ตอนที่ 91

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ทาสออร์ค? คิดว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปแล้วเสียอีก....ไม่คาดคิดว่าพวกมันที่หลบซ่อนตัวอยู่จะถูกพบและจับกุมเสียได้" เซียวอวี๋คิดขึ้นอย่างประหลาดใจ ในเวลาเดียวกันเขาก็คว้ามือของกรอมไว้

กรอมเข้าใจว่าเซียวอวี๋ไม่ต้องการให้เขาวู่วาม กรอมและทิรันด้าเองก็มีสติปัญญาเฉกเช่นมนุษย์และสามารถคิดได้ด้วยตนเอง พวกเขามีความรู้สึกที่มากขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับระดับที่เพิ่มขึ้นมา

นี่เป็นประโยชน์ต่อเซียวอวี๋ พวกเขาไม่ใช่แค่เพียงเครื่องจักรสังหารอีกแล้ว หากแต่มีมีสภาวะผู้นำ ข้อเสียในเวลานี้ของพวกเขาก็คือการแสดงออกด้านอารมณ์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความหมายสำหรับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงปฏิบัติตามคำสั่งของเซียวอวี๋ นี่เป็นผลมาจากค่าความภักดีที่พวกเขามีต่อเซียวอวี๋ พวกเขาจะยังคงปฏิบัติตามคำสั่งตราบใดที่ค่าความภักดีไม่ลดลงไปถึงติดลบห้าสิบ ในตอนนี้ค่าความภักดีของกรอมนั้นอยู่ที่ 60 แล้ว

"ข้ามีองค์รักษ์ออร์คอยู่มากมาย.....ข้าต้องการจะชมดูว่าออร์คพวกนั้นจะเทียบกับเหล่าองค์รักษ์ของข้าได้หรือไม่ นี่คงต้องรบกวนเซอร์เออร์วินแล้ว ซีเหวินเองก็ต้องการจะเห็นด้วยเช่นกัน ใช่หรือไม่?" เซียวอวี๋ยิ้มขณะที่หันไปมองซีเหวิน

ซีเหวินพยักหน้าทันที "ถูกแล้ว ข้าเองก็ต้องการจะเห็นพวกมันด้วยเช่นกัน พวกเราคงต้องรบกวนเซอร์เออร์วินแล้ว"

ซีเหวินทราบว่าเซียวอวี๋และพวกออร์คนั้นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้นเขายังกล่าวอ้างว่าได้รับเลือกโดยเทพแห่งออร์คอยู่บ่อยครั้ง นางเชื่อว่าเขาจะต้องไม่นิ่งนอนใจในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เขาจะเรียกขานตนเองเป็นผู้นำแห่งออร์คได้อย่างไรหากว่าสมาชิกในเผ่าของเขาถูกจับกุมตัวไป?

เออร์กล่าวออกมาด้วยความยินดี "นี่ไม่เป็นปัญหาเลย การต่อสู้ของพวกออร์คนั้นถูกจัดขึ้นทุกวัน แม้ว่าตั๋วจะขายออกไปหมดแล้ว ทว่าพวกเราจะยังคงได้รับที่นั่งชั้นดี"

ประกายเย็นเยียบวูบผ่านแววตาของเออร์วินเมื่อเขากล่าวจบ เซียวอวี๋ทันสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่ได้ออกไปเที่ยวชมไปรอบๆเมืองหากแต่มุ่งตรงไปยังโคลอสเซียม ในระหว่างทางพวกเขาก็เพลิดเพลินไปกับสถาปัตยกรรมโบราณของเมืองเบงกอล

เมืองเบงกอลมีขนาดใหญ่มาก พวกเขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็มาถึงโคลอสเซียม เซียวอวี๋เงยหน้าขึ้นมองสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตนี้ มันดูคล้ายกับโคลอสเซียมจากยุคโรมัน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าขนาดของมันจะใหญ่กว่ามากและไม่ชำรุดทรุดโทรมดังเช่นที่เขาเห็นบนอินเตอร์เน็ต

............................

...........................

ระหว่างทางเซียวอวี๋ไม่ได้มีความกังวลใดๆ อันที่จริงเออร์วินพยายามจะซื้อสิ่งของมีค่ามากมายให้ซีเหวินเพื่อหวังให้นางปลาบปลื้ม เซียวอวี๋เองก็ไม่ได้เข้าไปขัดขวาง เขารับสิ่งของทุกชิ้นเอาไว้ก่อนจะส่งให้กรอม นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังคงหน้าหนากล่าวว่าซีเหวินนั้นขาดแคลนเครื่องประดับอย่างมากเพื่อให้เออร์วินซื้อพวกมันให้ซีเหวิน

