ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
มันเป็นผู้ใช้มนตราขั้นที่สาม มันเชื่อมั่นในเวทที่ทรงพลังของมันและเชื่อว่าการจะสังหารเซียวอวี๋นั้นทำได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นตอนที่ยังไม่ได้พบเห็นแอนโทนีดาส
"มันเป็นใครกัน? ไฉนจึงแข็งแกร่งนัก ยิ่งไปกว่านั้นมันยังสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณธาตุน้ำที่ยิงแท่งน้ำแข็งออกมาได้ถึงสามตน....หรือมันจะเป็นเวทยุคโบราณ? เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเวทจากยุคใหม่..." มันตกตะลึงแล้ว แม้ว่ามันจะอยู่ระดับสุดยอดของขั้นที่สามและเห็นได้ว่าแอนโทนีดาวเป็นเพียงผู้ใช้มนตราขั้นที่สามขั้นต้น กระนั้นเวทโจมตีของแอนโทนีดาสก็ยังทรงพลังยิ่งกว่าเวทของมัน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเหตุผลสองประการ ประการแรก เวทที่แอนโทนีดาสนั้นทรงพลังอย่างมาก เหตุผลอีกประการก็คือ แอนโทนีดาสมีมานาสำรองไร้ขีดจำกัด เขามีน้ำยาฟื้นฟูมานา นอกจากนี้เขายังมีชุดเกราะเซ็ตที-สอง สร้อยคอเวทและอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาก
กองทัพของโถวปาหงได้ใช้โอกาสนี้สังหารพวกโจรไปเป็นจำนวนมาก เมื่อเห็นว่าพวกพ้องส่วนใหญ่ถูกสังหารไปแล้ว พวกโจรที่เหลือก็เริ่มทิ้งอาวุธยอมจำนน
เป็นเซียวอวี๋เองที่คิดค้นแผนการอ้างนามของโถวปาหู่ เขาต้องการจะทำลายขวัญกำลังใจของพวกโจรให้พังทลาย ดังนั้นพวกโจรจึงไม่อาจแม้แต่จะต้านทานกองทัพของพวกเขา นอกจากนี้ทัพม้าเกราะหนักยังถูกจัดเป็นทัพหน้าเพื่อสร้างภาพลักษณ์อันน่าเกรงขาม
แผนการประสบผล พวกโจรกลับเชื่อจริงๆว่านี่เป็นกองทัพของแม่ทัพใหญ่โถวปาหู่ เป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้วที่ไม่มีผู้ใดสามารถบุกเข้ามาภายในฐานทัพของพวกมันได้
นามของโถวปาหู่นั้นส่งผลต่อขวัญกำลังใจของพวกโจรอย่างมาก เซียวอวี๋ได้เคยศึกษารายชื่อผู้มีชื่อเสียงของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกและคราวนี้เขายังนำมันมาปรับใช้กับสถานการณ์
แม่ทัพใหญ่โถวปาหู่และกองทัพของเขาเป็นกองทัพไร้พ่ายภายในจักรวรรดิเมฆา อันทีจริงแล้วนามของโถวปาหู่นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่านามของเซียวซานเทียนของอาณาจักรพยัคฆ์คำรนเลย ว่ากันว่าครั้งหนึ่งเซียวซานเทียนและโถวปาหู่ได้เคยนำทัพเข้าห้ำหั่นกัน
โถวปาหงพยายามที่จะคัดค้านในตอนแรกเมื่อเซียวอวี๋บอกแผนการออกมา โถวปาหงคิดว่าการใช้เล่ห์เหลี่ยมนี้เป็นการลบหลู่เกียรติของแม่ทัพใหญ่และกองทัพของเขา นอกจากนี้โถวปาหงยังคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องบานปลายเมื่อมันถูกเผยแพร่สู่สาธารณชน
นอกจากนี้ แม้ว่าโุถวปาหงจะไม่ได้คัดค้าน เหล่านายกองและไพร่พลย่อมต้องไม่นั่งอยู่เฉย ทั้งหมดไม่กล้านำนามของผู้ยิ่งใหญ่มากล่าวอ้างเลื่อนลอย ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าขุนนางทั้งหลายของจักรวรรดิย่อมต้องไม่เห็นด้วย หากว่าพวกมันทราบเรื่องเข้า ทั้งหมดจะต้องกดดันโถวปาหงจนพังทลาย กล่าวโดยสรุปก็คือ โถวปาหู่มีศักดิ์ฐานะที่พิเศษภายในจักรวรรดิและไม่อาจถูกลบหลู่
แม้กระนั้นเซียวอวี๋ก็ยังสามารถเกลี้ยกล่อมและขจัดความกังวลของโถวปาหงออกไปได้ ในตอนนั้นเขากล่าวเอาไว้ว่า "สหาย ตอนนี้จักรวรรดิของเจ้าใกล้จะจบสิ้นแล้ว ยังจะมีผู้ใดสนใจมันอีก? คงไม่มีผู้ใดกล่าวถึงอีกหากว่าจักรวรรดิถูกเปลี่ยนมือไป...."
โถวปาหงได้เปลี่ยนความคิดไปเมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียวอวี๋ เขาได้ทำการตัดสินใจครั้งสำคัญและตอนนี้โถวปาหงไม่อาจถอยกลับไปได้อีก เขาจะต้องได้ขุมทรัพย์ของพวกโจรมาสร้างกองทัพของเขาเพื่อเตรียมทำศึกกับพวกกบฏ มิเช่นนั้นทุกสิ่งทุกอย่างคงจบสิ้น นามของโถวปาหู่ก็จะไม่มีอิทธิพลอีกในเวลานั้น
ด้วยเหตุนั้น ธงประจำกองทัพของโถวปาหู่จึงถูกจัดสร้างขึ้น เหล่านักผจญภัยและผู้คุ้มกันได้ยกชูพวกมันขณะตะโกนคำขวัญออกมา แผนการนี้จะถูกมองออกในทันทีหากว่าเป็นช่วงเวลากลางวัน สัญลักษณ์นี้ยังมีจุดบกพร่องอยู่มาก ทั้งมันยังทำขึ้นมาจากหนังแกะ โชคดีที่ในยามนี้มันเป็นเวลากลางคืน เซียวอวี๋ได้จุดไฟเผาสิ่งก่อสร้างของพวกมันเพื่อสร้างความปั่นป่วนเอาไว้ก่อนแล้ว ขวัญกำลังใจของพวกมันที่ตกต่ำอยู่แล้วก็พลันพังทลายลงเมื่อได้ยินนามของโถวปาหู่
.........................................
.........................................
เซียวอวี๋หัวเราะออกมาขณะที่พรากวิญญาณได้จ่อไปที่ลำคอของผู้ใช้มนตรานั้น "อย่าขัดขืนไปเลย....มิเช่นนั้นเจ้าจะได้ลิ้มลองทัณฑ์ทรมาณมากมายจากข้า ข้าจะตัดส่วนที่ไร้ประโยชน์ของเจ้า บดกระดูกเจ้า ใช้เกลือทาไปที่บาดแผล เฉือนเนื้อของเจ้าออกมาให้เจ้าได้กลืนเข้าไป ใช้เข็มพิษทิ่มแทงเข้าไปในร่าง เลาะกระดูกสันหลังของเจ้าออกมา ควักตับไตไส้พุงออกมาให้หมด....และอื่นๆอีกมากมาย"
ผู้ใช้มนตราที่ถูกถอดหน้ากากออกมาจ้องมองไปที่เซียวอวี๋ด้วยใบหน้าซีดเผือด
"เจ้าทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้ทำไม? เป็นผู้ใดชักใยเจ้าอยู่?" เซียวอวี๋ถามออกมา
"ฮ่าฮ่า....เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นตัวบัดซบอันใด? เจ้าทราบหรือไม่ว่าผู้ใดหนุนหลังพวกเราอยู่? เจ้าจะปิดปากเงียบทันทีหากได้รับทราบ.....นอกจากนี้ ท่านเทพของพวกเราจะจุติลงมาที่โลกใบนี้เพื่อรวบรวมทวีปให้เป็นหนึ่งในไม่ช้า....ฮ่าฮ่าฮ่า" ผู้ใช้มนตราหัวเราะออกมาเสียงดัง วินาทีถัดมาก็มีโลหิตไหลซึมออกมาจากปาก ร่างที่ไร้ชีวิตของมันพลันร่วงลงไปกองที่พื้น
"มันตายแล้ว.....ข้าได้คิดวิธีที่จะทรมาณมันไว้นับสิบๆวิธีแล้วแท้ๆ...." เซียวอวี๋คิดถึงสิ่งที่มันกล่าวออกมาก่อนตายถึงบุคคลที่พวกมันเรียกขานเป็นเทพของกองกำลังลึกลับนี้
เซียวอวี๋สามารถรีดเร้นข้อมูลจากมันได้ไม่มาก ประการแรกก็คือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของพวกมันไม่ใช่ฝ่ายกบฏ....เห็นได้ชัดว่าพวกกบฏเองก็เป็นเพียงหุ่นเชิด
ประการที่สอง พวกมันรวมตัวกันคล้ายกับเป็นองค์กรและเชื่อว่าเทพเจ้าจะจุติลงมารวบรวมทวีปเข้าเป็นหนึ่งเดียว ประการที่สามและสำคัญที่สุด เรื่องเลวทรามมากมายที่เกิดขึ้นภายในทวีปในช่วงหลายปีมานี้ล้วนแล้วแต่มีพวกมันคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง
"เทพของพวกมัน...หรือมันจะหมายถึงจักรวรรดิแห่งเปลวเพลิง? พวกมันเป็นตัวแทนแห่งความมืดมิด.....ข้าจะต้องรีบจัดการเรื่องราวโดยเร็วเสียแล้ว..มิเช่นนั้นคงไม่มีกำลังพอจะต่อต้านพวกมัน..."
ขณะที่เซียวอวี๋กำลังขบคิดถึงปัญหานี้อยู่ ทางด้านโถวปาหงก็ควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แล้ว เขาเดินเข้ามาตบบ่าเซียวอวี๋ "เจ้าช่างเป็นอัจฉริยะด้านการทหารจริงๆ! ข้าคงไม่อาจจัดการพวกมันได้หากปราศจากเจ้า เป็นการตัดสินใจอันถูกต้องที่ได้เป็นพันธมิตรกับเจ้า"
เซียวอวี๋กล่าวขัดขึ้นมา "หยุดยกยอข้าได้แล้ว...พวกเราเป็นพันธมิตรกันด้วยผลประโยชน์....ข้าช่วยเจ้าโจมตีที่แห่งนี้ก็เพราะหวังผลประโยชน์....ตอนนี้พวกเรายึดมันได้แล้ว ดังนั้นข้าจะเป็นผู้แรกที่ได้หยิบฉวยสมบัติ"
โถวปาหงหัวเราะออกมา "ข้าได้ให้สัญญากับเจ้าเอาไว้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป...สามารถหยิบฉวยไปได้มากเท่าที่เจ้าต้องการ"
รอยยิ้มที่ชั่วร้ายพลันยกขึ้นวูบหนึ่งหลังจากได้ยินคำกล่าวของโถวปาหง.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved