ตอนที่ 255

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

จักรพรรดิโถวปาเย่นำเหล่าแม่ทัพและกองกำลังราชองค์รักษ์มุ่งหน้าไปยังค่ายตะวันตกของนครหลวง ที่นั่นมีกองกำลังชั้นยอดประจำการอยู่หนึ่งหมื่นนาย

"ผู้บัญชาการค่ายอยู่ที่ใด?" พระองค์ตะโกนถามเมื่อเสด็จมาถึงปากทางเข้าค่าย

"อะ..องค์จักรพรรดิ...ท่านผู้บัญชาการค่ายไม่ได้อยู่ที่นี่พะยะค่ะ หลงเหลือแต่รองผู้บัญชาการ" ไพร่พลนายนั้นสั่นเทิ้มขณะกล่าวรายงาน

"เรียกตัวมันมา! สั่งการให้ไพร่พลทุกนายจัดทัพเตรียมปราบกบฏ!" พระองค์สั่งการออกไป

ไพร่พลนั้นสับสนมึนงงไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องราวใดขึ้น กระนั้นมันก็ยังไปแจ้งไพร่พลคนอื่นๆตามพระราชบัญชา

จักรพรรดิโถวปาเย่และเหล่าผู้ติดตามกระตุ้นม้าเข้าไปที่กึ่งกลางค่าย

ไพร่พลทั้งหมดต่างคุกเข่าลงเมื่อได้เห็นฉลองพระองค์สีเหลืองประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิ พระองค์ทรงตรัสออกมาเสียงดังกังวานขณะทรงม้า "เหล่าทหารกล้าทุกนาย! จงขึ้นหลังอาชาเสีย! ตอนนี้พวกกบฏวางกำลังอยู่ในนครหลวง พวกเรากำลังจะออกไปเข่นฆ่าพวกมันให้สิ้น!"

ไพร่พลทั้งหมดต่างตกตะลึง หากแต่พวกมันก็รีบตอบสนองอย่างรวดเร็วตามที่ได้รับการฝึกฝนมา พวกมันแยกย้ายกันไปขึ้นหลังม้าก่อนจะกลับมารวมพลติดตามอยู่ด้านหลังองค์จักรพรรดิ

ไม่ช้า ทั้งหมดก็มาถึงค่ายหลักของผู้บัญชาการค่าย

"รองผู้บัญชาการฉือ ออกมา!" จักรพรรดิโถวปาเย่ตรัสออกมา

มีบุรุษร่างสูงเดินออกมาจากค่าย โดยปกติแล้วมันมักจะคอยวางท่าเบ่งอำนาจ หากแต่ตอนนี้มันมีท่าทางสงบเสงี่ยมและระแวดระวังเมื่อมองเห็นองค์จักรพรรดิ

"รองผู้บัญชาการค่ายฉือ ถวายบังคมฝ่าบาท" มันไม่ได้คุกเข่าลงหากแต่ใช้การโค้งตัวเนื่องเพราะติดชุดเกราะ

"เจ้ายังคิดว่าข้าเป็นจักรพรรดิด้วยหรือ? ข้าสั่งให้เหล่าผู้บัญชาการทั้งหมดมากกว่าร้อยคนมารายงานตัวที่พระราชวัง ไฉนเจ้ายังคงอยู่ที่นี่?" พระองค์ทอดพระเนตรรองผู้บัญชาการฉือ

"กระหม่อมไม่ได้รับคำสั่งพะยะค่ะ" รองผู้บัญชาการฉือกล่าวตอบ

"เจ้าไม่ได้รับคำสั่งหรือ....หรือคนนำสาส์นถูกฆ่าไป? ทหาร! พวกเจ้าได้เห็นคนนำสาส์นเข้ามายังค่ายแห่งนี้หรือไม่?" พระองค์ตรัสถามเสียงดังกังวาน

"เห็นพะยะค่ะ!" เหล่าไพร่พลต่างตะโกนตอบ

เหล่าไพร่พลไม่ได้เอะใจใดๆ พวกมันเพียงตอบองค์จักรพรรดิด้วยความภักดี

"รองผู้บัญชาการฉือ เจ้าได้ยินหรือไม่? เจ้ายังมีคำพูดจะกล่าวอีกหรือไม่?" พระองค์ทรงกริ้วขึ้นมา

รองผู้บัญชาการฉือหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา

"ฝ่าบาท! ได้โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย! ได้โปรดมอบโอกาสให้กระหม่อมได้ทำคุณลบล้างโทษด้วยเถิดพะยะค่ะ!" รองผู้บัญชาการฉือรีบคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา

พระองค์ทรงแค่นเสียงออกมาเมื่อรับทราบสถานการณ์แล้ว "แม่ทัพทั้งหมดที่คุมกำลังมากกว่าหนึ่งพันให้ก้าวออกมา!"

เหล่าแม่ทัพรีบก้าวออกมา

พระองค์ทรงทอดพระเนตรมองดูพวกมัน "ผู้พิทักษ์เงา! จงสังหารพวกมันเสีย!" เหล่าผู้พิทักษ์เงาถลันกายชักกระบี่พุ่งออกไปฟันศีรษะแม่ทัพเหล่านั้นทันทีที่ได้รับคำสั่งโดยปราศจากความลังเลใดๆ

"พวกเจ้าอาจจะคิดว่าการกระทำของข้านั้นไร้เหตุผล เหตุใดข้าจึงสังหารผู้บัญชาการของพวกเจ้าน่ะหรือ? ข้าจะบอกให้พวกเจ้าทราบ! เจ้าชายโถวปากุ้ยวางแผนที่จะลุกฮือขึ้นก่อกบฏเพื่อแย่งชิงบัลลังก์! ตอนนี้มันได้ผู้บัญชาการองค์รักษ์ส่วนใหญ่ในนครหลวงไปเข้าร่วมแล้ว! หากว่าพวกเจ้าพบเห็นผู้บัญชาการของเจ้ากระทำการที่น่าสงสัย...ให้ประหารฆ่าได้ทันที! สังหารพวกมันเพื่อข้า!" พระองค์ตะโกนออกมาขณะกวาดพระเนตรไปยังเหล่าไพร่พลโดยรอบ

"พวกเราสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อองค์จักรพรรดิ!" เหล่าไพร่พลต่างตะโกนขานรับ ก่อให้เกิดเป็นสภาวะอันเข้มแข็งดุดัน

ม่านพระเนตรทอแสงเจิดจ้าเมื่อได้เห็นเหล่าไพร่พลขานรับ พระองค์ทรงให้การดูแลกองทัพมาตลอดหลายปี ตอนนี้ ไพร่พลเหล่านี้ต่างพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อจักรพรรดิ

"หาก....หากว่าข้าตกตายไปก็จงอย่าได้หยุดสู้! จงหาทางตีฝ่าวงล้อมออกไปรวมกำลังกับเจ้าชายโถวปาหง! มันจะเป็นจักรพรรดิคนต่อไปของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก! ให้จงรักภักดีต่อมันดุจจงรักภักดีต่อข้า!" พระองค์ตระหนักดีกว่า สถานการณ์ตอนนี้ยากที่จะรับมือกับโถวปากุ้ยได้ แม้จะระดมกองทัพไปโจมตีก็ตาม ตอนนี้พระองค์ต้องการช่วงชิงความได้เปรียบให้กับโอรสของพระองค์ให้ได้มากที่สุด

"พวกเจ้าเข้าใจหรือไม่?" พระองค์ตรัสถามเสียงกังวาน

"เข้าใจพะยะค่ะ!" เหล่าไพร่พลต่างขานรับด้วยความแน่วแน่ พวกมันทั้งหมดได้รับการคัดเลือกมาตั้งแต่ในวัยหนุ่ม ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นหัวกระทิของกองทัพแห่งจักรวรรดิเมฆา หากมีผู้ใดคิดลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิแล้วล่ะก็ นั่นเท่ากับเป็นการตบใบหน้าของพวกมันอย่างรุนแรง

ไพร่พลแบบใดกันที่ไม่อาจถวายการอารักษ์ขาจักรพรรดิของตนเองได้? ไพร่พลเหล่านี้ต่างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมานานหลายปี ผู้คนทั่วไปต่างยกย่องชื่นชมพวกมัน ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นเพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากองค์จักรพรรดิ

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการของพวกมันได้หันหลังให้กับองค์จักรพรรดิ ตอนนี้องค์จักรพรรดิต้องการพวกมัน ถึงเวลาที่พวกมันจะต้องตอบแทนแล้ว

"ติดตามข้ามา!" จักรพรรดิโถวปาเย่นำไพร่พลหนึ่งหมื่นนายที่ยังหลงเหลืออยู่ในค่ายตะวันตกมุ่งหน้าไปยังค่ายเหนือ อย่างไรก็ตาม โชคไม่ได้เข้าข้างพระองค์ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับค่ายตะวันตก

ที่จริงแล้ว พระองค์ไม่ได้มีความคิดที่จะหลบหนีออกจากนครหลวงไป พระองค์ทรงทราบว่าโถวปากุ้ยได้ช่วงชิงสี่ค่ายหลักไปจากพระองค์แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ หากว่าพระองค์เลือกที่จะหลบหนีจากไป ไม่ช้ากองทัพของพระองค์ก็จะถูกไล่ล่าสังหารจนหมดสิ้น เช่นนั้นก็ไม่ต่างไปจากการตกตายเช่นสุนัขข้างทางในทุ่งกว้าง หากเป็นเช่นนั้น โถวปากุ้ยก็สามารถใช้การตายของพระองค์กระจายข่าวออกไปและชิงรวบอำนาจและแย่งบัลลังก์ไปครอง

แต่หากว่าพระองค์ต่อสู้จนตัวตายอยู่ภายในนครหลวง พระองค์ก็จะสามารถทำให้ผู้คนรับทราบได้ว่าพระองค์ถูกพวกกบฏสังหารและผู้ที่มีสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์โดยชอบธรรมก็จะเป็นโถวปาหง ด้วยวิธีนี้ ผู้คนภายในจักรวรรดิจะจงรักภักดีต่อโถวปาหง ไม่ใช่โถวปากุ้ย

แม้ว่าพระองค์จะไม่ทรงทราบเกี่ยวกับแผนการก่อกบฏเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ หากแต่พระองค์ก็ทราบว่า โถวปากุ้ยต้องการให้พระองค์ตกตายไปอย่างเงียบเชียบ

หลังจากนั้นโถวปากุ้ยก็สามารถติดตามไล่สังหารเหล่าองค์ชายและควบคุมคนที่เหลือได้ เมื่อเป็นเช่นนั้น โถวปากุ้ยก็จะสามารถขึ้นครองบัลลังก์ได้โดยชอบธรรม

เสนาบดีส่วนใหญ่ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของโถวปากุ้ยแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะสนับสนุนให้โถวปากุ้ยได้ขึ้นครองบัลลังก์โดยปราศจากแรงต้านทาน

ด้วยวิธีการเช่นนี้ก็จะไม่มีผู้ใดทราบว่าเกิดการก่อกบฏเพื่อแย่งชิงบัลลังก์ขึ้น พระองค์ทรงตัดสินพระทัยแล้วว่าจะไม่ให้โถวปากุ้ยได้สมมาดปรารถนา พระองค์มีดำริที่จะตกตาย หากแต่พระองค์ต้องการที่จะให้ผู้คนทราบว่าผู้ปลงพระชนม์ก็คือ โถวปากุ้ย

"ฮ่าฮ่า....โถวปากุ้ยเอย เจ้ากล้ามาหาข้าหรือไม่?" พระองค์ไร้ซึ่งความหวดหวั่นใดขณะที่ทรงม้านำหน้ากองทัพ