ตอนที่ 147

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

การกวาดล้างค่ายเหยี่ยวเป็นผลพลอยได้ที่เพิ่มเติมเข้ามา ไม่เพียงแต่กวาดล้างพวกโจรทั้งหมดที่มารวมตัวกันที่ค่ายเหยี่ยวเท่านั้น ในด้านของทรัพย์สินเซียวอวี๋ยังได้รับเหรียญทองมากว่าสี่สิบล้านเหรียญ หัวใจของเขาแทบจะกระดอนออกมาข้างนอกเมื่อจินตนาการถึงมัน

ความอัตคัดขัดสนที่ผ่าน มาถึงตอนนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว

นอกจากนี้ยังมีสมบัติอีกมมากมายมหาศาลที่พวกโจรค่ายเหยี่ยวได้เก็บสะสมมาตลอดร้อยปี วัตถุโบราณเอย สิ่งของหายากเอย ไอเทมเวทมนตร์เอย ตอนนี้ได้กองสุมซ้อนกันเป็นภูเขาเลากา แม้จะมีบางส่วนถูกเพลิงเผามอดไป แต่สมบัติส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิม สุบารุและเหล่าผู้นำคนก่อนๆของค่ายได้ขุดสร้างถ้ำและห้องเก็บสมบัติเอาไว้จำนวนมากเพื่อเก็บรักษาสมบัติ เซียวอวี๋จัดรถม้ามาเพื่อขนสมบัติและเหรียญทองทั้งหมดกลับไปยังเมืองไลอ้อน ซึ่งการลำเลียงสิ่งเหล่านี้ยังต้องใช้เวลาแรมเดือน

มือของพ่อบ้านหงส์สั่นเทาขณะที่ตรวจนับรายการสมบัติและเหรียญทองที่ขนเข้าเมืองไลอ้อน เขาทราบว่าด้วยเงินจำนวนนี้เมืองไลอ้อนจะไม่ต้องกังวลไปอีกพักใหญ่ บรรดาสะใภ้ของตระกูลต่างยืนรออยู่ที่ประตูเมือง ดวงตาของพวกนางทอประกายขึ้นทุกครั้งที่เห็นรถม้าวิ่งผ่านเข้าเมือง

"การปล้นชิงเป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยมที่สุด รวดเร็วที่สุดที่จะทำให้ร่ำรวย!"

เซียวอวี๋รู้สึกราวกับว่าเขาถูกลอตเตอร์รี่

เซียวอวี๋จะเข้าไปภายในคลังสมบัติเพื่อมองดูภูเขาสมบัติ เขาจะเอนตัวลงนอนบนมันอยู่พักหนึ่ง เขาจะสามารถกระทำได้อีกหลายสิ่งเมื่อมีเงินมหาศาล มู่หลี่และคนอื่นๆต่างแนะนำให้ขยับขยายดินแดนโดยการรับสมัครผู้คนและการก่อสร้างเมือง

ทว่าเซียวอวี๋ก็ปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นไป สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่ายังไม่มีความมั่นคง มันยังคงเกิดความวุ่นวายขึ้นในบางดินแดน เขายังขาดผู้ที่มีพรสวรรค์ซึ่งจำเป็นต่อการขยับขยายดินแดนอยู่ นอกจากนี้ บางดินแดนอาจจะเกิดความโลภขึ้นมาหากว่าเขาเลือกขยับขยายดินแดนในลักษณะนั้น

เป้าหมายแรกของเขาคือการหาประชากรเพิ่ม เป้าหมายที่สองคือการมียุทธปัจจัยเพียงพอสำหรับอนาคต เซียวอวี๋ตัดสินใจที่จะไม่จัดตั้งเมืองขนาดใหญ่ หากแต่ค่อยๆพัฒนาเมืองและหมู่บ้านเล็กๆเพื่อเพาะสร้างกองกำลังขนาดเล็กขึ้นมา ในช่วงสงคราม เขาจะสามารถเรียกรวมกองกำลังเหล่านั้นได้อย่างฉับไวขณะที่เงินบำรุงกองทัพก็จะจ่ายน้อยลงเพราะได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังท้องถิ่น

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงเวลาเกือบหกเดือน กวาดล้างกากเดนของพวกโจรกลุ่มเล็กๆทางตะวันตกเฉียงเหนือ ออกพบปะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่โดยรอบและชักจูงผู้คน

เซียวอวี๋ใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีออกกวาดล้างกลุ่มโจรขนาดใหญ่ภายในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ตอนนี้ถึงเวลที่เขาจะสร้างรากฐานให้แข็งแรงเพื่อรองรับการเติบโต พ่อบ้านหงส์และหัวหน้าทหารฮุ่ยต่างมองดูการเจริญเติบโตของดินแดนด้วยอารมณ์ พวกเขาหวนนึกถึงวันที่เซียวซานเทียนยังคงเป็นจอมทัพเลื่องชื่อ ทว่าช่างโชคร้ายที่เขามีจุดจบที่ไม่ดีสักเท่าใด มาตอนนี้ พวกเขารู้สึกปลื้มปิติเมื่อได้เห็นเซียวอวี๋มีอนาคตที่กว้างไกลไร้สิ้นสุด

ดินแดนไลอ้อนมีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคนภายในเวลาเพียงหกเดือน อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ไม่มีพรสวรรค์ใดๆที่เซียวอวี๋ต้องการในการบริหารจัดการดินแดนไลอ้อน

เซียวอวี๋ก่อตั้งสถาบันทหารขึ้นในเมืองไลอ้อน ระหว่างการก่อสร้างเขาต้องเผชิญกับปัญหามากมาย ทว่ามันก็ยังสามารถเพาะสร้างและฝึกฝนนายทหารระดับต่ำขึ้นมาเป็นจำนวนมากได้ ไพร่พลทหารที่ผ่านศึกส่วนใหญ่ต่างได้รับยศจากเซียวอวี๋เพื่อให้พวกเขากลายเป็นนายทหารหลังจากที่จบการศึกษาจากสถาบันทหาร

ฐานะระหว่างขุนนางและพลเรือนมีความแตกต่างกันอยู่ มีเพียงตระกูลขุนนางเท่านั้นที่สามารถขึ้นเป็นผู้บัญชาการหรือนายทหารระดับสูงได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อการนั้นแล้ว เซียวอวี๋จึงได้แบ่งพลเรือนทั่วไปออกเป็นห้าชั้น

ชั้นที่ห้าเป็นชั้นต่ำสุด พวกเขามีสถานะเช่นเดียวกับทาส ไม่มีฐานะใดๆ

ชั้นที่สี่เป็นพลเรือนทั่วไป พวกเขาไม่ได้มีสิทธิ์พิเศษใดๆและมีฐานะเป็นเพียงแค่เกษตรกรเช่นเดียวกับดินแดนแห่งอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม ชั้นที่สามถึงหนึ่งนั้นเขาเริ่มที่จะมอบสิทธิ์พิเศษเพื่อชักจูงผู้คน พวกเขาสามารถเข้าศึกษาในสถาบันทหารและกลายเป็นรองผู้บัญชาการหรือทำงานในหน่วยงานราชการและอื่นๆอีกมากมาย

สำหรับการที่จะเลื่อนขั้นจากชั้นหนึ่งไปอีกชั้นหนึ่งได้นั้น คนผู้นั้นจะต้องประกอบความดีความชอบให้กับดินแดน

--------------------------------------------

ในคราแรกทั้งหัวหน้าทหารฮุ่ยและพ่อบ้านหงส์ต่างไม่เข้าใจจุดประสงค์ของเซียวอวี๋ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้พยายามขัดขวาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเซียวอวี๋ค่อยๆมอบสิทธิให้กับพลเรือนเป็นลำดับชั้นพวกเขาก็พบว่าผิดท่า

แต่พวกเขาก็ทราบว่าสิ่งนี้ไม่อาจย้อนคืนได้อีก สิทธิและอำนาจที่เซียวอวี๋ได้มอบไว้นั้นไม่ได้ขัดต่อฐานันดรและผลประโยชน์ของเหล่าขุนนาง เขากำลังพยายามที่จะแก้ปัญหาด้านการขาดแคลนบุคคลากรของดินแดน ประชาชนทุกคนสามารถเลื่อนลำดับชั้นของตนได้ตราบใดพวกเขากระทำความดีความชอบให้กับดินแดนมากเพียงพอ

พวกเขาสามารถกระทำผ่านทาง ประกอบความดีความชอบให้กองทัพ บริจาคอาหารหรือวัตถุดิบให้กับดินแดน สร้างสิ่งประดิษฐ์ สอนหนังสือและอื่นๆอีกมากมาย กล่าวโดยสรุปก็คือ เซียวอวี๋กำลังพัฒนาด้านกองทัพ การเกษตร การสร้างสิ่งประดิษฐ์ชนิดใหม่และการผลิตสินค้า

นโยบายของเซียวอวี๋ได้ยกระดับการปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เมื่อก่อนนั้นเกษตรกรจะต้องมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับลอร์ดของดินแดน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เต็มใจที่จะต้องตราตรำทำงานหนัก ทว่ามาตอนนี้ผลผลิตที่ได้จะตกเป็นของพวกเขา หากว่าพวกเขาทำงานอย่างขยันขันแข็ง พวกเขาก็จะไม่อดตาย ทั้งเซียวอวี๋ยังได้จัดเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือเอาไว้ให้แล้วอีกด้วย

เกษตรกรที่ได้ผลผลิตจำนวนมากก็จะบริจาคมันให้กับเมืองไลอ้อนเพื่อเปลี่ยนพวกมันเป็นค่าผลงาน หากว่าพวกเขามีค่าผลงานสะสมเพียงพอแล้วล่ะก็ เช่นนั้นพวกเขาก็สามารถส่งตัวบุตรหลานเข้าศึกษาที่สถาบันทหารหรือทำงานในหน่วยงานข้าราชการได้ เซียวอวี๋สามารถสะสมเสบียงอาหารได้มากมายมหาศาลโดยไม่ต้องเสียแม้แต่เหรียญทองเดียว อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดไม่ว่าจะในสงครามใดๆ จักรพรรดิทุกพระองค์ของจีนเองก็ได้ใช้กลวิธีนี้ในการปกครองประเทศ ประการแรกก็คือรวบรวมเสบียง จากนั้นก็ถึงเวลาตั้งตนเป็นฮ่องเต้!

เซียวอวี๋ขยับขยายดินแดนแบบค่อยเป็นค่อยไปเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับรากฐานและเพิ่มจำนวนประชากร

ดินแดนมีจุดตรวจ หอสัญญาณและหอสังเกตุการณ์อยู่มากมาย เหล่าพ่อค้าที่เดินทางไปหรือกลับมาจากจักรวรรดิเมฆาตะวันตกจะต้องจ่ายภาษี พ่อค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาและยินยอมจ่ายภาษีแต่โดยดี

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังได้จัดสร้างเมืองเล็กที่ชื่อว่า ลูก้า ขึ้นไม่ไกลจากเมืองไลอ้อนมากนัก เมืองแห่งนี้ได้ตั้งทับอยู่บนเส้นทางการค้า เขาได้สร้างที่พักแรม บาร์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่เอาไว้สำหรับให้เหล่านักผจญภัยและพ่อค้าสามารถใช้บริการ ในตอนต้นมีพ่อค้าบางคนคิดว่าภาษีนี้ออกจะข่มขู่กันเกินไป บางขบวนกระทั่งมีขุมอำนาจที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ได้จัดส่งพวกออร์ค 100 ตนไปยึดทรัพย์ทุกสิ่งทุกอย่างที่พบเห็นจากขบวนพ่อค้าที่ปฏิเสธการจ่ายภาษี หลังจากสำแดงอิทธิฤทธิ์อยู่หลายครั้งก็ไม่มีผู้ใดกล้ากวนใจลอร์ดของดินแดนนี้อีก

พวกเขาพบว่าเซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อยว่าพวกเขาจะขนสินค้าไปที่ใดหรือดินแดนใดที่ให้การสนับสนุนพวกเขา ไม่ช้าพวกเขาก็เข้าใจว่าดินแดนแห่งนี้อยู่ห่างไกลเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่ดินแดนอื่นๆจะยกทัพมาโจมตีที่นี่โดยตรง กล่าวโดยสรุปก็คือ เซียวอวี๋เป็นนายเหนือของดินแดนแห่งนี้ กฏก็คือเขา ตัวเขานั่นละคือกฏ! การเรียกเก็บภาษีได้นำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาล

.............................

.............................

แคร์รี่และบิดาของเขาโซโลมอนพยายามที่จะสังหารเขาอยู่หลายครั้ง ดังั้นเซียวอวี๋จึงวางแผนที่จะตอบแทนกลับคืนไปบ้าง พวกคนเหล่านี้ไม่อาจให้อภัยได้ ในอดีต กำลังทหารของเขามีจำนวนเพียงน้อยนิดและไม่เหมาที่จะทำสงครามตีเมือง ทางด้านของแคร์รี่นั้นมีกำลังคนนับหมื่น ดังนั้นเซียวอวี๋อดทนรอและไม่ได้เปิดฉากโจมตีจนกระทั่งตอนนี้....

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และกองทัพของเซียวอวี๋เองก็เข้มแข็งขึ้นกว่าแต่ก่อน ตอนนี้ถึงเวลาที่เขาจะเป็นฝ่ายโจมตีบ้างแล้ว.....