เออร์วินไม่อาจแสดงธาตุแท้ของเขาต่อหน้าสาวงามได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงกัดฟันจ่ายเงินซื้อพวกมันมา ไม่ใช่เฉพาะสำหรับซีเหวินเท่านั้น แต่สิ่งของที่ลีอาสนใจก็เช่นกัน ในฐานะสุภาพบุรุษแล้ว เออร์วินจึงทำได้เพียงวิ่งไปจ่ายเงินซื้อพวกมันมา

ลีอานั้นย่อมไม่ใจดีเช่นซีเหวิน นางไม่ได้เลือกสิ่งของสามัญทั่วไป หากแต่ล้วนเป็นสิ่งของราคาแพง

ในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงของการเดินเท้า เออร์วินต้องควักกระเป๋าไปมากกว่า 100,000 เหรียญทอง เขากลายเป็นตกตะลึงเมื่อทราบจำนวนเงินที่ได้จ่ายออกไป

...........................

...........................

เออร์วินสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อเดินทางมาถึงโคลอสเซียม เขาเหลือบมองไปทางเซียวอวี๋ เขาเดินเข้าไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่หน้าโคลอสเซียมอยู่หลายคำและถูกชักนำเข้าสู่ช่องทางผ่านพิเศษ

เออร์วินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "วันนี้พวกเราโชคดีอย่างมาก ขุนนางปกติที่มักจะมาชมอยู่ที่ชั้นสองนั้นไม่ได้มาในวันนี้ พวกเราจะสามารถเพลิดเพลินไปกับการชมการต่อสู้ระหว่างออร์คที่แข็งแกร่งที่สุด 5 ตนกับสัตว์อสูรขั้นที่สอง 2 ตัว....นี่ช่างยอดเยี่ยมนัก!"

เซียวอวี๋ก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจเมื่อได้ยินคำกล่าวของเออร์วิน "เจ้าตัวบัดซบสารเลว! สัตว์อสูรในขั้นที่สองนั้นเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามหรือสี่! พวกออร์คเพียง 5 ตนจะเอาอะไรไปสู้กับพวกมันได้? พวกออร์คนั้นแข็งแกร่ง ทว่าก็ยังไม่อาจเปรียบกับสัตว์อสูรพวกนั้นได้ โชคดีที่สติปัญญาของสัตว์อสูรยังไม่เทียบเท่ามนุษย์ มิฉะนั้นพวกมันคงได้ปกครองโลกใบนี้ไปแล้ว! สัตว์อสูรเพียงสองตัวนั้นก็สามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองราวเจ็ดถึงแปดคนได้ไม่ยาก!"

พวกเขาเดินไปตามบันไดที่หมุนวนเป็นเกลียว มีโคมเวทมนตร์แขวนประดับไว้บนกำลังแพงซึ่งช่วยขับเน้นความหรูหราของโคลอสเซียมแห่งนี้ออกมา

หลังจากเดินวนอยุ่หลายรอบ พวกเขาก็มาถึงชั้นที่สองและเข้าไปยังห้องที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ โคลอสเซียมนั้นมีทั้งหมด 5 ชั้น แต่ชั้นที่สองนั้นนับว่าเป็นจุดที่ดีที่สุด ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตาของพวกเขา ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะได้สัมผัสถึงเสียงเชียร์ของผู้ชมอย่างชัดเจน

ห้องแห่งนี้ไม่ไช่ห้องปิดโดยสมบูรณ์ หากแต่มีกรงและรั้วล้อมรอบเอาไว้ ทุกอย่างถูกออกมาแบบให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่

มีโต๊ะและเก้าอี้ที่ทำจากหินอยู่เพื่อขับเน้นบรรยากาศอันรุนแรง มีอาหารง่ายๆและไวน์แดงเตรียมไว้สำหรับแขกระหว่างชม

เซียวอวี๋ทิ้งตัวนั่งลงและเอาแต่ดื่มด่ำไปกับไวน์แดงทันทีที่เขาเข้ามา

เออร์วินทำหน้าที่ของสุภาพบุรุษโดยเชื้อเชิญซีเหวินและทิรันด้าให้นั่งก่อน เซียวอวี๋ยังคงหน้าหนา เขายังคงนั่งกินอาหารและดื่มไวน์

ลีอานั้นมีประสบการณ์มากที่สุด นางคอยดูแลไม่ให้เออร์วินเข้าไปยุ่มย่ามซีเหวิน

ซีเหวินได้เจรจากับลีอาเอาไว้ก่อนแล้ว เขาสัญญาว่าจะมอบเซ็ตเกราะที-หนึี่งสำหรับนักฆ่าให้กับลีอายามเมื่อเขากลับไปถึงเมืองไลอ้อน

อันที่จริงเขาตั้งใจจะมอบมันให้กับลีอาอยู่แล้วในฐานะที่เขาจะต้องอยู่กับนางไปอีกนาน

เออร์วินย่อมไม่ใช่นายน้อยที่โง่เขลา ความสนใจของเขาตกอยู่ที่มังกรน้อยในอ้อมแขนของลีอา

"ท่านดยุคเซียว ท่านมีพันธสัญญากับมังกรทารกนี้หรือไม่?" เออร์วินเอ่ยถามออกมาขณะที่จับจ้องมองมังกรน้อย

เซียวอวี๋โบกมือ "มันก็เปรียบดังบุตรชายบุญธรรมของข้า แล้วเหตุใดยังจะต้องไปทำสัญญาให้ยุ่งวุ่นวายด้วยเล่า? หากมันต้องการจะจากไปในอนาคต ข้าก็จะไม่ห้ามมันไว้"

เออร์วินมองดูท่าทีอันเย่อหยิ่งของเซียวอวี๋ขณะที่กล่าวถ้อยคำเหล่านั้นออกมา อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่ามันง่ายอย่างมากที่จะจัดการกับเรื่องนี้ หากว่าเซียวอวี๋ยังไม่ได้ทำสัญญากับลูกมังกร

เสียงแตรดังกึกก้องไปทั่วโคลอสเซียมขณะที่ประกาศกฏเกณฑ์การต่อสู้

ผู้ชมต่างส่งเสียงเชียร์ออกมาเมื่อได้ยินว่าพวกออร์ค 5 ตนจะต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่สองถึง 2 ตัว

กรอมยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายเซียวอวี๋ราวกับองค์รักษ์ที่จงรักภักดี

เสียงเชียร์ดังยิ่งขึ้นเมื่อประตูเหล้กบานใหญ่ถูกเปิดออกและมีเหล่าออร์คร่างเขียวเดินเข้ามาในลานต่อสู้

ออร์คพวกนั้นมีรูปร่างสูงหากแต่ยังเทียบไม่ได้กับเหล่าออร์คของเซียวอวี๋ มีเพียงตนเดียวในกลุ่มที่สูงเทียบเท่ากรอม พวกมันต่างสวมผ้าที่ทำจากขนสัตว์ ในมือของพวกมันถือเอาไว้ด้วยอาวุธขนาดใหญ่เช่น ขวานยักษ์ ค้อนยักษ์

ร่างของกรอมสั่นสะท้านชั่วแวบหนึ่งเมื่อได้เห็นพวกออร์คปรากฏกายขึ้น เขาไม่ได้กล่าวอะไรทว่าแววตากลับแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย

เซียวอวี๋แอบผงกศีรษะเมื่อได้เห็นการแสดงออกของกรอม เขาทราบว่ากรอมได้เติบโตขึ้นและไม่ได้เป็นสัตว์ป่าที่หุนหันพลันแล่นอีกแล้ว นี่จึงจะเป็นลักษณะของผู้นำ!

ทิรันด้าเองก็ลุกยืนขึ้น นางทราบดีว่าสถานภาพของพวกออร์คนั้นดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเอลฟ์เมื่อพวกมันถูกจับกุม อย่างน้อยที่สุดพวกออร์คก็ยังได้ทำหน้าที่ของกลาดิเอเตอร์และต่อสู้จนตัวตายทว่าชะตากรรมของทั้งหญิงชายเผ่าเอลฟ์นั้นล้วนมีไว้เพื่อความใคร่

ทิรันด้าย้อนคิดถึงเหล่าหญิงสาวชาวเอลฟ์ที่ได้ช่วยเหลือออกมาจากค่ายของมาร์คัสเมื่อได้เห็นออร์คเหล่านี้

แอนโทนีดาสเองก็รังเกียจเรื่องทาสแม้ว่าเขาจะเป็นมนุษย์เช่นกัน เขานั้นยืนอยู่ข้างเดียวกรอมและทิรันด้าในเรื่องนี้

ลีอาไม่ได้ให้ความสนใจมากนักเนื่องจากไม่ได้คุ้นเคยกับพวกออร์ค ซีเหวินมีความเห็นอกเห็นใจอย่างลึกล้ำต่อพวกออร์คจากการต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองไลอ้อนของพวกมัน

"ไม่กี่วันก่อนออร์คเหล่านี้สามารถสังหารสัตว์อสูรขั้นที่สองลงได้ เป็นหมีปฐพี! วันนี้ ข้าจะให้พวกมันต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่สองจำนวนสองตัว.... นี่จะต้องเป็นการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน!"

เซียวอวี๋และกรอมเงียบขรึมลงเมื่อพวกออร์คทั้งห้าได้เดินมาถึงกลางสนาม พวกมันเคลื่อนอย่างช้าๆหากแต่มั่นคงหนักแน่น พวกมันได้ละทิ้งความคิดรักตัวกลัวตายและมุ่งเน้นความสนใจไปที่เกียรติยศ!

เผ่าพันธุ์ออร์คนั้นเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทวีปแห่งนี้ พวกมันไม่เคยกระทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติและจะต่อสู้ตราบจนเลือดหยดสุดท้าย!