ตอนที่ 260

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋มีความสุขอย่างมากหลังจากที่ตกลงเรื่องข้อสัญญากันได้ นี่หมายความว่า ทั้งอาณาจักรพยัคฆ์คำรนและจักรวรรดิเมฆาได้ยกพื้นที่ส่วนนี้ให้กับเขาอย่างเป็นทางการ

ซึ่งที่จริงแล้ว อันเนื่องเพราะเรื่องการเมือง ราชวงศ์พยัคฆ์คำรนจึงได้โยนพายชิ้นใหญ่เช่นนี้มาให้กับเซียวซานเทียน พวกเขายกดินแดนผืนนี้ให้ หากแต่ในตอนนั้นก็เปรียบเสมือนการทิ้งให้อยู่ว่าง เป็นการกีดกันไม่ให้เข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจอีก มีกลุ่มโจรมากมายที่อาศัยในพื้นที่ส่วนนี้มาเป็นเวลานานแล้ว นอกจากนี้มันยังเป็นดินแดนที่ไม่มั่นคงเพราะอยู่ติดกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตก อีกทั้งพื้นที่ส่วนนี้ยังไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพยัคฆ์คำรนมาตั้งแต่ต้น

มาตอนนี้ เซียวอวี๋ได้กวาดล้างพวกโจรกลุ่มต่างๆออกไปจนหมดสิ้นและทางจักรวรรดิยังให้คำรับรองว่าพื้นที่ส่วนนี้เป็นของเซียวอวี๋

อาณาเขตของดินแดนไลอ้อนนั้นกว้างขวางอย่างมาก มันยังครอบคลุมเทือกเขาอัลคาเกนด้วย เมื่อเซียวอวี๋ได้พื้นที่ที่เหมาะสมมา เขาก็จะมีอำนาจอันน่าหวาดหวั่นอยู่ในมือ

"ข้ายังต้องการคนมากกว่านี้...ข้าจะต้องพัฒนานโยบายเพื่อให้ผู้คนอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในดินแดนของข้า" เซียวอวี๋เข้าใจว่าเขาจะต้องกำหนดนโยบายให้แตกต่างจากของราชวงศ์เพื่อดึงดูดผู้คนให้เข้ามาอาศัย

ในเมื่อตกลงเรื่องสัญญากันได้แล้ว เขาก็ต้องทุ่มกำลังรักษาเมืองฮัวเหลียนและถ่วงดุลสถานการณ์ให้มั่นคง จากนั้นจึงค่อยทำให้จักรวรรดิรวมเป็นหนึ่ง

สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่มีความมั่นคงพอ โฟเรอร์นำคนงานสร้างกำแพงล้อมตัวเมือง ทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งทั่วทั้งสี่ทิศ ขณะที่ทางฝั่งโถวปากุ้ยเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย มีข่าวลือกระจายออกมาจากภายในเมืองหลวงว่าโถวปาหงได้ร่วมมือกับจักรพรรดิตัวปลอมลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิตัวจริง

โถวปากุ้ยทราบดีว่าตนไม่อาจใช้แผนการเดิมได้แล้ว ดังนั้นจึงพยายามที่จะเอาชนะใจประชาชนด้วยการเผยแพร่เรื่องที่ดีงามเกี่ยวกับตัวมันออกไปสู่ประชาชน ขณะที่ข่าวลือใส่ร้ายโถวปาหงก็ถูกกระพือไปทั่วทุกทิศจนทำให้มีประชาชนบางส่วนหลงเชื่อว่าโถวปาหงได้ก่อกบฏและปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ หากผู้คนมากมายต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน ข่าวลือก็จะกลายเป็นความจริงขึ้นมา

ในเวลาเดียวกัน โถวปากุ้ยได้ส่งกำลังของตนมุ่งหน้ามาที่เมืองฮัวเหลียนเพื่อกำจัดโถวปาหงให้สิ้นซาก โถวปาหงได้รับสมัครไพร่พลบ้างแล้ว แต่สิ่งที่กองทัพของเขาขาดก็คือ เวลาฝึกฝน

โถวปากุ้ยได้ควบคุมกองทัพสายต่างๆมาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าไพร่พลบางส่วนที่โถวปาหงรับสมัครเข้ามานั้นเป็นไพร่พลของโถวปากุ้ยแฝงตัวเข้ามา

เซียวอวี๋และโถวปาหงมีวิธีการมากมายในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาพยายามที่จะโน้มน้าวใจสาธารณชน พวกเขาประกาศว่าโฆษณาชวนเชื่อของโถวปากุ้ยนั้นเป็นการพยายามทำให้โถวปาหงกลายเป็นอาชญากร

สิ่งที่โถวปาหงสามารถนำมาตอบโต้ได้ดีที่สุดก็คือ รับสั่งสุดท้ายขององค์จักรพรรดิโถวปาเย่

ดังนั้น เซียวอวี๋จึงจ้างนักกวีมากมายให้พวกเขาขับร้องเรื่องราวการนองเลือดที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวง

เซียวอวี๋ได้จับปากกาขึ้นมาเขียนเนื้อเรื่องบรรยายรับสั่งสุดท้ายของจักรพรรดิโถวปาเย่ด้วยตนเอง เขาได้เสริมความดราม่าเข้าไปมากมายจากสิ่งที่เคยได้ดูจากละครโทรทัศน์ และเขายังเขียนบรรยายเกี่ยวกับการกระทำที่กล้าหาญขององค์จักรพรรดิโถวปาเย่ที่ทรงกระทำเพื่อปกป้องจักรวรรดิและบัลลังก์

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังได้บรรยายเอาไว้ด้วยว่าโถวปากุ้ยเป็นตัวร้ายที่มีปัญหารุมเร้ามาทั้งชีวิตและเป็นพวกรักร่วมเพศ

เซียวอวี๋ทราบว่าไม่มีส่วนใดที่ไม่ดีในบทละครของเขา เขาต้องการจะบรรยายให้โถวปากุ้ยชั่วช้าสามานย์ที่สุด กระนั้น การบรรยายก็จะต้องอยู่ในระดับที่ผู้ฟังสามารถทำใจเชื่อ นั่นจะทำให้ประชาชนเกลียดชังโถวปากุ้ยมากยิ่งขึ้น ในด้านนี้นั้น ทั้งอ้าวตู๋และโถวปาหงต่างไม่อาจกระทำได้ พวกเขาสามารถนำทัพออกรบหรือดูแลเรื่องการบริหารข้อราชการ หากแต่ไม่ช่ำชองชำนาญการในด้านโฆษณาชวนเชื่อเช่นเซียวอวี๋ เขาเคยดูละครผ่านโทรทัศน์มาเกือบยี่สิบปี ดังนั้นเขาจึงสามารถแต่งเรื่องขึ้นมาได้มากมาย

หลังจากนั้น เซียวอวี๋ก็เห็นว่าเหล่ากวีที่เขาจ้างมานั้นมีจำนวนไม่เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงได้ทำการว่าจ้างคณะแสดงละครออกถ่ายทอดผลงานของเขาเพิ่มเติม เรื่องนี้กระทั่งทำให้อ้าวตู้รู้สึกยอมรับเซียวอวี๋ขึ้นมา

เซียวอวี๋ได้ส่งนักกวีออกไปนับพันคน ในวันเดียวกันนั้นก็มีกองกำลังหนึ่งเดินทางมาเข้าร่วมกับโถวปาหง โถวปาหงได้ตรวจสอบผู้นำของกองกำลังนี้ิ เขาไม่ใช่คนโง่และทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่บุรุษผู้นี้เป็นคนของโถวปากุ้ย พวกมันอาจจะตลบหลังฝ่ายเขาได้ในช่วงสำคัญ

โถวปาหงต้องปวดหัวในการรับมือกับคนพวกนี้ เขาไม่อาจไว้วางใจผู้คนได้มากนักเพราะพวกเขาอาจจะเป็นคนของศัตรู แต่ในขณะเดียวกัน หากว่าเหล่าผู้นำกลุ่มเห็นว่าเขาไม่ไว้วางใจ พวกเขาก็อาจจะถอนตัวออกไป

เซียวอวี๋ฉวยโอกาสเข้าใกล้ผู้นำกลุ่มและหยิบพรากวิญญาณออกมาจ่อไปลำคอของอีกฝ่าย "ข้าเสียใจที่ต้องกระทำเช่นนี้ หากแต่มันเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ...กล่าวตามตรง ข้าไม่มั่นใจว่าเจ้าเป็นผู้ที่จงรักภักดีจริงหรือเป็นคนที่โถวปากุ้ยส่งตัวมา....เจ้าจะต้องแบ่งแยกกองกำลังเข้าหน่วยต่างๆในกองทัพของโถวปาหง หากว่าเจ้าไม่ยินยอมแล้วล่ะก็ ข้าจะสังหารเจ้าและชิงกองกำลังของเข้ามา รับสั่งสุดท้ายของจักรพรรดิโถวปาเย่คือการยกบัลลังก์ให้กับโถวปาหง ตอนนี้โถวปาหงก็คือจักรพรรดิของจักรวรรดิ พวกเราไม่ต้องการให้มีผู้นำมากมาย พวกเรามีจักรพรรดิเป็นผู้นำแล้ว...ตอนนี้ถึงเวลาเจ้าตัดสินใจ"

วิธีการข่มขู่เช่นนี้สามารถใช้แก้ปัญหาที่โถวปาหงกำลังปวดหัวกับมันได้

เซียวอวี๋ได้ให้ไพร่พลทั้งหมดชมละครที่เขาแต่งขึ้นมาทุกวัน 'ศึกนครหลวง' นั้นถือเป็นผลงานชิ้นเอกของเขา บทละครเรื่องนี้เน้นย้ำถึงความกล้าหาญของจักรพรรดิโถวปาเย่และการทรยศอันไร้ยางอายของโถวปากุ้ย เซียวอวี๋กำลังล้างสมองไพร่พลทั้งหมดด้วยบทละคร

ผู้นำกองกำลังต่างๆถูกจับแยกจากไพร่พลของตน ฉะนั้นจึงเป็นการยากที่โถวปากุ้ยจะมีอำนาจควบคุมสั่งการ ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังดำเนินการล้างสมองไพร่พลทั้งหมดทุกวัน เพื่อทำให้แน่ใจว่าเหล่าไพร่พลจะยืนหยัดต่อสู้ไปดับฝ่ายเขา

มีผู้นำบางคนที่ขัดขืนกับวิธีการของเซียวอวี๋ ซึ่งเขาก็ลงมือสังหารผู้นำเหล่านั้นในทันที ทั้งยังประกาศออกไปว่าผู้นำเหล่านั้นเป็นพวกกบฏ

เขาบอกกับเหล่าไพร่พลว่ากำลังถูกคนเหล่านี้ยุยงไปในทางที่ผิด ให้พวกเขากลับใจมาจงรักภักดีต่อจักรพรรดิตัวจริงของจักรวรรดิ นี่ทำให้ไพร่พลเหล่านี้ค่อยๆถูกดูดกลืนเข้าร่วมกับฝ่ายโถวปาหงอย่างช้าๆ

ทั้งเซียวอวี๋และโถวปาหงต่างทราบว่าในกลุ่มคนเหล่านั้น็มีผู้จงรักภักดีต่อจักรพรรดิจริงๆรวมอยู่ด้วย หากแต่ในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว การเสียสละเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

กำแพงเมืองถูกจนสร้างเสร็จสิ้นในหลายสิบวันให้หลัง กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้นจากอิฐโคลน แต่พวกมันก็ดูสูงสง่า ขณะเดียวกันในเมืองฮัวเหลียนก็มีผู้คนนับหมื่น แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ไม่ใช่ทหาร แต่พวกเขาก็ยังหยิบอาวุธขึ้นสู้ได้ในเวลาที่จำเป็น โถวปาหงได้จัดสรรให้คนที่เขาไว้วางใจได้มาคอยควบคุมดูแลผู้คนส่วนนี้

ในเวลานั้นเอง มีทหารม้าควบม้าเข้ามาในเมืองฮัวเหลียนและไปยังที่พักของโถวปาหง เมื่อเขาพบเห็นโถวปาหงก็พลันคุกเข่าลง "เรียนฝ่าบาท! พบกองทัพของโถวปากุ้ยอยู่ห่างจากที่นี่ออกไปราวร้อยไมล์พะย่ะค่ะ"