ตอนที่ 279

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ตระหนักดีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ส่งผลดีต่อฝั่งเขา เขาจะต้องทำการเพิ่มสภาวะและฟื้นฟูขวัญกำลังใจของไพร่พลกลับมา

ซึ่งที่จริงแล้ว หมอผีแห่งทุ่งหญ้าและพวกชาแมนเผ่าออร์คนั้นแตกต่างกัน กระนั้นทั้งคู่ก็มีหลักคำสอนจากสายเดียวกัน ความแตกต่างเพียงเกิดขึ้นเพราะเผ่าพันธุ์ นี่คล้ายกับเป็นการแบ่งพี่แบ่งน้อง

แม้ว่าทั้งสองจะใช้รูปแบบที่แตกต่างกัน แต่แก่นแท้ของมันก็ยังมาจากรากเดียวกัน กระนั้นทั้งสองฝ่ายก็ยังถกเถียงกันว่ารูปแบบของตนนั้นเป็นของจริง แม้ว่าทั้งสองจะมือแบบเดียวกัน กระนั้นมันก็ยังมีความแตกต่างระหว่างชาแมนของพวกออร์คกับหมอผีของมนุษย์

เดิมทีเซียวอวี๋ต้องการจะแสดงเป็นหมอผีแห่งทุ่งหญ้าเพื่อปลุกขวัญกำลังใจของไพร่พล ซึ่งเซียวอวี๋ก็ยังมีแต้มทักษะที่ยังไม่ได้ใช้เหลืออยู่ ดังนั้นเขาจึงใช้พวกมันเรียนรู้ทักษะเสาสลักปฐพีและเสาสลักศิลา แม้ว่าผลของมันจะไม่มากนัก หากแต่มันก็ช่วยทำให้ไพร่พลของเขาสงบจิตใจลงได้

ที่คาดไม่ถึงก็คือ ผลของเสาสลักที่ไม่มีผลต่อชาวไลอ้อน มันกลับมีผลกับผู้คนชาวจักรวรรดิเมฆา ทหารที่อยู่ใกล้กับเสาสลักปฐพีได้ถูกลำแสงห่อหุ้มร่างเอาไว้ กล้ามเนื้อของพวกเขาเริ่มพองโตและอัดแน่นไปด้วยพละกำลัง

"นี่มันอะไร? เสาสลักของทอร์ลไม่ได้ผลกับนักรบอัญเชิญหรือทหารทั่วไป....แล้วทำไมมันถึงมีผลกับชาวจักรวรรดิเมฆา? หรือเป็นเพราะพวกเขาศรัทธาหมอผี?"

เซียวอวี๋ตกตะลึงแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก หากว่าเสาสลักนี้ส่งผลต่อผู้คน เช่นนั้นเขาก็จะใช้งานมันให้คุ้มค่าที่สุด เขาได้เพิ่มแต้มไปยังทักษะเสาสลักปฐพีและเสาสลักศิลาจนถึงระดับ 3 ทั้งสองทักษะ

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเรียกเสาสลักออกมาตั้งบนกำแพง เหล่าไพร่พลต่างร้องตะโกนด้วยความยินดี พวกเขาคุกเข่าลงหลั่งน้ำตาและกราบไหว้บูชาเสาสลัก

"พลังแห่งเสาสลักปฐพี! นั่นมันเสาสลักในตำนานไม่ใช่หรือ? กี่ปีแล้วที่พวกเราเฝ้ารอมาจนถึงวันนี้? องค์เทพปฐพีได้อยู่ฝั่งเรา! พวกเราจะต้องได้รับชัยชนะ!" ขวัญกำลังของพวกทหารพลันเพิ่มสูงเทียมฟ้า พวกเขาแทบจะอดทนรอสังหารศัตรูไม่ไหวแล้ว

โถวปาหงเป็นหนึ่งในผู้ที่ตกตะลึงมากที่สุด เขาได้ยินเสียงกลองศึกของฝ่ายศัตรูและนั่นทำให้เขากลายเป็นจิตตกเพราะทราบว่าเพียงเสียงกลองศึกนี้ก็แทบจะพลิกสถานการณ์ของสงครามได้แล้ว อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋กลับสามารถอัญเชิญเสาสลักออกมาได้ มันเป็นทักษะเสาสลักปฐพีและเสาสลักศิลาที่สูญหายของเหล่าหมอผีในตำนาน!

โถวปาหงทราบดีว่า ในยุคปัจจุบันไม่มีหมอผีแห่งทุ่งหญ้าคนใดสามารถเรียกมันออกมาได้แล้ว พวกเขาเพียงสามารถสร้างเสาสลักเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับไพร่พลได้อีกแล้ว เสาสลักธรรมดาพวกนั้นไม่อาจเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับไพร่พลได้ แต่เสาสลักที่เซียวอวี๋อัญเชิญมากลับสามารถ! โถวปาหงรู้สึกได้ถึงความพลุ่งพล่านในร่างราวกับว่าเขาเพิ่งได้รับยาชูกำลังขนานลับเข้าไป

"หรือ...หรือว่าสวรรค์จะส่งเขามาช่วยข้าจริงๆ?" โถวปาหงพึมพำ

พวกทหารฝ่ายปาเทียนหมิงต่างหัวหมุนงุนงงเมื่อได้เห็นฉากดังกล่าว พวกมันเชื่อมั่นว่าจะสามารถเอาชนะสงครามและยึดเมืองฮัวเหลียนได้ด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าหมอผีและการเตรียมการอื่นๆ ทว่ามาตอนนี้ ฝ่ายตรงข้ามกลับสามารถอัญเชิญเสาสลักแห่งปฐพีซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งหมอผีที่แท้จริงออกมาได้ นี่ทำให้พวกมันไม่ทราบสมควรทำอย่างไร

ปาเทียนหมิงขบฟันแน่นขณะมองไปยังเซียวอวี๋ที่อยู่เหนือกำแพงเมือง มันต้องการจะสังหารเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นไปซะ มันสมควรได้รับชัยชนะไปเนิ่นนานแล้วหากว่าโถวปาหงไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเซียวอวี๋

ลอร์ดแห่งดินแดนเล็กจ้อยผู้นี้ได้สร้างปัญหาให้มันอย่างมาก มาตอนนี้ มันยังจะสามารถอัญเชิญเสาสลักปฐพีที่สูญหายไปหลายพันปีมาได้อีก นี่ราวกับมีค้อนอันหนักหน่วงทุบฟาดไปที่ความเชื่อความศรัทธาของชาวจักรวรรดิเมฆา

เหล่าไพร่พลเริ่มวิจารณ์กัน หากโจมตีเข้าใส่เหล่าศัตรูที่ได้รับการอวยพรจากเสาสลักจะไม่เป็นอะไรแน่หรือ? พวกมันพลันหวนนึกถึงกระดาษที่ถูกโปรยจากเซียวอวี๋ ในกระดาษพวกนั้นมีข้อมูลเกี่ยวกับการก่อกบฏชิงบัลลังก์ของโถวปากุ้ย และบอกว่าโถวปาหงก็คือจักรพรรดิที่แท้จริง

มาตอนนี้เทพแห่งปฐพียังให้ที่พักพิงแก่โถวปาหงด้วยพระองค์เอง สิ่งเหล่านี้สร้างความว้าวุ่นในใจของพวกทหารอย่างมาก

"ทั้งหมดเป็นเพียงของปลอม! พวกนอกรีตเหล่านั้นกลับกล้าแอบอ้างนามขององค์เทพ! พวกเราต้องเข่นฆ่าพวกมันให้สิ้นและนำโลหิตของพวกมันมาสังเวยเพื่อล้างเสนียดนี้! กลองศึกแห่งหมอผีอยู่ข้างเรา! หมอผีแห่งทุ่งหญ้าอยู่ข้างเรา! พวกเรากำลังเดินไปบนเส้นทางที่ถูกที่ควร! เข่นฆ่าพวกมันเพื่อสังเวยต่อองค์เทพ!" ปาเทียนหมิงตะโกนขึ้นด้วยเสียงอันดัง มันสั่งให้เหล่าหมอผียกชูเสาสลักขึ้น

เหล่าหมอผีต่างตกตะลึงเช่นกันเมื่อได้เห็นเสาสลักปรากฏขึ้นที่ด้านบนกำแพงของเมืองฮัวเหลียน กระนั้นพวกมันก็ยังอยู่ภายใต้การบัญชาการของปาเทียนหมิงและไม่อาจกระทำสิ่งใดได้นอกจากต้องปฏิบัติตาม

อย่างไรก็ตาม เสาสลักของพวกหมอผีแห่งทุ่งหญ้าไม่ได้เพิ่มพละกำลังให้กับไพร่พลแต่อย่างใด พวกหมอผีจึงต้องถ่ายมานาเข้าไปในตัวเสาเพื่อให้มันส่องแสงเพิ่มขวัญกำลังใจของผู้คน แม้มันจะเทียบไม่ได้กับเสาสลักของเซียวอวี๋ แต่มันก็ยังทำให้พวกทหารเรีกยคืนสติกลับมาได้

ตึง...ตึง..ตึง...ตึง....

กองทัพเรืิ่มเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังกำแพงทิศใต้ของเมืองฮัวเหลียน ปาเทียนหมิงต้องการจะโจมตีจากรอบทิศทาง แต่มันก็วางแผนที่จะทุ่มกำลังมุ่งเน้นโจมตีไปที่ประตูทางทิศใต้

เหล่าหมอผีและนักรบหมาป่าเองก็เคลื่อนกำลังไปยังทิศใต้ด้วยเช่นกัน

"ฮึ่ม! มันอัญเชิญเสาสลักมาได้แล้วจะอย่างไร? ข้าเองก็มีนักรบภูติอยู่! ต่อให้เป็นเสาสลักมันก็ช่วยชีวิตของพวกเจ้าไม่ได้..." ปาเทียนหมิงคิดขึ้นในใจขณะหวนนึกถึงความแข็งแกร่งของนักรบภูติ รอยยิ้มที่โหดเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน