ตอนที่ 219

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ใช้เทเลพอตไปยังคาร์นเมื่อเห็นว่าสุบารุกำลังวิ่งไปทางเขา เซียวอวี๋ย่อมไม่ใช่คนโง่ เขาทราบว่าสุบารุตั้งใจแสดงความคลุ้มคลั่งออกมาขณะที่มีแผนการซ่อนอยู่ในใจ อย่างไรก็ตาม คาร์นได้สวมใส่เกราะเซ็ตที-สองซึ่งทำให้เขารับมือกับสุบารุได้แม้ว่าสุบารุจะมีขั้นสูงกว่าก็ตาม

คาร์นเหวี่ยงขวานยักษ์ออกไปสกัดสุบารุ ร่างของสุบารุมีแสงออกมาห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ขณะที่ใช้พลังปราณพุ่งร่างออกไป แต่ในเวลาเดียวกันนั้นกรอมก็โจมตีเข้าใส่สุบารุด้วยเช่นกัน กรอมใช้ทักษะก็เพื่อก่อกวนสุบารุ

ในเวลาเดียวกัน เหล่าไรเดอร์และทัพม้าของเซียวอวี๋ก็รบพุ่งอยุ่กับทหารม้าของจักรวรรดิ พวกอัศวินจากฐานทัพมนุษย์ใช้ทักษะพุ่งเคลื่อนตัวไปข้างหน้าในเวลาอันสั้นและกวาดดาบหนักสังหารทหารม้าของจักรวรรดิไป

ทหารม้าของจักรวรรดิคิดว่าพวกมันมีวิชาขับขี่ถึงขั้นสูงสุดแล้ว ทว่าพวกมันก็ต้องรู้สึกละอายเมื่อได้เห็นการขี่ม้าของเหล่าอัศวิน ทั้งคนและอาชาได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว พวกทหารม้าจากจักรวรรดิย่อมไม่ทราบว่า อัศวินเหล่านี้ได้ 'เกิด' มาจากบนหลังม้า

นอกจากนี้เหล่าอัศวินยังสวมใส่เกราะหนัก มีดในมือทหารม้าจักรวรรดิย่อมไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับพวกเขาได้ มันเป็นการสังหารอยู่เพียงฝ่ายเดียว

สุบารุทราบว่ายากที่จะหลบหนีได้เมื่อได้เห็นว่าเขาถูกล้อมจากทุกทิศทาง เขาหัวเราะออกมา "เซียวอวี๋ เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะได้กลายเป็นราชันย์แห่งพายัพจริงๆ? ช่างไร้เดียงสานัก! จักรวรรดิเมฆาตะวันตกย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าทำเช่นนั้น เมื่อเจ้าได้รวบรวมดินแดนแห่งนี้ เจ้าก็ได้กลายเป็นศัตรูของจักรวรรดิ! แม้ว่าเจ้าจะมีทัพแกร่งอยู่ข้างกาย แต่เจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะเอาชนะทัพม้าของจักรวรรดิจำนวน 100,000 คนได้? เจ้าจะต้องพินาศ! ฮ่าฮ่าฮ่า!"

สุบารุหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง

เซียวอวี๋ตอบกลับอย่างดูถูก "ข้าย่อมไม่คิดว่าเส้นทางของข้าจะราบเรียบไร้ขวากหนามอยู่แล้ว....ข้าจะกำจัดผู้ที่กล้ามาขวางทางข้า! ช่างน่าหัวร่อนักที่เจ้ายังคิดว่าจะต่อต้านข้าได้อยู่"

สุบารุประหลาดใจเมื่อได้ยินคำตอบของเซียวอวี๋ ทันใดนั้นลูกธนูของทิรันด้าก็แทงทะลุไหล่ของสุบารุ

ฉึก~

ลูกธนูยิงทะลุผ่านออกไปอีกด้านหนึ่งก่อเป็นรูโลหิตรูหนึ่ง โลหิตเริ่มหลั่งไหลออกมา ความรุนแรงของลูกธนูจากทิรันด้าไม่ได้ด้อยไปกว่ากระสุนปืนของพลปืนเลย สุบารุซึ่งไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะจึงยากที่จะต้านต่อมัน

นอกจากนี้สุบารุยังได้ต่อสู้ติดต่อกันมานาน พลังปราณในร่างของเขาย่อมมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งตอนนี้มันก็ไม่เพียงพอที่จะใช้ป้องกันแล้ว

สุบารุกรีดร้องออกมาเสียงดัง กระนั้นการโจมตีก็ยังไม่สิ้นสุดลง ดาบของกรอมได้ฟันตรงไปยังที่กระดูกสันหลังของเขา สุบารุเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเพื่อหลบดาบของกรอม หากแต่ก็หลบไม่พ้น ในเวลาเดียวกันนั้น คาร์นก็คำรามขณะที่ขวานถูกเหวี่ยงฟันตามมา สุบารุพยายามที่จะใช้ดาบปัดป้อง แต่แรงกระแทกก็ยังส่งร่างของเขาลอยถอยออกไป

ในยามที่พลังเต็มเปี่ยมเขาอาจจะรับหวานของคาร์นได้ หากแต่ไม่ใช่ในยามที่อ่อนแอเช่นนี้

ร่างของสุบารุทรุดลงไปกองกับพื้น ทั่วร่างเต็มไปด้วยเลือด เขาจ้องมองเซียวอวี๋ด้วยสายที่ราวกับหมาป่ากำลังจ้องมองเหยื่อ

เซียวอวี๋ส่ายหน้าและเดินมาหยุดที่เบื้องหน้าสุบารุ "สุบารุ ข้าขอยอมรับว่าเจ้าเป็นวีรบุุรษผู้กล้าที่แท้จริง.....แต่เพื่อที่จะกลายเป็นราชันย์ของดินแดนนี้แล้ว ข้าจำต้องใช้วีรบุุรษผู้กล้าเช่นเจ้าอีกมากมายเป็นหินรองเท้า..."

สุบารุยิ้ม จ้องมองกลับไป "เจ้าชนะและข้าพ่ายแพ้....เจ้าเป็นราชันย์แล้วตอนนี้....โลหิตของข้ากลายเป็นเกียรติยศของเจ้า!"

สุบารุยกดาบขึ้นเชือดคอตัวเอง เซียวอวี๋รู้สึกหดหู่เมื่อเห็นสุบารุฆ่าตัวตายไปต่อหน้า หากว่าเขาไม่ได้มีนักรบอัญเชิญแล้วล่ะก็ ผู้ที่จะชนะก็คงเป็นสุบารุ ภายในใจของเขารู้สึกชื่นชมสุบารุไม่น้อย

ไม่นานเหล่าหทารม้าของจักรวรรดิก็ถูกกวาดล้าง เซียวอวี๋นำม้าของพวกเขากลับไปขณะที่คิดจะใช้มันเพาะสร้างทัพม้าของเขา ม้าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำสงครามกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตก

ตอนนี้สุบารุก็ได้ตายไปแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะเดินทางไปจักรวรรดิเมฆาตะวันตกแล้ว

.................................

.................................

เขาต้องไปที่จักรวรรดิเมฆาตะวันตกเพื่อตรวจสอบสถานการณ์จริงด้วยตัวเขาเองเนื่องเพราะไม่อาจเชื่อถือข้อมูลที่ถูกรวบรวมมา เพื่อที่จะแนบเนียนยิ่งขึ้น เซียวอวี๋ได้ไปพบกับสหายของมู่หลี่ที่เป็นพ่อค้าจากรัฐเว่ย ชายผู้นี้เคยไปยังจักรวรรดิเมฆาตะวันตกมาก่อน แต่มันก็เป็นเพียงชายแดน ไม่ได้ล่วงลุกเข้าไปภายใน เซียวอวี๋วางแผนที่จะชายผู้นี้ เว่ยหมิง ไปกับเขาด้วย

ซึ่งเขาก็คิดที่จะพาฟ็อกซ์ไปด้วย แม้ว่าฟ็อกซ์จะขี้ขลาดหากแต่เขาก็รู้จักหลายพื้นที่ ยิ่งไปกว่านั้นฟ็อกซ์ยังเชื่อฟังอย่างมาก ฟ็อกซ์ได้รับหน้าที่ดูแลจวนเจ้าเมืองของเมืองไลอ้อนและได้ตบแต่งภรรยาจากเมืองไลอ้อนนั้นเอง เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก แน่นอนว่าเชาย่อมไม่มีความคิดที่จะทรยศเซียวอวี๋

นอกจากนี้ฟ็อกซ์ยังเป็นที่สันทัดในการจัดการนักต้มตุ๋มและหัวขโมย

นอกจากเว่ยหมิและฟ็อกซ์แล้ว เซียวอวี๋ยังจะพากรอมและทิรันด้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองจะต้องสวมผ้าคลุมเพื่อปกปิดตัวตน พวกเขายังจะต้องอยู่ภายในรถม้า เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดเหตุจำเป็นจริงๆจึงจะออกมา แอนโทนีดาสก็ต้องการร่วมทางไปด้วยเช่นกัน ตอนนี้เขามีระดับอยู่ที่ 20 ซึ่งเทียบได้กับกองกำลังเล็กๆแล้ว

แน่นอนว่าลีอาย่อมต้องไปด้วย ตอนนี้นางเป็นมือสังหารที่แข็งแกร่งแล้ว นางอยู่ในขั้นที่สามจากการได้ศึกษาตำราย่างก้าวเงาที่เซียวอวี๋มอบให้

เซียวอวี๋มีตำราเกี่ยวทักษะสังหารมากมายจากเมืองใต้ดิน ทั้งหมดได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับลีอาอย่างมาก นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังได้มอบเกราะเซ็ตที-สองของนักฆ่าให้กับนาง

ตอนนี้ลีอารู้สึกดีต่อเซียวอวี๋มากกว่าแต่ก่อน นางยังคงไม่ได้จากไปแม้ว่าเซียวอวี๋จะบอกให้นางไปได้

เซียวอวี๋ไม่อาจพาพวกออร์คไปกับเขาได้ ตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผยในทันทีถ้าเป็นเช่นนั้น มีหลายคนที่ทราบว่ามีเพียงลอร์ดของดินแดนไลอ้อนที่มีนักรบออร์คและเอลฟ์อยู่ใต้บัญชา เซียวอวี๋จึงได้เลือกอัศวิน 400 นายและพลเดินเท้าอีก 50 นายไปแทน เขาไม่ได้กำลังเดินทางไปทำสงคราม ดังนั้นย่อมไม่พาคนไปเยอะเกินไป

พลเดินเท้าอยู่ที่ระดับ 10 แล้ว สติปัญญาของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นมาก พวกเขาสามารถเรียนรู้การขี่ม้าได้แล้ว แต่เซียวอวี๋ก็ตัดสินใจจะให้พวกเขาต่อสู้บนพื้นดินได้ยอดเยี่ยมเสียก่อน

นอกจากนี้ เสวี่ยซา พี่สะใภ้คนที่สี่ของเขายังขอร่วมทางไปด้วย นางแข็งแกร่งขึ้นกว่าสงครามครั้งแรก ตอนนี้นางเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองแล้ว เซียวอวี๋ได้มอบชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งให้นางซึ่งทำให้นางดูดึงดูดมากยิ่งขึ้น

แม้ว่าเสวี่ยซาจะไม่ได้งดงามเท่ากับหลินมู่เสวี่ย แต่เซียวอวี๋ก็คิดว่านางดูคล้าย Kate Beckinsale หรือ Mila Jovovich เลยทีเดียว เขาชอบความเย็นชาของเสวี่ยซา

เซียวอวี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับปากนาง ความแข็งแกร่งของนางก็ไม่ได้เลวร้าย และนางอาจมีส่วนช่วยในบางโอกาส ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาจะได้ไม่เหงาเมื่อมีสาวงามร่วมทางไปด้วย