ตอนที่ 228

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ออกจากโรงแรมไปและไปสถานบันเทิงที่อยู่ใกล้เคียง ที่นั่นเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุด เขาสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเซนทอร์ได้ที่นั่น หรือบางทีเขาอาจจะหาคนที่เคยติดต่อกับพวกมันได้

หลังจากดื่มไปได้พักหนึ่งเขาก็พบเห็นคนรู้จัก นั่นคือโถวปาหงที่เคยประลองกับเขา ชายหนุ่มนั่งดื่มเงียบๆอยู่ที่มุมหนึ่ง ดวงตาของเซียวอวี๋วูบแสงก่อนจะเดินตรงเข้าไปหา ชายหนุ่มมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม นั่นหมายความว่าเขาเคยออกผจญภัยมามาก บางทีเขาอาจจะเคยพบกับเซนทอร์มาก่อน

"เป็นอย่างไรบ้าง น้องโถวป้า" เซียวอวี๋นั่งลงด้านตรงข้ามขณะหยิบแก้วไวน์ของเขาออกมา

โถวปาหงชะงักขณะที่เขาไม่คาดคิดว่าจะพบกับเซียวอวี๋ที่นี่หลังจากเพิ่งประลองกันไปเมื่อครู่

"เจ้าชอบมาที่นี่หรือ?" โถวปาหงมองเซียวอวี๋ สายตาของเขาไม่ได้มีความเกลียดชังแต่อย่างใด โถวปาหงยอมรับเซียวอวี๋เพราะว่าเซียวอวี๋สามารถเอาชนะเขาได้โดยไม่ได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ ยิ่งไปกว่านั้นถ้อยคำสุดท้ายของเซียวอวี๋ยังสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอย่างมาก

เซียวอวี๋หรี่ตาลง "ผู้คนทุกระดับชั้นมักต้องผ่านมายังที่แห่งนี้"

"เจ้าดูคล้ายกับเป็นบัณฑิต" โถวปาหงมองเซียวอวี๋อย่างสนใจ แม้ว่าพวกเขาเพิ่งจะได้พบกันไม่นาน หากแต่ในใจของโถวปาหงก็แสดงให้เห็นว่ามีความสนใจในตัวเซียวอวี๋

"ข้าชื่นชอบที่จะไตร่ตรองหลายครั้ง เอาเถอะ น้องโถวปา ข้าต้องการจะถามเจ้าเรื่องหนึ่ง" เซียวอวี๋พูดเข้าประเด็นทันทีที่เห็นว่าโถวปาหงแสดงความเป็นมิตรออกมา

"หืม? เป็นเรื่องใด?" โถวปาหงคิดว่าเซียวอวี๋กำลังทดสอบเขา

เซียวอวี๋ได้เอาชนะในการประลอง และบางทีเซียวอวี๋อาจจะพยายามทดสอบเขาในด้านความรู้ด้วย เขาไม่ต้องการที่จะพ่ายแพ้

"อันที่จริงมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ข้าต้องการทราบเกี่ยวกับพวกเซนทอร์" เซียวอวี๋ถามออกมาขณะจิบไวน์

"พวกเซนทอร์?" โถวปาหงขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซียวอวี๋ถึงสนใจพวกเซนทอร์

โถวปาหงกล่าวตอบด้วยความจริงจัง "พวกมันอาศัยอยู่ในทุ่งกว้างของจักรวรรดิ พวกมันถูกจัดเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญา มีความคล่องตัวสูง พวกมันโจมตีทั้งมนุษย์และสัตว์ พวกมันมีนิสัยของโจร"

เซียวอวี๋ผงกศีรษะขณะที่ได้ฟัง "น้องโถวปาเคยพบเจอพวกมันหรือไม่?"

โถวปาหงตอบกลับ "แน่นอน ข้าเคยแวะผ่านบางเผ่า และเคยเห็นพวกเซนทอร์โจมตีพวกมัน ตัวข้ายังเคยตัดศีรษะของพวกเซนทอร์มากกว่าร้อยตัว"

"มารดามันเถอะ....เพียงหนึ่งร้อย?" เซียวอวี๋เริ่มคาดคำนวณจำนวนเมื่อได้ยินคำตอบของโถวปาหง

หากว่าโถวปาหงสามารถสังหารพวกมันได้มากกว่าหนึ่งร้อยตัว เช่นนั้นเซียวอวี๋ก็สามารถสังหารได้เท่ากัน

และถ้าหากเซียวอวี๋สังหารได้เท่านั้น กรอมย่อมต้องสังหารได้มากกว่า และเวทมนตร์ของแอนโทนีดาสก็สามารถ "เก็บเกี่ยว" ได้มากกว่านั้น

ซึ่งในกรณีมันก็ไม่ยากที่จะจัดการพวกเซนทอร์ด้วยทัพอัศวินมากกว่า 400 นาย

โถวปาหงกล่าวเพิ่มเติม "พวกเซนทอร์นั้นแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ พวกมันแข็งแกร่งกว่าไพร่พลทั่วไป เซนทอร์ที่โตเต็มวัยจะสามารถต่อสู้กับทหารม้าของจักรวรรดิหลายคนได้ไม่ยาก ทหารทั่วไปย่อมไม่ใช่คู่มือของพวกมัน....นั่นทำให้ข้าต้องได้รับบาดเจ็บอยู่หลายแห่งเมื่อต้องต่อสู้กับพวกมัน"

"โอ....บาดเจ็บงั้นหรือ...ดูเหมือนว่าพวกมันจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง" คาดเดาจากคำพูดของโถวปาหงแล้ว พวกเซนทอร์อาจจะมีพลังโจมตีดังเช่นพวกออร์ค พวกมันต่างพึ่งพาความแข็งแกร่งของร่างกายในการเอาชนะศัตรู กระนั้นพวกมันก็ไม่อาจสังหารศัตรูเช่นโถวปาหงได้ในการปะทะกัน

อันที่จริงไม่ว่าใครก็ไม่ควรประมาทในความแข็งแกร่งของโถวปาหง ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามทั่วไปไม่อาจต่อกรกับเขาได้ นอกจากนั้นทักษะการต่อสู้ของเขายังยอดเยี่ยม มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามไม่มากที่สามารถรับมือกับเขาได้

"เจ้าต้องการจะออกล่าพวกเซนทอร์?" โถวปาหงมองเซียวอวี๋อย่างสงสัย

เซียวอวี๋พยักหน้า "ถูกแล้ว บอกต่อเจ้าตามตรง เหตุผลในการเดินทางมาที่จักรวรรดิเมฆาตะวันตกของข้าก็เพื่อที่จะชมสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีในอาณาจักรพยัคฆ์คำรน.....ดูอย่างพวกก๊อบลินนั่น...ในอาณาจักรของเราไม่ได้มีพวกมันอาศัยอยู่ ข้าตัดสินใจที่จะซื้อพวกมันกลับไปขุดเหมือง ข้าคิดว่าแขกของข้าส่วนใหญ่ต้องสนใจที่จะชมเซนทอร์และก๊อบลิน.....ดังนั้นข้าจึงคิดที่จะตัดศีรษะของพวกเซนทอร์ไปประดับไว้ที่ผนังบ้านข้า....เพื่อแสดงความยอดเยี่ยมของข้า..."

ดวงตาของโถวปาหงไหววูบขณะยิ้มขึ้น "ต้องการจะแขวนศีรษะเซนทอร์เพื่อแสดงความยอดเยี่ยมของเจ้างั้นหรือ? ในฐานะนักรบที่แท้จริงแล้ว ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะต้องการชื่อเสียง....เจ้าต้องการล่าพวกมันไปทำไม?"

"มารดามันเถอะ...เด็กน้อยนี่กลอกกลิ้งยิ่ง" เซียวอวี๋ไม่คิดว่าเขาจะถูกเปิดโปงง่ายๆ

"เจ้าช่างสังเกตุจริงๆน้องชาย ข้าไม่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องราวนัก แต่ที่ข้าต้องล่าพวกมันก็เพราะหนึ่งในนักแปรธาตุของข้าบอกกับข้าว่าพวกมันต้องการร่างกายของเซนทอร์ไปทดลอง น้องหงทราบหรือไม่ว่าจะหาพวกมันได้ที่ใด?" การแสดงออกบนใบหน้าของเซียวอวี๋ราวกับไม่ได้โกหกใดๆ ราวกับว่า ต่อให้ใช้เครื่องจับเท็จกับเขา เขาก็ไม่สะทกสะท้าน

โถวปาหงมองดูเขา "โอ...เป็นเช่นนี้เอง...ข้าเคยได้ยินว่ามีนักแปรธาตุที่ทรงพลังอยู่ในอาณาจักรพยัคฆ์คำรน.....ข้าไม่คิดว่าร่างกายของพวกเซนทอร์จะสามารถใช้ในการแปรธาตุได้....หากข้าทราบก่อนหน้า ข้าก็คงเรียกนักรบไปสังหารพวกมันและขายให้กับอาณาจักรพยัคฆ์คำรน...พวกเซนทอร์สร้างความปวดหัวให้กับจักรวรรดิอย่างมาก ราชสำนักต้องการจะกำจัดพวกมันอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่พวกมันก็ชาญฉลาดและว่องไว....ยากที่จะจับกุมพวกมันได้"

เซียวอวี๋ส่ายศีรษะ "นี่เป็นเพียงคำขอจากหนึ่งในนักแปรธาตุของข้า...มันได้รับสูตรผสมมาจากซากโบราณและมันกล่าวว่าต้องการร่างกายของเซนทอร์ ข้ายังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าผลการทดลองจะเป็นเช่นไร"

โถวปาหงล้มเลิกความคิดทันทีเมื่อได้ฟังคำพูดของเซียวอวี๋

ทั้งสองพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง โถวปาหงได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดของเซียวอวี๋ในเรื่องทักษะต่อสู้ เขาอดที่จะยกย่องเซียวอวี๋มากยิ่งขึ้นไม่ได้ ทว่าตัวเซียวอวี๋กลับรู้สึกละอายอยู่ในใจ

"ข้าได้ขโมยคำกล่าวของกิมย้งมามากมาย....ข้าคงย่ำแย่หากเขารู้ว่าข้านำคำกล่าวของเขามาใช้"

ความเข้าใจในทักษะการต่อสุู้ของเซียวอวี๋นำมาจากนวนิยายที่เขาเคยอ่าน นวนิยายเช่นนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย หาอ่านได้ไม่ยาก

ผู้คนในโลกนั้นมักจะเย้ยหยันทักษะการต่อสู้ว่าเป็นสิ่งลวงโลก อย่างไรก็ตาม ในทวีปแห่งนี้ผู้คนกลับเทิดทูนมัน พวกเขายกย่องผู้คนเช่นเซียวอวี๋ แม้ว่าพวกเขาจะทราบว่าทฤษฎีไม่อาจเปลี่ยนเป็นความจริงได้ก็ตาม

สุดท้ายเซียวอวี๋ก็ออกจากสถานบันเทิงขณะที่โถวปาหงมองไล่หลังไป คิดขึ้นในใจ "ท่านอาจารย์สมควรเข้าใจทฤษฏีของมันมากกว่าข้า....มันลึกซึ้งเกินความเข้าใจของข้านัก...ข้าต้องนำไปบอกท่านอาจารย์ ท่านย่อมสามารถชี้แนะข้าได้....ความเข้าใจในเชิงยุทธ์ของข้ายังคงตื้นเขินนัก..."