ตอนที่ 141

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ข้าขอรับผิดชอบความล้มเหลวในครั้งนี้ทุกประการ!" ประโยคแรกที่สุบารุหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องที่พวกเขาต้องพบกับความพ่ายแพ้ ถ้อยคำนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหัวหน้าโจรทั้งหมดรวมทั้งเซียวอวี๋

เซียวอวี๋อดคิดขึ้นในใจไม่ได้ "ชายผู้นี้ช่างมีพรสวรรค์....บางทีเราอาจคบหากันเป็นสหายได้หากว่าไม่ได้เป็นศัตรูกัน"

ทุกคนทราบดีว่านี่ไม่อาจโทษว่าสุบารุแต่เพียงผู้เดียวได้เพราะเมืองไลอ้อนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก การถูกโจมตีด้วยระเบิดเพลิงนั้นอยู่นอกเหนือจินตนการของทุกผู้คน ต่อให้เป็นผู้บัญชาการที่ชาญฉลาดที่สุดแล้วจะทำอย่างไรได้หากว่าเขาจะต้องเผชิญกับเวทมนตร์ต้องสาปเช่นนั้น? แล้วผู้บัญชาการที่กล้าหาญที่สุดจะเป็นอย่างไรหากต้องเผชิญหน้ากับระเบิดปรมาณู?

สุบารุทำให้ความคิดที่จะตำหนิต่อต้านเขาของหัวหน้าโจรทั้งหมดถูกบั่นทอนสภาวะลง ไม่มีผู้ใดสามารถหาถ้อยคำมาตอบโต้ได้ในเวลาอันสั้น สุบารุใช้การยอมรับความผิดพลาดมาทำลายแผนการทั้งหมด

"นี่เป็นความผิดพลาดของข้าเอง เป็นข้าที่นำพวกเราไปพบกับความพ่ายแพ้!" สุบารุกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "หากพวกเจ้าไม่ไว้วางใจข้าและต้องการจะถอนตัวออกจากพันธมิตร ข้าก็จะไม่ตัดพ้อต่อว่าแม้แต่คำเดียว ข้ายินดีจะจ่ายเหรียญทองเป็นการชดเชยให้กับผู้ที่ประสงค์จะถอนตัว ซึ่งที่จริงพวกเจ้าสามารถจากไปแล้วยอมจำนนต่อเซียวอวี๋ที่ทรงอำนาจได้ แม้ว่าพวกเจ้าจะสูญเสียอิสรภาพ แต่ข้าเชื่อว่าเซียวอวี๋จะไม่สังหารพวกเจ้า ยิ่งกว่านั้น เจ้าจะไม่ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้ายตราบใดที่เจ้ายอมสภามิภักดิ์ตั้งแต่เนิ่นๆ

ทว่า! ข้าสุบารุ ผู้นำกลุ่มโจรที่ใหญ่ที่สุดในแดนพายัพ พวกเรามีประวัติมากกว่า 100 ปี ข้าจะสามารถไปพบหน้าเหล่าบรรพชนในปรภพได้อย่างไรหากว่าข้าเลือกยอมจำนน? ข้าจะต่อสู้กับเมืองไลอ้อนตราบจนเลือดหยดสุดท้ายในกายจะแห้งเหือดไป!"

เซียวอวี๋มองดูสุบารุขณะที่เขากล่าวออกมา

สุบารุเริ่มต้นชักจูงเหล่าหัวหน้าโจรแล้ว เขาเริ่มต้นเดินเกมด้วยการบอกให้ไปสวามิภักดิ์ต่อเซียวอวี๋ ทว่าเขาได้กล่าวเป็นนัยว่าผู้ที่เลือกยอมแพ้อาจจะไม่ได้พบเจอชะตากรรมที่ดีในเมืองไลอ้อน ส่วนตัวเลือกที่สองคือการร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันเขาในการปราบพิชิตเมืองไลอ้อนและขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งแดนพายัพ ตัวเลือกที่สามคือจากไป แต่พวกเขาจะยังคงต้องตายภายใต้เงื้อมมือของเซียวอวี๋ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

เซียวอวี๋มั่นใจอย่างมากว่าบรรดาผู้นำโจรจะไม่เลือกที่จะยอมจำนนต่อเมืองไลอ้อน หากว่าพวกเขาต้องการที่จะต่อสู้ เช่นนั้นก็ต้องยอมอยู่ใต้ปีกของสุบารุ

มีโจรตกตายไปมากกว่าหนึ่งแสนคน พวกเขาจะยังสามารถเอาตัวรอดด้วยกำลังของตนได้อยู่อีกหรือ? ท้ายที่สุดแล้วก็เหลืออยู่เพียงเส้นทางเดียว นั่นคือร่วมมือกับสุบารุเพื่อกำจัดเซียวอวี๋ จากนั้นพวกเขาจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตดังเดิมได้หลังทำลายเมืองไลอ้อนลงแล้ว

บรรดาหัวหน้าโจรต่างหันไปมองหน้ากัน เหล่าผู้ที่ต้องการจะตำหนิต่อว่าสุบารุล้วนนิ่งเงียบ ภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขาก็คือ เซียวอวี๋

พวกเขาส่วนใหญ่ต่างหวาดกลัวเวทมนตร์ของเซียวอวี๋ ดังนั้นพวกเขาจึงครุ่นคิดว่าการถอนตัวจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าจริงหรือไม่? พวกเขายังมีเงินอยู่อีกมาก ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะหาสถานที่สักแห่งในการตั้งตัวขึ้นมาใหม่

สุบารุยังคงกล่าวต่อไป "ความล้มเหลวในครานี้ก็เนื่องมาจากอาวุธของพวกมัน พวกเจ้าส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเป็นเวทมนตร์นั่น ทว่าข้ากลับคิดต่างออกไป พวกเราจะสามารถรอดพ้นจากเวทมนตรืนั้นได้หรือไม่? ข้าได้ไปพบกับเหล่าคนที่เคยเผชิญกับลูกไฟนั้น พวกเขาสามารถหลบหนีกลับมาได้ด้วยอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและบางส่วนที่ถูกเผาไหม้ นี่มายความว่าความรุนแรงของมันไม่ได้มีมากมายเท่าใดนัก ดังนั้นมันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเวทต้องสาป! พวกเราจะต้องหาทางตอบโต้กลับไป!"

เหล่าหัวหน้าโจรเริ่มคิดตามคำพูดของสุบารุ เป็นความจริงที่พวกเขาส่วนใหญ่ต่างหนีรอดออกมาได้ ซึ่งก็มีประสบการณ์ในการเผชิญกับระเบิดเพลิง มีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ผิวหนังไหม้เกรียม ความรุนแรงของเวทมนตร์นั้นค่อนข้างต่ำ มันจะใช่เวทมนตร์ต้องสาปจริงๆหรือ? พวกเขาจึงตัดสินได้ว่าเวทมนตร์ที่พวกเขาเผชิญนี้ไม่ได้ร้ายแรงเท่าที่พวกเขาคิด

สุบารุถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าคำกล่าวของเขาประสบผล พวกโจรจะหมดความคิดในการโจมตีหากพวกเขาเชื่อว่าเวทมนตร์ที่เซียวอวี๋ใช้นั้นทรงพลังอย่างมาก

สุบารุกล่าวสืบต่อ "หลังจากที่ข้าได้ขบคิดเกี่ยวกับมันโดยระเอียดแล้วพวกเราต้องพบกับความพ่ายแพ้ก็เนื่องมาจากการถูกโจมตีโดยกระทันหัน พวกมันไม่จำเป็นต้องส่งกำลังทหารมาหากว่านั่นเป็นเวทต้องสาปจริงๆ นี่พิสูจน์ได้ว่าการคาดเดาของข้านั้นถูกต้อง ดังนั้นข้าคิดว่านั่นจะต้องลูกไม้ตบตา พวกเราตกอยู่ในความหวาดวิตกและเลือกที่จะวิ่งหนี นั่นจึงนำพวกเราไปสู่ความพ่ายแพ้ เพลิงพวกนั้นไม่อาจสังหารพวกเราได้ หากแต่เป็นกองทัพของพวกมัน...."

ทุกคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วยกับสุบารุ เซียวอวี๋เองก็ชื่มชมอยู่ในใจ

สุบารุกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ในห้อง "พวกเจ้าสามารถก้าวออกมาและจากไปได้หากว่าต้องการ ข้าจะไม่สร้างความลำบากให้กับพวกเจ้า แต่หากว่าต้องการอยู่ต่อ เช่นนั้นข้าขอสัญญาว่าจะแก้แค้นให้กับพี่น้องที่ตกตายไป!"

เหล่าหัวหน้าโจรต่างทราบดีว่าตนไม่มีทางเลือกอื่นอีก พวกเขาต่างกล่าวสาบานว่าจะต้องสับสังหารเซียวอวี๋ให้จงได้ ดวงตาของสุบารุทอประกายขึ้น ในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวมโจรทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้การนำของเขาได้สำเร็จ พวกเขายังคงหารือเกี่ยวกับแผนการรบ พวกเขาพูดถึงพวกออร์ค เอลฟ์และผู้พิทักษ์แห่งพงไพร พวกเขาเชื่อว่าในการต่อสู้ครั้งต่อไป ไฟจะสามารถจัดการกับพวกมันได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาทราบว่าการจะเผาพวกมันนั้นไม่ง่ายเลย นอกจากนี้ แม้จะง่ายในการรวบรวมกิ่งไม้แห้ง แต่พวกเขาจะต้องใช้ไฟมากเท่าจึงเพียงพอที่จะเผาต้นไม้ที่มีชีวิตได้? นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังได้เตรียมแผนการรับมือเอาไว้แล้วในกรณที่ต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยไฟ

พวกเขาถกเถียงกันแต่ก็ยังไม่อาจหาข้อสรุปที่แน่ชัดสำหรับแผนการโจมตีในครั้งถัดไปได้ อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วอำนาจของสุบารุก็เพิ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

สุบารุได้สูยเสียกองกำลังไปกว่า 30,000 คน ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถบงการโจรที่เหลืออยู่ได้ หลังการประชุมสิ้นสุดลง เซียวอวี๋ก็ได้กลับมายังค่ายของตนเอง เขาไปพบกับเหล่ยเป่าตอนกลางดึก ตอนนี้เขาทราบว่ายากที่จะจัดการกับสุบารุได้เนื่องจากชายผู้นี้นั้นมีแผนการรองรับเอาไว้แทบทุกสถานการณ์

เซียวอวี๋อธิบายให้เหล่ยเป่าฟังว่า แผนการนี้อาจจะดูดีสำหรับทุกคน หากแต่ความจริงแล้วนั้นนี่เป็นการดึงอำนาจทั้งหมดเข้าสู่อุ้งมือของสุบารุ เขายังบอกเหล่ยเป่าอีกว่า สุบารุจะต้องกำจัดหัวหน้าโจรออกไปทีละคน

เซียวอวี๋บอกเหล่ยเป่าไม่ให้กระทำการวู่วาม หากแต่ให้ไปพูดคุยกับหัวหน้าคนอื่นๆ พวกเขาจะโจมตีสุบารุเมื่อเวลาอันเหมาะสมมาถึง เซียวอวี๋ไม่เชื่อว่าสุบารุจะสมบูรณ์ไร้ที่ติจนไม่มีข้อผิดพลาดอยู่เลย

สุบารุจะต้องกลืนกินกลุ่มโจรทั้งหมดอย่างแน่นอน ตอนนี้ เซียวอวี๋จะต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าสุบารุนั้นคิดไม่ซื่อ

เซียวอวี๋เริ่มพักอาศัยอยู่ภายในค่ายเหยี่ยว เขาจะคอยส่งข่าวสารออกไปผ่านทางทิรันด้า นอกจากนี้เขายังไม่ต้องกังวลเรื่องดินแดนมากนักเนื่องเพราะพ่อบ้านหงส์ หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ต่างกำลังจัดการดูแลอยู่

สุบารุยังไม่คิดที่จะโจมตีเมืองไลอ้อนในตอนนี้ เขาจะต้องฮุบกลืนกลุ่มโจรให้ได้เสียก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยหันไปโจมตีเมืองไลอ้อน

เซียวอวี๋เองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย เขาเริ่มเข้าหาสุบารุเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขายังจงรักภักดีอยู่