ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เคราแดงรู้อยู่แล้วว่ามีทหารม้าเกราะหนักอยู่ภายในเมืองรัชเชต กระนั้นมันก็มองข้ามไป สำหรับผู้คนภายในจักรวรรดิแล้ว ทหารม้าเกราะหนักไม่นับเป็นอย่างไร
แต่เคราแดงก็ไม่คิดว่าสงครามจำดำเนินไปในลักษณะนี้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไม่ทราบว่าโถวปาหงจะใช้ทัพม้าเกราะหนักเป็นไพ่ตาย
นอกจากนี้มันยังมองข้ามความแข็งแกร่งและความสามารถในการบัญชาการของเซียวอวี๋ไป
ทัพอัศวินพุ่งโจมตีพวกโจรจากทางด้านหลังขณะกวัดแกว่งดาบควบม้าหุ้มเกราะทะลวงทัพโจร
การพุ่งของทัพม้าเกราะหนักได้ก่อให้เกิดแรงกระแทกอย่างรุนแรงเกินกว่าจะคาดคิด ทัพม้าเกราะหนักมีความเร็วและสภาวะมากเกินพอที่จะทลายกระบวนทัพของพวกโจร
อันที่จริงพวกโจรได้ยืนกันซ้อนหลายแถวทำให้ยากต่อการบุกทะลวง อย่างไรก็ตาม พวกโจรกระจัดกระจายกันออกไปทันทีที่ทัพม้าพุ่งเข้ามา นี่ราวกับฝูงหมาป่าเข้าขย้ำฝูงแกะ
พวกอัศวินบุกซ้ายป่ายขวาและมุ่งตรงไปยังศูนย์กลางของพวกโจรเพียงชั่วกระพริบตา พวกโจรจะแตกฮือยามที่เหล่าอัศวินควบม้าเข้าหา ม้าของพวกโจรล้มกลิ้งลงไปกับพื้นอย่างต่อเนื่อง
พวกโจรที่ตกจากหลังม้า หากไม่ถูกจัดการโดยพวกอัศวินก็จะถูกม้าของฝ่ายเดียวกันเหยียบซ้ำ พวกนักผจญภัยและผู้คุ้มกันต่างโห่ร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อได้เห็นฉากที่ปรากฏขึ้น ทั้งหมดรีบฉวยโอกาสนี้กดดันพวกโจรกลับไป
ในคราแรกดูเหมือนว่าพวกโจรจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ มาตอนนี้ความได้เปรียบนั้นหายไปแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกมันลดลงอย่างมาก พวกโจรที่กระจัดกระจายกันไปต่างถูกไล่ล่าโดยฝ่ายป้องกัน
ความเร็วของพวกอัศวินเองก็ลดลงเช่นกัน ทว่าก็ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งการพุ่งทะลวงของพวกเขาได้ ทหารม้าเกราะเบาก็ไม่อาจทำอย่างไรได้เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้
อย่างดีที่สุดพวกมันก็ทำได้เพียงใช้ม้าหลบคมดาบของพวกอัศวิน อันที่จริงพวกโจรนั้นมีความคล่องตัวไม่น้อย กระนั้นก็ยังไม่อาจหลบการโจมตีของพวกอัศวิน พวกมันยังจะสามารถหลบหลังม้าได้อย่างไรในเมื่อดาบหนักของพวกอัศวินสามารถผ่าได้ทั้งคนทั้งม้า?
พวกม้าร้องเสียงดังยามที่ดาบหนักของพวกอัศวินวาดผ่าน จากนั้นพวกมันก็ล้มลงไป ด้วยวิธีการเช่นนี้ ตัวม้าจะสร้างความเสียหายให้กับพวกโจรได้มากกว่า
เมื่อเป็นเช่นนี้พวกโจรก็ราวกับมดแมลงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกอัศวิน ในชั่วขณะหนึ่งดูเหมือนว่าความเร็วของพวกอัศวินจะลดลง หากแต่ในวินาทีต่อมาพวกอัศวินก็ใช้ทักษะพุ่งเพื่อพิ่มความเร็วในช่วงตัดสิน พวกโจรพยายามล้อมกรอบพวกอัศวินเอาไว้ แต่อัศวินหลายนายก็สามารถใช้ทักษะพุ่งทะลวงแนวล้อมออกไปได้อย่างง่ายดาย
พวกอัศวินในตอนนี้ก็ราวกับราชันย์แห่งสนามรบ ทหารม้าของจักรวรรดิเมื่อต้องเผชิญกับความแข็งแกร่งของพวกอัศวินก็ล้วนแตกพ่ายอย่างง่าย
อัศวินสี่ร้อยนายก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความปั่นป่วนให้กับพวกโจร แถวของพวกโจรที่จัดเรียงกันเป็นชั้นๆค่อยแตกกระจายกันออกไป พวกนักผจญภัย ผู้คุ้มกันและชาวเมืองใช้ช่วงเวลานี้เข่นฆ่าพวกโจรให้มากที่สุด พวรโจรกำลังจะพ่ายแพ้....
เคราแดงกัดฟันกรอดเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มันทราบว่าตอนนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้แล้ว สถานการณ์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือรักษาตัวรอด
"วันนี้เป็นเพราะเจ้าโชคดี แต่อย่าคิดว่าจะจบเพียงเท่านี้ เมื่อเจ้าได้ตอแยเคราแดง เจ้าจะต้องเสียใจ!" เคราแดงละทิ้งความคิดที่จะสังหารโถวปาหงและหาทางหลบหนี
โถวปาหงยิ้มเยาะ "คิดว่าเจ้าจะสามารถจากไปได้ตามต้องการหรือ?"
เคราแดงตะโกนขึ้นว่า "ข้าจะกระทำสิ่งที่ข้าต้องการกระทำ ไม่มีผู้ใดสามารถหยุดยั้งข้าได้!"
"งั้นหรือ?" มีเสียงดังขึ้นจากทางด้านข้างของเคราแดง เคราแดงถอยหลังเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันอันรุนแรงกำลังพุ่งมาที่มัน มันรีบหันกลับไปยกดาบขึ้นต้านทาน
รังสีดาบขนาดใหญ่กดทับลงมา ดาบที่มันยกขึ้นไปสามารถต้านทานเอาไว้ได้แต่ก็ทำให้มือของมันด้านชา
"ช่างแข็งแกร่งนัก! มันเป็นใคร? พละกำลังของมันช่าง....หรือมันก็อยู่ระดับสูงสุดขั้นที่สี่ด้วยเช่นกัน? หากพวกมันทั้งสองร่วมมือกันคงย่ำแย่แล้ว"
เซียวอวี๋กระโดดลงจากหลังม้าพุ่งเข้าหาที่ที่โถวปาหงและเคราแดงกำลังต่อสู้กันอยู่
เซียวอวี๋รู้ว่าเคราแดงกำลังคิดที่จะหลบหนี แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปล่อยมันไป เซียวอวี๋ทราบว่าตีงูต้องตีที่หัว
นอกจากนี้ ภายในค่ายของเคราแดงจะต้องมีสมบัติอยู่มากมาย นั่นจึงจะเป็นสิ่งที่เซียวอวี๋ให้ความสนใจมากที่สุด
ฟุบ!
เซียวอวี๋ฟันออกด้วยทักษะอมนิแสลชจนทำให้เคราแดงจำต้องรีบหันกลับมารับดาบ ในเวลาเดียวกัน โถวปาหงก็ตวัดดาบไป แสงสีน้ำเงินพลันปรากฏขึ้นราวกับสายฟ้าพาดผ่านยามค่ำคืน
แสงสีน้ำเงินนี้สร้างปัญหาให้กับเคราแดงอย่างมาก มันรู้สึกราวกับกำลังถูกล้อมกักด้วยพลังขุมหนึ่ง นั่นทำให้มันเคลื่อนไหวช้าลงอย่างช่วยไม่ได้
"องค์ชายมันยังไม่ได้ต่อสู้เต็มกำลัง!" เคราแดงตระหนักแล้วว่าโถวปาหงเก็บงำฝีมือเอาไว้ เพียงลากถ่วงเคราแดงเพื่อรอคอยการปรากฏตัวของพวกอัศวิน หลังจากที่กวาดล้างกองโจรเคราแดงได้ คราวต่อไปก็จะเป็นชีวิตของมัน
"เอานี่ไปกิน....!" ขณะที่เคราแดงกำลังกล่าวออกมา ร่างกายของมันก็ถูกปกคลุมด้วยทักษะลึกลับของโถวปาหงและการโจมตีที่ดูรุนแรงของเซียวอวี๋ก็กำลังพุ่งเข้ามา มันจำต้องรับมือทั้งสองจนทำให้พลาดโอกาสหลบหนีไป
เคราแดงกัดฟันกรอดและหันกลับไป ร่างกายของมันเริ่มหมุนด้วยความเร็วที่ราวกับสายฟ้า ขณะที่คมมีดสายลมนับไม่ถ้วนเริ่มปรากฏขึ้นมาพุ่งเข้าใส่โถวปาหงและเซียวอวี๋ เมื่อต้องเผชิญกับคมมีดสายลมของเคราแดงซึ่งอยู่ในขั้นที่สี่แล้ว มนุษย์ทั่วไปย่อมไม่อาจต้านรับมันเอาไว้
เซียวอวี๋ใช้ทักษะพายุคลั่งเพื่อสกัดกั้นการโจมตีของเคราแดง ขณะที่ทางฝั่งกวัดแกว่งดาบราวกับร่ายรำจนก่อเกิดเป็นพายุหมุนต้านทานการโจมตีของเคราแดง แม้กระนั้นก็ยังมีคมมีดอันหนึ่งทะลุการป้องกันพุ่งเข้าใส่โถวปาหง เขาต้องถอยหลังไปเกือบสิบก้าวจึงจะหยุดลง
"ช่างแข็งแกร่งนัก!" โถวปาหงรู้สึกมือด้านชา เขาได้ประเมินความแข็งแกร่งของเคราแดงต่ำไป เขาไม่อาจเอาชัยเคราแดงได้แม้ว่าจะใช้ทักษะลับเข้าช่วยก็ตาม
"มันกำลังจะหนี! พวกเราไม่อาจปล่อยมันไปได้!" โถวปาหงตะโกนขึ้นอย่างร้อนรนขณะที่เคราแดงใช้โอกาสนี้พยายามจะหลบหนีจากไป โถวปาหงตระหนักดีว่ายากที่จะหาโอกาสจัดการเคราแดงได้อีก หากครั้งนี้ล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ใช้ก้าวกระโดดลอยข้ามศีรษะของผู้คนมากมายไปยังทิศทางที่เคราแดงกำลังวิ่งไป
"มันยังมีทักษะอยู่อีก!" โถวปาหงตกตะลึงเมื่อได้เห็นเซียวอวี๋ใช้ก้าวกระโดดออกมา หลังจากลงถึงพื้นแล้วเซียวอวี๋ก็ใช้ทักษะพุ่งเข้าหาเคราแดง
เคราแดงคิดว่ามันสามารถสลัดหลุดจากทั้งสองได้แล้วจากการโจมตีอันฉับพลันของมัน ทว่ามันก็ไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะสามารถตอบสนองได้รวดเร็วและกระทั่งติดตามมันมาได้เช่นนี้
ไฉนมันจึงมีพลังปราณมากมายนัก? หรือว่าร่างกายทั้งหมดของมันล้วนอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ?
เคราแดงมีโทสะขึ้นมาเมื่อเห็นเซียวอวี๋ยังตามพัวพันอยู่ ชั่วขณะที่มันหันกลับไปก็เป็นจังหวะที่เซียวอวี๋ใช้ทักษะอมนิแสลชออกมา เคราแดงจำต้องหยุดเท้าเพื่อต้านรับมิเช่นนั้นมันจะต้องถูกเซียวอวี๋สังหารไป
โถวปาหงฉวยโอกาสนี้พุ่งตามไป....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved