ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
มู่หลี่รู้สึกมึนงงขณะที่เขาถูกปิดตาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเรื่องราว เขาไม่ได้เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากของทั้งสามคนที่มาช่วยเหลือเขา เขาได้ยินเสียงสะอื้นของเด็กสาวที่คล้ายจะเป็นบุตรีของเขา อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าบุตรีของเขาก็ถูกมัดและปิดปากเช่นเดียวกัน นี่ยิ่งทำให้เขาเป็นกังวลมากขึ้นเมื่อไม่อาจทราบวัตถุประสงค์ของผู้ช่วยชีวิต
เขานอนไม่หลับตลอดทั้งคืนขณะใคร่ครวญสถานการณ์ ทั้งหมดที่มู่หลี่เข้าใจก็คือมีชายที่ทรงพลังอย่างมากหนึ่งคน ชายที่แข็งแรงอีกหนึ่งคน ขณะที่อีกคนในรถม้าเป็นอิสตรี
พวกเขาเป็นใครกัน? จุดมุ่งหมายคืออะไร? เหตุใดคนเหล่านี้จึงช่วยเหลือเขาออกมาจากคุก?
รุ่งสาง จิตใจของเขาก็ปั่นป่วนวุ่นวายขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่ารถม้าที่เขาอยู่กำลังออกเคลื่อนตัว ไม่ช้าพวกเขาก็ผ่านประตูเมืองไป ดูเหมือนเหล่าทหารยามที่ประตูนี้จะเรียกขานเจ้าของรถม้าคันนี้ด้วยความสุภาพว่า 'ท่านดยุค'
มู่หลี่ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาออกจากเมืองฮุ่ย เขาไม่ทราบว่าชะตากรรมของเขาและบุตรีจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาคงไร้ความกังวลใดๆหากอยู่เพียงลำพัง แต่ตอนนี้ยังมีบุตรีคนเล็กที่อยู่ข้างกายเขา
"เป็นจี๋ซิ่งงั้นหรือ? มันจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้าของรถม้ามีความสัมพันธ์กับจี๋ซิ่ง?"
มู่หลี่ยังคงคาดการณ์วุ่นวายต่อไป อย่างไรก็ตาม ความคิดของเขาสับสนยุ่งเหยิงจนไม่อาจตัดสินใดๆได้
แม้แต่แม่ทัพผู้ปราดเปรื่องมู่หลี่ก็ยังไม่อาจเชื่อมโยงเซียวอวี๋เข้ากับผู้ที่ช่วยเหลือเขาออกจากคุกได้ รถม้าวิ่งอยู่ราวชั่วโมงหนึ่งก่อนจะหยุดลงในที่สุด
ประตูรถม้าถูกเปิดออกและผ้าที่คลุมศีรษะของมู่หลี่อยู่ก็ถูกดึงออกไป มู่หลี่มองไปที่เซียวอวี๋ ผู้ที่เมื่อวานมาเยาะเย้ยเขาถึงในคุก
"ดยุคเซียว บุตรชายของเซียวซานเทียน?" มู่หลี่ตระหนักถึงตัวตนของเซียวอวี๋ ในดินแดนที่อยู่ละแวกใกล้เคียงกับเมืองฮุ่ย มีเพียงดยุคท่านเดียวที่ใช้สกุลเซียว
เขายังคงไม่ทราบวัตถุประสงค์ของเซียวอวี๋ เขาหันไปมองบุตรีด้วยความกังวล เซียวอวี๋โบกมือ ก่อนที่กรอมจะเข้ามาตัดเชือกที่มัดมู่หลี่และมู่หาน
มู่หลี่ดึงผ้าออกจากปากและจ้องมองไปที่เซียวอวี๋ "ดยุคเซียว ท่านวางแผนจะทำสิ่งใด?" มู่หลี่ไม่กล้าวางท่าต่อหน้าเซียวอวี๋เนื่องเพราะเขาทราบวางตนเป็นเพียงปลาที่วางอยู่บนเขียง ชีวิตของเขาและบุตรีล้วนอยู่ในกำมือคนผู้นี้
เซียวอวี๋ระบายรอยยิ้ม "ข้านับถือท่านแม่ทัพมานานแล้ว จุดประสงค์ในการเดินทางมายังเมืองฮุ่ยในครั้งนี้ก็เพื่อเชื้อเชิญท่านแม่ทัพมายังเมืองไลอ้อน.....มิคาด...กลับเกิดเหตุแทรกซ้อนขึ้นมากมายนัก"
มีข้อสงสัยผุดขึ้นในใจของมู่หลี่นานับประการ แต่เขาก็ยังคาดไม่ถึงว่าทุกประการล้วนเป็นแผนของเซียวอวี๋ เขาคิดว่าตระกูลซู่อยู่เบื้องหลังแผนการร้ายในครั้งนี้และเซียวอวี๋ทำหน้าที่ช่วยเหลือ เขาค่อยเดินลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้า แต่เขาก็ต้องรู้สึกตกตะลึงเมื่อได้เห็นภาพที่เบื้องหน้า
มีขบวนรถม้าอยู่ไม่ห่างไกลจากพวกเขานัก ผู้คนในตระกูลของเขา ทั้งผู้เยาว์และผู้อาวุโส ทั้งหมดล้วนนั่งอยู่ข้างรถม้า
"อา..." มู่หลี่ทำได้เพียงอุทานออกมา
มู่หานรีบวิ่งเข้าไปหามารดา
"นี่....นี่..." มู่หลี่หันกลับมามองเซียวอวี๋ หากแต่เขาก็ยังไม่อาจกล่าววาจาออกได้
เซียวอวี๋อมยิ้ม "คำเชื้อเชิญของข้าคือความจริงใจ แน่นอนว่าย่อมไม่อาจละเลยครอบครัวและผู้คนในตระกูลของท่าน"
มู่หลี่รู้สึกราวกับตกอยู่ในความฝัน เหล่าผู้คนที่เขากังวลล้วนอยู่ที่เบื้องหน้าของเขาแล้วในตอนนี้
"แม่ทัพมู่ กลับไปเมืองไลอ้อนกันเถอะ รายละเอียดเอาไว้พูดคุยระหว่างทาง" เซียวอวี๋กล่าว
มู่หลี่พยักหน้าตอบรับ เขารู้สึกสำนึกขอบคุณเซียวอวี๋เมื่อได้เห็นผู้คนในตระกูลล้วนปลอดภัยไร้เรื่องราว เขาทราบว่ามันจะมีจุดจบอย่างไรหากคนของเขาตกอยู่ในเงื้อมมือของจี๋ซิ่งหรือคนชั่วช้า
คนขับรถม้าที่ถูกส่งมาโดยซู่ฉือถูกสับเปลี่ยนไปตั้งแต่แรกแล้ว ในตอนนี้จึงไม่มีผู้ใดทราบจุดหมายของพวกเขา
นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังไม่ได้คิดที่จะปกปิดข่าวเรื่องที่มู่หลี่ยังมีชีวิตอยู่เอาไว้นานนัก เขาเพียงต้องรอให้เขามีกำลังเพิ่มขึ้นอีกนิดก่อนที่จะปราบพิชิตรัฐเว่ย
จะอย่างไรเสียเขาก็ต้องเข้ายึดครองดินแดนโดยรอบทั้งหมดอยู่แล้ว ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่เขาจะต้องกลายเป็นศัตรูกับบรรดาลอร์ดเหล่านั้น
เซียวอวี๋บอกกล่าวเรื่องราวอย่าง 'ตรงไปตรงมา' ต่อมู่หลี่ มู่หลี่ถอนหายใจออกมาโดยปราศจากความโกรธแค้น "ท่านดยุคเซียวกล่าวถูกต้องแล้ว เว่ยเฮ่าจะต้องหาทางกำจัดข้าออกไป แม้ว่าท่านจะไม่ได้ลงมือก็ตาม นอกจากนั้นข้ายังจะไม่เลือกเมืองไลอ้อนเนื่องเพราะขนาดของมัน แต่ในตอนนี้ท่านเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลข้า ข้าจะติดตามรับใช้ท่านดยุคเซียวด้วยความภักดี"
มู่หลี่เป็นชายที่ชาญฉลาด เขาทราบว่าเปล่าประโยชน์ที่จะต่อต้านเซียวอวี๋ นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังเลือกเขาออกมาจากตัวเลือกมากมายเพื่อชักชวนเข้าร่วมกับเมืองไลอ้อน เขาสามารถไปยังที่อื่นได้ หากแต่เขาไม่มีผู้คุ้มกันอีกแล้ว ดังนั้นเว่ยเฮ่าจะต้องหาทางกำจัดเขาระหว่างทาง
นอกจากนี้แห่งดินแดนอื่นๆยังจะยอมรับตัวเขาเข้าร่วมอีกหรือ? เขาเองก็มีชื่อเสียงไม่น้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความดินแดนแห่งอื่นๆจะยินยอมเป็นศัตรูกับรัฐเว่ยเพียงเพื่อรับตัวเขาไว้
เซียวอวี๋ได้ใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อดึงตัวเขามา นี่แสดงให้เห็นว่าเซียวอวี๋ประเมินค่าและให้ความสนใจเขาอย่างสูง แม้ว่าดินแดนไลอ้อนจะเป็นเพียงดินแดนเล็กๆ หากแต่ดยุคก็ยังคงเป็นดยุค! เซียวอวี๋สามารถก่อตั้งรัฐได้หลังจากพัฒนามัน นี่หมายความว่าดินแดนไลอ้อนในอนาคตหาด้อยไปกว่ารัฐเว่ยเลย!
ยิ่งไปกว่านั้น มู่หลี่ยังเคยได้ยินเรื่องราวที่เซียวอวี๋รบชนะแคร์รี่ เขาเป็นแม่ทัพจึงกระจ่างดีว่าการใช้กำลังพลเพียงพันเศษเอาชนะผู้คนกว่าสองหมื่นนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เพียงใด บางทีมันอาจเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่ถึงแม้ข่าวลือจะเป็นเพียงการกล่าวเกินจริง แต่นี่ก็สะท้อนให้เห็นแล้วว่าเมืองไลอ้อนนั้นมีความแข็งแกร่งอยู่
เมื่อเทียบกับเว่ยเฮ่าแล้ว จากสายตาของมู่หลี่แล้วเซียวอวี๋ไม่ใช่คนที่จิตใจคับแคบ เซียวอวี๋ได้ใช้แผนการดังกล่าวดึงตัวเขามาเข้าร่วมกับตน นี่หมายความว่าเซียวอวี๋ย่อมไม่ใช่ผู้ที่ไร้ความสามารถ
มู่หลี่จึงตัดสินใจได้หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ลีอา ทิรันด้าและมังกรน้อยนั้นอยู่ในรถม้าอีกคันหนึ่งร่วมกับภรรยาของมู่หลี่และมู่หาน มู่หานนั้นหลงรักมังกรน้อยตั้งแต่แรกพบ ในฐานะผู้ใช้มนตราแล้ว นางทราบคุณค่าของมันดียิ่งกว่าผู้ใด
ทิรันด้าไม่ได้ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากอีก มู่หานและมารดาของนางล้วนตกตะลึงเมื่อได้เห็นความงดงามของนาง
ดยุคเซียวผู้นี้เป็นใครกัน? เขามีทั้งเอลฟ์และออร์คเป็นองค์รักษ์!
พวกเขาได้ยินข่าวลือว่าเมืองไลอ้อนมีออร์คและเอลฟ์ที่เกือบจะสาปสูญไปแล้วอยู่ ทว่ากลับไม่มีผู้ใดเชื่อถือข่าวลือดังกล่าว
เซียวอวี๋มอบเครื่องประดับมีค่ามากมายต่อภรรยาของมู่หลี่ อีกทั้งเขายังมอบสร้อยคอเวทให้แก่มู่หาน แม้ว่ามันจะไม่ได้แพงเทียบเท่ากับที่แอนโทนีดาสใช้ แต่มันก็ยังคงเป็นเวทไอเทม
เซียวอวี๋กำลังวางแผนที่จะพัฒนาดินแดนของเขาและยังทราบว่าเขากำลังขาดแคลนผู้ใช้มนตราอยู่ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะฟูมฟักมู่หานขึ้นมาเมื่อได้ยินเรื่องของนาง เขาทราบว่าเพียงแอนโทนีดาสยังไม่เพียงพอสำหรับดินแดนของเขา
หลังจากเดินทางอยู่หกชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงเมืองไลอ้อน
ขบวนรถม้าหยุดจอดอยู่ห่างจากเมืองไลอ้อนราว 20 ไมล์ เซียวอวี๋ มู่หลี่และผู้คนในตระกูลมู่ลงมาจากรถม้า มู่หลี่ต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นกองทัพทหารกว่า 10,000 นายกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ พวกเขาทั้งหมดล้วนเงียบงันลง ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ บางส่วนของกองทัพมีทั้งออร์ค เอลฟ์และคนแคระผสมอยู่รวมกัน!
ตอนนี้เขาเชื่อแล้วว่าข่าวลือนั่นคือเรื่องจริง เซียวอวี๋มีกองทัพออร์คและเอลฟ์จริง!
มู่หลี่อดคิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ "เป็นว่าเรื่องที่เขาเอาชนะกองทัพ 20,000 คนนั่นคือเรื่องจริง? เมื่อมีกองทัพเช่นนี้มันย่อมเป็นไปได้"
ป้ายที่ทหารกลุ่มด้านหน้ามีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ดังนี้ 'ยินดีต้อนรับแม่ทัพมู่หลี่สู่เมืองไลอ้อน'
มู่หลี่หันกลับมาหาเซียวอวี๋ก่อนจะคุกเข่าลง "แม่ทัพผู้นี้จะภักดีต่อท่านลอร์ดตราบชั่วนิจนิรันดร์"
เซียวอวี๋แย้มยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved