ตอนที่ 311

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ฝ่ายเซียวอวี๋นั้นได้เปรียบจากการตั้งรับ ตอนนี้ฝนธนูกำลังสาดซัดเข้าใส่กองทัพศัตรูที่กำลังบุกเข้ามา การล้มตายย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสนามรบ ทุกวินาทีต้องมีคนล้มตายลง กระนั้นพวกทหารก็ยังคงแบกบันไดวิ่งบุกไปยังเมืองไลอ้อนอย่างไม่ลดละ

ซูฉือเป็นผู้นำการโจมตีในครั้งนี้ เขารั้งอยู่ด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าทหารหันหลังกลับหรือหนีทัพ ตอนนี้เขากำลังสาปแช่งโรเบิร์ตอยู่ในใจ มองดูฝนธนูที่พรั่งพรมราวหยาดฝนและฟังเสียงกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาณแล้ว เขาก็พึมพำขึ้นว่า "พวกเราคงไม่เลือกพึ่งพิงตระกูลเคเนดี้หากทราบว่ารูปการณ์จะเป็นเช่นนี้..."

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเอง เขาย่อมทราบกระจ่างดียิ่งกว่าผู้ใดว่าที่ลี่เหอมายืนอยู่ตำแหน่งตอนนี้ได้ก็เพราะได้รับการส่งเสริมจากตระกูลเคเนดี้ เมื่อเขาได้ร่วมลงเรือลำนี้มาแล้ว มันก็ไปไม่ได้ที่จะถอนตัวจากไป

ฆ่ามัน~

เซียวอวี๋กวาดสายตามองดูสนามรบและฟังเสียงร่ำร้องตะโกนจากทหารข้าศึก เขาเคยพบเห็นฉากเช่นนี้มาแล้วหลายหน ตระกูลเคเนดี้เป็นศัตรูที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา หากแต่เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นลนลานแต่อย่างใด บางครั้งความยากลำบากและความกดดันก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวแต่ละคนออกมา คนผู้นั้นมักจะยึดถือในแนวทางของตนเอง

ทว่าเจ้าคนเสเพลเช่นโรเบิร์ตผู้นี้ไม่ได้ใส่ใจต่อชีวิตของไพร่พลเลย เซียวอวี๋อาจจะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหากได้เผชิญหน้ากับผู้บัญชาที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่าโรเบิร์ตย่อมไม่อยู่ในคนกลุ่มนั้น ผู้บัญชาการที่ดีจะสามารถนำพาไพร่พลไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ แต่ผู้บัญชาการที่ไร้ความสามารถจะนำพากองทัพไปสู่ความพินาศ

ด้วยเหตุนี้ เซียวอวี๋จึงค่อนข้างสงบเมื่อมองไปยังฉากรบราฆ่าฟันที่เบื้องหน้า เขายังคงนั่งอยู่เก้าอี้และจิบไวน์ต่อไป เขามักจะหยิบไวน์ขึ้นมาดื่มเพื่อปลุกขวัญกำลังใจของไพร่พล แต่เมื่อดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในครั้งนี้คงไม่จำเป็น

ฉินเช่อ มู่หลี่ หัวหน้าทหารฮุ่ยล้วนแต่เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดี พวกเขาสามารถรับมือกับความกดดันนี้ได้ นอกจากนี้ ทอร์ล อูเธอร์ ทิรันด้าและคาร์นเองก็มีสภาวะความเป็นผู้นำและสามารถคุมกำลังได้แล้ว

.............................

.............................

เหล่าทหารจากรัฐเว่ยยังคงมุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองไลอ้อนโดยไม่คำนึงถึงความเป็นตาย แม้จะมีติดขัดอยู่บ้าง หากแต่ความได้เปรียบด้านจำนวนของพวกเขาก็ยังสร้างความเสียหายให้กับแนวป้องกันของเมืองไลอ้อนได้บ้าง แม้กระนั้นเมืองไลอ้อนก็ยังคงมั่นคงดุจปราการเหล็ก แม้ว่าทหารป้องกันเมืองไลอ้อนจะไม่ได้แข็งแกร่งเทียบเท่าทหารมือดีจากรัฐเว่ย กระนั้นทั้งหมดก็ได้รับบัฟแห่งแสงจากอูเธอร์จนอาจแข็งแกร่งขึ้นเป็นเท่าตัว

สงครามยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่โลหิตอาบย้อมไปทั่วกำแพงเมือง เสียงกรีดร้องตะโกนยังคงมีมาให้ได้ยิน ซูฉือได้นำทัพเข้าโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อเวลาผ่านไป พื้นดินก็เต็มไปด้วยคราบโลหิตแห้งกรัง ดวงตะวันลาลับขอบฟ้า ฝ่ายเคเนดี้ยุติการโจมตีเมื่อฟ้ามืดค่ำ วันนี้มีไพร่พลจากรัฐเว่ยนับหมื่นนายที่สังเวยชีวิตอยู่ในสนามรบ ผู้ที่มีชีวิตรอดมาได้ต่างก็ถอยทัพกลับค่ายด้วยร่างกายที่อ่อนเพลีย

ทางฝ่ายเมืองไลอ้อนเองก็สูญเสียไม่น้อยเช่นกัน จะอย่างไรเสียไพร่พลทั่วไปก็ยังไม่อาจเทียบกับทหารมือดีจากรัฐเว่ยได้ กองทัพรัฐเว่ยได้รับการจัดสรรอาวุธและชุดเกราะชั้นดีจากตระกูลเคเนดี้

เซียวอวี๋สั่งให้มู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยอยู่จัดการเรื่องเก็บกวาดสนามรบและวางเวรยามขณะที่เขากลับไปพักผ่อน ตอนนี้เขากำลังคิดหาวิธีกำจัดกองทัพหลักของตระกูลเคเนดี้ แม้มองจากผิวเผินจะดูเหมือนว่าโรเบิร์ตได้ทุ่มกำลังออกมาแล้ว แต่เซียวอวี๋มั่นใจอย่างยิ่งว่าตระกูลเคเนดี้ยังมีไพ่ลับเก็บซ่อนอยู่ เขาได้รับทราบความแข็งแกร่งของผู้คุ้มกันและผู้ใช้มนตราจากตระกูลเคเนดี้มาแล้วที่นครใต้พิภพ

ซึ่งที่เป็นจุดอ่อนของเซียวอวี๋ก็คือ เขาขาดแคลนผู้แข็งแกร่ง แต่ตอนนี้ภาระอันหนักอึ้งได้ถูกแบ่งเบาโดยฮิกกิ้นไปแล้ว ศรระเบิดที่จัดสร้างโดยฮิกกิ้นนั้นเทียบกับผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่ได้นับสิบคน

กระนั้นปัญหาก็ยังไม่หมดลง เขารู้ดีว่าที่ด้านข้างยังมีนิโคลัสจากตระกูลเอิร์ลอยู่อีก ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะศึกนี้เท่านั้น เขาไม่อาจพ่ายแพ้ได้อย่างเด็ดขาด

เซียวอวี๋ได้เข้าร่วมมื้อเย็นกับเหล่าพี่สะใภ้ เขาหัวเราะเฮฮาไปกับมื้อเย็นราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจต่อสงครามนี้แม้แต่น้อย เหล่าสะใภ้ของตระกูลเองก็คุ้นชินกับท่าทางเช่นนี้ของเซียวอวี๋อยู่แล้ว กระนั้นพวกนางก็ยังคงวิตกกังวลต่อศัตรูที่เข้มแข็งที่เซียวอวี๋ได้เผชิญหน้าในครั้งนี้ มีเพียงเสวี่ยซาที่สามารถเข้าร่วมต่อสู้ได้ ดังนั้นสะใภ้คนอื่นๆจึงทำได้เพียงให้กำลังใจเท่านั้น

หลังจากเสร็จสิ้นมื้อเย็น เซียวอวี๋ก็ออกมาเดินดูพระจันทร์ที่ด้านนอก เซียวอวี๋ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงคิดถึงดาวเคราะห์สีน้ำเงินมากนัก เขาคิดถึงที่แห่งนั้น วันเวลาที่ได้สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนฝูง

เมื่อเขาได้กลับมาพักผ่อน เขาก็พลันรู้สึกผิดปกติขึ้นมา ราวกับว่าเขากำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่มองไม่เห็น ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังกึกก้อง

"เกิดอะไรขึ้น?" เซียวอวี๋ขมวดคิ้ว เขารีบหันหน้าไปยังทิศทางที่เกิดเสียง "มารดามันเถอะ! เจ้าโรเบิร์ตนี่ยังมีสมองอยู่บ้าง....มันกลับโจมตีฐานทัพของข้า! ไอ้บัดซบเอ๊ย! รีบไปป้องกันฐาน!" เซียวอวี๋ตะโกนออกมา เหล่านักรบอัญเชิญต่างก็เดือดดาลขึ้นมา พวกเขารีบวิ่งไปยังฐานทัพผ่านทางอุโมงค์ที่เซียวอวี๋ได้เตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าในทันที

"สังหารพวกที่กล้ามารุกรานบ้านของพวกเรา!" เหล่านักรบอัญเชิญที่เดือดดาลต่างพร้อมจะฉีกทึ้งร่างของผู้บุกรุกออกเป็นชิ้นๆ