าไปในเทือกเขาอัลคาเกน พวกมันก็หายไปขอรับ หลังจากนั้นก็ไม่อาจติดตามร่องรอยของพวกมันได้อีก...ดูเหมือนพวกมันจะมีทักษะอำพรางระดับสูงขอรับ" "มีความเชื่อมโยงกับลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อนหรือไม่?" นิโคลัสไม่เชื่อว่าอันเดดเหล่านี้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเซียวอวี๋ อย่างไรก็ตามเขากลับไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงแม้แต่น้อย "พวกเราไม่พบสิ่งใด...ไม่นานมานี้ มีพาลาดินจากศาสนจักรได้มายังเมืองไลอ้อนเพื่อตรวจสอบตัวตนของอูเธอร์ที่อยู่ข้างกายเซียวอวี๋ขอรับ จากนั้นเฮเยสก็จากไปโดยเร็ว คล้ายกับไม่พอใจเซียวอวี๋....คาดว่าตอนนี้เซียวอวี๋คงได้ศัตรูเพิ่มแล้ว" พลสอดแนมกล่าวรายงาน "เช่นนั้นหรือ...ไม่ช้าก็เร็วเขาคงกลายเป็นศัตรูของศาสนจักร....กระทั่งข้ายังไม่กล้ายกชูอูเธอร์ตัวปลอมขึ้นมา ไม่มีผู้ใดใส่ใจต่อแอนโทนีดาสและคนอื่นๆ แต่ศาสนจักรและพาลาดินไม่เป็นเช่นนั้น..." นิโคลัสทราบว่าเซียวอวี๋กำลังโน้มน้าวผู้คนด้วยการบอกว่าเขาได้อัญเชิญอูเธอร์ แอนโทนีดาสและคนอื่นๆมา แต่นิโคลัสไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาเชื่อว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะอัญเชิญเหล่าวีรบุรุษจากยุคโบราณกลับมา แม้ว่าจะมีผู้คนกล่าวว่ากระทำได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง เขาเองก็เคยคิดจะทำเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเพราะมันมีข้อบกพร่องอยู่มากมาย ด้วยเหตุนี้นิโคลัสจึงเชื่อว่าเซียวอวี๋ได้ตัดสินใจผิดพลาดด้วยการแอบอ้างเช่นนั้น "แล้วคาเอลธาสที่อยู่ข้างกายเขาเล่า?" ตอนนี้นิโคลัสสามารถควบคุมบลัดเอลฟ์ไว้ได้แล้ว เขาได้สนับสนุนพวกบลัดเอลฟ์ด้วยซันเวล นั่นทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมาก ดังนั้นมันจึงเป็นสาเหตุให้เขากังวลเกี่ยวกับคาเอลธาส "คาเอลธาสผู้นั้นคล้ายไม่มีความพิเศษขอรับ...เพียงเป็นผู้ใช้มนตราที่ทรงพลัง....ทว่าพวกเขายังมีนักรบชาวบลัดเอลฟ์อยู่อีก...เป็นนักรบดราก้อนฮอร์คและผู้ลบล้างมนตราขอรับ! ทั้งหมดล้วนคล้ายคลึงนักรบในยุคโบราณ...ข้าสงสัยนักว่าเขาสามารถร่วมมือกับพวกนั้นได้อย่างไร" พลสอดแนมกล่าวตอบ "ผู้ลบล้างมนตราเป็นกองกำลังชั้นยอดในการรับมือกับผู้ใช้มนตรา....ข้ามีบลัดเอลฟ์และมีผู้ลบล้างมนตราอยู่บ้าง กระนั้นข้าก็ยังไม่มีทักษะลับจากยุคโบราณ...มันทำให้ข้าไม่อาจเพาะสร้างพวกมัน...ในส่วนของนักรบดราก้อนฮอร์คนั้น....เกรงว่าในโลกใบนี้คงไม่หลงเหลืออยู่แล้ว...แล้วพวกมันไปหาดราก้อนฮอร์คมากมายมาได้อย่างไร?" นิโคลัสพึมพำ เขาได้สำรวจทั่วทวีปอยู่หลายปี กระนั้นกองกำลังจากตระกูลของเขากลับไม่อาจเทียบกับกองกำลังของเซียวอวี๋ นิโคลัสนั้นรู้สึกอิจฉากองทัพอากาศของเซียวอวี๋อย่างมาก "จะดียิ่งหากสามารถโน้มน้าวนักรบดราก้อนฮออร์คเหล่านั้นให้มาเข้ากับฝ่ายเรา" นิโคลัสกล่าวออกมา "นายท่านขอรับ! มีข่าวจากนครเยซาขอรับ! ศาสนจักรประสบความสำเร็จในการอัญเชิญอูเธอร์กลับมา และพวกเขายังเริ่มจัดตั้งกองกำลังครูเซเดอร์สีชาดขึ้นขอรับ" มีพลส่งสานส์เข้ามารายงาน "ว่ากระไร?" นิโคลัสลุกขึ้นพรวดทันทีที่ได้ฟังจนไวน์กระเซ็นซ่านจากแก้ว "เจ้าเฒ่านั่นคิดอะไรอยู่? ไฉนจึงลงมือเร็วนัก? นอกจากนี้มันยังจัดตั้งครูเซเดอร์สีชาด...หรือกำลังจะมีเหตุเปลี่ยนแปลง?" นิโคัลสเดินไปมาราวกับหนูติดจั่นพลางขมวดคิ้วมุ่น เขาทราบดีว่าสันตะปาปาเฒ่าเป็นจิ้งจอกชราที่เจ้าเล่ห์ยิ่ง ทว่ามาตอนนี้อีกฝ่ายกลับเลือกที่จะลงมืออย่างบุ่มบ่าม....

"นี่หมายความว่ามีบางสิ่งบีบบังคับให้มันกระทำเช่นนี้...ที่คิดออกก็มีเพียงอูเธอร์ที่ข้างกายเซียวอวี๋....แต่นั่นเป็นตัวปลอม....สันตะปาปาเพิ่งจะประกาศว่าเขาเป็นตัวปลอม ทำให้ไม่มีผู้ใดเชื่อวาจาของเซียวอวี๋...เว้นเสียแต่ว่า...." นิโคลัสหยุดชะงักขณะที่บดขยี้แก้วไวน์ในมือ